เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

47.2 ความน่ากลัวของเมรัย

ชื่อตอน : 47.2 ความน่ากลัวของเมรัย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 183

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2562 00:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
47.2 ความน่ากลัวของเมรัย
แบบอักษร

ณ เบื้องล่างหอคอยร้าง โบราณสถาน และวิญญาณปีกปักษาที่กระพือบินอย่างองอาจ

          “..อุ๊ยยย”เสียงร้องน่าหยิกของโซฟีดังกังวานดุจเสียงนาฬิกาปลุก ท่ามกลางซากกำแพงหินถล่ม นักเชิดหุ่นน้อยลืมตาอย่างยากลำบาก มือเคลื่อนหาตุ๊กตาแสนรัก ตุบๆ ด้วยใจสื่อผสานกัน ไม่นานนางก็พบว่ามันตกอยู่ใกล้ๆมิห่างไกล โซฟีคว้าแขนแคนดี้มากอดแนบอกพลางปรับลมหายใจให้คงที่ นักเชิดหุ่นน้อยมิรู้สลบไปนานเท่าไหร่ กระนั้นยามนี้นางยังมีลมหายใจ นับว่าฟ้าเมตตายังมิทอดทิ้งนาง

          “เมรัย..”

          “..”

          ช่องแคบเล็กๆมีขนาดพอให้หมูอ้วนๆนอนแออัดกันสามสี่ตัว นั้นคือจุดที่พวกโซฟีอยู่ตอนนี้ นักเชิดหุ่นน้อยตกตะลึงเมื่อชายตามองด้านบน เห็นภาพเมรัยกำลังใช้แขนสองข้างผลักผนังที่โซฟีนั่งพิง ท่าทางคล้ายคลึงกำลังปกป้องโซฟีไว้ใต้อ้อมแขน สิ่งที่สร้างความกังวลวิตกให้โซฟีคือแผ่นหลังเมรัยกำลังยก แบกก้อนซากผนัง นางพยายามไม่ทรุดเข่าเพื่อปกป้องไม่ให้หินหนักๆตกทับคนข้างล่าง

          “เมรัยๆ”โซฟีใช้อุ้งมือเขย่าเรียกสติเมรัย กระนั้นหมอผีน้อยหลับนิทรา

          “…”เพราะกลัวอีกฝ่ายมีอันตรายแก่ชีวิต โซฟีจึงยื่นมือประกบพวงแก้มเมรัยเพื่อตรวจดูสีหน้าและวัดลมหายใจ คราวนั้นที่หมอผีน้อยเริ่มรู้สึกตัวอย่างเลือนราง นางค่อยเปิดดวงตา บ่งบอกว่าชีวิตยังเหลืออายุขัย “บาด..เจ็บหรือไม่”น้ำเสียงแหบพร่าฟังอ่อนแรงยิ่งนัก โซฟีสะอึกอยากร่ำไห้ กระนั้นตอนนี้มิใช่เวลาเสียใจ “ทำเช่นไรดี”

          “…”

          เพราะแผนหลบหนีมิใช่แผนที่ใช้เวลาคิดนานและวางอย่างรัดกุม เมรัยที่สร้างโอกาสให้ทุกคนหลบหนีจึงไม่เตรียมแผนรับมือและเครื่องมือใดเพื่อจัดการกับปัญหาเช่นนี้ หมอผีน้อยรู้เพียงว่าเบื้องล่างหอคอยมีชั้นใต้ดิน เพราะวิญญาณภูตบอก เมรัยใช้ยันต์ที่ไม่สมบูรณ์ระเบิดพื้นเพื่อดึงความสนใจปักษานิลกาฬ จังหวะเวลาที่มัจจุราชาสาวพลั่งเผลอ มีมากพอให้เมรัยดึงโซฟีตกลงมาชั้นใต้ดิน ด้วยอาศัยทักษะเอาตัวรอด ทำให้ทั้งคู่ยังไม่โดนหินทับแบน

          “ตรง..นั้น”

          เมรัยส่ายสายตาไปทางแสงสลัวซึ่งคือช่องทางขนาดเท่ารูให้หมามุด ช่องว่างที่ไม่กองหินปิดขวาง สามารถให้โซฟีคลานกระดืบออกไป “แล้วเมรัย..”โซฟีสะอื้นถามเสียงสั่นเทิ้ม หมอผีน้อยยิ้มบางๆแลน่าหลงใหล ตอนนี้นางต้องยืนยันก้อนหินด้านบนมิให้ร่วงลงทับทั้งคู่ เมรัยกล่าวให้โซฟีออกไปก่อน แล้วหมอผีน้อยจึงจักตามไปทีหลัง “ข้ายังไหว”

          แท้จริงเมรัยโดนหินกระแทงหัว มือขวาโดนแก้วแทงทะลุ แผ่นหลังนางก็โดนหินกระแทงและทับกดเนื่องๆ

          กระนั้นตอนนี้มีสาวน้อยตัวเล็กน่ารับประทานให้นางปกป้อง เมรัยจึงไหว

          “…”นักเชิดหุ่นน้อยอยากพูดอะไรสักอย่าง กระนั้นให้กลืนคำพูด นางส่ายผมและรีบคลานไปข้างนอก “ข้าไม่เป็นไรแล้ว เมรัยออกมาเถอะ”

          ไร้เสียงตอบรับ เวลาล่วงเลยผ่านไปนาน หัวใจโซฟียิ่งดิ่งตกพื้นแตก “เมรัยๆๆ”

          ไม่!!

          “…”

          ขณะโซฟีนั่งแปะร้องไห้เสียใจที่ทอดทิ้งเมรัย มือหมอผีน้อยพลันยื่นออกนอกช่องแคบ เมรัยคืบคลานเหมือนผีดิบ ออกจากหลุมศพสำเร็จ แม้จักเต็มไปบาดแผลหลายจุดและความเหนื่อยล้า เมรัยยังยืนหยัดมิยอมแพ้ เหตุผลง่ายๆเพราะยังมีคนรอกอดนาง ที่สำคัญเมรัยมิกล้าสิ้นลมระหว่างอยู่โซฟี กลัวนักเชิดหุ่นน้อยจักโศกเศร้าทุกข์ใจ คิดว่าเป็นความผิดของตน

          ชั้นใต้ดินหอคอยคือโบราณสถานเก่าแก่อายุหลายพันปี เพดานสูงเท่าตึกสิบชั้น และโถงทางเดินที่ทอดยาวดุจทางเดินปราสาทพ่อมด ผนังสีเทาขาวมีร่องรอยแตกร้าวและเถาวัลย์ต้นตำลึง รากต้นโพธิ์ชอนไช ใบไม้สีเขียวขจี และดอกหญ้าสดใส แสงสุริยะขาวสาดส่องลอดช่องเพดานที่แตกเป็นหลุม บนทางเดินมีกองซากหินประปราย บางจุดมีลำธารน้ำไหลเป็นแม่น้ำสายเล็กๆ

          พวกเมรัยร่วงมายังข้างล่างนี้ หากแหงนหน้ามองด้านบนจักเห็นซากหินปิดบังแสงสว่าง ให้มั่นใจว่าปักษานิลกาฬมิอาจทำลายและตามลงมาไล่ล่าพวกนาง เมรัยเห็นดังนั้นจึงคลายใจเจ็ดส่วน ปลดปล่อยความกลัวที่มีต่อเทวาแห่งความตาย หมอผีน้อยเหนื่อยเหลือเกิน นางอยากพักผ่อน หลับสักงีบ…

          “เมรัย…”

          โซฟีขยับจับมือเมรัย สัมผัสจังหวะชีพจรเต้นแผ่วเบาบาง นางหลับแล้ว..

          ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เมรัยช่วยชีวิตโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยมิปรารถนาให้เมรัยเสียชีวิต โซฟีอยากตอบแทนเมรัย เวลานี้สิ่งใดที่นางสามารทำเพื่อช่วยรักษาหมอผีน้อย โซฟีพินิจทั่วสรรพางค์กายใต้อาภรณ์หนาแน่น ครุ่นคิดวิธีจัดการบาดแผล ครั้นโซฟีเปิดท้องแคนดี้และลวงยาวิเศษ ขวดยาแก้วเจียระไนระยิบระยับภายในมียารักษาอาการบาดเจ็บ ช่วยสนามแผลที่เกิดจากของมีคมทุกชนิด ยาที่โซฟีพกติดตัวไว้เผื่อนางโดนแมวที่เหยื่อเลี้ยงไว้ข่วน

          “อ้าปากนะเมรัย”

          อุ้งมือน้อยจับเปิดปากผู้ป่วย นางเปิดขวดและเทยาให้เมรัยดื่ม ทว่าเมรับสำลักยาขม ไม่ยอมกลืนอย่างโซฟีหวัง “ไม่…”ยังเหลือยาอีกครึ่งขวด นักเชิดหุ่นน้อยลังเล ชั่งใจครู่หนึ่ง ยารักษามีรสขมคอ ปกติโซฟีก็ทำใจมิอยากดื่ม กระนั้นตอนนี้ถ้าเมรัยไม่ดื่มยา อาหารบาดแผลจักติดเชื้อ เน่า ท้ายที่สุดอาจพิการ โซฟีไม่ยอม นักเชิดหุ่นน้อยปรายตามองแคนดี้ พลางหยิบตุ๊กตาคู่ชีพไปวางไว้ๆแอบหลังโขดหิน มิให้มันเห็นการกระทำไร้ยางอายของเจ้านาย

          เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครแอบส่อง โซฟีหลับตาปริบ ดื่มยารักษาและจ่อปากชิดปากเมรัย

          จูบนี้ขออย่าให้ใครรู้

          “..”เมรัยขมวดคิ้วพยายามต่อต้านรสชมและสิ่งแปลกปลอม กระนั้นโซฟีใช้ลิ้นผลักไส้พยายามป้อนอย่างดุดัน กระทั่งรู้ว่ายาไหลลงคอเมรัยหมดทุกหยด นักเชิดหุ่นน้อยผละปาก หอบหายใจถี่ พวงแก้มแดงระเรื่อด้วยมีไอร้อนผ่าว นางกลัวเมรัยตื่นจึงยกมือโบกๆเบื้องหน้าหมอผีน้อย เห็นผู้ป่วยนอนนิ่งก็โล่งอก คราวนี้ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย พวกนางมิอาจนั่งและนอนพักตรงนี้ใกล้ๆจุดตก เพราะกลัวปักษานิลกาฬคิดแค้น ตามมากัด

          “ไปกันเถอะเมรัย..”

          โซฟีมีแรงไม่มากนัก กระนั้นแรงใจนางยังมีเหลือ สองมือนิ่มจับใต้รักแร้หมอผีน้อย ทุ่มแรงลาก…

          ไม่ไป……

          “……………………………”

          หนักจัง!!!!นี่มันคนหรือผีเสื้อสมุทร!!!

          “…ห หนัก..”โซฟีใช้แรงดึงสิบส่วน เม้นปาก แก้มบานป่อง เอ้าฮึบ แฮกๆๆ

          หนักยิ่งนัก หนักเกินไป น้ำหนักขนาดนี้ต่อให้โซฟีแยกร่างสิบคนก็ช่วยกันลากมิไหว นักเชิดหุ่นน้อยคอตก พลางเศร้าสลด รันทดในพละกำลังและนึกเศร้ากับส่วนเนื้อเมรัย ให้ลากยังไม่เคลื่อน คงมิหวังให้แบกขึ้นหลัง โซฟีทรุดเข่า เสื้อชุดเดรสนางเปรอะเปื้อนเศษฝุ่นเศษดินพอๆกับชุดเมรัย สภาพทั้งสองสกปรก ไม่น่าพิศวาส มอมแมมเหมือนลูกหมาคลุกขี้ดิน เผลอมึนเหยียบบ่อโคลน เฮ้อ

          โซฟีปรายตาใส่เมรัยที่นอนนิ่งปานหมูหลับกลางวัน นักเชิดหุ่นน้อยนั่งจ้อง กระทั่งอดใจไม่ไหว เปิดพุงเมรัย

          “…”นักเชิดหุ่นน้อยอ้าปากเท่าไข่ห่าน พลางค่อยๆจัดเก็บเสื้ออีกฝ่ายให้เรียบร้อย  

          นั่งคอตก คิดวิธีอีกสักพัก

          “รอฟื้นพลังมาโฮ..ไม่ดี”

          ถ้าหากรอให้พลังมาโฮโซฟีฟื้นคืนจนสามารถสั่งให้แคนดี้แปลงร่างเป็นหุ่นกลมรณะ คราวนั้นพลังมาโฮของนางปะทุรุนแรง เกิดปักษานิลกาฬยังอยู่ใกล้ๆบริเวณนี้ต้องจับสายพลังมาโฮโซฟีได้แน่ อันตรายดั่งเช่นยามแต่งตัวชุดวันเกิดไปเดินที่สาธารณะ เฉพาะยามนี้นักเชิดหุ่นน้อยต้องปิดกั้นพลังมาโฮ มิให้มันรั่วไหลปล่อยให้ศัตรูตามกลิ่นจนเจอ “…”ไม่มีแผนดีเยี่ยม โซฟีหมดหวัง นางปรายตามองพุงเมรัยอย่างเย็นชา เหตุนางอ้วนท้วมเช่นนี้

          แม้นจักรู้เมรัยกินเยอะ แต่..

          โซฟีเขม่นมองปานอยากขย้ำก้อนไขมันไร้ประโยชน์ นักเชิดหุ่นน้อยคลานมาใกล้ๆพลางเลิกเสื้อเมรัยอีกครา พุงนุ่มๆป่องๆเป็นชั้นเนื้อสีครีมนมน่าเลีย มิว่ามองมุมใดก็สร้างความสะพรึงให้โซฟีผวา ใจสั่นสะท้าน ยิ่งเป็นเพราะพุงเมรัย นางจึงปวดหัวระเบิด “ฮึ” โซฟีขยุ้มพุงเมรัยเล่นอย่างเมามันส์เพื่อระบายความแค้น พลั่งรู้สึกติดใจ บีบๆตบๆสัมผัสนี้ก็..มิเลวนัก

          “..”

          ไม่! โซฟีทิ่มปากคลอเคลียหน้าท้องพราวเสน่ห์อย่างหลงใหลหัวปักหัวปำ กระทั่งรู้สึกตนเองเสียการควบคุมจึงผละออกอย่างลนลาน ประหนึ่งแตะของร้อน

          “พอที”โซฟีหงุดหงิดพลั่งพลางเหวี่ยงฝ่ามือตบหนับท้องเมรัย “อ๊า”

          “!!!”

          เสียงครางกระชากอารมณ์ดังไล่โซฟีให้ถอยหนีปานเหยียบระเบิด ยังดีที่เมรัยแค่ละเมอ มิเช่นนั้นโซฟิมิรู้จักแก้ตัวให้การกระทำประหนึ่งโจรปล้นสวาทเช่นไร โทษสัดส่วนเรือนร่างอวบๆเมรัยเถอะ

          หมดเวลาสติแตก โซฟีรู้ว่าตนเองมีนิสัยที่ขัดแย้งกัน เวลาเปิดตาสีฟ้าครามนางจักอ่อนแอและขี้โรค มิกล้าท้าทายใคร เวลาเปิดตาสีแดงทับทิมคือยามที่นางออกสู้สังหารเหยื่อ ยามนั้นนิสัยสันดานนางจะถูกปลุกให้ชั่วร้าย แข็งกระด้าง หยาบคาย เป็นคนที่มีความมั่นใจและหยิ่งผยอง “ต้องรีบแล้ว”โซฟีมิอยากเปิดตาสีแดงยามอยู่กับเมรัย กระนั้นให้นางเปิดตาสีฟ้าคงได้จิตตก ซึมเศร้า โง่อีกด้วย

          “ฮึ พะยูนชัดๆ”

          โซฟียิ้มดูหมิ่นพุงน่าเกียจ นางสะบัดผมลอน พลางถอดเสื้อเมรัย โซฟีใช้เสื้อมัดใต้รักแร้เมรัยแล้งนำเสื้อมาร้อยไว้กับสองมือนักเชิดหุ่นน้อย ทำเป็นเชือกลากผู้ป่วยที่มิค่อยช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีนัก โซฟีคว้าตุ๊กตาแคนดี้และยัดมันไว้กับพุงเมรัย “ฮึบ” สองมือลากเชือก สองเชือกลากเมรัย นักเชิดหุ่นน้อยหน้าแดงเถือกด้วยใช้แรงเกินสิบส่วน นางฝืนลากไปทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แม้นใช้เวลานานกว่าจักขยับเขยื้อน กระนั้นยังดีกว่าไม่ขยับเลย

          หนึ่ง สอง สาม

          ครืน…

          ช่างทรมานนัก นี่นางกำลังลากสาวน้อยใช่หรือไม่ เหตุใดน้ำหนักมันไม่น้อยสมชื่อสาวน้อยเล่า โซฟีมิรู้จักร้องไห้หรือหัวเราะดี นางขบกราม ตั้งใจลากอย่างไม่ย่อท้อ ขอเพียงให้ไปไกลจากจุดตก

          บนโถงทางเดินมีหญ้า หลุม และเนินหิน โซฟีก้าวเท้าอย่างหนักหน่วง ทุกก้าวแฝงความมุมานะที่นางเคยมีในอดีต ไม่ยอมแพ้ ไม่เลิกรา จะลากจนกว่าจะไปยังสถานที่ปลอดภัย “หนัก…”ลากไปพลาง บ่นไปพลาง มิสนว่าหัวเมรัยชนกระแทงก้อนหิน มิสนก้นเมรัยโดนหินเสียบ มิสนว่าเมรับจักเจ็บปวดเจียนตายเช่นไร เพราะนอกจากความเมตตา ความอ่อนโยน ห่วงเมรัย โซฟียังมีความโกรธระอุ โมโหที่เมรัยตัวหนักยิ่งนัก!!

          หากเปลี่ยนเมรัยเป็นคนลาก โซฟีสลบ เมรัยคงลากโซฟีไปไกลกว่านี้พันเท่า

          ให้แบก อุ้มไปก็ยังไหว

          ตุบ..

          ณ ห้องอันห่างไกลจุดดั้งเดิมที่พวกเมรัยตก โซฟีลากเมรัยถึงเขตปลอดภัยสำเร็จ สถานที่แห่งนี้คือห้องโถงขนาดกว้าง เพดานสูง มีช่องบานทวารไร้บานประตู ภายในมีแม่น้ำหลายสายที่รินไหลจากช่องเพดาน น้ำตก น้ำพุ มีดอกบัวบานสะพรั่ง ความงามประหนึ่งห้องประชุมพระเจ้ามิสร้างความสำราญให้โซฟีตื้นตันใจที่มีโอกาสมาเห็น นางเมื่อย ขาอ่อน ปวดไหล่ ปวดมือ อยากเข้าห้องน้ำ ที่สำคัญตัวนางเหนี่ยวเหงื่อกาฬ สีหน้าขาวซีดประหนึ่งแรงงานก่อสร้างที่พึ่งเริ่มงาน

          นางจัดท่าให้คนสลบนอนอย่างสบายบนแท่นหินโบราณ โซฟีหอบและคลื่ยิ้มละไม

          เอาจริงก็ทำได้ เห็นหรือไม่แคนดี้…

          สาวน้อยยิ้มภูมิใจพลางปรายตามองพุงย้วย ก้อนเนื้อสองชั้นที่โผล่นอกเสื้อและกางเกงเมรัย ราวมันจะส่งยิ้มขอบใจให้โซฟี

          ยิ้มโง่ๆน่ะสิ

          โซฟีหยิบตุ๊กตาแคนดี้พลางฟาดมันตีพุงเมรัยแปะๆ หนึ่งทียังไม่สะใจจึงกระหน่ำตีอย่างเกรี้ยวกราด

          “แบร่”

          แลบลิ้นล้อเลียนด้วย คราวโซฟีเริ่มลงมือปฐมพยาบาลเมรัยด้วยศาสตร์รักษาพื้นฐาน เวลาทำงานลอบสังหารโซฟีมิค่อยมีแผลมากนัก กระนั้นก็มิอาจหลีกเลี่ยงการจู่โจมและการโต้สวนของเหยื่อ บางครั้งนางบาดเจ็บ แต่ส่วนมากเป็นแค่บาดแผลเล็กๆน้อยๆมิร้ายแรงขั้นช่วงชิงชีวิต เคราะห์ดีที่แผลเมรัยมิใช่แผลใหญ่ กระนั้นก็ดูสยดสยองชวนใจหาย เลือดแดงไหลอาบมือ ที่ขาและแขนมีแผลขีดละลาน โซฟีขอบคุณที่เมรัยสวมใส่อาภรณ์หลายชั้น นักเชิดหุ่นน้อยคำนึงถึงชีวิตคนสำคัญกว่าจึงถอดเสื้อเมรัยทีละชั้น ใช้เป็นผ้าพันแผลและพันแผลให้เมรัยอย่างทะนุถนอม ใส่ใจ เบามือ  

          ยิ่งถอดเสื้อหมอผีน้อย นักเชิดหุ่นน้อยยิ่งน่าแดงเป็นลูกท้อ เนื้อหนังที่ค่อยๆปรากฏเหมือนเวลาที่โซฟีปลอกเปลือกผลไม้สุดที่ด้านในมีเนื้อชุ่มฉ่ำ เพียงแลดูก็ใคร่มโนรสหวานอร่อยละมุนลิ้น

          ทรวงอกอวบอิ่มมีชุดชั้นในสีชมพูระเรื่อขับให้เหมือนชิ้นเค้กน่าตักใส่ปาก ส่วนเอวขยายที่ห้อยตกและบั้นท้ายที่เบ่งบานน่าดูชม

          “อึก”

          โซฟีกลืนน้ำลาย มองเช่นไร มุมไหน เรือนร่างนี้ช่างเย้ายวนชวนสัมผัส น่ากอดยิ่งนัก…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น