ซอมพอ✿

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านนิยายเรื่องนี้มากๆนะคะ แอบอ่านทุกคอมเม้นท์อยู่นะยู รักทุกคนน้า กิ้กิ้

บทที่ 12 (2/?) ของหวาน

ชื่อตอน : บทที่ 12 (2/?) ของหวาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2561 22:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 (2/?) ของหวาน
แบบอักษร

12

                “วันนี้ทานอะไรดีคะ?”

                ริสาเอ่ยปากถามในขณะที่เดินดูผักสดควบคู่ไปด้วย พริกหวานสีสันสวยงามดูน่ากินไม่หยอก จักภัทรเดินถือตะกร้าสีเหลืองอยู่ด้านข้าง ลอบมองใบหน้าหวานที่มีรอยยิ้มบางประดับ


                “ไม่รู้สิ”

                จักภัทรพูดพร้อมหยิบแครอทหมุนดู ริสามองตาม นึกออกอยู่เมนูแต่ก็ต้องถามความสมัครใจของคนที่มักจะต้องรับผิดชอบอาหารที่เธอทำเสียก่อน


                “อยากกินข้าวไหมคะ?”

                วันนี้หล่อนกับเขาเพิ่งทานอาหารมื้อพิเศษจากลูกค้าคนสำคัญเมื่อตอนบ่ายแก่ๆ ปริมาณอาหารภายในกระเพาะยังแน่นเสียจนริสาแทบไม่อยากเพิ่มอะไรลงไปมากนัก


                “ก็ทานได้”


                “แต่สายังอิ่มอยู่เลย”

                คนร่างเล็กสวนกลับทันควัน บอกได้เลยว่าตัวเขาเองไม่เคยอยากทานอะไรที่อยากสักนิด เพราะแม่ครัวประจำตัวต้องเลือกสรรแต่เมนูที่เจ้าหล่อนอยากทาน ที่หล่อนไม่อ้วนเลยในขณะที่เขาเริ่มบวมนิดๆก็เพราะต้องคอยทานให้หมด แน่ล่ะ ริสาทานนิดเดียวแต่ชอบทำกับข้าวหลายอย่าง ภาระหน้าที่จึงมาตกอยู่ที่เขาเกือบหมด เฮ้อ...


                “แล้วเราอยากกินอะไรล่ะ หื้ม?”

                แบบนี้ค่อยเหมาะที่จะถามเสียหน่อย ชายหนุ่มเดินถือตะกร้ามองตามผักที่ริสาหยิบวางพลิกดูไปมา


                “บาร์บีคิวไหมคะ เมื่อวานมีสับประรดที่พี่ภัทรกินไม่หมดอยู่ด้วย”


                “อ่อ...”

                จักภัทรยานเสียงอย่างหยอกล้อ ใช่ เขาทานเหลือ...เหลือเพราะเขาไม่ได้อยากจะทาน แต่เป็นแม่สาวน้อยที่รบเร้าให้ซื้อจากหน้าปากซอยต่างหาก กินคำสองคำก็วาง


                “พี่ภัทรคะ สีไหนน่ากินกว่ากัน?”

                ริสาชูพริกหวานสีเหลืองกับสีเขียวให้ดู บุ้ยโบ้ยไปที่สีแดงในถาดไม้ด้านหน้าเพื่อให้เลือก


                “เอาหมดเลย”

                ไม่พูดเปล่า เอื้อมมือไปหมายจะหยิบพริกหวานมาจากน้อง แต่คนตัวเล็กกลับชักมือหลบแล้วส่ายหน้า


                “ไม่ได้ค่ะ กินไม่หมด เหลือทิ้ง เสียดาย”

                ริสารู้ดีว่าวันนี้เขากับเธออิ่มพอที่ไม่กินอะไรด้วยซ้ำ แต่เหมือนติดเป็นนิสัยไปแล้วมากกว่าที่จะต้องกินข้าวเย็นด้วยกันโดยมีเธอเป็นเชฟหลัก ส่วนเขาก็...ผู้ช่วยเชฟ


                “งั้นก็สีเขียว”


                “สีแดงน่ากินกว่าตั้งเยอะ”

                ริสาหน้ามุ่ย วางพริกหวานทั้งสองสีกลับคืนลงสู่ที่เดิมก่อนที่จะหยิบสีแดงจากถาดไม้ขึ้นมาแทน คราวนี้จักภัทรถึงกับกรอกตาอย่างเบื่อหน่าย


                ... ผู้หญิง!


                ชายหนุ่มเดินตามริสาเลือกซื้อของใช้อีกนิดหน่อยโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก หล่อนถามความเห็นของเขาบ้างเป็นครั้งคราวอย่างไม่จริงจังนัก เพราะยังไงเจ้าหล่อนก็ตัดสินใจเองอยู่ดี แล้วเขาเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้มากเท่าไหร่ ถ้าไม่ติดว่ามากับน้องเห็นทีตัวเขาคงจะวิ่งหนีออกไปแล้ว


                “กลิ่นนี้หอมมากเลยค่ะ”

                คนตัวเล็กยื่นขวดแชมพูกลิ่นผลไม้มาที่ด้านหน้าขณะที่เขากำลังคิดอะไรเพลินๆ


                “ไม่ใช่กลิ่นที่เธอใช้นี่”จักภัทรขยับเข้ามาใกล้เธอ ส่วนสูงที่ต่างกันทำให้เขาสามารถโน้มตัวดมกลิ่นหอมจากเรือนผมได้ไม่ยาก “พี่ชอบกลิ่นเดิมมากกว่า”


                “...”

                ริสาอ้าปากเหมือนจะท้วงอะไร แต่พอมองหน้าเขาแล้วคนตัวเล็กก็ไม่ยอมพูด วางขวดแชมพูลงอย่างเสียดาย


                “ไม่ซื้อหรอ?”

                เขาถามย้ำ


                "ไม่ค่ะ สา...”ริสาช้อนสายตาอ่อนหวานแพรวพราวนั่นขึ้นสบเข้ากับเขา “ตามใจคนดม”

                พูดแค่นั้นก็เดินออกไปทิ้งให้เขาครุ่นคิดตามที่เธอพูด อ้าว... พ่อจะดมทั้งวันทั้งคืนเชียว!


                ใช้เวลาหลังเลิกงานในการสู้รบบนท้องถนนช่างเป็นอะไรที่กินพลังงานเหลือเกิน ริสาวางถุงพลาสติกไว้บนโต๊ะทานข้าว พี่ภัทรเดินตามมาสมทบก่อนที่จะเดินไปล้างเท้าในห้องน้ำ  ริสาเองก็ตรงเข้าไปล้างมือในครัว จัดการผูกผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มจัดการสิ่งของ


                “เดี๋ยวพี่เอาของไปเก็บให้”

                จักภัทรอาสาในการเก็บของอุปโภคเข้าที่เข้าเข้าทาง โดยให้ของบริโภคเป็นหน้าที่ของริสา


“สาฝากใส่ทิชชู่ด้วยนะคะ เมื่อเช้าหมดพอดีเลย”

ริสาเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้งพร้อมถุงพลาสติกที่ด้านในบรรจุของสดในการทำอาหาร คัดแยกบางส่วนใส่ในตู้เย็น อีกส่วนอยู่ตรงอ่างล้างจาน เมนูของวันนี้เป็นบาร์บีคิวที่เจ้าหล่อนยิ้มกริ่มเพราะง่ายแสนง่ายแถมเธอยังโปรดปรานมาก


พี่ภัทรเองก็คงชอบใจเพราะวันนี้เขาซื้อเบียร์ยี่ห้อโปรดมาด้วย


ริสาแอบชะโงกออกไปมองด้านนอกก็เห็นว่าจักภัทรกำลังตั้งใจเก็บของเข้าที่เหมือนทุกครั้ง เจ้าหล่อนกำลังหั่นพริกหยวกด้วยความเคยชินเลยไม่ได้ใส่ใจมองจนปลายมีดแฉลบเข้าที่เนื้อ


“โอ้ย!”

ริสาปล่อยมือออกจากมีดทันที ความเจ็บที่ปลายนิ้วคือสิ่งแรกที่รู้สึกก่อนที่จะมองเห็นเลือดสีแดงสดเสียอีก เผลอยกนิ้วขึ้นอมโดยที่ไม่ยอมล้างน้ำสะอาด


“สา!”

ร่างกำยำของจักภัทรถลาเข้ามาจับมือหล่อนให้เอานิ้วออกจากปาก ใบหน้าเป็นกังวลเห็นได้ชัดผ่านคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากัน


“ได้เลือดเลย”

คนตัวเล็กบ่นอุบอิบ เปลี่ยนเป็นความรู้สึกแสบนิดหน่อยยามที่เขาบีบเบาๆเพื่อหาปากทางแผล จักภัทรขยับให้นิ้วของเธอโดนน้ำ


“ล้างก่อน”น่าแปลกที่แผลมันไม่ได้ใหญ่มากนักแต่คนตรงหน้ากลับดูตื่นเต้นยิ่งกว่าตัวเธอเสียอีก “ไปทายาก่อนไป เดี๋ยวพี่ทำเอง”


“ยา?”

คราวนี้หล่อนถึงกับขมวดคิ้วบ้าง แผลเล็กเท่านี้ยังต้องทายาอีกอย่างนั้นหรอ?


“ใช่ แล้วแปะพลาสเตอร์มาด้วยนะ”

มือหนาเอื้อมมาปลดผ้ากันเปื้อนเต็มตัวของริสาออกแล้วใส่แทนที่ ผ้าผืนนั้นดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่ออยู่บนร่างกายใหญ่โตของชายหนุ่ม ริสาหัวเราะคิกคักเพราะนึกตลกแล้วเดินไปทาเบตาดีนก่อนที่จะแปะพลาสเตอร์ตาม เดินกลับมาแล้วก็เจอใบหน้าที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำอาหารของจักภัทร


“มื้อนี้ต้องอร่อยแน่เลย”คนตัวเล็กป้อยอคำหวาน นึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะไม่เคยเห็นเขาทำแบบนี้เลย แถมท่าทางก็ดูเข้าเค้าอยู่เหมือนกัน “พี่ภัทรไปฝึกมาจากไหนคะเนี่ย?”


“ตอนไปเรียนต่อที่เยล จะออกไปกินทุกมื้อก็ไม่ไหว ร้านอาหารไม่ได้หาง่ายเหมือนเมืองไทย บางทีเข้ายิมเสร็จก็เพลียจนไม่อยากไปไหนแล้ว”

จักภัทรตอบกลับโดยที่ยังไม่ได้ละสายตาไปจากการทำอาหารตรงหน้า มหาวิทยาลัยชื่อดังของสหรัฐอเมริกาที่เขาเรียนต่อในหลักสูตรป.โท ใช้เวลาสักพักกว่าที่อาหารมื้อนี้จะเสร็จสมบูรณ์เพราะต้องรอเวลาหมักหมูให้เข้าเนื้อ จัดการย่างเรียบร้อยด้วยฝีมือของเชฟหลักอย่างจักภัทร อาหารหน้าตาน่าทานก็ยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ


“โห น่ากินมากเลยค่ะ”

กลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยตลบอยู่ในอากาศ คนตัวเล็กก็เล่นไม่เลิกด้วยการสูดกลิ่นหอมเสียเสียงดัง


“ดมขนาดนี้ จืดแล้วมั้ง”

จักภัทรเอ่ยแซวหัวเราะในลำคอ เดินกลับมาพร้อมกระป๋องเบียร์ในมือ


“แหม...ก็ดมเหมือนที่พี่ภัทรชอบทำไงคะ ดมแบบเนี้ย ซูดดด...”

                ริสายังเล่นไม่เลิกด้วยการยื่นหน้าเข้าไปใกล้กับจานเซรามิกที่มีบาร์บีคิวเรียงราย กลิ่นหอมของมันดูน่าทานเหลือเกิน


                “เอ้านี่”

                จักภัทรขยับถ้วยซอสบาร์บีคิวสำเร็จรูปมาไว้ด้านหน้าหล่อน ริสายิ้มจนตาสวยนั้นหยีไปหมด เอื้อมมือไปหยิบบาร์บีคิวไม้แรกขึ้นกัด ก่อนที่จะร้องอุทานออกมา


                “อร่อย!”

                นัยน์ตาคนขี้เล่นพราวระยับไปหมดกับรสชาติถูกปาก “พี่ภัทรทำอร่อยจังเลย วันหลังทำให้สากินบ่อยๆได้ไหมคะ?”


                “อยากกินอีกหรอ...”

                จักภัทรลดกระป๋องเบียร์ลง เอื้อมไปเช็ดคราบซอสที่ติดตรงมุมปากของหญิงสาว เจ้าหล่อนเป็นคนที่ทานอะไรก็ต้องเผื่อแผ่ด้านข้างอยู่เรื่อย


                “ใช่ค่ะ วันหลังเราทำกินอีกนะ สาชอบ อร่อยมากเลย”

                คราวนี้ถึงกับยกนิ้วโป้งทั้งสองข้างยืนยันรับประกันคำพูดตัวเองดิบดี จักภัทรยิ้มตามกับท่าทางของหล่อน ช่วงนี้ริสาดูเปลี่ยนไปและเขาก็ชอบมากเหลือเกิน ท่าทางสนิทสนมที่หล่อนมอบให้คล้ายกับเมื่อครั้งในอดีต คนตัวเล็กที่ดูเหมือนจะขี้กลัวไปเสียทุกอย่างกลับมีอารมณ์ขันและมุมน่ารักมากมายอย่างเหลือเชื่อ


                “ไม่ได้อร่อยแค่บาร์บีคิวหรอกนะ”จักภัทรขยับเข้ามา ใช้มือทั้งสองข้างท้าวโต๊ะไว้ ยื่นหน้าเข้ามาจนเกือบประชิดกับหล่อน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหมือนกับจะตรึงริสาไว้อยู่กับที่ ลมหายใจที่ปะปนไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ลอยมากระทบ มันร้อนระอุไปหมดแต่ก็ทรงเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ “พี่เองก็อร่อย...ลองกินไหม?”


                ริสาถึงกับนิ่งไป ไม่นานนักรอยยิ้มหวานก็วาดขึ้น จักภัทรแปลกใจนึกว่าริสาจะประหม่าแล้วขยับหนี กลับกัน...หล่อนขยับเข้ามาใกล้เขา มือข้างซ้ายยกขึ้นท้าวคางเอียงมองเขาตาใส สื่อความหมายอย่างไม่ยอมแพ้เกรงกลัว กลายเป็นเขาเองที่ประหม่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น


                “ถ้างั้น...ขอชิมหน่อยสิคะ”

                เอื้อมมือข้างที่ว่างไปลูบที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม หมุนวนไปมาแผ่วเบาก่อนจะไล้ลงมาที่ริมฝีปากล่าง จักภัทรตัวแข็งทื่อไปหมดเพราะท่าทางของแม่เสือสาว


                เด็กมันอ่อย...!

************************************

อ้าวเฮ้ย น้องสาทำไมไม่ตะมุตะมิเลย 55555

วันนี้วันหยุด ต้องปั่นได้หลายตอนสิ สู้ๆ

เม้นท์ อัพ เม้นท์ อัพ เม้นท์ อัพ เม้นท์ อัพ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}