หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 30 ใกล้ถึงปีใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 ใกล้ถึงปีใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2561 08:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 ใกล้ถึงปีใหม่
แบบอักษร

ระยะที่ผ่านมา  ตำแหน่งกรมพิธีการทูตเฉิงของซั่งกวนฉางจื้อองค์ชายห้าเป็นไปอย่างราบรื่น  หลังราชทูตซีเอี้ยนแล้ว เหล่าขุนนางกรมพิธีการทูตมีความรู้สึกที่ดีต่อเขามาก  โดยเฉพาะกลุ่มซ่งเหวินชิง เนื่องจากเขามักขอให้สอนแปลอย่างถ่อมตน ทำให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

“องค์ชายห้าอ่อนน้อม  ทำงานรับผิดชอบจริงจัง...”  ฟางฉงเจ๋อบอกเฉียนถงซื่อผู้เป็นนาย ระยะนี้ซั่งกวนฉางจื้อมักตามอยู่ข้างตัวเขาเพื่อรับฟังเรื่องราวต่างๆ ของกรมพิธีการทูต ด้วยเพราะใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาก เขาจึงรู้สึกดีต่อองค์ชายที่ตั้งอกตั้งใจเรียนรู้อย่างมาก ระหว่างการพูดคุยก็มักกล่าวชื่นชมอยู่เสมอ

เฉียนถงซื่อได้ยินคำของฟางฉงจื้อก็ลูบหนวดด้วยความเคยชิน  ไม่ได้พูดอะไร หากกล่าวด้วยใจเป็นกลาง เขารู้อยู่ว่าองค์ชายพระองค์นี้ อ่อนน้อมถ่อมตน เทียบกับองค์ชายสามที่มักมองข้ามศีรษะคนอื่นแล้วดีกว่ามากมาย  แน่นอนว่าย่อมทำให้คนรู้สึกดีด้วยเป็นธรรมดา  การมีมารยาทต่อผู้อยู่เบื้องล่าง  เป็นคุณธรรมหนึ่งที่รัชทายาทจะต้องมี เพียงแต่ไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของฮ่องเต้  แต่คิดอีกทีพวกคนเก่าแก่ที่อยู่เมืองหลวงนานนมยังไม่แสดงทีท่าเลือกฝ่าย  เขาก็ยังไม่รีบ ค่อยๆ รอดูไปก่อน

ทางฝั่งซั่งกวนฉางจื้อก็กำลังทอดถอนใจที่เฉียนถงซื่อไม่ได้อือออด้วย  เฉียนถงซื่อปฏิบัติต่อเขาไม่เลว ร่วมมือกระตือรือร้นเสมอมา  งานหลวงก็คอยชี้แนะ แต่ถ้าจะว่าดีก็ยังไม่ใช่  ประเมินดูก็คงทำเช่นเดียวกันกับองค์ชายอื่น ไม่มากไม่น้อยเกิน  ถึงแม้จะเป็นผู้ร่วมงานในกรมพิธีการทูต  แต่ก็ยังนับว่าเบาบางเกินไป เขาจะต้องอาศัยช่วงที่ดำรงตำแหน่งในกรมพิธีการทูต  ให้เขาเปลี่ยนทีท่าให้ได้  ซั่งกวนฉางจื้อตั้งปณิธานเงียบๆ จากนั้นไปยิ่งตั้งใจทำหน้าที่ในกรมพิธีการทูต  สาบานว่าต้องให้เฉียนถงซื่อเปลี่ยนแปลงทีท่าให้ได้

หลังจากตามเจียงป๋อเหวินกลับไปหล่งอิ้ว ฮองเฮากับเต๋อเฟยก็ยังคงเย็นชากันเหมือนเดิม มิได้ดีขึ้นหรือแย่ลง ส่วนรัชทายาทกับตระกูลเจียงจะเป็นพันธมิตรกันหรือไม่ หลี่กุ้ยผินกับซั่งกวนฉางจื้อก็ไม่อาจรู้ได้ ได้แต่สั่งการลงไป ให้คอยสังเกตวังองค์ชายรองให้มาก ตามดูว่ามีข่าวคราวอะไรบ้างหรือไม่

งานมงคลสมรสขององค์ชายรองกับตระกูลเฉินมาถึงขั้นกำหนดฤกษ์แล้ว ฝ่ายซือเทียนไถเสี่ยงทายออกมาได้ปีหน้าเดือนหนึ่งวันที่ยี่สิบ ดูแล้วอิทธิพลเสนาบดีทหารต้องเป็นขององค์ชายรองเสียแล้ว ดูท่ากำลังฝั่งตระกูลภรรยาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆ ในระหว่างที่ซั่งกวนฉางจื้อกำลังทอดถอนใจ ก็ได้ร่วมประชุมกับเสนาธิการถึงการปูทางด้านตระกูลภรรยาในการวางแผนการต่อไป

ย่างเข้าเดือนสิบสอง เมืองหลวงมีหิมะตกหนักหลายครั้ง ถึงแม้อากาศจะเหน็บหนาว ซ้ำระหว่างนั้นยังมีข่าวเรื่องขอทานกับคนร่อนเร่หนาวตายไม่น้อย แต่บรรยากาศเมืองหลวงก็เริ่มครึกครื้นขึ้นมาอีก นั่นเป็นเพราะชาวเมืองหลวงเริ่มเตรียมตัวต้อนรับปีใหม่กันแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม  ปีเก่าใกล้สิ้นสุด  ปีใหม่กำลังมา  ย่อมต้องเฉลิมฉลองกัน

วันเวลาของเสิ่นหนิงก็เหมือนบรรยากาศเมืองหลวง มีแต่ยินดี ครรภ์ของเสิ่นอวี๋ซื่อดูเหมือนคงที่แล้ว กินนอนได้ดี  ไม่มีเรื่องรบกวนจิปาถะ ดูดีขึ้นทั้งร่างกายจิตใจ ถึงแม้จะท้องตอนอายุมากเช่นนี้ก็ไม่รู้สึกลำบาก  เรื่องราวในกรมการสอบของเสิ่นเจ๋อจิ้งก็กำลังไปได้ดี รายละเอียดการสอบเลื่อนขั้นก็ได้ผ่านการตรวจสอบของกระทรวงขุนนางกับมุขมนตรีฝ่ายบริหาร และกำลังส่งไปยังกรมอาลักษณ์ รอแค่ราชโองการฉางไท่ฮ่องเต้ ก็จะสามารถดำเนินการสอบเลื่อนขั้นตามกำหนดการที่วางไว้ ระยะนี้เขากลับกลายเป็นว่าง  วันเวลาที่มาดูแลเสิ่นอวี๋ซื่อก็มีมากขึ้น  ดูท้องที่โตขึ้นของเสิ่นอวี๋ซื่อแล้วก็ดีใจมาก ตามการแมะของซุนป๋อหยางจากฝ่ายเวชโอสถ เสิ่นอวี๋ซื่อตั้งครรภ์ครานี้จะได้ลูกชายอีก เขาจะได้ลูกชายจากภรรยาเอกเพิ่มอีกคนแล้ว

ข่าวเสิ่นเจ๋อซือย้ายไปเมืองหน้าด่านอันเป่ยทำให้เสิ่นหนิงมีความสุขอย่างยิ่ง นางก็พอรู้สึกได้ถึงจิตใจเสิ่นหวาซั่นผู้ปู่ ขุนนางฝ่ายบุ๋นตระกูลเสิ่นมีไม่น้อย  ฝ่ายบู๊มีน้อยจริงๆ ถ้าเสิ่นเจ๋อซือมีวาสนา  ขอบเขตของตระกูลเสิ่นจะกว้างขวางขึ้นมาก สว่นพวกมดงานก็ส่งข่าววังองค์ชายห้ามาอย่างต่อเนื่อง มีแต่เรื่องไม่สลักสำคัญอะไร ขุนนางเมืองหลวงสงบเรียบร้อยดี  ทุกคนเตรียมตัวเรื่องวันปีใหม่  ไม่มีเรื่องราวอะไร

คนที่ยุ่งที่สุดในตระกูลเสิ่นตอนนี้คงเป็นเสิ่นอันซื่อ  ทั้งต้องเตรียมงานใหญ่ปีใหม่ของคนทั้งตระกูล  ทั้งยังต้องดูแลลูกชายอายุไม่ถึงขวบ  ครรภ์ของเสิ่นอวี๋ซื่อก็เป็นเรื่องใหญ่ที่นางสนใจมาก ส่วนเสิ่นหูซื่อเนื่องจากพวกเหยียนซางไปซีหนิงเต้า พักนี้ต้องช่วยเสิ่นเจ๋อเอี่ยนดูแลงานสวนตระกูลเสิ่น ไม่สามารถเจียดเวลามาช่วยนางได้ ดังนั้นเสิ่นอันซื่อจึงยุ่งจนเท้าไม่ติดพื้นทุกวัน จนกระทั่งวันนี้แม่นมมารายงานว่าเสิ่นชิ่งเต๋อมีอาการหน้ามีรอยแดงทั้งไอเล็กน้อย นางจึงรู้ตัวว่าได้ละเลยลูกชายไป นางรู้สึกผิด จึงรีบตามหมอมา  ในใจยิ่งรู้สึกนับถือเสิ่นอวี๋ซื่อ  เห็นนางเมื่อก่อนอยู่อย่างสบายๆ ยังนึกว่าเรื่องดูแลบ้านนั้นนางทำได้อย่างง่ายดายมาก จนเมื่อต้องมาดูแลเอง จึงรู้ว่าเรื่องนี้ทั้งกินแรงทั้งวุ่นวายมากมาย

ดังนั้นนางจึงไปเหอหมิงเชียนขอเสิ่นอวี๋ซื่อ  หากเสิ่นอวี๋ซื่อยังสดชื่นแจ่มใส จะช่วยออกความคิดเห็นเรื่องปีใหม่ได้บ้างหรือไม่ เสิ่นอวี๋ซื่อเป็นห่วงหลานชายคนโต ก็เลยเอาเรื่องเตรียมงานปีใหม่มาจัดการเองทั้งหมด ทั้งยังว่าเสิ่นหนิงกับเสิ่นมี่ปีใหม่นี้ก็อายุสิบสามแล้ว จะต้องให้มาสัมผัสเรื่องเหล่านี้บ้าง ให้พวกนางมาช่วยบ้าง เสิ่นอวี๋ซื่อแค่คอยเฝ้าดู ก็ไม่ลำบากกี่มากน้อย เสิ่นเจ๋อจิ้งก็เห็นด้วย

การเตรียมของขวัญวันปีใหม่นั้น  แม้งานจะจุกจิกแต่ก็ไม่ยาก  มีตัวอย่างมาทุกปี พวกเสิ่นหนิงกับเสิ่นมี่แค่เพียงทำตามตัวอย่างปีก่อนๆ เตรียมของขวัญวันปีใหม่เรียบร้อยหมดสิ้น  นอกจากญาติสนิทมิตรสหายเช่นเดียวกับปีก่อนๆแล้ว ที่ต้องส่งของขวัญให้ปีนี้เพิ่มเติมอีกไม่น้อย เช่นกรมการสอบ กระทรวงขุนนาง เป็นที่เพิ่มเติมใหม่ ของขวัญน้อยไปก็ไม่ได้ มากเกินก็ไม่ดี จะได้ไม่เป็นที่สังเกตและสงสัยกัน

ในเรื่องนี้  หรูหลิวชู่ได้ทำประโยชน์เต็มที่  ถึงแม้เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตนก็ตาม  แต่ก็ทำให้พวกเสิ่นหนิงรู้สึกซาบซึ้งในตัวเสิ่นอวี๋หง ข้อมูลเหล่านี้ใช้ได้ถูกกาลเทศะทันเวลาพอดี ที่แท้ หรูหลิวชู่ผ่านการปูพื้น ฝึกอบรมมาแล้วหลายเดือน  เริ่มผลิดอกผลกลับคืนมาบ้าง เรื่องอื่นอาจยังไม่รู้แน่  แต่เรื่องของขวัญปีใหม่ของบรรดาขุนนางตระกูลต่างๆ ก็รู้ได้แล้ว  เสิ่นอวี๋หงบอกเรื่องนี้แก่เสิ่นหนิง  พวกเสิ่นหนิงก็ใช้เกณฑ์มาตรฐานปกติ ส่งของขวัญปีใหม่ให้พวกกรมการสอบ  กระทรวงขุนนางตามสมควร

แน่นอนว่า  พอผ่านเรื่องนี้แล้ว  เสิ่นหนิงก็คาดเดาได้ว่าคนรับใช้ที่เสิ่นอวี๋หงคัดเลือกนั้นไปอยู่ที่ไหน ทั้งรวบรวมจากคำพูดที่ชิวอู๋สังเกตการณ์มาได้  นางรู้ว่าตระกูลเสิ่นมีมดงานอีกหนึ่งชุด ถึงแม้เวลานี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่ามีใครบ้าง แต่ต้องเป็นการจัดการโดยพี่รองไม่มีผิด กำชับพวกชิวอู๋ให้ระมัดระวังการทำงานให้มากขึ้น อย่ามีความขัดแย้งกับคนตระกูลเสิ่นโดยเฉพาะคนที่ปรากฎอยู่ข้างตัวพี่รอง เพื่อป้องกันการปะทะกับพวกเดียวกันเอง นางคิดด้วยว่า เรื่องมดงานอาจบอกเสิ่นเจ๋อจิ้งกับเสิ่นหวาซั่นก็ได้ แต่คิดอีกทีเวลานี้อาจยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่สุด  ยังต้องรออีกสักพักค่อยพูด

ญาติสนิทมิตรสหายทั้งลูกน้องของตระกูลเสิ่นต่างส่งของขวัญปีใหม่มาไม่น้อย บ้านเดิมของเสิ่นอันซื่อก็ส่งของขวัญมาจากอี้โจวและหลู่โจว  ในนั้นยังมีของเล่นที่ตั้งใจมอบให้เสิ่นชิ่งเต๋อหลานหรือเหลนคนนี้ เรื่องของขวัญปีใหม่  ทำให้เสิ่นหนิงรับความรู้สึกกับเครือญาติในบ้านได้โดยตรงมากขึ้น ทั้งคนทั้งของขวัญมากจริงๆ ไม่ต้องอื่นไกล  แค่จากหางโจว  ก็มีสามรายที่สำคัญ  รายแรกคือบ้านเดิมที่หางโจว ของขวัญจากปู่เต๋อซั่นกับปู่ไคซั่นมาถึงแต่แรกแล้ว ล้วนเป็นของที่ใช้งานได้จริง  โดยเฉพาะเสิ่นเต๋อซั่นยังส่งตั๋วเงินมาสามหมื่นชั่ง เพื่อไว้ให้พวกเสิ่นหวาซั่นใช้จ่ายในงานต่างๆ

รายที่สองคือบ้านเดิมของเสิ่นหูซื่ออันเหอถัง ด้วยมิตรภาพสองรุ่นทั้งเสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อเอี่ยน ตระกูลหูจึงให้ของขวัญปีใหม่มาชุดใหญ่  ปีนี้ก็ไม่เว้น เสิ่นหนิงมองดูเครื่องยาพวกซันเซียนลู่หลงที่มีอายุไม่น้อย  ดูแล้วบ้านเดิมอาสะใภ้สองก็ใช่ย่อย พ่อค้าธรรมดาส่งของขวัญปีใหม่ขนาดนี้ไม่ไหวหรอก รายที่สามบ้านเดิมของตายาย เป็นพวกภาพเขียนภาพวาดกระดาษต่างๆ เสิ่นหนิงเปิดออกมาดูภาพหนึ่ง เป็นภาพ”หวั่นซันชิวเฟิง (เขาราตรีลมวสันต์)”ของหลินจู๋ซันในราชวงศ์ที่แล้ว แลดูเรียบง่ายและขลัง หัวม้วนภาพก็ยังมีร่องรอยความโบราณปรากฏอยู่ คิดว่าด้วยสายตาของตระกูลซีซันอวี๋แล้ว ภาพนี้จะต้องเป็นของแท้แน่นอน หาใช่ปัญหาเรื่องที่ว่าราคาสูงค่าหรือไม่  เสิ่นหนิงอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจให้กับเสิ่นอวี๋ซื่อถึงความใจกว้างของบ้านตายาย

“ของเหล่านี้ยังมีอีกมากที่บ้านตายาย ที่ร่ำลือกันว่าตระกูลซีซันอวี๋ไม่ใช่ลือกันเปล่าๆหรอก...”  เสิ่นอวี๋ซื่อฟังคำพูดเสิ่นหนิง น้ำเสียงแม้เจือแววขบขำแต่แฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ ตระกูลซีซันอวี๋มีชื่อเสียงด้านความรู้มิใช่ยศถาบรรดาศักดิ์ ชาติที่แล้วชาตินี้จิตใจเสิ่นหนิงจดจ่ออยู่แต่ราชสำนัก กลับไม่มีความทรงจำมากนักต่อบ้านตายาย ยิ่งไม่ได้คิดเลยว่าในอนาคตอันใกล้  ชีซันอวี๋ซื่อจะมีอิทธิพลลึกซึ้งต่อนาง นี่เป็นเรื่องภายหลัง

ต่อจากเรื่องความวุ่นวายนี้ก็เป็นการรอคอยอย่างสงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสิ่นอันซื่อ  การกลับบ้านปีใหม่ของเสิ่นอวี๋เสียนได้กำหนดไว้ตั้งแต่ตอนเสิ่นชิ่งเต๋อเพิ่งคลอด เวลานี้เสิ่นชิ่งเต๋ออายุแปดเดือนกว่าแล้ว เพิ่งจะรอถึงวันที่เขาจะได้กลับเมืองหลวง นึกถึงสามีที่ไม่ได้เจอกันเกือบปี การรอคอยของเสิ่นอันซื่อมีทั้งความดีใจและเขินอาย  ความรักของสามีภรรยาหน่มสาวเป็นความหวานชื่นที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก  ทั้งนึกถึงที่ตัวเองคลอดแล้วร่างกายอวบขึ้นไม่น้อย ทั้งนึกถึงที่พักนี้ตัวเองวุ่นวายอยู่กับเรื่องในบ้าน  ใบหน้าจะดูซีดเซียวห่อเหี่ยวหรือไม่   จึงรีบเรียกสาวใช้ใกล้ชิดมาปรึกษาเรื่องทะนุบำรุงผิว

เสิ่นหวาซั่นเนื่องจากกำลังมีเรื่องเสิ่นเจ๋อเกาลูกชายสามใกล้กลับเมืองหลวง  หลายวันมานี้ก็มีอารมณ์ดีตลอด  เขากับภรรยามีบุตรชายอยู่เพียงสามคน ลูกสาวมีหนึ่งคน  ล้วนเกิดจากอนุภรรยา แต่งงานไปไกลถึงเมืองฉู่ ขณะนี้ทั้งเจ้าใหญ่เจ้าสองก็อยู่ข้างกาย หากว่ามีใครที่เขายังห่วงอยู่ ก็คงจะเป็นลูกชายคนเล็กที่อยู่ไกลถึงหลิ่งหนาน ไม่ได้พบหน้ากันแล้วถึงสามปีกว่า ไม่รู้ว่าลูกชายคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง  เขาเรียกเสิ่นอันซื่อหลานสะใภ้คนนี้มาถามถึงเรื่องบ้านพักสำหรับครอบครัวเจ้าสามว่าได้เตรียมการเรียบร้อยแล้วหรือไม่

“เรียนท่านปู่ เรือนซือถังเชียนที่เตรียมให้อาสามอยู่ทำการปัดกวาดสะอาดเรียบร้อยแล้ว  ที่นอนทุกอย่างเป็นของใหม่ สาวใช้ ป้ารับใช้ก็ได้จัดเตรียมไว้แล้ว  แค่รอครอบครัวอาสามกลับเมืองหลวงเท่านั้น” ความจริงเสิ่นเจ๋อเกานั้นถ้ารวมลูกพี่ลูกน้องตระกูลเสิ่นแล้วก็อยู่ในลำดับที่ห้า  แต่ในครอบครัวเสิ่นหวาซั่นก็เรียกอาสามจนชิน ทุกคนก็รู้ว่าเป็นเสิ่นเจ๋อเกา

เสิ่นหวาซั่นได้ยินคำตอบของเสิ่นอันซื่อก็พยักศีรษะด้วยความพอใจ หลานสะใภ้คนนี้ถึงแม้อายุยังน้อย แต่การทำงานไว้ใจได้ จึงให้นางกลับไป  ยังคงรอเสิ่นเจ๋อเกากลับเมืองหลวงพร้อมกับเสิ่นเจ๋อจิ้งและเสิ่นอวี๋หงด้วยอารมณ์ที่แจ่มใส



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น