blackhearttt
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอขอบคุณทุกการติดตามและสนับสนุนมากๆเลยนะคะ 🖤

ชื่อตอน : เด็กอู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2561 20:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เด็กอู่
แบบอักษร

ฉันก้มหน้าก้มตาเช็คสต็อกอะไหล่รถยนต์ที่ต้องสั่งพรุ่งนี้อยู่บนโต๊ะทำงาน เวลาล่วงเลยมาจนเกือบสามทุ่มครึ่ง พี่ๆช่างก็เริ่มทะยอยกลับกันเกือบหมด ที่อู่นี้ปิดเวลาสามทุ่มครึ่งพอดี ฉันมานั่งคิดดูแล้วว่าถ้าจะหางานพาร์ทไทม์ทำเพิ่มมันก็ต้องเป็นงานที่ทำตั้งแต่สามสี่ทุ่มขึ้นไป แล้วที่ไหนจะเลิกดึกขนาดนั้นถ้าไม่ใช่ผับ นึกถึงผับแล้วจะให้ฉันไปทำมันก็ได้อยู่หรอกแต่ถ้ามีงานที่อื่นก็ขอเป็นตัวเลือกสุดท้ายแล้วกัน พอดีฉันเคยทำมาก่อนแล้วเวลาคนเมาๆมันก็ชอบมาลวนลามจนฉันทนไม่ไหวเอาถาดแก้วเบียร์ฟาดหน้าหงายเลย มีเรียนจันทร์ถึงพฤหัสวันละประมาณสามสี่ชั่วโมง ถึงจะบอกว่าทำงานที่อู่แบบพาร์ทไทม์ก็เถอะ แต่พี่เซนก็จ่ายให้เป็นเดือน เดือนละหมื่นอยู่ดีไม่ได้นับเป็นชั่วโมงแบบพาร์ทไทม์ทั่วไป ถือว่าเขาก็ยังใจดีอยู่น่ะนะ

“เป็นไรวะ ทำไมทำหน้าเครียดๆ” เตเดินกระดกขวดน้ำเปล่าในมือเข้ามานั่งบนโซฟารับแขกข้างๆโต๊ะทำงานฉัน

”คิดเรื่องหาพาร์ทไทม์เพิ่มนี่แหละ”

“เอ้า ก็ทำที่อู่แล้วไง“

“พี่เซนให้เดือนละหมื่น แต่ฉันต้องจ่ายหมื่นห้านะอย่าลืม”

“เออว่ะ แล้วที่ไหนมันจะมีวะพาร์ทไทม์สามสี่ทุ่มถ้าไม่ใช่ผับ”

”นั่นดิ“

“ไม่ไปทำที่ผับหรือไง ทริปเยอะจะตาย”

“เคยทำแล้ว คนเมามันลวนลามฉันเลยเอาถาดแก้วเบียร์ฟาดหน้าคางแตกจนโดนไล่ออกมาแล้ว เอาเป็นตัวเลือกสุดท้ายแล้วกัน” ฉันบอกเตเสียงเอื่อย มันกลับหัวเราะหัวสั่นหัวคลอนกุมท้องอยู่บนโซฟา

“ฮ่าๆๆๆๆ เห็นตัวบอบบางหน้าใสๆแต่ก็แสบเหมือนกันนะเนี่ย”

“ขำเว่อร์ไปปะ”

“ก็มันนึกถาพตามแล้วตลกว่ะ”

“นี่เต ทำไมถึงมาทำงานที่อู่อะ“ ฉันถามเสียงจริงจังขึ้นมานิดนึง เตเลยหยุดหัวเราะแล้วมองหน้าฉันสงสัย

”ว่างจากเรียนก็ไม่มีไรทำแล้วฉันก็ชอบรถพอดี มีไร”

“เปล่าหรอก แค่เหมือนแกรวยเลยงงว่าจะมาทำงานที่อู่เพื่อไร พอบอกว่าชอบก็เลยหายสงสัย” ดูจากการแต่งตัวและท่าทางของเตไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลูกคนมีตังค์

“เอางี้ แกก็ไปขอพี่เซนเป็นคนช่วยช่างที่สนามแข่งดิ คอยหยิบจับเครื่องมือหรือช่วยเสิร์ฟน้ำซื้อข้าวให้ไรแบบนี้ เห็นพี่เซนบ่นๆอยากหาคนคอยช่วยอยู่เพราะช่างที่สนามก็ไม่มีใครว่างเท่าไร”

“สนามแข่งรถน่ะเหรอ” แค่นึกถึงก็หน้ามืดตามัวคล้ายจะเป็นลม

“ทำไมทำหน้างั้นวะ ไม่ได้ให้ไปนั่งรถกับพี่เซนนะเว้ย ให้ไปช่วยช่างเฉยๆ“

”นินทากูเหรอไอ้เต” เสียงแหบทุ้มยืนพิงขอบประตูกระจกใสที่เปิดค้างไว้ มองมาทางฉันกับเตที่กำลังคุยกัน

“พี่เซนมาตอนไหนวะ” เตหันมาถามฉันเสียงเบา

”ฉันจะไปรู้ได้ไง ก็เพิ่งเห็นเหมือนกันเนี่ย”ฉันกระซิบกลับไปเสียงหนัก

”ทำงานวันเดียวสนิทกันจังเลยนะ” พี่เซนพูดน้ำเสียงเหมือนรำคาญเล็กน้อย

”เพ้นท์มันสนิทกับพี่ในอู่ทุกคนนั่นแหล่ะพี่ เข้ากับคนง่ายชิบหาย” เอ้า นี่เตมันจะชมหรือด่าฉันเนี่ย งงในงง

ปั่กๆ

“เพ้นท์มีเรื่องจะคุยกับพี่พอดีเลย ผมไปล่ะ” เตตบบ่าฉันเสียงดังแล้วเดินออกไปหน้าตาเฉย ที่ตบลงมานั่นแรงคนหรือแรงควายวะ เจ็บโว้ย

“ไหน มีอะไรจะคุย“

“เอ่อ..” ฉันหันไปมองหน้าพี่เซนที่ยังคนยืนพิงกรอบประตูอยู่ที่เดิม ชั่งใจแปปนึงว่าจะลองขอเรื่องทำงานที่สนามแข่งรถ แต่พี่เซนก็พูดขึ้นซะก่อน

“จะไปช่วยช่างหรือไปเป็นภาระกันแน่” พูดแบบนี้เขาต้องได้ยินที่ฉันคุยกับเตแน่นอน

”เห็นงี้เพ้นท์อึดจะตาย“

“สี่ทุ่มถึงตีหนึ่งจะไหวเล้อ”

“พี่เซนอย่ามาดูถูกเพ้นท์นะ“ ฉันว่าพร้อมกับเม้มปากด้วยความหงุดหงิดนิดๆ

”หึ นั่งอยู่ทำไม ตามมา” พี่เซนยิ้มมุมปากแล้วหันหลังเดินไปทางรถยนต์ของเขาที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถ

”พูดงี้พี่รับเพ้นท์เข้าทำงานแล้วใช่ปะ” ฉันรีบหยิบกระเป๋าแล้วเดินตามหลังเขาไป

”อือ”

“ค่าแรงเพิ่มห้าพันนะ” ฉันย้ำค่าเงินเดือนต่อทันที ดูท่าทีแล้วเหมือนเขาจะอารมณ์ดีหน่อยๆต้องรีบพูดดักไว้ก่อนเดี๋ยวชวด ก่อนที่พี่เซนจะเปิดประตูฝั่งคนขับเขาก็หันหลังมามองหน้าฉันแล้วถอนหายใจเบาๆ

“เออๆ รีบขึ้นรถ” ฉันฉีกยิ้มกว้างให้พี่เซนทันที ถึงเขาจะหงุดหงิดง่าย อารมณ์ร้อน โหดไปนิด เถื่อนไปหน่อย แต่ก็ใจดีเหมือนกันนี่นา

“ขอบคุณค่ะ”



@สนามแข่งรถXX

“อ้าวเฮ้ยยย นั่นมันน้องคนสวยเมื่อวานนี่หว่า” พอฉันเดินเข้ามาที่จุดเช็คสภาพรถปั้บ พี่คินก็ทักเป็นคนแรก ทำให้ทุกคนหันมามองกันอย่างพร้อมเพียง

“ยังไงวะ พี่เซนให้มาทำงานที่นี่ปะ” เตเดินมากระซิบถาม ฉันพยักหน้าแทนคำตอบแล้วเตมันก็ยิ้ม หันไปมองหน้าพี่เซนที่เพิ่งเดินเข้ามาแล้วหันกลับมามองหน้าฉันแปลกๆ

”ไอ้เซนเว้ย น้องคนนี้นี่ใครอะไรยังไงวะ“ พี่เดย์เปิดฝากระโปงรถหรูที่ใช้ในการแข่งแล้วหันมาทางพี่เซน

“ไม่ยังไง พนักงานที่อู่ ชื่อเพ้นท์” พี่เซนพูดจบก็เดินมาทางฉัน

”มันใช่เหรอวะ” พี่ไนซ์สไลด์มาจากใต้ท้องรถคันเดียวกับพี่เดย์พูดขึ้นบ้าง

“นั่นดิ กูว่ามันยังไงๆอยู่นะ” พี่คินยังกวนไม่เลิก

“พวกมึงนี่ขี้เสือกจังวะ งานมีก็ทำไป” เสียงพี่เซนแลดูหงุดหงิดขึ้นมาเลยอะ น่ากลัวจ้า

”เออ แม่งดุอย่างกับหมา” สิ้นเสียงพี่คินทุกคนก็พร้อมใจกันทำงานของตัวเองต่อ เตก็เดินไปเช็คนู่นนี่ในรถต่อไป

”ไม่มีชุดมาเปลี่ยนหรือไง” พี่เซนมองชุดนักศึกษาของฉันแล้วหันมาถาม

“ไม่คิดว่าจะมาที่นี่หนิเลยไม่ได้เอามาเผื่อ”

พรึ่บ! แปะ!

“พะ..พี่เซนทำไร ถอดเสื้อทำไม!” ฉันร้องเสียงหลงทันทีที่เขาถอดเสื้อยืดสีดำตัวเองออกแล้วเอามาพาดบ่าฉันไว้ สายตาไม่รักดีก็ไปสบกับซิกแพคสวยงามแน่นปั้กตรงหน้า แถวเอวฝั่งซ้ายของเขามีรอยสักคล้ายกับรูปมังกรยาวลงไปในกางเกงยีนขายาวของเขาอีก เลือดกำเดาแทบพุ่ง ให้ตายเถอะ! ใจไม่ดีเลยอะ

“จ้องอะไร ลามก”

“พะ..พี่เอาเสื้อมาให้เพ้นท์ทำไมอะ” ฉันกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วตั้งสติที่แตกกระเจิงเงยหน้าไปมองหน้าพี่เซนแทนซิกแพคแน่นๆนั่น

”ใส่ไปก่อน พรุ่งนี้เอาชุดมาเปลี่ยนด้วย”

“เอ่อ ค่ะ”

”ไอ้คินมีเสื้อยืดมั้ยวะ ยืมหน่อย” พี่เซนตะโกนถามพี่คิน ฉันเลยรีบสวมเสื้อยืดสีดำของเขา แล้วเสื้อยืดก็หลวมจนยาวไปถึงต้นขา เกือบคลุมกระโปงทรงเอที่ยาวครึ่งต้นขาเลยอะ

“อยู่ในรถกู”

“เฮ้ยเพ้นท์ เซ็กซี่ก็มาเว้ยเฮ้ย” เสียงตะโกนแซวของเตทำให้ทุกคนหันมามองที่ฉันจุดเดียว อะไรของไอ้เตมันวะ

“วิ้ดวิ้ววว“ เสียงผิวปากแซวของพี่คินทำฉันกรอกตาไปมา

“พี่คินหยุดผิวปากเหอะเหมือนเด็กแวนซ์เลยอะ”

“ฮ่าๆๆๆ เพ้นท์แม่งคนจริงว่ะ” พี่เดย์ปล่อยก๊ากพร้อมกับทุกคนทันที พี่คินหยุดผิวปากแล้วหันไปทำงานต่อเงียบๆ ฉันพูดแรงไปเปล่าวะ เขาโกรธแน่เลย

“เอ่อ พี่คิน เพ้นท์ขอโทษ”

”พี่ไม่โกรธหรอก แค่กำลังอึ้ง ไม่เคยมีใครเคยบอกเลยว่ะ” พี่คินหันมาบอกยิ้มๆ

“เพ้นท์!” ฉันสะดุ้งเฮือกหลังจากได้ยินเสียงตะโกนเรียกของพี่เซนที่เปิดกระโปงรถเช็คสภาพเครื่องยนต์อยู่ใกล้ๆ

“คะ” ฉันรีบเดินไปยืนข้างๆเขาทันที ดีนะที่พี่เซนใส่เสื้อยืดสีขาวของพี่คินแล้ว ไม่งั้นเลือดกำเดาฉันพุ่งเพราะซิกแพคเขาแน่ๆ

”หิวน้ำ”

“เดี๋ยวเพ้นท์ไปหยิบมาให้ แปปนึงนะ”







ความคิดเห็น