blackhearttt
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอขอบคุณทุกการติดตามและสนับสนุนมากๆเลยนะคะ 🖤

ตุ๊กตาหน้ารถ

ชื่อตอน : ตุ๊กตาหน้ารถ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2561 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตุ๊กตาหน้ารถ
แบบอักษร

ฉันนั่งหัวสั่นหัวคลอนเอนไปซ้ายทีขวาทีตามแรงเหวี่ยงของรถตัวแข็งทื่อขณะที่รถกำลังดริปตีโค้ง

“นะ..นายเบาๆหน่อยสิ!” หลับหูหลับตาตะโกนบอกคนขับที่นั่งอยู่ด้านข้าง

“เงียบๆ!” เซนหันมาตะคอกใส่แล้วหันไปขับรถต่อ เขาจะหันมาบอกฉันทำไมเนี่ย มันอันตรายนะโว้ย!

”โอ่ยย เวียนหัว” ขมุบขมิบปากบ่นกับตัวเองเบาๆ แล้วพอแอบเงยหน้าขึ้นมองทางข้างหน้าก็แทบเป็นลม ทำไมมันเร็วแบบนี้วะ หัวใจจะวายตาย

เอี้ยดดด!

เสียงแบรกเหมือนระฆังปลุกฉันให้ลืมตาไปมองข้างหน้า กะพริบตาปริบๆ มันจบแล้วใช่มั้ยหรืออะไรยังไงทำไมในหัวมันหมุนติ้วๆแบบนี้

”จะนั่งแช่อีกนานมั้ย” รู้ตัวอีกทีเซนเปิดประตูมาฝั่งฉันแล้วยืนจ้องหน้านิ่ง ฉันเลยค่อยๆออกจากรถ แต่ทำไมพื้นมันเอียงๆ

หมับ!

“เฮ้ยๆ ไหวมั้ยวะ” ฉันกุ้มลงมองมือที่จับแขนฉันไว้ อยากจะบอกเขาว่าไม่ไหว เกือบหัวใจวายตาย! แต่ไม่มีแรงจะบอก เสียงหายไปไหนไม่รู้

“ไอ้เซนพาไปนั่งพักก่อนเถอะว่ะ ดูหน้าซีดๆ” คินเดินมาบอกเซน เขาเลยดึงแขนฉันให้เดินตามไปที่นั่งพักข้างในที่เช็ครถแล้วเดินไปตรวจรถกับคินต่อ ถ้าจะดึงขนาดนี้ฉันเดินเองก็ได้เหอะ พอได้นั่งพักสักพักก็รู้สึกดีขึ้น

ครืด ครืด~

เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนขาสั้นดังขึ้น พอหยิบขึ้นมาดูว่าใครโทรมา ชื่อยัยขวัญโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอ

”ฮะ..”

(แกไปอยู่บนรถคันนั้นได้ไง!) ยังไม่ทันพูดจบขวัญก็พูดเสียงแหลมแทรกมาก่อน

”ฉันก็งงเหมือนกัน“

(อะไรของแก ไปนั่งบนรถขนาดนั้น บอกมาดีๆนะยะ)

“ไม่รู้ ว่าแต่แกจะอยู่ต่อมั้ย ฉันจะกลับแล้ว” ฉันบอกพร้อมกับยืนขึ้นแล้วเดินไปตรงทางออก

(ฉันก็ว่าจะกลับละ)

“โอเค เดี๋ยวเดินไปหาที่เดิม..” ขาที่กำลังเดินออกจากจุดเช็ครถต้องชะงัก เพราะเซนมายืนขวางไว้

”จะหนีไปไหน ค่าเสียหายล่ะ”

“ก็บอกมาสิว่าเท่าไร” ฉันกรอกตาไปมา ดูท่าทางเขาก็น่าจะรวยทำไมขี้งกแบบนี้

”ตอนนี้ยังไม่รู้ แต่ที่รู้ๆเธอยังกลับไม่ได้” ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยความขุ่นเคือง นี่ยังไม่หายโมโหที่เขาเอาชีวิตฉันไปเสี่ยงกับการขับรถบ้าบอนั่นอยู่เลย คิดแล้วก็เวียนหัวขึ้นมาทันที

“ทำไมฉันจะกลับไม่ได้”

(เกิดอะไรขึ้นวะเพ้นท์) เสียงขวัญดังออกมาจากโทรศัพท์ที่ฉันถือค้างอยู่ เกือบลืมไปเลยว่ายังไม่วางสาย

”แกกลับก่อนเลยก็ได้ ฉันมีธุระนิดหน่อย”

(ธุระอะไร)

“เออน่า แค่นี้นะ” ไม่รอให้ปลายสายตอบกลับ ฉันก็ตัดสายซะก่อน

”ไปขึ้นรถ” ทันทีที่ฉันเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง เขาก็พูดขึ้นมาพร้อมกับดึงข้อมือฉันให้เดินตาม ตั้งแต่เจอเซนฉันโดนเขาลากไปมาตลอดเลยให้ตายเหอะ คนนะไม่ใช่หมา!

“อะไรอีกเนี่ย จะให้ฉันขึ้นไปทำไมอีก“ พอเดินมาถึงที่เช็ครถด้านหน้าก็เจอกับคิน เต ผู้ชายอีกสองคนที่ฉันไม่รู้จักและช่างที่อยู่ก่อนหน้าสามสี่คน

“อ้าวนี่เธอยังอยู่อีกเหรอ” เตหันมาพูดกับฉันแบบงงๆ อย่าว่าแต่เขาที่งง ฉันก็งงตัวเองเหมือนกันว่ามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง

”ใช่ได้นี่หว่า ขึ้นไปนั่งกับไอ้เซนแล้วไม่อ้วกแตกได้ เธอนี่อึดเหมือนกันนะเนี่ย” คินหันมาบอกยิ้มๆ

“ก็เกือบเหมือนกัน ขับห่วยแตกขนาดนั้น” ฉันบอกตามตรง ไม่ใช่แค่จะอ้วกแตกนะ หัวใจแทบวายตายคารถเขาอยู่ละ

”ฮ่าๆๆ ถูชะตากับเธอชะมัดเลย ถึงงั้นไอ้เซนมันไม่เคยแพ้นะเว้ย”

”มึงก็ถูกชะตากับผู้หญิงทุกคนแหละไอ้คิน” ผู้ชายผมสีควันบุหรี่หยุดจากการขันอะไรหน้ากระโปงรถหันมามองทางพวกเรา

”อะไรวะ มึงจะขัดกูเพื่อ ไอ้เดย์“

“เห็นผู้หญิงเป็นไม่ได้นะมึง ว่าแต่น้องคนสวยนี่ใครวะ“ ผู้ชายอีกคนที่ยืนดูรถข้างผู้ชายที่ชื่อเดย์หันไปถามเซนด้วยความสงสัย แล้วทุกคนก็หันมาเพื่อรอฟังคำตอบกันหมด ไม่เว้นแม้แต่ช่างที่กำลังเช็ครถคันอื่นใกล้ๆ

”ลูกหนี้”

“ใครลูกหนี้นาย ฉันก็ถามอยู่ตั้งหลายครั้งว่าค่าเสียหายเท่าไร นายก็ไม่บอกสักที“

”เออ ผมเช็ครถให้แล้วนะพี่เซน ไม่มีไรเสียหายนอกจากเป็นรอย“ แล้วเตก็พูดขึ้นเหมือนนึกขึ้นได้

“ค่าเสียหายเท่าไร” ฉันหันไปถามเต จะได้กลับบ้านไปนอนสักที ง่วงจะตายอยู่แล้ว

“เก้าหมื่นแปด” พอได้ยินค่าเสียหายฉันนี่หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

“ไอ้รอยเท่าขี้เล็บนั่นน่ะนะเก้าหมื่นแปด! นายดูเลขศูนย์ผิดหรือเปล่า” ฉันถามเตเพื่อความแน่ใจ บางทีเขาอาจจะตาลายดูเลขศูนย์เกินมาตัวนึง มันอาจจะแค่เก้าพันแปดก็ได้

“เท่าขี้เล็บที่ไหน เกือบครึ่งคันแหน่ะ”

“ถึงจะงั้นก็เหอะ มันไม่ลึกไม่ใช่หรือไง“

“รถพี่เซนคันละเกือบสามสิบล้านนะเว้ย มันก็ราคานี้แหละ นี่ถูกแล้วนะ” ถูกกับผีนายสิ แค่ได้ยินราคาค่าเสียหายก็แทบจะเป็นลมล้มพับ แถมยังต้องมาได้ยินราคารถแสนแพงหูดับตับไหม้ขายไตก็ยังซื้อไม่ได้อีกตากหาก ทำไมมันซวยงี้วะ! ไหนใครบอกขวาร้ายซ้ายดีไง นี่ฉันก็มาทางซ้ายแล้วนะ ทำไมเป็นงี้อะ!

“จ่ายมาสิ” เซนยื่นมือออกมาแบข้างหน้า

”ตอนนี้ฉันไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก“ ฉันบอกเสียงเบาอุบอิบ เงินเก็บในบัญชีมีแค่หมื่นเดียวเอง แค่ค่าหอกับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนที่แม่ส่งมาให้หมื่นสองยังจะไม่พอใช้เลย จะไปเอาเงินเกือบแสนมาให้ตอนนี้ได้ไง ฉันมันผู้หญิงจนๆไม่ได้รวยมีรถคันละสามสิบล้านแบบเขานี่ คนอะไรหน้าตาก็ดีแต่ขูดเลือดขูดเนื้อชะมัด

”นี่จะเบี้ยวเหรอ”

“เปล่านะ คือตอนนี้ฉันยังไม่มี แต่ขอผ่อนให้ได้มั้ยอะ” ฉันพยายามประนีประนอม พูดด้วยเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย เผื่อเขาจะสงสารเมตตาผู้หญิงตาดำๆแบบฉันสักนิด

”คนอวดดีเมื่อกี้มันหายไปไหนวะ” เซนพูดลอยๆ แต่ฉันก็รับรู้ได้ว่ามันหมายถึงฉัน มันก็ยืนอยู่หน้านายนี่ไง ตอนนี้ได้แต่พูดอยู่ในใจ เกิดพูดให้เขาได้ยินก็แย่น่ะสิ เขาอาจจะแจ้งความฉันก็ได้ใครจะรู้

“มึงก็อย่าโหดใส่สิวะ น้องเขากลัวมึงแล้วนั่นน่ะ” คนที่ยืนอยู่ข้างเดย์พูดขึ้น

“เสือกนะไอ้ไนซ์” เซนหันไปด่าคนที่ชื่อไนซ์แบบไม่จริงจังมากนัก

“เอ้าไอ้นี่ มึงไม่เห็นไงว่าน้องเขาเป็นผู้หญิง ใจเย็นหน่อยดิวะ” ไนซ์เดินมาตบบ่าเซนแล้วเดินไปเช็ครถต่อ

“คุยกันเองละกัน กูทำงานต่อละ” พอคินพูดจบทุกคนก็หันไปตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อทันที อย่าปล่อยฉันไว้แบบนี้สิ มาช่วยกันก่อน! ไอ้คนข้างหน้ามันจะกินหัวฉันอยู่แล้ว!

“เอ่อ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยได้แต่อั้มๆอึ้งๆ ไม่กล้าเอ่ยปากหรือขยับตัว

“ชื่อไร”

“เพ้นท์“

”อายุเท่าไร”

“ยี่สิบเอ็ดปี” ฉันตอบแบบงงๆว่าเขาจะมาซักประวัติฉันทำไม

“ฉันอายุมากกว่าเธอ คนที่นี่ก็ด้วยยกเว้นไอ้เตมันอายุเท่าเธอ จะพูดอะไรระวังหน่อย”

“อึก! เอ่อ..คะ..ค่ะ” ฉันกลืนน้ำลายดังอึกแล้วตอบแบบมีหางเสียง ดูจากท่าทางของเซน เอ่อ พี่เซนแล้ว เหมือนจะพร้อมงับหัวฉันทุกเมื่อ น่ากลัวอะ

“ถ้าอยากผ่อนก็ไปขึ้นรถ ใกล้เวลาแล้ว” พี่เซนพูดจบก็เดินดึ่งๆไปนั่งรถคันเดิมฝั่งคนขับที่ฉันนั่งก่อนหน้านี้ หมายความว่าไงอะ ฉันต้องไปนั่งรถเขาอีกแล้วเหรอ อยู่ดีๆขาก็เหมือนจะสั่นๆ

”พี่เซน เพ้นท์ต้องไปนั่งจริงอะ ให้เตไปนั่งแทนไม่ไดเหรอ”

“เฮ้ย ตลกตายห่าสิถ้าให้ฉันไปนั่งกับพี่เซนน่ะ”

เออก็จริง พอมาลองนึกภาพผู้ชายตัวโตสองคนไปนั่งข้างกันบนรถแข่งแล้วก็ตลกจริงๆนั่นแหละ

“แต่..”

”นั่งๆไปเหอะ เคยนั่งมาแล้วเธอยังไม่เป็นไรเลย“ ฉันล่ะอยากจะตะโกนใส่หน้าเตดังๆว่าไอ้ตอนนั้นแทบตายเลยเว้ย แต่ก็ทำไมได้

”รีบขึ้นมา” เสียงแหบต่ำเปล่งออกมาอย่างหงุดหงิดที่รอนาน

“ไปเลย พี่เซนโมโหขึ้นมาไม่มีใครช่วยเธอได้นะเว้ย” เตเดินมากระซิบแล้วกลับไปช่วยพี่เดย์ดูรถอีกคัน ได้ยินแค่นี้ขาทั้งสองข้างก็รีบบึ่งไปนั่งข้างคนขับแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด เอาวะ! ครั้งแรกยังผ่านมาได้ อีกสักครั้งจะเป็นไร ดีกว่าเจอพี่เซนงับหัว







ความคิดเห็น