แมลงหวี่

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์น๊าาา อาจไม่ได้ตอบแต่ได้อ่านทุกคอมเม้นท์ค่ะ : )

บทเรียนที่ 28 ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

ชื่อตอน : บทเรียนที่ 28 ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

คำค้น : บทเรียนที่ 28 ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.5k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2561 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนที่ 28 ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว
แบบอักษร

บทเรียนที่ 28 ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

“วันนี้ทำไมดูรีบๆจังวะ”

“นั่นสิ แกมีธุระที่ไหนหรือเปล่า” เสียงคู่รักตุลฟ้าพูดขึ้นทำให้ผมเสียสมาธิไปมากกว่าเดิมเสียอีก ผมปล่อยลูกธนูดอกสุดท้ายเข้าเป้าก่อนจะหันไปถลึงตาใส่ทั้งสองคนนั้น

“พวกแกเงียบไปเลย ฉันจะใช้สมาธิ” ผมดุแต่ไอ้สองคนนั้นไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรหรอก

“วันนี้แกก็ไม่มีสมาธิอยู่แล้วป่ะ” ยัยฟ้าบ่นอุบอิบพลางยัดขนมเข้าปากไอ้ตุล

“เออๆ วันนี้ฉันมีธุระเว้ย” ผมตอบ

‘ธุระ’ ที่ว่าคือผมต้องไปรับมิกิที่งานนิทรรศกาลขนมหวานที่สถาบันที่เธอเรียนทำขนมเป็นคนจัด และมิกิของผมต้องขึ้นไปรับประกาศนียบัตรจบคอร์ส ซึ่งผมจะพลาดการแสดงความยินดีกับเธอไม่ได้ยังไงล่ะ และอีกอย่าง เะอกำลังจะขึ้นเวทีภายในสองชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว

“ธุระอะไรวะ” ตุลถาม

“มิกิจะขึ้นไปรับประกาศนียบัตรจบคอร์สไง” ผมตอบเสียงเรียบพลางหยิบลูกธนูขึ้นมาเล็งใส่เป้า “ฉันไม่อยากไปสาย แต่ฉันยังซ้อมไม่เสร็จไง”

“โดดซ้อมสักสองสามชั่วโมงคงไม่เป็นอะไรหรอก” ฟ้าพูด

“เดี๋ยวยัยฟ้ารับหน้าโค้ชให้เอง เนอะ” ตุลหันไปโยกหัวยัยฟ้าด้วยความหมั่นไส้

“แกสิต้องรับหน้าโค้ช ฉันไม่รับรู้ด้วยหรอกนะ” ยัยฟ้าพ่นพิษใส่ไอ้ตุลอย่างไม่มีใครยอมใคร ให้ตายเถอะ! อายุยี่สิบหกแล้วยังทะเลาะกันเหมือนเด็กไปได้

พรืด!

ผมรูดซิบเก็บคันธนูหลังจากเพิ่งซ้อมเสร็จหมาดๆ ผมไม่ได้โดดซ้อมเหมือนที่สองคนนั้นบอกหรอกนะ ผมขอออกไปทำธุระโดยให้เหตุผลอื่นที่ไม่ใช่ ‘ไปแสดงความยินดีกับภรรยา’ ต่างหาก ฮ่าๆ ระหว่างที่ผมกำลังเก็บเครื่องไม้เครื่องมือในการซ้อมก็รู้สึดได้ว่ากำลังมีคนจ้องผมอยู่ด้านหลัง

“แกมีอะไรหรือเปล่าฟ้า” ผมพูดขึ้นพร้อมกับร่างบางของเพื่อนสาวเดินอ้อมมาจากด้านหลังด้วยสีหน้าเนือยๆเหมือนอย่างที่มันเป็นอยู่ตลอด

“แกรู้เรื่องมิกิกับโบตั๋นหรือเปล่า” ฟ้าถาม

“เรื่องอะไร?”

“เรื่องที่ยัยโบตั๋นเริ่มระรานคนของแกไง” ฟ้าพูดอย่างตรงไปตรงมาเหมือนอย่างเคย “อย่าบอกนะ

ว่าแกไม่รู้”

“ระรานยังไง?” ผมทำหน้าสงสัย “แต่ฉันบอกโบตั๋นไปแล้วหนิว่ามิกิกับฉันเป็นสามีภรรยากัน”

“แปลว่าแกยังไม่รู้จริงๆด้วย เฮ้อ… พ่อพระจริงๆ” ฟ้าส่ายหน้าด้วยความหัวเสีย ยัยฟ้าไปรู้อะไรมา แล้วทำไมผมถึงคิดไม่ออกว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไร

“.....”

“ยัยแฟนเก่าของแกใส่สร้อยพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวนั่นให้มิกิเห็น”

“.....”

“แล้วมิกิก็รู้แล้วว่าพวกแกสองคนเคยเป็นแฟนกัน แต่แกกลับเลือกที่จะปิดเรื่องนี้เอาไว้”

“.....”

“ฉันรู้นะเว้ยว่าแกปิดเรื่องนั้นไว้ทำไม” ฟ้าพูดเสียงเรียบ “แกไม่อยากให้มิกิรู้สึกไม่ดีตอนอยู่กับ

โบตั๋นใช่ไหมล่ะ...”

“.....”

“แกไม่ได้แคร์โบตั๋น แต่แกแคร์มิกิ… แต่แกรู้หรือเปล่าว่ามิกิคิดยังไง”

“.....”

“รีบกลับไปเคลียกับมิกิให้รู้เรื่องเลยนะ ก่อนที่เรื่องมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้”

@หอประชุม AAS

เสียงปรบมือแสดงความยินดีดังขึ้นเป็นเสียงเดียวกันหลังจากที่พิธีเปิดได้เริ่มขึ้น คนใหญ่คนโตใน

วงการขนมเริ่มเดินออกเยี่ยมชมบูธต่างๆซึ่งตอนนี้ผมได้เข้ามาอยู่ในงานเป็นที่เรียบร้อย การจัดงานยิ่งใหญ่สมกับชื่อสถาบันแถมยังมีของหวานของคาวมากมายเปิดให้บริการฟรีๆ

เสียงเอ็มซีสาวอย่างเชอร์รี่และพายยิ่งทำให้บรรยากาศคึกครื้นไปกันใหญ่ ผมชะเง้อมองหามิกิแต่ไม่เจอเธอเลย โทร.ไปเธอก็ไม่ยอมรับ ไม่รู้ว่าตอนนี้เะอไปอยู่ส่วนไหนของงาน เมื่อรู้ความจริงทั้งหมดจากยัยฟ้ายิ่งทำให้ผมร้อนรุ่มไปหมด กลัวว่ามิกิจะเข้าใจผิดแบบนั้นจริงๆ

อยู่ๆพายก็เดินลงจากเวทีทำให้ผมต้องเดินตามเธอไปยังด้านหลังของเวทีซึ่งต้องกำลังเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ เพราะด้วยสีหน้าตื่นตระหนกของทีมงานที่เดินสวนออกมา ยิ่งเดินลึกเข้าไปยิ่งได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของหญิงสาวดังขึ้นเรื่อยๆ

“ดั้งหักก็ศัลฯใหม่ได้ แต่เสียหน้าไม่ได้เว้ย!!” เอ็มซีสาวพูดขึ้นในขณะที่กำลังตะลุมบอนอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งโดยที่คนรุมดูต่างพยายามแยกออกจากกัน ร่างบางของมิกิถูกผลักออกมาจากความวุ่นวายพร้อมกับโอตะที่เป็นคนพยุงเธอให้ลุกขึ้นยืน

“หยุดเดี๋ยวนี้!!” ผมตะโกนเสียงดังลั่นพลางเดินเข้าไปแยกสองสาวออกจากกัน พายมีสีหน้าตื่นตกใจเมื่ออยู่ๆผมก็เดินเข้าไปห้ามทั้งสองสาวเอาไว้ เมื่อทั้งสองแยกออกจากกันได้สำเร็จ ไทมุงที่ยืนดูอยู่ก่อนจึงเป็นคนจับพายเอาไว้และส่วนหญิงสาวเจ้าปัญหาอีกคนก็ถูกผมจับไว้เช่นกัน

“ชะ...ชิน” โบตั๋นพูดขึ้นพลางเงยหน้ามองผม สภาพเธอตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคนเพิ่งออกรบ ผมกระเซอะกระเซิง ลิปสติกเลอะเปื้อนแก้มและสภาพของพายก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

“พวกเธอกำลังทำอะไรกัน!!” ผมตะโกนขึ้นด้วยความโมโห มิกิสบตาของผมด้วยความหวั่นกลัวพร้อมกับเริ่มน้ำตาคลอ

“ชะ...ช่วยด้วยค่ะ เฮือก...” โบตั๋นพยายามจะพูดต่อแต่กลับเป็นลมเกือบล้มลงไปกองบนพื้นแต่ผมประคองเอาไว้ซะก่อน

“เป็นลมให้ตายไปเลย!” มิกิตะโกนลั่นด้วยความโมโหพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้

“มิกิ” ผมพูดเสียงต่ำเพื่อให้เธอหยุด

“เรียกร้องความสนใจจากแฟนเก่าของเธอเลยสิ!”

“มิกิ...”

“พี่ชินไม่รู้เลยเหรอคะว่าพี่โบตั๋นโกหกทุกอย่าง เธอหายจากโรคนี้แล้ว!!”

“มิกิหยุดเดี๋ยวนี้!!” ผมตะโกนเสียงดังลั่นจนมิกิสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ น้ำตาใสของหญิงสาวตรงหน้าเริ่มไหลลงมาอาบแก้ม

“เชิญอยู่กับคนลวงโลกไปเถอะ!” มิกิโยนก้อนกลมๆใส่หน้าอกผมอย่างจังก่อนที่จะวิ่งหนีออกไปท่ามกลางความตกใจของทุกคน ให้ตายเถอะ… ทำไมผมต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย

“ตั๋นขอโทษนะชิน...” โบตั๋นพูดเสียงสั่นเครือด้วยความเสียใจ

“เลิกแอ๊บได้แล้ว...” ผมพูดเสียงแข็งพลางดันตัวเธอออกจากตัว “และนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้จับเนื้อต้องตัวฉัน”

“ทำตัวชัดเจนได้แล้วนะครับพี่ชิน” เสียงของโอตะตะโกนไล่หลังผมมาก่อนที่ ผมจะเดินไปหยิบก้อนกระดาษที่เด็กสาวปาใส่ผมขึ้นมาก่อนจะเดินออกมาจากวงล้อมบ้าๆนั่น เรื่องมันจะไปกันใหญ่แล้วสินะ… ผมไม่น่าทำแบบนั้นตั้งแต่แรกเลย…


_________________________________________________________________



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น