หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 31 การกลับมาของอาสามและพี่ชายใหญ่

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 การกลับมาของอาสามและพี่ชายใหญ่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 334

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 การกลับมาของอาสามและพี่ชายใหญ่
แบบอักษร

 

ก่อนที่เสิ่นเจ๋อเกากับเสิ่นอวี๋เสี้ยนจะกลับมา ตระกูลเสิ่นได้ทำงานใหญ่เรื่องหนึ่ง นั่นคือได้เตรียมการแต่งงานให้เสิ่นอวี๋หง คู่แต่งงานคือเฉิงเยี่ยนเยี่ยน ลูกสาวคนโตภรรยาเอกของเฉิงฟางหยวนซื่อเฉิงศาลต้าหลี่ งานแต่งงานนี้เกิดจากเดือนหกช่วงที่คนเมืองหลวงพักร้อน ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มมีใจต่อกัน หลังจากกลับมาจากบ้านสวนแล้ว เรื่องราวก็ไม่ได้สะดุดลง ต่อมาเสิ่นอวี๋ซื่อมีครรภ์ เรื่องนี้จึงล่าช้าไป จนการตั้งครรภ์มั่นคงแล้ว จึงได้เริ่มเรื่องนี้ขึ้นใหม่ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตระกูลเสิ่นได้แสดงความจริงใจ เชิญเสิ่นจิ้งหวาอธิบดีกระทรวงขุนนางเป็นพ่อสื่อ จากนั้นเสิ่นจิ้งหวากับแม่สื่อในเมืองหลวงไปบ้านตระกูลเฉิงเจรจาขอแต่งงาน ในวันที่สิบเดือนสิบสองนี้ ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนหนังสือหมั้น เรื่องนี้ถือว่าแน่นอนแล้ว ส่วนเรื่องการหมั้น การกำหนดวันแต่งงาน เนื่องจากเฉิงเยี่ยนเยี่ยนยังไม่ถึงวัยจึงยังไม่รีบ ค่อยเป็นค่อยไปไว้ว่ากันทีหลัง งานมงคลนี้ ถึงแม้ใกล้ปีใหม่เช่นนี้ทุกบ้านกำลังวุ่นวาย ตระกูลเสิ่นก็ยังจัดงานเลี้ยง เชิญเครือญาติในเมืองหลวงมาร่วมสังสรรค์ เพื่อเป็นสักขีพยานและฉลองการแต่งงานของเสิ่นอวี๋หง

  ระหว่างนั้นพี่น้องเสิ่นอวี๋หงหลายคนยังหยอกล้อเสิ่นอวี๋หงที่ไปพักร้อนบ้านสวนกลับได้ภรรยาว่า เป็นเพราะพรหมลิขิตฟ้ากำหนด ไม่นึกว่าจะได้พบกันในบ้านสวนชานเมืองหลวง ทั้งยังให้เสิ่นอวี๋หงแต่งงานแล้วจะต้องไปขอบคุณบ้านสวนชานเมืองหลวง แม้แต่เสิ่นหนิงก็พลอยหัวเราะสัพยอกด้วย

แน่นอนเสิ่นอวี๋หงไม่ยอมให้พวกเขาหัวเราะฝ่ายเดียว สวนกลับไปว่าวันหน้ารอให้พวกเจ้ามีคู่ก่อน ข้าจะหัวเราะเยาะพวกเจ้าบ้าง ในใจนึกถึงเงาร่างกลมกลึงที่แอบเห็น อดไม่ได้ที่รู้สึกดีใจและรอคอย ‘ข้าก็จะได้แต่งงานแล้ว’

ระหว่างเตรียมตัวและรอคอยนี้ ตระกูลเสิ่นได้ต้อนรับการกลับมาของครอบครัวเสิ่นเจ๋อเกากับเสิ่นอวี๋เสี้ยน หลิ่งหนานนั้นอยู่ไกล ครอบครัวเสิ่นเจ๋อเกาจึงรีบออกเดินทางแต่เนิ่นๆ ดังนั้นจึงมาถึงก่อนเสิ่นอวี๋เสี้ยนสองวัน เมื่อถึงเมืองหลวงก็เป็นวันที่ยี่สิบหกแล้ว ยังเหลืออีกเพียงสี่วันก็ปีใหม่ เสิ่นเจ๋อเกาเพิ่งกลับถึงบ้านตระกูลเสิ่น เสิ่นเจ๋อหย่วนก็รีบกลับถึงเหมือนกัน ความจริงมีคนรับใช้เห็นพวกกลุ่มเสิ่นเจ๋อเกาที่ถนนเสียงเหอ รีบไปรายงานเสิ่นเจ๋อหย่วนที่หลงจิ่งไจ ครั้นเสิ่นเจ๋อหย่วนเห็นน้องชายร่วมสายโลหิตก็ตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง ส่วนเสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อจิ้งยังไม่ได้ออกจากราชสำนัก ดังนั้นต้องรอจนค่ำ จึงจะได้พบกลุ่มเสิ่นเจ๋อเกา

เสิ่นเจ๋อเกาคารวะเสิ่นหวาซั่นด้วยความเคารพก่อน ขอบตาแดงเรื่อ ทั้งให้เสิ่นอวี๋เหวิน เสิ่นอวี๋เทาลูกชายที่ตามอยู่ข้างหลังทำความเคารพปู่ แล้วจึงทักทายเสิ่นเจ๋อจิ้งพี่ชายใหญ่ เสิ่นเจ๋อเกาอายุน้อยกว่าเสิ่นเจ๋อจิ้งห้าปี ตั้งแต่เล็กก็นับว่ามีพี่ชายคนนี้ดูแล พี่น้องสองคนมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่ง ฝ่ายเสิ่นเจ๋อจิ้งเมื่อเห็นเสิ่นเจ๋อเกาก็ดีใจมาก ปากพร่ำพูดแต่ว่า “กลับมาก็ดี กลับมาก็ดี...” กับหลานลุงก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้เสิ่นอวี๋เหวินกับเสิ่นอวี๋เทาสบตากัน  คิดในใจว่า ‘ไม่ใช่ว่าลุงคนนี้เข้มงวดกับลูกหลานมากหรอกหรือ ไม่เห็นรู้สึกเลยนี่...’

  พ่อลูกปู่หลานพี่น้องคุยเรื่องที่เพิ่งผ่านมา เสิ่นเจ๋อจิ้งเห็นหน้าตาเสิ่นเจ๋อเกาแลดูอ่อนเพลีย อยากให้พวกเขาไปพักผ่อนที่ซือถังเชียนก่อน แต่ได้ยินเสิ่นเจ๋อเกาพูดถึงภรรยาเสิ่นไช่ซื่อ ว่าก่อนเดินทางเพิ่งตรวจพบว่ามีครรภ์ คิดว่าระยะทางไกล ก็เลยไม่ได้กลับมา รวมทั้งเสิ่นถง เสิ่นอิ๋งลูกสาวทั้งสองก็ยังอยู่ที่หลิ่งหนานไม่ได้ตามกลับมาด้วย จึงกล่าวขออภัยบิดากับพี่ชายใหญ่ด้วย

 “นี่เป็นเรื่องน่ายินดี มีอะไรต้องให้อภัย....” เสิ่นเจ๋อจิ้งพูด บอกให้เขาส่งคนมาบอกเสิ่นอวี๋ซื่อสักคำก็พอ ให้พวกเสิ่นเจ๋อเกาพักผ่อนก่อนค่อยว่ากัน พวกเสิ่นเจ๋อเกาก็เพลียกันมากแล้ว แล้วกล่าวอีกว่าอีกวันสองวันค่อยพาพวกเสิ่นอวี๋เหวินเข้าพบพี่สะใภ้ใหญ่พี่สะใภ้รอง แล้วจึงไปพักผ่อนที่ซือถังเชียน

 ผ่านไปสองวัน เหอหมิงเชียนครึกครื้นยิ่งนัก เสิ่นเจ๋อจิ้ง เสิ่นเจ๋อหย่วนกับเสิ่นหูซื่ออยู่กันหมด เสิ่นเจ๋อเกานำเสิ่นอวี๋เหวิน เสิ่นอวี๋เทาทำความเคารพเสิ่นอวี๋ซื่อกับเสิ่นหูซื่อ คุยถึงเรื่องเสิ่นไช่ซื่อ พร้อมกับแสดงความยินดีกับเสิ่นไช่ซื่อ กระนั้นก็ไม่ได้รั้งอยู่นานนัก พาลูกชายพร้อมด้วยเสิ่นเจ๋อจิ้งและเสิ่นเจ๋อหย่วนออกจากเหอหมิงเชียนไป

  “ไม่นึกว่าน้องสะใภ้สามก็มีครรภ์ด้วย พวกท่านหนึ่งคนสองคนช่างมีวาสนาดีจริง...” เสิ่นหูซื่อหยอกเย้าสะใภ้ใหญ่ อีกไม่กี่วันก็ปีใหม่แล้ว งานก็ถือว่าเตรียมเรียบร้อยแล้ว นางจึงมีเวลามาอยู่ที่เหอหมิงเชียน

  เสิ่นอวี๋ซื่อยิ้มไม่ตอบ กำลังคิดจะพูด เห็นแม่นมอวี๋หน้าตายินดีเข้ามารายงานว่า  “เสิ่นอวี๋เสี้ยนกลับมาแล้ว กำลังพบหน้าเสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อจิ้งที่โถงด้านหน้า อีกสักพักคงมาเหอหมิงเชียน”  ได้ยินข่าวนี้ เสิ่นอวี๋ซื่อยินดียิ่งนัก ลูกๆ ล้วนเป็นเลือดในอกแม่ โดยเฉพาะเสิ่นอวี๋เสี้ยนไม่ได้พบหน้ามาปีกว่าแล้ว คราวนี้เสิ่นอวี๋ซื่อยิ่งร้อนใจ อยากเจอลูกชายทันที เห็นดังนั้น เสิ่นหูซื่อก็จากไปอย่างรู้ทัน

  “ลูกขอคารวะท่านแม่...” เสิ่นอวี๋เสี้ยนคารวะเสิ่นอวี๋ซื่อด้วยความเคารพ หน้าตามอมแมม เห็นได้ว่ายังไม่ทันล้างหน้าล้างตาก็รีบมาเหอหมิงเชียนแล้ว เรื่องพ่อแม่ต้องมาก่อน เขาเองก็อยากรีบพบเสิ่นอวี๋ซื่อเช่นกัน

  “เจ้าผอมลงนะ...” เสิ่นอวี๋ซื่อน้ำตาซึมมองเสิ่นอวี๋เสี้ยน ดูใบหน้าอ่อนเยาว์ของเขาเพิ่มความแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อน  ความอ่อนเพลียจากการเร่งเดินทางปรากฏชัดเจน แต่แววตากลับแวววับ มองเสิ่นอวี๋ซื่อด้วยสายตาห่วงหาอาทร ตอนนี้เขาเป็นพ่อคนแล้ว ยิ่งรู้สึกถึงความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก

  “ท่านแม่จะต้องดูแลสุขภาพดีๆ เพิ่มน้องชายให้ข้าอีกคน” เสิ่นอวี๋เสี้ยนอมยิ้มมองท้องเสิ่นอวี๋ซื่ออย่างห่วงใย นึกถึงคราวที่แล้วเห็นภรรยาตัวเองก็ท้องโตแบบนี้ ก็รู้สึกสะท้อนใจนัก

  “รีบกลับไปเรือนลิ่วเหอดูสะใภ้กับหลานชายเถิด พวกเขาคอยเจ้าจะแย่แล้ว...” ถึงแม้มีเรื่องสารพัดเรื่องที่อยากพูดอยากคุย แต่เสิ่นอวี๋ซื่อคิดว่าเสิ่นอันซื่อก็ร้อนใจเช่นเดียวกับนางที่อยากเจอเสิ่นอวี๋เสี้ยน อีกทั้งเสิ่นอวี๋เสี้ยนยังไม่ได้เห็นหน้าลูกชายเลย จึงรีบไล่เสิ่นอวี๋เสี้ยนออกจากเหอหมิงเชียน ให้เขารีบกลับไปเรือนลิ่วเหอ

  เสิ่นอวี๋เสี้ยนกำชับให้มารดาดูแลตัวเอง แล้วก็บอกลากลับเรือนลิ่วเหอ เห็นหน้าภรรยากับบุตรชายก็ย่อมยินดียิ่งนัก

 วันที่เสิ่นอวี๋เสี้ยนกลับถึงเมืองหลวง เสิ่นหวาซั่นก็กล่าวต้อนรับว่า กินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตา ฉลองการกลับมาของเสิ่นเจ๋อเกากับเสิ่นอวี๋เสี้ยน ดังนั้นตระกูลเสิ่นจึงรู้สึกได้ถึงบรรยากาศการรวมญาติล่วงหน้า เสิ่นหนิงเองก็ได้พบอาสามกับพี่ชายใหญ่และลูกผู้พี่คนอื่นๆ อีกหลายคน

  มื้อเย็นจัดไว้ที่ห้องโถงใหญ่อาคารหลัก คนสี่รุ่นมาพร้อมหน้า ทั้งเสิ่นหวาซั่น เสิ่นเจ๋อจิ้งสามพี่น้อง พวกเสิ่นอวี๋เสี้ยน เด็กน้อยเสิ่นชิ่งเต๋อ จัดไว้สี่โต๊ะใหญ่ แม้นั่งกันค่อนข้างเบียดเสียด ทว่าอุ่นหนาฝาคั่ง

  ตอนที่เสิ่นหนิงเห็นเสิ่นอวี๋เสี้ยนนั้นนางรู้สึกตื่นเต้นอย่างห้ามใจไว้ไม่อยู่ เขายังคงยืนอยู่ หน้าตาสดใส กระตือรือร้นแต่ไม่ขาดความหนักแน่น เสิ่นอันซื่อที่อยู่ข้างๆ นั้นใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ส่วนเสิ่นชิ่งเต๋อให้แม่นมอุ้มอยู่ข้างหลังคนทั้งสอง กำลังร้องโยเยดิ้นจะลงพื้นให้ได้

  นี่คือพี่ชายใหญ่ เสิ่นหนิงนึกถึงพี่ชายใหญ่ในความทรงจำที่หน้าตาซึมเซานั่งเก้าอี้เข็น น้ำตาก็เริ่มเอ่อคลอ ‘ดีจริงๆ ดีจริงๆ! ตอนนี้เขายังยืนได้อยู่ ดีจริงๆ ดีจริงๆ!’ พอเห็นเสิ่นอวี๋เสี้ยนมองมาเหมือนมีจิตสัมผัส ต้องก้มหน้าก้มตากินอาหารกลบเกลื่อน

  “น้องเล็กเป็นอะไรไป สายตาเร่าร้อนจนน่าขนลุก...” เสิ่นอวี๋เสี้ยนคิดอย่างงุนงง เห็นเขาแล้วนางต้องซาบซึ้งใจขนาดนี้เชียวหรือ อายุเขาห่างจากเสิ่นหนิงมาก สองคนอยู่ด้วยกันน้อย ถึงแม้ภายในใจก็รักน้องสาวคนเดียวนี้มาก แต่เวลาที่ได้สัมผัสใกล้ชิดนั้นน้อยจริงๆ  

เมื่อได้ยินสามีถาม เสิ่นอันซื่อก็กระซิบให้สามีหายสงสัยว่า “ไม่มีอะไร ครึ่งปีกว่านี้นางมักเป็นเช่นนี้ พอเห็นใครแล้วมักจะทำท่าสะเทือนใจอยู่ร่ำไป”

  เสิ่นอวี๋เสี้ยนค่อยเบาใจลง มองไปทางเสิ่นหนิงด้วยความรัก ใจคิดว่าของที่นำมาจากเซียงโจว ต้องคัดที่ดีๆ สักชิ้นให้น้องเล็กคนนี้ จากนั้นก็หันหน้าไปดื่มกับเสิ่นหวาซั่นและเสิ่นเจ๋อจิ้ง อยู่ด้วยกันกับครอบครัวก็สุขสบายแบบนี้ แม้จะเป็นแค่อาหารมื้อเย็นธรรมดา ก็รู้สึกครื้นเครงกันดียิ่งนัก

  เสิ่นอวี๋เหวินกับเสิ่นอวี๋เทาสนิทสนมกับเสิ่นอวี๋ซวนและเสิ่นอวี๋ผิงได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาอายุใกล้เคียงกัน เป็นเด็กโตใกล้เข้าสู่วัยรุ่น กลุ่มเด็กผู้ชายนั่งด้วยกันก็มีเรื่องคุยไม่รู้จบ พวกเสิ่นอวี๋โส่วก็ร่วมเข้ามาด้วย กลายเป็นโต๊ะนี้อึกทึกที่สุด ทั้งเสียงหัวเราะเฮฮา ทั้งเสียงดังโหวกเหวกไม่มีหยุด มารยาทเวลากินห้ามคุยทุกคนลืมไปหมด เสิ่นหวาซั่นก็ไม่ได้ปั้นหน้า หัวเราะคิกคัก มองดูลูกหลานเต็มบ้าน สุราก็ดื่มไปไม่น้อย ดีใจจริงๆ

  เสิ่นหนิงก็รู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่อาสามกับพี่ชายใหญ่กลับมา หลังงานเลี้ยง นางกับเสิ่นอวี๋ซื่อและเสิ่นหูซื่ออยู่ที่เหอหมิงเชียนประชุมเรื่องปีใหม่อย่างออกรสออกชาติ คุยกับพี่สาวน้องสาวอื่นๆ เรื่องเสื้อผ้า เครื่องประดับของปีใหม่ เสิ่นมี่กับเสิ่นหว่านสองสาวน้อยดีใจมาก เสิ่นหว่านยังใช้ไหมเส้นเล็กถักทอรูปภาพที่เป็นมงคลไม่น้อย แม้แต่ดอกไม้ติดหน้าต่างก็ยังตัดเป็นภาพดอกโบตั๋น ทำให้เสิ่นหนิงกับเสิ่นมี่กล่าวชมเชยขนานใหญ่

  ภายในเรือนชิงจู๋ก็อบอวลด้วยบรรยากาศฉลองปีใหม่ สาวใช้ชุนเซี่ยชิวตงกับฉินฉีซูฮว่าสี่สาวใช้เก็บกวาดที่พักทั้งภายนอกภายในจนเอี่ยมอ่อง ทั้งยังติดดอกไม้กระดาษที่ตัดกันเอง ใบหน้าทุกคนล้วนเปี่ยมสุข ผ่านการอบรมอยู่ด้วยกันมาหลายเดือน พวกสาวใช้ฉินฉีซูฮว่าปรับตัวได้ดีกับการใช้ชีวิตในเรือนชิงจู๋ คุณหนูแม้จะพูดน้อย แต่ก็เป็นคนอยู่ร่วมกันได้ง่าย พวกชุนเซี่ยชิวตงก็ไม่ได้ไประรานพวกนาง  ดังนั้นทุกคนจึงดีใจที่ได้มาอยู่เรือนชิงจู๋ การปรนนิบัติเสิ่นหนิงก็ยิ่งตั้งอกตั้งใจ

“ได้ยินว่าไฉ่ฝูของบ้านตระกูลหล่งป่วยหนัก ได้ออกจากข้างกายคุณหนูหล่งแล้ว คนมาใหม่คือไฉ่ฝัน เดิมเป็นสาวใช้อันดับสอง...” ชิวจี๋ปรนนิบัติเสิ่นหนิงพลางคุยเรื่องตระกูลหล่งพลาง ใกล้ปีใหม่แล้ว การให้ของไปมาระหว่างสาวใช้ก็มีมากขึ้น ดังนั้นข่าวนี้จึงรู้ได้อย่างรวดเร็ว

  “ใกล้ปีใหม่แล้ว พวกเจ้าก็หยุดพักหน่อย ของเหล่านี้ต้องรีบหน่อย” ชิวเกอทำหน้าที่ได้ดีมาตลอด ทั้งเสียงบ่นว่าก็น้อยลงไปมาก คิดว่าเรื่องให้รับผิดชอบจวีเหยียนทำให้สาวใช้เด็กคนนี้เงียบสงบลงไปเยอะ เสิ่นหนิงให้พวกนางตั้งใจเตรียมงานปีใหม่ ทั้งยังสั่งให้ชิวเกอนำเงินกับของขวัญปีใหม่ไปให้พวกชิวอู๋  ตอนสิ้นปี จำนวนมดงานเพิ่มขึ้นเป็นแปดคน สำหรับเรื่องสายสืบ นับว่าน้อยไม่ได้แล้ว เสิ่นหนิงปฏิบัติต่อพวกเขาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเงินทองนั้นนางมิได้ตระหนี่แต่อย่างใด

ถึงแม้ไม่สามารถใช้เงินทองมาวัดผลงานพวกมดงาน แต่นี่เป็นความตั้งใจของเสิ่นหนิงจริงๆ  วันหน้าย่อมไม่มีติดค้างกันแน่นอน

 

   

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น