greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 13 : ประโยคที่ไม่ทันได้ตั้งตัว (18+)

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 : ประโยคที่ไม่ทันได้ตั้งตัว (18+)

คำค้น : y yaoi ภรรยาที่ดี เฮียเหวินน้องหลิว สายกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 47.9k

ความคิดเห็น : 171

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2561 20:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 : ประโยคที่ไม่ทันได้ตั้งตัว (18+)
แบบอักษร

​ตอนที่ 13 : ประโยคที่ไม่ทันได้ตั้งตัว


“ปล่อย ! ” 

ทันทีที่พูดออกไปแบบนั้น ข้อมือเล็กก็ถูกปล่อยเป็นอิสระทันที ถึงกระนั้นเสี่ยวหลิวก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ ห้องรับแขกที่มีเพียงพวกเขาสองคน ประตูไม้สักปิดสนิทและร่างสูงใหญ่ของสามีที่ยืนขวางทางเอาไว้ 

เสี่ยวหลิวไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นอะไร เขาไปทำอะไรให้หงุดหงิดใจงั้นเหรอ ?  ในเมื่อทั้งงานก็ไม่ได้เอาตัวเข้าไปใกล้ ไม่ได้สนทนากันด้วยซ้ำ 

ดวงตาคมซึ่งเจือความไม่พอใจชัดเจนจดจ้องรอยแดงบนลำคอขาว ซุนไป่หาน...ไอ้เพื่อนเวร มันกล้าแตะต้องภรรยาของเขาได้ยังไง !  หวังหย่งเหวินไม่เคยแม้แต่จะอาจหาญทำเรื่องพวกนี้เลยสักครั้ง เสี่ยวหลิวที่เขา ‘เคย’ ทะนุถนอมมาตลอด เพราะไม่อยากให้แตกสลาย อดใจไว้จนกว่าจะถึงวันแต่งงาน กลับโดนตีตราเพียงเพราะคลาดสายตาไปในระยะเวลาแค่สิบนาที

เขาทั้งโกรธตัวเองทั้งโกรธคนตรงหน้า 

โกรธที่ตัวเองรู้เรื่องทุกอย่างช้าไป โกรธที่คนตรงหน้ากล้าพูดออกมาว่า ‘อยากลอง’

“นายกล้าทำแบบนั้นได้ยังไง” ในห้องน้ำของโรงแรม ไม่มียางอายแม้แต่จะหาที่มิดชิดกว่านี้ ถ้าเขาไม่เอะใจและตามไปดู ทุกอย่างคงจะเลยเถิดไปมากกว่าที่เห็น อาจจะไม่ใช่แค่การใช้ปาก อาจจะไม่ใช่แค่เสื้อผ้าที่หลุดรุ่ย 

เสี่ยวหลิวที่อยู่ในอ้อมแขนของซุนไป่หาน แทนที่จะเป็นเขาคนนี้

แค่คิดก็รู้สึกไม่พอใจจนต้องกำมือแน่น เขาเป็นอะไรไป ทำไมถึงได้รู้สึกร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว

“กล้าอะไร”

“กล้าให้มันทำเกินเลย” 

“เกินเลยตรงไหน มีอะไรที่เกินเลย” คิ้วเรียวขมวดมุ่น ให้ลองเครื่องสำอางมันเกินเลย ?  

ความไม่รู้สึกรู้สาที่แสดงออกมาทำให้หย่งเหวินต้องหมดความอดทน

“โธ่เว้ย !  นี่นายซื่อหรือโง่กันแน่ นายให้มันทำรอยที่คอ เสี่ยวหลิว นายให้มันทำรอยจูบที่คอ ! ” 

เสียงตะโกนราวกับฟ้าผ่าจนต้องยกมือขึ้นปิดหูอีกครั้ง เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว “บอกแล้วว่าอย่าตะโกน ! หนวกหู ! ” มองหน้าสามีที่ยืนหอบหายใจ ใบหน้ามืดครึ้ม เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ถึงมันจะดูเหมือนมากก็เถอะ “เฮียเขาไม่ได้ทำรอยจูบ เขาลองเครื่องสำอางให้ที่คอเฉย ๆ ! ”

ร่างสูงนิ่งทันทีกับคำตอบที่ได้รับ นี่แหละคือเรื่องจริง ทำรอยบ้าบออะไร มันก็แค่ฝุ่นสี สรุปว่าที่โกรธเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม จะบอกให้ว่าเข้าใจผิดแล้ว !  

คนตัวเล็กคิดว่าเรื่องราวจะคลี่คลายตรงนี้หลังจากทุกอย่างเปิดเผย ทว่ามันกลับทำให้หวังหย่งเหวินดูหัวเสียเข้าไปใหญ่ เหมือนกับการโยนฟืนเพิ่มเข้าไปในกองไฟ

“เครื่องสำอาง ? ”

“ใช่ เครื่องสำอาง” 

“คิดว่าฉันโง่ ? ” กัดฟันแน่น อยากจะกระชากภรรยาเข้ามาใกล้แล้วตะโกนใส่หน้าว่าเขาไม่ได้ไอคิวต่ำพอที่จะเชื่อการโกหกไร้ซึ่งชั้นเชิง “แล้วทำไมต้องไปลองที่คอ” ไหนลองให้เหตุผลที่เข้าท่ามาสักหนึ่งข้อ

“เฮียหานบอกว่าคอหลิวขาว”

แค่นเสียงหัวเราะ “หน้านายก็ขาว ท้องแขนก็ได้นี่ หรือทำไมไม่ลองที่ฝ่าเท้าล่ะ ตรงนั้นมันไม่เคยต้องโดนแสงแดด บ้าเอ๊ย ! สารภาพมาเถอะว่าพวกนายกำลังจะทำเรื่องอย่างว่า”

“จะบ้าเหรอ ! ” ตกใจจนต้องเบิกตากว้าง ทำเรื่องอย่างว่าบ้าอะไร เขาเมาก็จริง แต่ไม่ได้ไร้ยางอายพอที่จะทำอนาจารในที่สาธารณะแบบนั้นนะ “ก็บอกว่าลองเครื่องสำอาง มันเป็นสินค้าตัวใหม่ ! ”

“ถ้าลองเฉย ๆ  แล้วมันจะเอาหน้าไปซุกที่คอนายทำไม หรือจะบอกว่ามันเซล้มแล้วเป็นอุบัติเหตุ ? ” ทำให้มันเป็นเหมือนเรื่องราวในละคร แต่ขอโทษ นี่มันชีวิตจริง  

“ใช่ ! เราไม่ได้ทำอะไรกัน นั่นเพื่อนเฮียและหลิวก็ไม่ใช่คนแบบนั้น” เฮียเหวินก็รู้ว่าเสี่ยวหลิวเป็นคนยังไง สิบปีมานี้เขาไม่เคยออกนอกลู่นอกทางมาก่อน รักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ก็เพื่อมอบให้คนที่เป็นรักแรกเสมอมา 

แม้หลังจากนี้จะไม่มีโอกาสมอบให้อีกแล้วก็ตาม

“เสี่ยวหลิว เรื่องมันชัดเจนขนาดนี้นายยังโกหกหน้าตายอยู่อีก” หวังหย่งเหวินเสยผมแรง ๆ  หมดคำจะพูด เขาเบื่อหน่ายกับท่าทางใสซื่อนั่นเต็มทน คำพูดที่พยายามปฎิเสธกับหลักฐานที่เห็นชัดคาตา  

เสี่ยวหลิวไม่ได้ไร้เดียงสาอีกต่อไป ถ้านี่เป็นเมื่อหลายปีก่อนเขาคงเชื่ออย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แต่การมาอยู่ที่ปักกิ่งเกือบเดือนพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น

“นายให้มันทำตั้งหลายรอยโดยไม่โวยวายอะไร ทั้งที่เทียนฉีก็เฝ้าอยู่ข้างนอก แค่นายตะโกนมันก็พร้อมจะเข้ามาช่วย แต่ที่นายเงียบจนถึงตอนที่พวกฉันเปิดประตูเข้ามา ยอมรับมาเถอะว่าที่จริงนายเองก็สมยอม”

“เฮียเหวิน ! ” ใบหน้าเล็กขึ้นสีด้วยความโมโห คำพูดปรามาสเขาทั้งที่ไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด แถมยังดูถูกเขาในฐานะภรรยาจนต้องอับอาย 

ว่าอะไรมาเขายังพอรับได้ เหยียบย่ำหัวใจเขายังไงก็ยังพอรับได้

แต่แบบนี้มันมากเกินไป 

“ในหัวเฮียคิดแต่เรื่องพวกนี้รึยังไง” คำพูดดูถูกทำเอาเจ็บปวดจนดวงตาเรียวสวยต้องหรี่ลงต่ำมองพื้นอย่างสะกดกั้นอารมณ์ จมูกเล็กแดงขึ้น รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว ตั้งใจจะไม่อ่อนแอ แต่โดนไปขนาดนี้ใจที่พยายามแข็งแกร่งยังไงก็แทบแบกรับไม่ไหว

“ไม่ใช่นายหรอกเหรอที่ในหัวคิดแต่เรื่องพวกนี้” แสยะรอยยิ้มร้ายกาจ “ตั้งแต่มาปักกิ่งแล้ว อย่าให้นับเลยว่ากี่ครั้งที่นายพยายามยั่วฉัน” กี่ครั้งที่นายพยายามใช้ร่างกายกระตุ้นฉัน ทั้งคำพูด ทั้งท่าทาง บ่งบอกความต้องการที่อยู่ส่วนลึกข้างใน ด้านที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน จากลูกแมวสีขาวเป็นแมวยั่วสวาทที่พร้อมจะล่าเหยื่อ

เสี่ยวหลิวพูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากค้าง ปฎิเสธไม่ได้ว่าเขาทำเช่นนั้นจริง ๆ  แต่นั่นมันเพราะเขาอยากมัดใจเฮียเหวินด้วยกามสูตรตระกูลหวัง กับท่าทางแบบนั้นเขาไม่ได้ทำไปทั่ว เขาไม่เคยคิดเรื่องแบบนั้นกับผู้ชายคนไหน ไม่เคยคิดอยากจะนอนกับใครนอกจากเฮีย !  

“พอฉันตอบสนองไม่ได้ นายก็คิดจะไปเล่นกับคนอื่นแทน” ความโมโหผสมผสานไปกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมา หย่งเหวินไม่ได้ตระหนักเลยว่ายิ่งเขาพูดถ้อยคำร้ายกาจใส่ภรรยาตนเท่าไหร่ ในใจกลับยิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น ระดับตรรกะของเขาลดน้อยลงกว่าเวลาปกติมาก จนไม่อยากจะคิดว่าคน ๆ นี้มีตำแหน่งเป็นถึงผู้บริหาร อาจจะเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้เขาจับเรื่องนั้นมาผูกเรื่องนี้ยิ่งกว่านักแต่งนิยายชื่อดัง ร่างสูงเพียงปรารถนาที่จะเห็นคนตรงหน้าจนมุม พ่ายแพ้ เขาอยากได้ความสะใจ ให้เสี่ยวหลิวรู้สึกผิดเท่ากับ 'ความรู้สึกบางอย่าง' ที่เขาได้รับ 

“ถ้าคืนนั้นฉันยอมนอนด้วย นายก็คงไม่ทำตัวแบบนี้ใช่ไหม ความเหงาที่นายมีคงได้รับการเติมเต็มโดยไม่ต้องพึ่งจากคนอื่นที่ไม่ใช่สามีตัวเอง”

สิ้นคำพูดดูถูกเกินจะรับได้ กำปั้นซึ่งโผล่พ้นจากแขนเสื้อขาวถูกปล่อยอัดระแทกเข้าใบหน้าคมอย่างแรง เสี่ยวหลิวทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาคิดดีแล้วล่ะที่จะหย่ากับผู้ชายปากร้าย 

ต่อยให้ได้สติเสียบ้าง จะได้เลิกโวยวายเป็นหมาบ้า !

คนเป็นสามีลูบแก้มที่ชา ได้รสเลือดออกมาจนต้องถุยลงบนพื้นพรมราคาแพง เสี่ยวหลิวตั้งใจว่าจะวิ่งหนี หนีไปจากคนใจร้าย แต่พอเห็นความดุดันที่แผ่ออกมากลับก้าวขาไม่ออก แม้แต่โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกยังไม่กล้าเอื้อมมือไปหา

“นายกล้าต่อยฉัน ? ” น้ำเสียงราบเรียบเย็นสุดขั้วหัวใจ ดวงตาวาวโรจน์ราวกับต้องการฉีกกระชากฆ่าให้ตาย  

“ทำไมจะไม่กล้า”  ถือว่าเก่งมากแล้วที่ยังบังคับน้ำเสียงให้ไม่สั่น ความกลัวที่พุ่งขึ้นมาทำให้เสี่ยวหลิวค่อย ๆ สร่างเมา พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงเชิดคางอย่างถือดี

อย่างน้อยก็จะแตกหักกันแล้ว ก็เอาให้มันสุด ๆ ไปเลยแล้วกัน

“ฟังนะ เฮียหานแค่ลองเครื่องสำอางให้” พยายามจะอธิบายอีกครั้ง นิ้วเรียวขยี้รอยบนผิวหวังให้จางลง ทั้งลำคอ ไหปลาร้า แผ่นอกที่โผล่พ้นจากขอบเสื้อ ผ่านไปเกือบนาทีจึงพูดต่อ “เห็นไหม รอยมันหายไปแล้ว ! ทีนี้จะหายบ้าได้รึยัง”

คาดหวังว่าจะได้ฟังคำขอโทษหรือแววตาสำนึกผิดจากผู้เป็นสามี แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นรอยยิ้มเยาะแทน หย่งเหวินไม่ได้พูดอะไร กลับใช้แขนยาวดึงไหล่เล็กให้เดินไปยังห้องน้ำ 

เสี่ยวหลิวขืนตัวเอาไว้ แต่ถึงยังไงก็สู้แรงคนตัวใหญ่ไม่ได้ มันเป็นแค่การประวิงเวลาก็เท่านั้น “ยังจะเอาอะไรอีก ! ” ตะโกนหวังว่าจะให้ร่างสูงได้สติ ลบรอยก็ทำให้ดูแล้ว เลิกทำตัวหยาบคายสักทีได้ไหม เขาไม่ใช่ตุ๊กตานะ ที่จะจับลากจับเหวี่ยงไปทางไหนก็ได้ตามใจชอบ

เฮียเหวินจับตัวเขาให้หันหน้าเข้าหากระจกบานใหญ่ เงาสะท้อนตรงหน้าทำให้คนตัวเล็กเงียบเสียงลงทันที

ตรงนั้น ที่คอของเขายังมีรอยอยู่ แถมยังแดงมากกว่าเดิมเพราะออกแรงถูไปเมื่อกี้ 

บ้าน่า...

“ไหนบอกฉันอีกทีสิว่ามันเป็นแค่เครื่องสำอาง” สามีที่ยืนซ้อนด้านหลังสบตากับเขาในกระจก มันทำให้เสี่ยวหลิวรู้สึกขนลุก “พูดให้ฉันได้ยินชัด ๆ อีกครั้งสิ” 

“...ม-มันเป็นเครื่องสำอาง...” ทั้งสั่นทั้งแผ่ว เขาหัวหมุนไปหมด ทำไมมันลบไม่ออก สีฝุ่นนั่นเป็นชนิดพิเศษ ?  ใช่แล้ว เขานี่โง่จริง เครื่องสำอางระดับพรีเมี่ยมที่ไหนจะลบออกเพียงแค่โดนนิ้วปาดไปมา มันจะต้องมีตัวทำละลาย 

“เสี่ยวหลิว ถ้านายยังยืนยันแบบนั้นฉันก็จะช่วยพิสูจน์ให้เต็มที่” แสดงความจริงใจด้วยการดันร่างของภรรยาเข้าไปในตู้กระจกใสที่มีฝักบัวอยู่ 

เสี่ยวหลิวพยายามถอยหลัง แต่กลับโดนจับพลิกหันหลังขนานไปกับผนังกระเบื้องสีขาว พริบตาเดียวก็มีสายน้ำมากมายพุ่งออกมาจากฝักบัวไหลรดลงบนศีรษะจนเส้นผมสีบลอนด์ขาวเปียกลู่ ไล่ลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก ผ่านลำคอและแผ่นอก จนชุดสีขาวแนบไปกับร่างกาย อวดสิ่งที่ซ่อนอยู่ให้เผยสู่สายตา

นิ้วโป้งแตะลงบนลำคอ ยิ่งเห็นรอยจูบที่ซุนไป่หานทำก็ยิ่งทำให้หวังหย่งเหวินลงมือถูแรงขึ้นไปอีก กล่าวถ้อยคำประชดประชัน “ฉันจะช่วยนายล้างออกเอง” ทั้งไหปลาร้าและแผ่นอกแดงเถือก รู้สึกเหมือนผิวหนังจะหลุดร่อนเป็นแผ่น ๆ

คนตัวเล็กพยายามร้องห้าม เขาอยากจะบอกว่าถ้ามันลบไม่ออกคงเป็นเพราะเครื่องสำอางของซุนไป่หานกันน้ำ มันจำเป็นต้องใช้น้ำยาเช็ดเครื่องสำอาง แต่พอเปิดปากเพียงนิดดันกลายเป็นว่ากลืนน้ำเข้าไปอึกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้ ทำได้เพียงแค่หรี่ตามองสามีที่ไม่ลดความรุนแรงลง ตัวเขาโดนกักขังไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแรงไร้ซึ่งช่องว่างในการหลบหนี

ลบเท่าไหร่ก็ลบไม่ออก รอยกลับยิ่งแดงขึ้นราวกับจะเยาะเย้ยสามีที่ทำตัวหึงหวงเหมือนหมาบ้า แถมยังเป็นหมาบ้าที่ไม่รู้ตัวอีก  ปล่อยให้มันทำเยอะขนาดนี้ ปล่อยตัวเกินไปแล้ว ทำเหมือนตัวเองไม่มีเจ้าของ ฉันเป็นสามีนาย นายเป็นภรรยาฉัน เป็นคนของฉัน รอยจูบพวกนี้มันอะไรกัน 

หวังหย่งเหวินกำลังจะอ้างสิทธิความเป็นสามี ทั้งที่ไม่เคยจะยอมรับสถานะดังกล่าว เขาลืมเรื่องที่ตัวเองเมินเฉยแล้วไปนอนกับพนักงานสาวเสียสนิท ชายหนุ่มทำได้ ทำไมภรรยาของเขาจะทำไม่ได้บ้าง !

“ซุนไป่หาน” คำรามเรียกชื่อเพื่อนสนิทที่ตอนนี้คงกำลังนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลไหนสักแห่ง 

ช่างมัน ถ้ารอยมันลบไม่ได้ก็ทำรอยใหม่ทับไปสิ จะไปยากอะไร !

เรือนผมสีดำสนิทถูกเซตอย่างดีลู่ลงปรกหน้าทันทีเมื่อขยับเข้าไปอยู่ใต้ฝักบัว เสื้อผ้าโดนสายน้ำเย็นกระหน่ำไม่เหลือความเรียบเนียน ริมฝีปากซึ่งมักจะคอยพ่นถ้อยคำร้ายกาจประทับลงบนลำคอขาวอย่างรวดเร็ว ใช้มือล็อคหลังคอคนอายุน้อยกว่าไว้ให้มั่น

เสี่ยวหลิวตกใจ แต่เบิกตากว้างไม่ทันไรก็ต้องหลับตาแน่น ทั้งสายน้ำที่บดบังวิสัยทัศน์ทั้งความรุนแรงที่ดูดดุนกับรอยสีฝุ่นที่ต้นคอ ทุกอย่างโจมตีเขาไม่บันยะบันยัง

“เฮียเหวิน ! ”   

ไม่ได้สนใจเสียงร้องซึ่งผสมปนเปกับอาการสำลักน้ำ แรงที่พยายามผลักออกไม่ได้สั่นคลอนคนที่มีเป้าหมายในหัวสักนิด หย่งเหวินใช้เวลากับแต่ละจุดจนแน่ใจว่ารอยใหม่ที่สร้างขึ้นนั้นเป็นสีเข้มมากพอที่จะทับตราของซุนไป่หานสนิท เม้มริมฝีปากแรง ๆ หลายทีจนเนื้อแทบจะหลุดติดกลับไปเมื่อถอนปากออก 

“อ-อย่า” ไม่ได้นะ เฮียเหวินจะสัมผัสตรงนั้นไม่ได้ ส่วนลำคอของเสี่ยวหลิวไวต่อสัมผัสมาก ยิ่งรู้สึกอ่อนแอเข้าไปอีก ถ้าขืนยังทำต่อคงต้องทรุดลงไปนั่งกับพื้นจริง ๆ 

หวังหย่งเหวินไม่ได้สนใจ เขากลายเป็นคนหูหนวกไปชั่วขณะ ไล่ลงมายังไหปลาร้าสวย ถอนใบหน้าออกมาช้า ๆ เพื่อตรวจสอบผลงานในครึ่งแรก ดวงตาคมมองกระดูกบริเวณนั้นอย่างหลงใหล ถึงกับต้องเอื้อมมือไปปิดน้ำเพื่อให้ดวงตาเปิดรับภาพได้ชัดเจน

เขารู้แล้วว่าทำไมเพื่อนเขาถึงไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ 

นั่นก็เพราะภรรยาเขามีเสน่ห์มากเกินไป

ในสภาพไม่มีทางสู้ ผมไม่เป็นทรง เสื้อผ้าเละเทะอุ้มน้ำไม่เหลือความสง่างาม แต่มันกลับกระตุ้นอารมณ์ของร่างสูงได้เป็นอย่างดี 

จะเด็กอายุ 19 ที่พยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ หรือเด็กอายุ 19 ที่อยู่ในสภาพอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง ไม่ว่าจะแบบไหนก็ทำให้ภรรยาของเขาดูน่าหลงใหลเหมือนเดิม

ซุนไป่หาน...เพื่อนเขาหรือไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่ควรจะได้เห็นตัวตนเสี่ยวหลิวแบบที่เขาเห็นในห้องนอน เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะมีสิทธิ คนเดียวเท่านั้น

ราวกับถูกมนต์สะกดให้ต้องลงมือสัมผัสมากกว่านี้ ฝ่ามือใหญ่ทาบลงบนแผ่นอกเล็กตรงหน้า ความเปียกชื้นทำให้สีขาวของเสื้อบางจนเห็นส่วนที่ไวต่อสัมผัส

นิ้วโป้งออกแรงสะกิดยอดอกสีอ่อนที่ชูเด่นผ่านเนื้อผ้า เสี่ยวหลิวอ้าปากคว้าอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ เอื้อมไปจับข้อมือหนาเอาไว้ 

“หยุด ! ” 

“นายอยากให้ฉันทำมาตลอดไม่ใช่รึไง” ทั้งยั่วทั้งบังคับ เขาไม่ยอมก็ยังขึ้นคร่อม แล้วจะมาเล่นตัวอะไรเอาตอนนี้ 

“ไม่พูดหน่อยเหรอว่ารู้สึกดี ปากกล้าให้ได้เหมือนแต่ก่อนสิ”

เป็นอีกครั้งที่เสี่ยวหลิวต้องอับอาย ตัวสั่นไปหมด พอกันที เขาตัดสินใจปล่อยหมัดไปอีกครั้ง หวังให้เรื่องราวจบลงแต่เพียงเท่านี้ ทว่ากำปั้นที่เคยได้ประทับลงบนใบหน้าถูกหยุดเอาไว้อย่างง่ายดาย 

“ไม่มีครั้งที่สอง ที่รัก” ครั้งแรกโดนเข้าอย่างจังเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว แต่หลังจากนั้นสายตาคมคอยระวังการเคลื่อนไหวตลอด เสี่ยวหลิวยังไม่ยอมแพ้ ยกเข่าเตรียมกระแทกเข้าไปที่กลางลำตัว หย่งเหวินเองก็ไม่คิดจะเป็นเป้านิ่ง จับไหล่สองข้างเหวี่ยงร่างที่เปียกปอนเหมือนตัวเองไปทางฝั่งซ้าย เกิดเสียงสั่นสะเทือนของผนังกระจกสะท้อนกังวาลอันเป็นผลลัพธ์จากการโจมตีที่ผิดพลาด 

หลับตาแน่นเมื่อรู้สึกว่าภาพตรงหน้าเบลอ เด็กหนุ่มส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ด้านหลังทั้งหมดถูกกระทบกระเทือน ความเจ็บที่ศีรษะยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับรอยช้ำตรงข้อศอกและบั้นท้าย เขาเจ็บจนต้องพยายามยืดตัวขึ้นไม่ให้สัมผัสกับวัสดุแข็ง 

ยังทรงตัวได้ไม่ดีนักก็เป็นอันต้องหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้ง เมื่อลิ้นร้อนของสามีแลบเลียยอดอกที่แข็งเป็นไตอย่างหยาบโลน ปราการที่สวมใส่ไม่ได้ช่วยบรรเทาความเสียวซ่านมี่ส่งผ่านขึ้นมาตามไขสันหลัง ปากได้รูปครอบครองดูดเม้มสลับสับเปลี่ยนสองข้างไปมา หลอกล่อให้บิดตัวหลบไม่ทัน 

“อย่าหลับตาสิ ปากของฉันกำลังละเลงบนหัวนมนาย เสี่ยวหลิว มันเหมือนกับที่นายเคยจินตนาการไว้ไหม” เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าในลักษณะเชื้อเชิญ คำพูดล้อเลียนประโยคที่ภรรยาเคยกล่าวเอาไว้เมื่อครั้งที่มาปักกิ่งคืนแรก

เสี่ยวหลิวเข่าอ่อน สติที่มีอยู่กระเจิดกระเจิง ค่อย ๆ ปล่อยตัวทิ้งน้ำหนักลงสู่พื้นกระเบื้องเจิ่งนอง ได้แต่หวังว่าคนตรงหน้าจะยอมหยุดสิ่งที่ทำอยู่ ปล่อยเขาไป เพราะถ้ามากกว่านี้ร่างกายเขาคงรับไม่ไหว ต้องขาดอากาศหายใจก่อนแน่ ๆ

คำภาวนาของเสี่ยวหลิวไม่เคยเป็นผล หวังหย่งเหวินไม่มีความปรานี กลับคุกเข่าตามลงมาไม่ลดละ ใช้ลำตัวแทรกกลางแยกขาเรียวในกางเกงยีนส์สองข้างให้อ้าออกกว้าง เสี่ยวหลิวรู้สึกตึงทั้งท่อนล่างเพราะแรงรั้งจากเนื้อผ้าหนา บัดนี้ยอดอกบวมแดงไม่ใช่เป้าหมายของผู้เป็นสามีอีกต่อไป ยังไงหวังหย่งเหวินก็ต้องจัดการรอยทั้งหมดให้ได้

ริมฝีปากเล็กร้องแบบไม่มีเสียงเมื่อไหปลาร้าถูกกัดด้วยฟันคม ผวาเอื้อมมือดึงรั้งกลุ่มผมคนใจร้ายเอาไว้ หวังหย่งเหวินรู้สึกเจ็บที่หนังศีรษะแต่ก็ยังไม่ลดความพยายามที่จะดูดผิวบางจนขึ้นสีเข้ม เขายอมสละผมสิบเส้นเพื่อที่จะได้บรรลุสิ่งที่หมายมาดเอาไว้ ต่อให้ถูกดึงทึ้งจนไร้เส้นผมทั้งหัว ก็ไม่อาจหยุดการกระทำอันป่าเถื่อนได้ในนาทีนี้

มือใหญ่กระชากเสื้อที่เกะกะออก กระดุมหลายเม็ดกระเด็นไปอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง เสื้อตัวใหญ่หลุดลงจากลาดไหล่ แผ่นอกขาวเนียนลอยเด่นอยู่ตรงหน้า หย่งเหวินไม่รีรอที่จะละเลียดชิม สักพักกลับอดใจไม่ไหวกับความนุ่มของเนื้อและกลิ่นหอมเหมือนชามะลิที่เจ้าตัวชอบชงมาให้ดื่ม มีแต่ความตะกละตะกลามจาบจ้วงรุนแรง รอยเก่าล้วนถูกทำใหม่จนหมดสิ้น แต่คนลงโทษไม่ได้หยุดแค่นั้น ริมฝีปากร้อนยังคงขับเคลื่อนด้วยไฟราคะขบเม้มไปทั่วบริเวณ ฝากรอยรักไว้มากกว่าที่เพื่อนสนิททำเป็นเท่าตัว

“ฮื่อ” เสี่ยวหลิวไม่สามารถห้ามความวาบหวามที่เกิดขึ้นได้ เผลอสนับสนุนการกระทำของสามีด้วยการแหงนหน้าพร้อมทั้งแอ่นอกสู้ เผยอปากครางออกมาเมื่อต้นขาโดนบีบเฟ้นแรง ๆ  สมองที่บันทึกเรื่องเพศในตำราคล้ายจะถูกหยิบยกมาใช้โดยไม่รู้ตัว

“พูดออกมา... พูดคำลามกพวกนั้น ฉันอยากฟังจากปากนาย บอกสิว่านายรู้สึกยังไง ตรงนั้นของนายมันทนไม่ไหวแล้วใช่ไหม” หวังหย่งเหวินไม่ได้ขอร้อง แต่ออกคำสั่งด้วยการเบียดตัวไปด้านหน้า แนบร่างที่เปียกชื้นให้หยดน้ำบนร่างพวกเขารวมตัวกันตกลงสู่พื้น ใบหน้าหล่อเหลาย้ายไปคลอเคลียข้างริมฝีปากเล็ก ยังไม่ประกบจูบลงไปเสียที รอก็แต่คำพูดกระตุ้นสัญชาติญาณดิบที่กำลังจะถูกเปล่งออกมา

“ไม่”

ส่วนอ่อนไหวซึ่งแข็งตัวอยู่ใต้กางเกงยีนส์โดนกอบกุมทันทีเมื่อเอ่ยคำปฎิเสธ มือใหญ่ลงน้ำหนักอย่างไม่ปรานี นวดเฟ้นจนต้องครางหวือ 

คนตัวเล็กพยายามรวบรวมสติที่ยังเหลืออยู่อันน้อยนิด ยังไงเสียก็ยังไม่ยอมทำตามใจ น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกมันตีกันไปหมด ความต้องการทางร่างกายกับสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว 

ส่วนลึกในจิตใจบอกว่าเขายังมีโอกาสหยุดเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ แต่แค่ต้องกล้าพูดมันออกไปเท่านั้น  

“ห-หลิวยอมแพ้แล้ว”

เขายอมรับว่านี่อาจจะไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะนัก มันไม่มีความเป็นทางการใด ๆ ทั้งสิ้น เสื้อผ้าพวกเขาชุ่มไปด้วยน้ำ ความต้องการที่แข่งขันกันปะทุออกมาอย่างไม่ลดละ อีกไม่กี่อึดใจทุกอย่างคงจะไปจบลงที่เตียงใหญ่ มันไม่ใช่ฉากสุดท้ายที่น่าจดจำ มันควรจะเป็นฉากที่เขาเดินจากมาอย่างสง่าผ่าเผย แต่ประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาทำให้เสี่ยวหลิวได้รู้ว่ามันไม่เคยมีอะไรที่เป็นดั่งใจเลย ไม่ว่าจะกี่ครั้งทุกอย่างล้วนผิดพลาดจากที่คิดไว้เสมอ

แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะยอมผิดพลาด เขาจะต้องจบลงมันตรงนี้และเดี๋ยวนี้ 



“เราหย่ากันเถอะ ! ”



ไม่... นั่นไม่ใช่สิ่งที่หวังหย่งเหวินอยากได้ยินจากคนตัวเล็ก เสี่ยวหลิวไม่ได้พูดคำลามกแบบที่ชายหนุ่มคาดหวังเอาไว้ กลับกลายเป็นประโยคที่ยับยั้งการกระทำทุกอย่าง เหมือนกับถูกตบหน้าให้ตื่นจากฝัน

“อะไรนะ” เผลอถามออกไปทั้งที่ไม่ได้เข้าใจสถานการณ์ อารมณ์ที่กำลังพุ่งสูงค่อย ๆ ถูกความมึนงงดับมอดลง

เสี่ยวหลิวใช้โอกาสนั้นผลักร่างสูงใหญ่ของสามี ใบหน้าขาวซีดจากการโดนน้ำเป็นเวลานาน พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น พูดซ้ำอีกครั้ง “เราหย่ากันเถอะ”

คราวนี้ได้ยินอย่างชัดเจน “ทำไม” จู่ ๆ ทำไมถึงพูดออกมา เกิดอะไรขึ้น

เสี่ยวหลิวไม่ตอบ เขาพยายามลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะออกไปจากตรงนี้ แต่ขาทั้งสองข้างไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด ตรงกลางกายก็ยังปวดหนึบอย่างน่าสงสาร

คนที่เพิ่งถูกประกาศยุติความสัมพันธ์จับข้อมือเล็กไว้ 

แปลก ที่หัวใจเขาไม่ได้ดีใจ ทั้งที่วางแผนเอาไว้ว่ายังไงก็ต้องหย่าให้ได้

แต่พอเสี่ยวหลิวเป็นฝ่ายพูดออกมาเอง เขากลับรู้สึกในทางตรงกันข้าม

ไม่พอใจ ? เจ็บปวด ? ไม่รู้ว่าจะนิยามด้วยคำไหน

รู้เพียงแต่ว่าเขาไม่ยอมรับคำว่า 'หย่า'

“ฉันไม่อนุญาต” 

เสี่ยวหลิวสูดลมหายใจ “หลิวไม่ได้ขอ แค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ”

“ฉันไม่หย่า” 

“ทำไม” คราวนี้คนที่ต้องตั้งคำถามเป็นเสี่ยวหลิวแทน “นี่ไม่ใช่สิ่งที่เฮียต้องการอยู่แล้วเหรอ” 

มันเป็นสิ่งที่เขาต้องการ 

ไม่ มัน ‘เคย’ เป็นสิ่งที่เขาต้องการ

ตอนนี้เขาไม่ได้ต้องการแบบนั้น พวกเขากำลังจะทำอะไรที่ลึกซึ้งต่อกัน จากนั้นคนเป็นภรรยาก็พูดออกมาว่าหย่างั้นเหรอ ?

หวังหย่งเหวินเงียบ สมองกำลังดึงเหตุผลทั้งหมดมาพิจารณาความไม่ชัดเจนนี้  

ตอนที่หวังหย่งเหวินสัมผัสเสี่ยวหลิว กระทำล่วงเกินร่างขาวเนียน ทุกอย่างเริ่มต้นมาจากเขาที่โมโหเรื่องซุนไป่หานและภรรยา ใจที่ร้อนรนเพราะรู้สึกว่ากำลังจะโดนแย่งสิ่งที่สำคัญไป ถ้าเขาไม่รู้สึกอะไรแล้ว คงจะไม่โกรธขนาดนี้ ควรจะยินดีที่เสี่ยวหลิวเจอผู้ชายคนใหม่ เพราะเขาจะได้เป็นอิสระ ทว่าเขาดันโมโหจนขาดสติเสียได้

มันมีอีกหลายวิธีที่หวังหย่งเหวินสามารถใช้ในการลงโทษ แต่เขาเลือกที่จะให้ตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะในจิตใต้สำนึกพยายามบอกให้เขาครอบครองร่างตรงหน้าเสียที ไม่ใช่แค่คืนนี้เป็นคืนแรก มันดังในหัวทุกคืนที่ต้องนอนด้วยกัน เพียงแต่ครั้งนี้มันถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงให้ต้องลงมือก็เท่านั้น

หวังหย่งเหวินสะท้านไปทั้งตัว เพิ่งจะรับรู้สิ่งที่ตนเองพยายามปฎิเสธมาตลอด

เขาเพิ่งจะตระหนักถึงความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อเสี่ยวหลิว

ความรู้สึกที่คิดว่าจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว

เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

หลายนาทีผ่านไปจนเสี่ยวหลิวเริ่มรู้สึกปวดหัว หนาวเพราะไม่มีเสื้อที่สมบูรณ์สวมใส่ หวังหย่งเหวินอ้ำอึ้งไปมา จนสุดท้ายก็ไม่ได้ตอบคำถามนั้นเสียที

“ฉันไม่หย่า”

ได้แต่พูดประโยคเดิม ร่างสูงสับสนขนาดหนัก แม้แต่เหตุผลที่มียังรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจทำใจให้เชื่อลงได้

“แต่หลิวจะหย่า หลิวจะกลับไทย ต่อจากนี้เฮียจะได้เป็นอิสระจากหลิว” บิดข้อมือยังไงก็บิดไม่ออกเสียที แน่นอย่างกับคีมเหล็ก

“ฉันไม่หย่า”

“เฮียช่วยพูดอะไรที่มันรู้เรื่องมากกว่านี้ได้ไหม ! ” พูดแต่ประโยคเดิม ๆ  “แล้วก็ปล่อยหลิวด้วย หลิวจะไปเก็บเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้แหละ” ไปให้พ้นหน้าเฮียเหวิน สภาพตอนนี้ของเขามันน่าสมเพชมากเกินไป

“นายต่างหากที่ฟังไม่รู้เรื่อง ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่หย่า ! ” กระชากเสี่ยวหลิวให้เข้ามาใกล้ แต่คนตัวเล็กไม่ยอมโดนกักขังเป็นครั้งที่สอง แขนเขาสั้นเกินไปที่จะต่อยหน้าอีกฝ่าย เลยตัดสินใจยกเท้าถีบเข้าที่ยอดอกหวังหย่งเหวินแทน คนเป็นสามีหงายหลังหัวเกือบกระแทกพื้น เสี่ยวหลิวไม่รีรอที่จะชันตัวลุกขึ้น 

“จะไปไหน ! ” กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน เขาไม่หย่า !  กระเด้งตัวเอื้อมมือดึงขากางเกงยีนส์ไว้จนเสี่ยวหลิวเสียหลักไปด้านหน้า หวังหย่งเหวินเห็นอย่างนั้นจึงรีบใช้มืออีกข้างขยุ้มเสื้อที่หลุดค้างอยู่บนข้อพับแขนนั่น เขาช่วยเสี่ยวหลิวไว้ไม่ให้ต้องหน้าคว่ำได้อย่างหวุดหวิด  

เสี่ยวหลิวหันหน้ามาจะว่าคนที่ฉุดรั้งเขาเอาไว้ ทว่าหวังหย่งเหวินไม่ได้สนใจมองด้วยซ้ำ ดวงตาคมมองรอยช้ำน่ากลัวที่ถูกเปิดเผยสู่สายตา

ข้อศอกขาวทั้งสองข้างยับเยินไม่มีชิ้นดี 

“ปล่-” 

“เงียบ ! ” พูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งห้วนและสั้น ระงับเรื่องน่าตกใจเมื่อกี้ไว้ หย่งเหวินรีบลุกขึ้น ยกข้อศอกขาวขึ้นมาใกล้ ๆ จำได้ว่าเสี่ยวหลิวไม่เคยมีแผลตรงนี้ เกิดอะไรขึ้นกับภรรยาเขา ?

เป็นอุบัติเหตุหรือว่าโดนใครทำร้าย ?

“หลิวจะไปเก็บของ” เสี่ยวหลิวย้ำความประสงค์อีกครั้ง ไม่อยากอยู่ที่นี้แม่แต่วินาทีเดียว เขาไม่ได้ต้องการความห่วงใยจากคนที่กำลังจะเป็นเพียงอดีตสามี

หวังหย่งเหวินไม่มีอารมณ์จะโต้แย้ง ตอนนี้เขาเห็นว่ารอยช้ำนั้นมีเลือดไหลออกมาด้วย เพิ่งเห็นว่ามีสะเก็ดแผลที่หลุดออกมา คงมาจากการเหวี่ยงกระแทกกับผนักห้องน้ำเมื่อครู่



“เรื่องหย่าเอาไว้ก่อน ตอนนี้นายต้องทำแผล”







------------------------------------------------------------------

ขอโทษที่ให้รอนนานนะคะฮือออออออออออออออ แต่งไปไม่รู้จะหั่นตอนยังไงดี ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามกันนะคะ ดีใจมากเลยนั่งอ่านทุกเม้นท์ หลายคนสงสารเฮียหานกัน เขาไปดีแล้วค่ะ เอ้ย ไม่ใช่55555555555 เขาต้องได้รับผลบุนจากการปฎิบัติภารกิจครั้งนี้แน่นอนค่ะ 

ไม่รู้ตอนนี้จะมีหลายคนเดาถูกไหมว่าจะเป็นยังไง ยอมรับว่าตรงนี้เป็นสุดหักของเรื่องเลย แต่งยากมากๆ (คือบอกว่ายากทุกตอน5555) ยิ่งความรู้สึกหย่งเหวินยิ่งบรรยายยาก ไม่รู้จะทำยังไงให้รู้สึกว่ารู้ตัวแต่ไม่ปุ๊ปปั๊บจนเกินไป ยังไม่ฟันธงว่ายังรัก แต่แบบมันน่าจะใช่อะไรประมาณนั้นฮือ พูดเองงงเอง555555555555 

หลายคนคิดว่าตอนนี้น้องจะเสร็จเฮีย เราแหกโค้งอย่างนี้คงคิลมู้ดหลายคนไม่น้อย YY ใจเย็น ๆ กันนะคะ น้องหลิวจะต้องไม่เสร็จคนใจร้ายเร็วขนาดนั้น เฮียมันต้องโดนขัดใจบ้าง เป็นการเอาคืนในเบื้องต้น

ตอนนี้อ่านแล้วรู้สึกยังไงเม้นท์บอกได้น้า อยากอ่าน5555555555 แทคในทวิตเราก็ตามอ่านทุกคนเหมือนกัน เห็นทุกคนอินเราก็ดีใจ ไม่คิดว่าหลายคนจะร้องไห้กับตอนแรก ๆ ไม่ได้ตั้งใจให้หน่วงขนาดนั้นเลยค่ะ /ยื่นทิชชู๋

เจอกันตอนต่อไปค่าาาา รักทุกคนๆๆๆๆ

ปล. ในส่วนของ e-book ที่นักอ่านสอบถามเข้ามา นักเขียนได้คุยกับสนพ.แล้วนะคะ มีโอกาส แต่ว่ายังไม่คอนเฟิร์มค่ะ ต้องขอบคุณที่ให้ความสนใจกันนะคะ ยังไงก็จะนำไปพิจารณาต่อไปค่า

ความคิดเห็น