facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 50 : กาเบียลวีอยู่ไหน!!!!

ชื่อตอน : ตอนที่ 50 : กาเบียลวีอยู่ไหน!!!!

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 93.9k

ความคิดเห็น : 75

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2562 11:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 50 : กาเบียลวีอยู่ไหน!!!!
แบบอักษร

. 

. 

. 

​วีรธัชฝึกยิงปืนจนคิดว่ามันสนุกขึ้นมาแล้ว คงเป็นเพราะว่าวีเริ่มยิงได้แล้วด้วยภายในเวลาผ่านกว่า 2 ชั่วโมงที่ฝึกยิงอยู่คนเดียว โดยที่อิทธิไม่แตะปืนหรือยิงสักนัดเพียงนั่งมองและให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง

                  “ พรุ่งนี้ลางานครึ่งวันซะนะ กูจะไปรับกลับมาอาบน้ำ ”    มาเฟียบอกกับคนรักและลุกขึ้นมายืนอยู่ใกล้ๆก่อนจะเอ่ยอะไรบางอย่างต่อด้วยเสียงที่มีความกังวลเล็กน้อย

                  “ นับจากพรุ่งนี้ไป อาจจะเกิดอันตรายกับมึง กลัวรึเปล่า? ”

                  “ ไม่กลัว ทำไมต้องกลัว ”  ร่างบางตอบอย่างมั่นใจจึงโดนมาเฟียจับโยกหัวแรงๆอย่างหมั่นไส้

                  “ ทำเป็นเก่ง จะคอยดู ”

                  “ เอ้า!! แล้วนายจะไม่ปกป้องผมเลยรึไง ”      ร่างสูงโน้มลงไปหอมหน้าผากร่างบางเบาๆก่อนจะตอบด้วยเสียงหนักแน่น ทำให้ร่างบางได้แน่ใจว่าตนจะปกป้องดูแลเค้าเป็นอย่างแน่นอน

                  “ ใครทำอะไรมึง มันจะไม่มีแม้แต่ลมหายใจบนโลกนี้ ”

                  “ ครับ...นายเก่ง มีนาย ผมก็ไม่กลัวอะไรอีกละ ”

                  “ เมื่อไรจะเลิกเรียกกูว่านาย บอกไม่ฟัง ”      มาเฟียถามแบบหน้านิ่งๆแกมดุทำให้ร่างบางทำหน้าสำนึกผิดและบอกว่าจะพยายาม มาเฟียจึงพอใจและพากันเดินกลับมาที่บ้านเพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว

                  “ โกรธเหรอ จู่ๆก็จะให้กลับบ้านอะ ”

                  “ หึๆๆ กลัวกูโกรธรึไง ไม่ได้โกรธหรอก กูพาลูกเค้าไปต่างประเทศเกือบอาทิตย์ ต้องพาส่งบ้านเร็วหน่อย เอาของไปฝากพ่อมึงด้วยไง จะกลับเลยป่ะ จะให้ลูกน้องไปเตรียมรถ ”

วีรธัชพยักหน้าและยกมือเกาะแขนมาเฟียอ้อนขอแวะไปหอมฮันนี่สักทีก่อนจะกลับ แต่เมื่อไปถึงห้องนอนหนูน้อยก็หลับไปแล้ว วีจึงค่อยๆเข้าไปก้มลงหอมเบาๆและลูบหัวอย่างเอ็นดู ยิ่งหนูน้อยโตขึ้นเท่าไร วีก็ยิ่งรักขึ้นมากเรื่อยๆจนไม่อาจบอกได้เลยว่ารักหนูน้อยคนนี้มากสักเพียงใด

 

                     “ เหมือนแม่กับลูกเลยนะคะ ”     พี่เลี้ยงยิ้มแก้มปริแล้วพูดออกมาแต่ก็โดนวีดุเข้าจึงหุบยิ้มไป

                     “ แม่อะไรเล่า! พูดไป ไปก่อนนะพี่ ”

             อิทธิกับวีเดินออกจากห้องฮันนี่ลงมาด้านล่าง กาเบียลจึงเดินเข้ามาอาสาไปส่งวีกับนายแทนกรรณ ทำให้กรรณงงไปชั่วขณะถูกห้ามออกไปข้างนอก วีจึงยกมือลากันแล้วหัวเราะเบาๆก่อนจะโดนสายตาดุๆจากอิทธิที่มองอยู่และชี้ปรามกรรณจนรีบปิดประตูรถให้นาย

 

 “ อ้าว? กลับกันมาแล้วเหรอ ” ลุงวัฒหันมาทักทายเมื่อเห็นลูกชายและมาเฟียมายืนอยู่หน้าบ้าน มาเฟียหนุ่มยกมือไหว้พ่อคนรักและเอ่ยถึงของฝากที่มีมาให้จากต่างประเทศด้วย

               “ ขอบใจมากๆนะ มีของฝากด้วย วันหลังไม่ต้องก็ได้ ”

               “ เอากระเป๋าไปเก็บก่อนนะ ”   ร่างบางบอกกับมาเฟียแล้วเดินถือกระเป๋าเข้าไปในห้อง มาเฟียจึงมานั่งคุยกับพ่อของร่างบางที่โซฟา ลุงวัฒเลยเปิดถุงดูว่าซื้ออะไรมาฝากบ้างจึงเห็นว่าเป็นเสื้อผ้าและขนม

                “ ผมกับวี เราคบกันแล้วนะครับ ”

                “ จริงเหรอ เอ้อๆๆ ขอบใจนะที่รักลูกลุง มันอาจจะขี้บ่น จุกจิกบ้าง อย่าถือสามันเลยนะ ”

       วีกำลังจะออกมาจากห้องก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างพ่อตัวเองและอิทธิเข้าเลยแอบฟังสักพัก จากนั้นจึงเดินออกมานั่งที่โซฟากับพ่อ หยิบเสื้อผ้าพ่อออกมาดูและถามอย่างไม่รู้เรื่องว่าคุยอะไรกันไปบ้าง

 

                “ คุณอิทเค้าบอกพ่อว่า คบกับแกแล้ววี ”

                “ พ่อไม่ตกใจเหรอ ที่ผม... ”

                “ พ่อรู้ตั้งแต่เค้ามาบ้านบ่อยๆตอนง้อแกละ คุณอิทเค้าบอกพ่อตลอดว่ารู้สึกยังไง แล้วกำลังทำอะไร จนมาคบนี่แหละเค้าก็มาบอกอีก เค้าทำอะไรปรึกษาพ่อและบอกให้พ่อรับรู้มาตั้งนานแล้ว ” ร่างบางหันไปมองมาเฟียและหันกลับมามองพ่อตัวเองอีกครั้งอย่างแปลกใจที่ไม่รู้เลยว่าสองคนนี้คุยกันตลอด

                 “ พ่อมึงรู้ตั้งแต่มึงหลอกกูว่าเพื่อนมึงเป็นแฟนแล้วเอาเงินมาใช้หนี้กู ”

                 “ รู้นานแล้ว...มึงอ่าไม่เคยบอกอะไรเลยวี ”     ลุงวัฒทำเป็นบ่นลูกชายที่ทำเป็นปกปิด

                 “ พ่อไม่อะไรหน่อยเหรอ… ”           ร่างบางถามพ่อที่รับได้ที่ลูกเป็น...

                 “ เรื่องที่ลูกชายมีแฟนเป็นผู้ชายน่ะเหรอ ”

                 “ พ่อมึงเข้าใจ หัวสมัยใหม่จะตาย เนอะลุงวัฒ ”     มาเฟียส่งต่อลุงวัฒที่ตอบกลับไปกลับมาช่วยกันดีเหลือเกินจนทำให้คนฟังอย่างร่างบางถึงกับตาโตกับความสมัยใหม่ของพ่อตัวเอง

                  “ เออ...รักกันที่จิตใจ เพศไหนไม่สำคัญหรอก ”

                  “ บร๊ะ!! เป่าหูกันป่ะเนี่ย ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้เชียว ”    ร่างบางอดแซวไม่ได้จนโดนมาเฟียดุ

                  “ เดี๋ยวมึงจะโดนดีวี ”                          

                  “ ปรามๆมันบ้างก็ดี พูดจาไม่โตสักที ลูกคนนี้นี่ ”   ลุงวัฒให้ท้ายมาเฟียจนร่างบางหน้างอที่พ่อไม่เข้าข้างตนที่เป็นลูก และทำเป็นขยับออกห่างแบบไม่พอใจ

     “ เอ้อ ลุงวัฒจะว่าอะไรมั้ย ถ้าผมจะขอให้วีไปอยู่กับผมที่บ้าน หรือลุงวัฒจะไปอยู่ที่บ้านผม ก็ได้นะ ผมจะสร้างบ้านใหม่ใหม่เลย ”      

คำถามของอิทธิทำให้วีหัวใจเต้นรัวอีกรอบ เพราะเคยคุยเรื่องนี้กันแล้วแต่ไม่คิดว่าจะมาขอจริงๆแบบนี้ ลุงวัฒหยุดคิดไปสักพัก หันไปมองหน้าลูกชายที่กำลังอึ้งและรอฟังคำตอบอยู่ ลุงวัฒจึงตอบอนุญาตให้ลูกชายไปอยู่กับอิทธิโดยตนขออยู่ที่นี่ไม่ตามไปด้วย

                   “ ห่วงลูกบ้างมั้ยเนี่ย ผลักไสไล่ส่งตลอด  ”    ร่างบางอย่างคนน้อยใจ จนทำให้มาเฟียหันมามองอีกครั้งและแสดงให้ร่างบางเห็นว่าพ่อของร่างบางไม่ว่าอะไรเหมือนที่ตนเคยบอกไว้

                   “ พ่อไม่ไปด้วยนะ ขออยู่ที่นี่ คุณอิทเนรมิตอะไรใหม่ให้ตั้งเยอะ แค่นี้ก็สบายแล้ว วีกูยังแข็งแรงมึงไม่ต้องห่วงกูหรอกน่ะ คิดถึงก็แวะมา ไม่เห็นจะยากเลย ”

                   “ ขอคิดดูก่อนได้มั้ย ”     ร่างบางยังคงลังเล ถึงแม้พ่อบอกไม่ต้องห่วงแต่ด้วยความเป็นลูกก็อดคิดไม่ได้ และมาเฟียหนุ่มเหมือนจะรู้ว่าคนรักห่วงเรื่องอะไรจึงเสนออะไรต่างๆนานาทำให้ร่างบางสบายใจและยอมไปอยู่ด้วยกันสักที ไม่ว่าจะเป็นจะให้คนมาคอยดูแล ส่งข้าวส่งน้ำทุกมื้อและอื่นๆสารพัด

                   “ ไม่ต้องขนาดนั้น เป็นง่อยพอดี ”

                   “ ก็...อีก 2 วันจะบอกหลังจากกลับจากไต้หวันนะ ”    

             วีหันไปบอกกับอิทธิ อิทธิจึงพยักหน้ายอมและหันไปเอ่ยขอพาวีไปไต้หวันกับลุงวัฒต่อเป็นการขออนุญาตและให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลอย่างดีไม่ต้องเป็นห่วง ลุงวัฒเองก็โอเคและบอกว่าไม่ต้องมาขอบ่อยๆอยากพาลูกชายไปทำอะไรก็ไปได้เลย

       “ กลับไปได้แล้ว ไป... ”    จู่ๆร่างบางก็หันมาบอกกับมาเฟียที่นั่งคุยกับพ่ออยู่ ทำเอามาเฟียถึงกับสบถอย่าง งงๆที่ร่างบางมาไล่กลับบ้านและยังลุกมาดึงโดยจะเดินไปส่งที่หน้าบ้านอีกด้วย

                    “ ก็ได้ๆ  ผมกลับก่อนนะลุง ”  มาเฟียหนุ่มยกมือไหว้ลุงวัฒแล้วก็เดินออกมาด้วยแรงดันจากคนด้านหลัง และพอมาถึงด้านหน้าก็ดึงคนตัวบางมาโอบเอวไว้หลวมๆ

        “ แน่ะๆๆ พรุ่งนี้เที่ยงเจอกัน ”

                    “ อยากได้การลาแบบฮันนี่ต้องทำไงนะ ”         

          อิทธิเห็นวีคลอเคลียฮันนี่ก่อนจะกลับบ้านทุกวันแล้วอยากได้บ้างจึงอ้อนขอ ไม่วายโดนหัวเราะเยาะจากคนตรงหน้า ก่อนจะพูดอย่างคนน้อยใจว่า...

                     “ มึงอ่าหอมฮันนี่วันละไม่รู้กี่ครั้ง หอมกูสามวันครั้งยังไม่ถึงเลย ”

                     “ อิจฉาฮันนี่เหรอเนี่ย ”

                     “ ถ้าไม่ขอ ไม่บังคับ มึงก็ไม่คิดจะหอมกูเลยใช่มั้ย ”

                     “ ผมอาจจะทำตอนที่นายไม่รู้ก็ได้ วันนี้ก็หอมไปแล้วนายไม่รู้เอง ”

                     “ หอมแล้วหอมอีกไม่ได้ไง? ”       ร่างบางยืนยันที่จะไม่หอมทำให้มาเฟียหนุ่มตอบกลับมาสั้นๆจากนั้นก็ก้าวเท้ายาวเดินออกไปหน้าปากซอยเลยในทันที โดยที่วีตามไม่ทันเพราะไม่ได้ใส่รองเท้าแถมอิทธิยังเดินเร็วรีบขึ้นรถออกไปอย่างรวดเร็วอี

.............................................................................................................................................................................................

 

 

@ 20.00 ที่ไต้หวันกับบรรยากาศงานเลี้ยงเปิดตัวบริษัท ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งถึงเวลาอันสมควร พิธีกรก็เชิญอิทธิผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทและผู้ร่วมหุ้นอีกคนคือ โจธานขึ้นไปร่วมกันตัดริบบิ้นหน้าประตูทางเข้าเพื่อถือว่าเป็นการเปิดบริษัทอย่างเป็นทางการอย่างแท้จริงแล้วในค่ำคืนนี้ โดยมีเสียงปรบมืออย่างดังจากแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานทั้งนักธุรกิทั้งหลาย บรรดาเพื่อนๆและมิตรสหายของทั้งสองฝ่าย รวมถึงลูกน้องด้วย

                    “ คุณวีจะไปห้องน้ำเหรอครับ ”    กรรณคอยยืนดูแลคนรักของอิทธิเดินเข้ามาถามในขณะที่วีกำลังจะเดินไปจากบริเวณที่ยืนอยู่ และเพื่อความปลอดภัยจึงเข้าไปถามเผื่อจะได้ตามไปอารักขา

                    “ อื้ม...ไปเข้าห้องน้ำ ”

                    “ ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ยครับ ”

                    “ ไม่เป็นไรหรอก แค่ไปห้องน้ำ นายกำลังจะกล่าวอะไรด้วย รอดูก่อนก็ได้ ”

           

วียังคงยืนรอฟังการกล่าวอะไรเล็กน้อยของอิทธิบนเวที และพอโจธานพูดวีก็เดินไปเข้าห้องน้ำเลยในทันที และในขณะที่วีทำธุระเสร็จแล้ว แต่ยืนล้างมือกำลังจะเดินออกจากห้องน้ำ ก็มีคนเดินเข้ามาหาวีจากทางด้านหลังโดยใช้ปืนจี้แล้วบอกให้เงียบเอาไว้ วีจึงมองไปในกระจกเห็นเป็นชายฝรั่งอายุราวๆ 35 มาพร้อมกับลูกน้องอีก 2 คนยืนล้อมกันตนหนีอยู่

                     “ เอาไงดีพี่ ”

                     “ เอาตัวมันไป มึงอีกคนไปดูต้นทาง เคลียร์พวกมันหน้าห้องน้ำด้วย ”  ไมเคิลลูกน้องโจธานสั่งการลูกน้องและจับวีมัดมือแล้วคุมตัวให้เดินมาด้านบน จากนั้นก็ผูกขาวีไว้กับเก้าอี้ไม่ให้ไปไหนและยังบอกกับวีอีกว่าไม่ให้ส่งเสียง รองานเลิกจะรู้เองว่าถูกจับมาทำไม

                      “ แล้วทำไมต้องเป็นผม คนในงานเยอะแยะ ”  วีถามกลับเป็นภาษาอังกฤษ

                      “ คุณคือคนรักของคุณอิทไม่ใช่เหรอ แล้วรู้มั้ยผมเป็นใคร ฮ่าๆ ผมเป็นมือขวาของคุณโจธาน ผู้ที่กำลังจะเป็นใหญ่ที่สุด ของบริษัทนี้แต่เพียงผู้เดียวไง ” เสียงหัวเราะและคำพูดของไมเคิลทำให้วีเบ้ปากลงและคิดในใจด่าโจธานที่เล่นไม่ซื่อใช้วิธีสกปรกต่างจากวิถีคนรักของตนนัก

      “ แค่บริษัทๆเดียว ไม่มีปัญญาสร้างเองรึไง ถึงต้องมาหักหลังคนอื่นเพื่อครองบริษัทเพียงคนเดียวหรือว่านายของคุณโนเนม ไม่น่าเชื่อถือพอ เลยหลอกใช้ชื่อเสียงและบารมีของคุณอิท ”

 

พัวะ!!! 

   หลังมือฟาดตบปากของวีจนหน้าหัน วีถึงกับถุยเลือดออกจากปากและหันกลับมามองไมเคิลอย่างไม่เกรงกลัวแม้ว่าไมเคิลจะตวาดซ้ำให้หุบปากและขู่ว่าให้เตรียมตัวตายไว้ภายในคืนนี้ก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้นประตูก็ถูกเปิดออก คนที่เข้ามาทำให้คนที่ถูกจับอย่างวีถึงกับตกใจเพราะชายผู้นั้นคือกาเบียล ผู้ขวาสุดเก่งของคนรักตัวเอง

                     “ นี่! ทำร้ายคุณวีทำไม นอกเหนือคำสั่งนาย ”    กาเบียลบ่นไมเคิลเมื่อเห็นแผลแตกจากปากวี

                     “ ปากเสีย พลั้งมือไปนิด ”

                     “ นี่มันอะไรกาเบียล คุณ... ”     วีตกใจเล็กน้อยที่กาเบียลรู้จักกับไมเคิลแถมพูดคุยกันอย่างกับเป็นคนทำงานทีมเดียวกัน แต่กาเบียลไม่ตอบอะไรกลับมากนัก บอกแค่ว่าให้วีอย่าพูดอะไรและเงียบไว้จะได้ไม่เจ็บตัว วีจึงขู่กลับว่าเดี๋ยวอิทธิก็ตามหาตนไม่ต้องรอให้งานเลิกหรอก

                      “ ผมบอกกับกรรณไว้ ว่าคุณขอออกไปสูดอากาศด้านนอกแล้วผมก็ให้คนไปคอยดูแลคุณแล้ว ไม่ต้องห่วง  คงยังไม่มีใครมาตามหาคุณสักพักแหละคุณวี ”

                      “  คุณไปเตรียมซองเอกสารเหอะ ทางนี้ผมจะดูเอง ”

        หลังจากผ่านไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อวีก็ดังขึ้น ไมเคิลจึงเดินเข้าไปหยิบมันมาจากตัววี ประจวบเหมาะกับกาเบียลที่เข้ามาพอดีอีกครั้ง ไมเคิลจึงส่งโทรศัพท์ให้กาเบียลจัดการ เพราะอิทธิเป็นคนโทรมา กาเบียลคุยกับเจ้านายเก่าและบอกว่าวีอยู่กับตนเองจะดูแลให้ แต่วีกลับตะโกนแผดเสียงขอความช่วยเหลือ และมันก็ดังพอที่อิทธิได้ยิน อิทธิจึงรีบถามกาเบียลว่าตอนนี้วีอยู่ที่ไหนด้วยความโกรธ

                        “ งานเลิกนายก็จะรู้เองนะครับ ”     กาเบียลพูดจบก็วางสายและปิดเครื่องทันที ทำเอาอิทธิก็กำมือแน่น สั่งให้ลูกน้องตามหาวีให้เจอว่าวีอยู่ที่ไหนและรีบไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยตัวเองก็ไป ตามหาตัวของโจธานที่ห้องรับรองด้านบนอย่างรวดเร็วและไปเจอกับกาเบียลยืนอยู่หน้าห้องเข้า

        

 “ วีอยู่ไหน!!! ”          อิทธิตะเบงเสียงถามคนในห้องอย่างเดือดดานแต่คนด้านในกลับหันมามองอย่างใจเย็นและยิ้มเรียบๆกลับมาให้กันทั้งหมด

                        “ ใครหรอคะสุดหล่อ ดูคุณจะห่วงเค้ามากนะ ”    เจลลาถามอย่างคนซื่อๆ

                        “ อยู่ไม่ไกลจากห้องนี้หรอกครับ คุณอิท ”     ไมเคิลตอบแทนนายๆที่ยังคงนั่งเงียบ

                        “ พวกคุณต้องการอะไร ”     กรรณมองไปที่โจธานและถามด้วยเสียงดุดันไม่แพ้นาย

 โจธานจึงลุกยืนและตอบโดยเปิดตัวที่ปรึกษาคนใหม่อย่างกาเบียลให้อิทธิได้รับทราบก่อน แต่อิทธิกลับทำท่าไม่แปลกใจและนิ่งเฉย อีกทั้งยังแสดงความยินดีอย่างจริงใจกลับไป สร้างความแปลกใจให้กับฝ่ายศัตรูกลับคืนอีกด้วย รวมถึงลูกน้องฝั่งตัวเองก็งงเช่นกันกับการกระทำของนาย

        “ โอเค...งั้นไปพาตัวคนรักของคุณอิทมาที่ห้องนี้ ”  ลูกน้องฝีมือดีของโจธาน เดินไปแกะมัดที่เท้าของวีออกแล้วพาวีมาที่ห้องรับรองที่ตอนนี้มีคนอยู่มากมาย เพื่อต้องการเจรจาอะไรบางอย่างกัน ไม่นานวีก็ถูกพาตัวมาที่ห้อง อิทธิจึงเรียกวีด้วยน้ำเสียงของความเป็นห่วง ทำให้เจลล่าที่มองอยู่ถึงกับหมั่นไส้

                      “ ท่าทางจะรักกันมากนะคะ ”

                      “ นาย..ไม่ต้องห่วงผม พวกนี้มันหวังจะยึดบริษัทนาย ”     วีบอกกับอิทธิในเรื่องที่รู้มา

                      “ อะไรในตัวเค้า ที่พังทลายกำแพงใจของคุณล่ะอิทธิ หลายต่อหลายปีที่รู้จักกันไม่เห็นจะรักใคร หรือมีใครเคียงข้าง คนๆนี้ไม่ธรรมดายังไงกัน ”

                      “ นี่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องคุยกัน คุณต้องการอะไร?? ”

           โจธานหันไปบอกกับกาเบียลให้ยื่นข้อเสนอกับอิทธิตามแผนการที่กาเบียลสร้างเอาไว้กับโจธาน ซึ่งโจธานต้องการเป็นผู้ถือหุ้นคนเดียวของบริษัทโดยให้อิทธิเซ็นเอกสารยินยอมและส่งมอบบริษัทให้ถึงจะปล่อยตัวคนรักของอิทธิไป

                       “ แค่นี้เหรอ...เอามาสิ ”     อิทธิยังคงแสดงความนิ่งเฉย กรรณจึงรีบเดินมาห้ามนายไว้และด้วยความไม่พอใจที่อิทธิแสดงความเป็นห่วงวีโดยมองอยู่ตลอดทำให้เจลล่าลุกขึ้นเดินมาตบวีเข้าที่หน้าอยู่หลายครั้งจนแก้มแดงเป็นรอยนิ้ว จากนั้นก็คว้าปืนจากเอวลูกน้องแถวนั้นขึ้นมาจ่อที่หัววีเพื่อขู่อิทธิ

            “ เซ็นเถอะครับ จะได้จบๆ ”       

                         “ ศักดิ์ศรีพี่มันไปไหนหมดวะ ”   กรรณพูดอย่างไม่พอใจกับคำพูดที่กาเบียลเร่งให้นายเก่าอย่างอิทธิ แม้ว่าไมเคิลจะบอกกับกรรณด้วยการเป็นมือขวาแทนกาเบียลที่จะไม่อยู่ แต่ก็ไม่ทำให้กรรณพอใจขึ้น วีเองก็ร้องขออีกคนไม่ให้อิทธิเซ็น แต่ก็ไม่ได้ผลเมื่ออิทธิกดปากกามองวีที่กำลังโดนเจลลาทำร้ายอยู่

                          “ ดีนะที่กาเบียลเข้ามาจัดการเรื่องเอกสารให้ผม เพียงแค่คุณเซ็น ทุกอย่างก็ถือว่าเสร็จสิ้น เพราะกาเบียลดำเนินการให้หมดทุกอย่างแล้ว เสียดายลูกน้องดีๆคนนี้มั้ยล่ะ ”

                          “ ผมไม่เคยคิดเสียดายเค้า ” กาเบียลมองอิทธินิดๆกับคำพูดที่บอกว่าไม่เคยคิดเสียดาย พร้อมเลื่อนเอกสารไปใกล้มากขึ้นอีก เพื่อให้อิทธิคว้ามาเซ็นสักที แผนการจะได้จบสิ้นหรือเริ่มต้นสักที กาเบียลมองอิทธิ พร้อมเลื่อนเอกสารไปใกล้อิทมากขึ้น ทั้งวางปากกาให้ด้วย 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

#  ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน  เข้ามาเม้นท์และกดถูกใจนะคะ 

#  หากมีสิ่งใดที่ไรท์ทำให้ใครไม่พอใจ ขออภัยด้วยค่าาา 

ความคิดเห็น