สาวน้อยเหมันต์

นิยายตามอารมณ์ เกี่ยวกับการใช้ชีวิต ที่แอบแทรกความโรแมนติกให้นักอ่านได้ฟินไปตามๆกัน จะติดเหรียญ แค่ตอนพิเศษกับ nc+ เท่านั้นเพราะงั้นช่วยสนับสนุนนักเขียนตัวน้อยๆคนนี้ด้วยนะคะ~~ อย่าลืมให้ดาวนักเขียนนะคะ~~

ชายใต้หมวกสาน?

ชื่อตอน : ชายใต้หมวกสาน?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 294

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2561 13:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายใต้หมวกสาน?
แบบอักษร


"นั่นลูกค้ามาพอดีเลย" 



ข้ารีบวิ่งไปรับลูกค้าที่คาดว่าน่าจะเป็นคุณชายเพราะรูปร่างสูงใหญ่​ อาจเป็นบัณฑิต​สักคนที่ต้องการปกปิดตัวตนจึงใส่หมวกสานปิดบังใบหน้า​ เขาทำเพียงหันมองนิดๆเท่านั้นหลังจากที่ข้าเข้าไปทักทาย​ ข้าเลิกสนใจและเริ่มการไต่ถามถึงสิ่งที่เขาต้องการตามแบบที่ชิงชิงทำทันที

"ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ​ไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้ ต้องการผ้าแบบใดเจ้าคะ" เสียงใสเอ่ยถามชายหนุ่มใต้หมวกไม้ไผ่ 

"...." 

ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างสูงตรงหน้า มีเพียงหางตาชั่วครู่เท่านั้น

"ร้านผ้าฉิงเฟิง ของเรามีทั้งผ้าสีไร้ลาย แลผ้าปักลายที่ได้รับความนิยม ทั้งยังรับปักผ้าหรือชุดสำหรับท่านที่ไม่ต้องการปักเองหรือหาร้านปักไม่ด้หลังจากซื้อผ้าจากทางร้านแล้ว สามารถจัดส่งให้ท่านที่จว.." 

ยังเอ่ยไม่จบก็ต้องยืนนิ่งตาค้างมองแผ่นหลังที่หันเดินออกจากร้านไปโดยไม่เอ่ยอะไร แม้แต่หันมองข้าได้แต่ยืนอึ้งอ้าปากค้าง​จนชิงชิงต้องเข้ามาสะกิดจึงได้สติ​ 

"คุณหนู​ ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ​ คุณชายท่านนั้นมารยาทแย่ยิ่งนักเหตุมดจึงเมินกันซึ่งหน้าเช่นนี้"

"ข้าไม่ได้เข้าใกล้เขาเกินไปนะ​ ไม่ได้ทำหน้าแปลกๆด้วย​ หรือข้าจะนำเสนอมากเกิน" ใบหน้าสดใสหมองลงทันทีที่ถูกปฏิเสธ​จากลูกค้าคนแรก

"อย่าใส่ใจเลยเจ้าค่ะ​ลูกค้าที่ไร้มารยาทมีมากมาย​ส่วนใหญ่มักมาก่อกวนให้เสียการมากกว่า​"

"ใช่เจ้าค่ะ​ ซานเหนียงกล่าวถูกแล้ว​ คุณ​หนู​มาใส่ใจลูกค้าท่านต่อไปดีกว่าเจ้าค่ะ"

"เห้ออ​ ขอให้อย่าเจอกันอีกเลย" 

"ลูกค้ามาแล้ว" เสียงเนิบๆของซานเหนียงทำให้ข้าหูผึ่ง​ รีบหันไปรับลูกค้าทันที​



กลางยามเซิน​ (16:00)

หลังจากฝึกรับลูกค้าจนสามารถพูดชักชวนได้คล่องขึ้นทั้งนายบ่าว​ เป็นที่พอใจของซานเหนียงเป็นอย่างมาก​ คนบอกยามบอกเวลายามเซินมาสักหน่อยนางจึงปล่อยพวกข้าจากการฝึ​ก​ เล่นเอาต้องขอน้ำดื่มและนั่งพักกันยกใหญ่​ เพราะลูกค้าในช่วงเย็นที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งแล้วนั้นมีมาอุดหนุนกันเรื่อยๆเล่นเอาแทบไม่ได้นั่งพักกันเลยทีเดียว​ ดีที่มีคนมาช่วยรับหน้าบ้างในคราที่ไม่ไหวต้องพักจริงๆ​ นั่งพักจนท้องฟ้าเริ่มหม่นลงอีกครั้ง​ คนขับรถม้าก็เข้ามา​ เขาตกใจดล็กน้อยที่เรามีสีหน้าเหนื่อยอ่อนและผมที่กระเซิงหน่อยจากการหันซ้ายทีขวาที​ แต่ดีที่ยังรู้ว่าอะไรควรไม่ควรมิได้เอ่ยถามตามใจคิด​ เพียงนำเราไปที่รถม้าอย่างรวดเร็ว​ แต่ก่อนที่จะได้ขึ้นรถม้าชิงชิงก็ขอตัวก่อน​ ข้าเห็นนางเดินไปหาเสี่ยวเอ้อของโรงเตี้ยมหอสวรรค์​คนเดิมเขาหันมาคำนับให้จึงยิ้มน้อยๆเป็นการทักทาย​ เห็นชิงชิงพยักหน้าหงึกหงักแล้วรีบวิ่งกลับมาส่วนเสี่ยวเอ้อคนนั้นก็เดินจากไป  

"มีอะไรกัน​ นี่เจ้าสนิทกับเขาขนาดนั้นเลยรึเนี่ยข้าไม่เห็นรู้เลย" 

"/// บ่าวแค่คุยกันแลกเปลี่ยนข้อมูลนิดหน่อยเท่านั้นเจ้าค่ะ" 

"แล้วข้อมูลที่ว่านี่คืออะไรรึ​ ข้ารู้ได้หรือไม่" 

กล่าวล้อเลียนใบหน้าแดงน้อยๆของนางจนเริ่มจะบิดตัวไปมาก่อนทำท่านึกขึ้นได้ก็สะบัดศีรษะ​แล้วทำหน้าจริงจังพูดกับข้า  

"เขากล่าวว่าคุณหนูเซียนเออร์ชวนท่านไปทานมื้อเที่ยงด้วยกันที่โรงเตี้ยมเจ้าค่ะ"  

"นี่นางว่างมากเลยสินะ​ ถึงได้ส่งคนมาชวนข้าอยู่ได้แทบทุกวัน" 

"จะไม่ไปรึเจ้าคะ"

"ไป" แล้วข้าก็หันหลังเดินขึ้นรถม้าทิ้งชิงชิงไว้ด้านหลังให้นางตามขึ้นมาข้าก็ทำทีเป็นหลับทันที​ ถึงแม้จะบ่นไปแต่ใจก็อยากเจอพวกเพื่อนฝูงอยู่ดีนั่นแหละ

"ว่าแต่​ นางชวนข้าไปด้วยเรื่องอะไรเป็นพิเศษ​รึเปล่า"

"นางบอกว่า​ เห็นคุณหนู​ทำงานหนักเมื่อกลางวันและอาหารจากที่จวนคงไม่ทำให้ท่านอิ่มนางเลยอยากชวนท่านมาเลี้ยงข้าวสักมื้อเจ้าค่ะ"

"นางเลี้ยงข้าแทบทุกมื้ออยู่แล้วหล่ะถ้าข้ามากินที่นี่หน่ะ"

"คุณหนู​ก็นำเงินไปรวมกองกลางด้วยสิเจ้าคะ​ ข้าไม่เห็นท่านจะเอามันเข้ากองด้วยเสียทีมีแต่คุณหนู​ฝาแฝดกับเซียนเออร์เอง​"

"ส่วนของข้าหน่ะมันก็มาจากฝาแฝดยังไงหล่ะเราทำธุรกิจ​กันเจ้าไม่รู้รึไง"

"ถูรากี​ คือสิ่งใดเจ้าคะ​ แล้วบ่าวจะไปรู้ได้อย่างไรกันเจ้าคะ"

"คำของข้าเจ้าไม่ต้องรู้หรอก​ รู้แค่ว่าข้ามีสินค้าที่ขายในร้านเครื่องประดับเพราะงั้นเงินส่วนนั้นจึงอยู่กับเจ้าแฝดไม่ใช้ข้าอย่างไรหล่ะ"

"อาา​ แล้วคุ.. "

"อ้ะ!  ถึงแล้วๆ​ ลงไปได้แล้วชิงเออร์" 

"เห้ออ​ เจ้าค่ะ"


จริงๆแล้วแบบเครื่องประดับพวกนั้นก็ไม่ได้สร้างรายได้มากขนาดนั้นหรอกเพียงแค่มันมีหลายแบบเท่านั้นจึงทำให้มีรายได้ขึ้นมาบ้าง​ แต่ก็ดีที่ข้าไม่ต้องยุ่งยากไปแบ่งเองว่าจะเอาเข้ากองกลางเท่าไหร่เอาเข้ากระเป๋า​ตัวเองเท่าไหร่เพราะหนี่ห์เออร์เป็นคนคอยดูแลให้อย่างดี​ ข้าเพียงตรวจบันทึกรายจ่ายพอเป็นพิธี​เท่านั้น



ปลายยามเซิน​ (16:30)

ตอนนี้ข้ากำลังนั่งรอแม่ตัวดีที่จะไปบอกคนครัวเรื่องอาหารแต่เจ้าตัวยังไม่มาให้ข้ารออยู่ที่โต๊ะ​ สงสัยจะหาขนมกินตามเคยหล่ะ

"มาแล้ว​ๆ​ รอนานหรือไม่"

"ฮ้าวว​ว​ ข้าหลับไป10ตื่นได้แล้วกระมัง" ทำท่าปิดปากหาวแล้วโน้มตัวฟุบที่โต๊ะ​ทันที​ 

"ข้าไม่ได้ไปนานขนาดนั้นเสียหน่อย​ เจ้านี่เล้นใหญ่​ซะจริง"

"ข้าหลับจริงต่างหาก​ เจ้าเถอะหาขนมกินอีกแล้วสิเนี่ย"

"ก็แหม​ วันนี้แม่ครัวทำของหวานได้อร่อยมากเลยนี่นา"

"ก็อย่างนี้แหละเจ้าเห็นของหวานดีกว่าสหายอย่างข้าไง"

"โถ่ เสี่ยวเฟิงเจ้าอย่าน้อยใจสิ​  ข้ารีบกินแล้วรีบมาที่สุดแล้วแต่มันเหลือตั้งครึ่งหม้อ​ แหน่ะ​ ข้าก็เลย​ก็เลย...แฮะแฮะ" นางยิ้มเจื่อนๆส่งมาเป็นการสำนึกผิด

"ช่างเถอะวันนี้ข้าค่อนข้างเบื่อหน่ายหน่ะเลยอารมณ์​เสียใส่เจ้า​  แล้ววันนี้เรามีเมนูอะไรบ้างเอ่ย"  

ข้าไม่อยากยืดเวลาเพราะน้ำลายเริ่มสอตั้งแต่นางวางถาดอาหารลงตอนที่เราพูดกันแล้วจึงรับถามเพราะความอยากล้วนๆมิได้ยกโทษ​ให้แต่อย่างใดเพราะก็มิได้โทษนางแต่แรกแต่ก็ดี​ นางจะได้ปฏิบัติ​ตัวดีขึ้นไม่เห็นแก่กินขึ้น

"ข้าต้องขอโทษ​จริงๆ"

"ก็ข้าว่าไม่เอาความเจ้าอย่างไรเล่า"

"ฮิฮิ​ งั้นเรามาทานกันดีกว่า​ วันนี้ข้าสั่งหมูอบน้ำผึ้งสูตรพิเศษ​กับน้ำจิ้มจากซ่านเสิงมาด้วยหล่ะยังไม่เคยลองคิดจะให้เจ้าช่วยตัดสินว่าควรนำมาขายรึไม่หน่ะ"

"งั้นข้าทานหล่ะนะ" กล่าวจบมหกรรมการจ้วงก็เริ่มขึ้น​ สงสัยข้าวกลางวันจะไม่พอจริงๆ​ แต่หมูกับน้พจิ้มนี่ก็เด็ดดวงจริงๆสงสัยต้องขอสูตรไปให้แม่ครัวที่เรือนเสียหน่อยแล้ว​



ยามอิ่ว(17:00)

หลังสงครามการกินเสร็จสิ้นพวกเราก็ได้มาเดินย่อยตลาดในช่วงเย็นโดยมีชิงเออร์และเสี่ยวเอ้อน้อยที่คุ้นหน้ากันดีเดินตาม​ เดินเลือกซื้อของจุกจิกได้เล็กน้อยเสี่ยวเซียนก็ไปเจอซุ้มจับรางวัลข้างๆแม่น้ำเข้า​ มีสร้อยข้อมือมงคลเป็นของรางวัล​ เพียงแค่จ่าย​ 50 ตำลึง​แล้วปาลูกดอก​ใส่ผืนหนังหากแทงทะลุครบ​ 5  ลูกของรางวัลก็จะตกเป็นของคนนั้นทันที​ มีคนเล่นได้เพียง​ 2 คนเท่านั้น​ เป็นชายร่างกำยำ​ 2  คนเลยทีเดียว​

"นี่​ ดูนั่นสิผู้ที่สามารถเล่นได้ครบ​ 5​ ลูกหน่ะ  เจ้าเห็นแขนของเขาหรือไม่แล้วดูแขนเจ้าสิ​ ข้าว่าเจ้าอย่าทำให้ตนเองต้องเศร้าใจจากแรงอันน้อยนิดของตนเลย"

"เดี๋ยว​สิ​ ข้าแรงเยอะนะ​ อาหารที่เรากินวันนี้ก็เพิ่มพลังให้ข้าเยอะเลยด้วย​ เจ้าดูให้ดีหล่ะข้าจะเอามาฝากเจ้าเส้นนึงเลย" แล้วนางก็เดินฝ่าฝูงชายร่างใหญ่เข้าไปจ่ายเงินเพื่อปาเป้า​ ข้าที่ไม่คิดว่านางจะได้อยูแล้วจึงหันหาที่นั่งรอ​ เหลือบไปเห็นตั่งยาวใต้ต้นไม้ใกล้กับแม่น้ำจึงบอกแก่ชิงเออร์ว่าให้รอเสี่ยวเซียนไปไม่ต้องตามมาข้าอยากอยู่คนเดียว​ นางทำหน้าสงสัย​ ข้าจึงชี้ไปที่ตั่งริมน้ำนางจึงตอบตกลง


นั่งเล่นตรงนี้อยู่สักพักจิตใจกลับสงบยิ่ง​ จนเผลอพูดกับตนเองเสียงเบา

"ที่นี่จะมียุงบ้างรึเปล่านะ​  ตั้งแต่เกิดมาข้าไม่เห็นจะเคยเห็นเลยสักครั้ง"

"สิ่งที่เจ้ากล่าวถึงเป็นสิ่งมีชีวิตรึ"

"ก็ใช่หน่ะสิ​ ยุงที่มะ... เอ้ะ!"

รีบหันขวับไปด้านหลังทันที​ ก็พบกับชายในหมวกสานไม้ไผ่​คนเดิมเพราะเขามีหยกพกเป็นสีน้ำเงินเข้มลวดลายและพู้ห้อยเหมือนกันเป๊ะ

แต่ต่างตรงที่ครานี้เขาเปิดผ้าที่คลุมหมวกอยู่ให้เห็นใบหน้าได้ชัดเจน​ จึงได้เห็นว่าเป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้างดงามท่านนึงเลยทีเดียว​ แต่กลับทำสีหน้าเย็นชายิ่ง​ แต่นั่นกลับทำใจข้าสั่นไหวไปวูบใหญ่ทีเดียวจนเขาต้องเอามือมาอุลที่หน้าผากและถามข้าจึงได้สติ

"เป็นอันใด​จึงหน้าแดงเยี่ยงนี้หล่ะ" เสียงทุ้มหวานที่ไม่เข้ากับใบหน้าเย็นชานั้นเป็นอะไรที่ลงตัวสุดๆ

"อ้ะ​ ปะ... เปล่าซะหน่อย" กล่าวปฏิเสธ​เสียงสั่นก็รีบหับกลับมานั่งลงอย่างรวดเร็วและเอามือปิดหน้าค้อมตัวลงเพื่อปกปิดใบหน้าที่แสดงอาการน่าอายเสีย​


ฟุบ  

เสียงจากด้านข้าที่ว่างไว้​ เป็นการบอกให้รู้ว่าชายที่อยู่ด้านหลังตอนนี้ย้ายทานั่งข้างๆกันเสียแล้ว  

"เจ้ามานั่งข้าข้าทำไมเนี่ย"ส่งเสียงถามอย่างเดือดดาล​

"ข้าเมื่อย" เท่านั้นแล้วจึงถอดหมวกของตนออกวางไว้ขั้นกลางระหว่างทั้งสอง

"ว่าแต่ไอ้ตัวที่เจ้าพูดถึงนี่มันทำอะไรรึ"

"เสียงถามไม่แสดงอารมณ์​ประมาณ​ว่าจะตอบหรือไม่ก็ได้นะข้าไม่สนใจ

".... "

"เห้ออ... ข้าต้องขออภัยเจ้าด้วย​ อรื่องเมื่อกลางวันหน่ะ"  

ข้ารีบเงยหน้าขึ้นมามองเขาทันที

"ข้าตกใจที่เจ้าวิ่งมาแล้วกล่าวอะไรตั้งมากมายหน่ะ"

"แค่นั้น? จริงเหรอ" สีหน้าตอนนี้ของข้าคงมีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมดเขาจึงมีสีหน้ากังวลขึ้นมา

"เอาเป็นว่าเจ้าอย่าไปพุ่งใส่ใครแล้วก็พูดอะไรยืดยาวแบบนั้นอีกนะ"

"เอ๋​ ก็มันคืองานนี่นา ข้ามีหน้าที่เสนอสินค้าให้ลูกค้าไม่พูดสรรพคุณ​แล้วใครจะอยากซื้อหล่ะข้าว่าเจ้านั่นแฟละขวัญ​อ่อนไป"

"เป็นตามที่เจ้าว่า"

"ก็ต้องเป็นงั้นอยู่แล้วหล่ะ​ ฮึ"

"งั้นข้าขอตัว"

"อืม ... เดี๋ยว​สิ" 

ข้ารีบหันไปกล่าวเรียกเข้าเอาไว้ได้ทันพอดีเขาทำสีหน้าสงสัยบ้าง

"เจ้าชื่ออะไร​ ข้าฉิงเฟิง" เขาได้ยินก็ยิ้มตอบ

"ผู้คนเรียกข้าว่าซ่างเฉิน"

แล้วเขาก็เอาหมวกคลุมหัวแล้วเดินเข้าฝูงชนไป​ สวนกับเสี่ยวเซียนที่เดินคอตกมาพอดี​ตามมาด้วยชิงชิงและเสี่ยวเอ้อที่มีห่อลูกท้อและเกาลัดคั่วน้ำตาลจากร้านข้างๆมาด้วย

"ซ่างเฉิน" 

เอ่ยทวนชื่อนั่นรู้สึกคุ้นๆแต่็เลิกสนใจเมื่อเสี่ยวเซียนเดินมายืนอยู่ตรงหน้าท่าทางห่อเหี่ยวจึงเอ่ยแซวนางทันที

"ไหนหล่ะกำไลของข้า" 

"โถ่  เจ้าเห็นในมือจ้าหรือไม่เล่า" นางมีสีหน้าบูดบึ้งจึงสำทับเรื่่องแรงอีกรอบ

"ข้าบอกเจ้าแล้ว​ มีเนื้อเยอะใช่ว่ากำลังจะเยอะไปด้วยเสียหน่อย" 

รับถุงขนมจากเสี่ยวเอ้อแล้วหันกลับมานั่งทานไม่สนใจคนพ่ายแพ้กำลังตนเองที่กำลังทำสีกน้าตกใจที่เสี่ยวเอ้อยื่นขนมให้ข้าแทนที่จะยื่นให้นาง

"อื้มม​ เกาลัดถุงนี้​รสชาติดีจริงๆกลิ่าหอม​ ​มัน​ หวานนิดๆ​ สงสัยว่าข้าต้องให้เจ้ามาซื้อให้บ่อยๆเสียแล้วหหล่ะชิงเออร์"

"เจ้าค่ะ"

"ว่าแต่เจ้าจะยืนอ้าปากให้แมลงวันบินเขเาก่อนรึไง" 

ข้าหันไปถามนางกวนๆ​ นางจึงได้สติรีบมานั่งแล้วทำท่าจะฉกถุงขนมไปจากตักข้า​ข้าที่รู้ทันจึงทำทีเป็นลุกขึ้นหลบมือของนางได้อย่างเฉียดฉิว

"อ้าา​ เฟิงเออร์นั่นขนมของข้าน้าา"

"อะไรกัน​ นี่เจ้ายังกินไม่พออีกรึ​ อยากอ้วนพุงพุ้ยก่อนรึไงจึงจะหยุดกินหน่ะห้ะ"

"ก็มันอร่อยนี่นา" นางก้มหน้าอย่างสำนึก

"เห้อออ​ งั้นต้องแบ่งกับข้าไม่อย่างงั้นเจ้าไม่ได้กินมันแน่ครานี้หน่ะ"

"ก็ได้​ ไม่เห็นเป็นอันใดเลย" แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างน่ารักก่อนที่จะวิ่งมาเกาะแขนข้าและหยิมเกาลัดใส่ปาก

"นี่ก็เย็นมากแล้วเรากลับกันเถอะ"

"อื้มม​ แล้วคืนนี้เจ้าจะนอนกับข้าที่โรงเตี้ยมหรือไม่" นางข้าทั้งที่พึ่งจะกัดผลท้อหายไปครึ่งลูก​ 

"เจ้ากลืนก่อนค่อยถามจะได้มั้ยฮึ" 

"แฮะแฮะ"  

"เห้ออ​ เอาเถอะ​คืนนี้ข้านอนกับเจ้าอีกคืนแล้วกัน​ ลิงเออร์รบกวนเจ้าอีกแล้ว​ ช่วยบอกท่านแม่ด้วยว่าพุ่งนี้ข้ากลับบ้าในตอนเย็นคราเดียวเลยนะ" 

"เจ้าค่ะ​ งั้นบ่าวขอตัว" 

"อืม"

แล้วนางก็เดินฝ่าฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็ว​ ข้าจึงลากเสี่ยวเซียนที่เกาะเป็นปลิงคอยหยิบขนมในมือข้าเข้าปากกลับโรงเตี้ยมไปอย่างเชื่องช้า​พอมาถึงก็ปาเข้าไป​ ปลายยามอิ่วแล้ว​ พอขึ้นห้องได้คนบอกยามก็บอกเวลายามซวีทันที​ ข้าจึงเร่งให้เสี่ยวเซียนที่กินของในถุงหมดแล้วและกำลังจิบชาล้างปากไปอาบน้ำส่วนข้าก็รีบอาบน้ำแล้วเราจึงเข้านอนพร้อมกันในอีก 2 เค่อต่อมา




เป็นตอนเนิบๆอีกนามเคย​ เอเขียนตอนนี้ค้างไป​ 3 วันเลยค่ะอืดมากจริงๆ​ 

 ปล.​ ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ฮาเร็ม​น้าา  

ปล2.ขอคอมเมนท์​เป็นกำลังให้หัวแล่นเร็วๆด้วยนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าเด้ออ​ บายย




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น