facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 49 : เฮ้อ!!! เหมือนเหยียบเรือสองแคม

ชื่อตอน : ตอนที่ 49 : เฮ้อ!!! เหมือนเหยียบเรือสองแคม

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 79.6k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2562 11:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 49 : เฮ้อ!!! เหมือนเหยียบเรือสองแคม
แบบอักษร

. 

. 

. 

​ .....เช้าวันต่อมาด้วยความเหนื่อยในการเดินเที่ยวทำให้ทุกคนต่างตื่นสาย แต่ทริปยังไม่จบยังพากันออกเดินทางไปเที่ยวต่อที่กรุงเบิร์นจนถึงเย็น จากนั้นจึงค่อยบินกลับมาที่ประเทศไทยโดยเดินทางจากสนามบินมาถึงบ้านในตอนเช้าของอีกวัน เมื่อมาถึงทุกคนต่างมีสภาพอิดโรยอ่อนแรงจึงได้แยกย้ายกันไปพักตามคำสั่งของนายใหญ่ของบ้าน แต่กรรณกลับยังยืนอยู่เพราะมีข้อสงสัยบางอย่างที่ต้องถามนาย 

                   “ ทำไมเราถึงบินกลับมาก่อนกำหนดล่ะครับนาย ”      วีมองกรรณกับอิทธิที่เหมือนจะมีเรื่องคุยกันต่อจึงขอตัวพาหนูน้อยฮันนี่ขึ้นไปนอนก่อน แต่อิทธิกลับบอกว่าไม่มีอะไร กลัววีกับลูกเหนื่อยและทำท่าเหมือนจะเดินขึ้นมาด้านบนพร้อมกับวีด้วย 

                   “ งั้นนายก็ไปพักเถอะครับ ”       กรรณไม่เชื่อนายสักเท่าไรเพราะคิดว่ามันคงมีอะไรแน่ๆและคนเป็นนายเองก็พอจะรู้ว่ากรรณไม่เชื่อจึงออกคำสั่งให้กรรณไปตามจ้อยลูกน้องที่ให้ตามกาเบียลมาพบที่ห้องทำงานก่อนที่กรรณจะแยกกลับไปนอนพักโดยอิทธิเองก็ไปรอพบลูกน้องก่อนไปพักเช่นกัน 

   

ก๊อกๆๆ  

 

“ เข้ามา!! ”  เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตจากคนด้านใน จ้อยจึงมองซ้ายมองขวาแล้วเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานแล้วมานั่งลงอยู่เก้าอี้ตรงข้ามกับนาย หยิบโทรศัพท์ออกมาส่งให้นายดู รายงานความเคลื่อนไหวกาเบียล พร้อมมีภาพประกอบสถานที่ต่างๆที่กาเบียลไป 

             “ ใครถ่ายส่งให้มึง ”         มาเฟียถามเพื่อความแน่ใจเนื่องจากรูปภาพค่อนข้างชัดและใกล้ 

             “ เพื่อนผมที่นู้นครับ ให้ช่วยตามให้ไว้ใจได้แน่นอน ”  จ้อยทำผลงานเป็นที่พอใจ มาเฟียหนุ่มจึงเอ่ยจะเพิ่มโบนัสเงินเดือนให้พลางเลื่อนรูปดูไปเรื่อยๆจนกระทั่งเห็นรูปกาเบียลกับเจลล่าที่คอนโดเดียวกัน 

             “ ทำไมเจลลาถึงอยู่คอนโดกาเบียล และบินไปไต้หวันไปพบโจธานด้วย ” 

             “ วันที่นายไปภูเก็ต มีคนของเราบางคนที่ไม่ได้ไปกับนายโผล่ที่นั่น แล้วเช้าวันต่อมา คุณโจธาน ก็สั่งให้ลูกน้องหาคุณเจลลาให้วุ่นเลยครับ จากนั้นก็มีคนมาแจ้งคุณโจธานว่าคุณเจลลาบอกว่าไปเที่ยวกับเพื่อนแต่ก็หายไปหลายวันเลยครับนาย ” 

     อิทธิพยักหน้ากับสิ่งที่จ้อยเล่าจนกระทั่งมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น จ้อยจึงขอตัวลุกไปเปิด และเป็นกาเบียลที่เดินเข้ามาในห้อง ทำให้อิทธิสั่งให้จ้อยออกไปทำงานต่อโดยที่กาเบียลไม่ได้เอะใจอะไรสักนิด 

                “ ไหนว่าจะไปสัปดาห์นึงไงครับ มีอะไรรึเปล่าถึงกลับมาเร็ว ”   กาเบียลนั่งลงและเอ่ยถามนาย 

                “ ไม่มี อยากกลับก็กลับ ทำไมเหรอ ” 

                “ ป่าวครับ นายไม่อยู่มีคนติดหนี้เพิ่ม 2 – 3 คน แต่ไอ้สองมันบอกกับผมว่านายให้รอนายมาจัดการเอง ทำไมนายไม่ให้ผมจัดการให้ล่ะครับ กลับมาเหนื่อยๆพรุ่งนี้ก็บินอีก จะไม่มีแรงเอานะครับ ” 

กาเบียลร่ายยาวจนอิทธิต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง และถามกลับไปอย่างกวนๆและดักทางกาเบียล 

                 “ ต้องใช้แรงทำไรด้วยเหรอ พูดอย่างกับจะมีเหตุการณ์อะไรงั้นล่ะ ”   

                 “ ก็...ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น ผมแค่เป็นห่วง ”    มาเฟียหนุ่มเลิกสนใจเรื่องนั้นและถามหาเอกสารที่ต้องเซ็นระหว่างที่ตนหนีไปเที่ยวกับคนรัก แต่ก็ไม่มีมากนักเพราะกาเบียลและเลขาได้จัดการไว้แล้ว มาเฟียจึงถามไถ่ถึงงานใหญ่ที่ไต้หวันที่จัดขึ้นในวันพรุ่งนี้แทน 

                  “ นาย...จะพาคุณวีไปด้วยเหรอครับ นายไม่กลัวพวกนั้นมันเล่นงานคุณวีเพื่ออะไรบางอย่าง 

เหรอครับ ผมว่า...อย่าพาไปเลย ”     กาเบียลมารู้ทีหลังว่ามาเฟียหนุ่มจะพาคนรักไปด้วยในงานวันพรุ่งนี้จึงเกิดเป็นห่วง แต่อิทธิยังคงยืนยันว่าจะพาไปเพราะคนที่นู้นไม่รู้ฐานะของวีต่อตนเอง 

                  “ ถ้าคนจะสืบยังไงก็รู้ ” 

                  “ จะเตือนผมว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นว่างั้น แล้วนอนที่บ้านไม่หลับเหรอ ต้องกลับไปนอนคอนโด ” 

กาเบียลมองคนเป็นนายที่ถามตนเหมือนรู้อะไร แต่ยังไม่ทันได้แก้ตัวหรือตอบอะไร คนเป็นนายก็พูดต่อว่า.. 

                  “ อยากได้รถใหม่สักคัน คันเก่าใช้มานาน เบื่อแล้ว จังหวะเบรกความนิ่ม ไหนจะกลิ่นเดิมๆอีกคุณว่าไง ถ้าผมจะเปลี่ยนยี่ห้อรถด้วย แพงกว่า ดีกว่า ใหม่กว่า โอ๊ย!! ไม่ชอบเลย ความรู้สึกเหมือนเหยียบเรือสองแคม ”      ประโยคสุดท้ายมาเฟียต้องการจะเน้นย้ำและมองหน้ากาเบียลและจ้องค้างไว้ 

                  “ วอทดูยูมีน ? ”       กาเบียลถามและมองนายแบบไม่เข้าใจสิ่งที่นายต้องการจะสื่อ 

                  “ ไม่ได้หมายถึงอะไร ก็แค่ปรึกษาอยากซื้อรถใหม่นั่งก็เท่านั้น ”  

กาเบียลเงียบไปอีกครั้งและหลบสายตาอิทธิไปชั่วขณะก่อนที่อิทธิจะเอ่ยว่ามีของฝากจากสวิตให้ด้วย  

                  “ ค่อยให้ก็ได้ครับ ” 

                  “ ให้เลยดีกว่า เผื่อไม่มีโอกาสแล้ว รอสักครู่นะ ” 

        อิทธิลุกจากเก้าอี้เดินออกไปที่ถุงของฝาก จนหยิบกล่องๆหนึ่งเดินขึ้นมาที่ห้องทำงานตนอีกครั้ง จากนั้นจึงยื่นกล่องสีกรมที่ไปหยิบมาให้กับกาเบียลที่นั่งนิ่งอยู่ตรงข้าม ซึ่งกาเบียลก็ก้มหัวนิดๆและรับมาพร้อมกล่าวขอบคุณ ก่อนที่จะเปิดดูตามคำเชื้อเชิญของคนเป็นนาย เมื่อเปิดออกด้านในกล่องเป็นเนคไทและแว่นตากันแดดคอลเลคชั่นใหม่ของแบรนด์ดัง กาเบียลจึงปิดกล่องและวางไว้อย่างทะนุถนอมเพราะเป็นของฝากอีกชิ้นที่นายมอบให้ ซึ่งมีอยู่บ่อยๆตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา 

               “ ไม่เห็นต้องมีของฝาก ผมบอกนายหลายครั้งแล้ว ” 

               “ เอาน่า! ถือว่าตอบแทนบุญคุณ ”    กาเบียลยิ้มกับคำที่นายพูดและเอ่ยปากบอกให้นายไปนอนพักผ่อน อิทธิจึงเย้าแหย่ว่ากาเบียลจะไล่ตนไปนอนให้ได้จึงลุกขึ้นทำท่าจะออกจากห้องไปพัก  

               “ เย็นๆ มาเตรียมคุยงานที่จะเกิดพรุ่งนี้นะครับนาย ” 

อิทธิพยักหน้าแล้วออกจากห้องทำงานกลับไปที่ห้องนอนตัวเอง แต่พอเข้ามาไม่เห็นวีจึงเดินไปที่ 

ห้องของลูกก็เห็นวีนอนหลับอยู่ที่เตียงกับลูกน้อยของตน อิทธิจึงบอกให้พี่เลี้ยงไปพักแล้วตัวเองก็กลับไปอาบน้ำแล้วมานอนกับลูกอีกทางหนึ่งของเตียงเพื่อพักผ่อนเช่นกัน นอนได้ไม่กี่ชั่วโมงหนูน้อยก็ลืมตาตื่นลุกขึ้นมานั่งแล้วก็ก่อกวนคนที่นอนข้างๆทันทีทั้งเรียก เอามือจับหน้า ตีแขน จนวีลืมตาตื่นมาด้วยความงัวเงียเอามือโอบหนูน้อยเข้ามานอนใกล้กับตัวเอง ลูบหลังให้และตบก้นแต่หนูน้อยก็ไม่ยอมนอนต่อ และยังส่งเสียงเจื้อยแจ้วแจ่มใส ร้องหม่ำๆ จนวีต้องลุกขึ้นไปชงนมมาให้นอนดูดกิน 

แอ้!!      กออออออออออออ  บู้ววววววววว 

 

“ ชู่วว!! เบาๆฮันนี่ แด็ดดี๊หลับอยู่ กินนมๆ ” 

             “ ดี๊        ดี๊          ดี๊!!!!!!! ” โอ้ตายแล้ว วีเอามือลูบหน้าและบ่นออกมาเพราะฮันนี่คลานไปอีกฝั่งของที่นอนแล้วไปตะโกนเรียกคนเป็นพ่อจนตื่น แต่มาเฟียนั้นดูไม่ได้หงุดหงิดอะไรกับการโดนกวนสักนิด 

             “ เจี๊ยวจ๊าวจังเลย  ไม่เอ๋ๆ ง่วง อยากนอน ”            

             “ หม่ำ     หม่ำ ” 

             “ นายกลับไปนอนที่ห้องมั้ย อยู่นี่ฮันนี่กวนใจอีก ไม่ได้นอนหรอก ” 

       อิทธิเอาหมอนมาทับหน้าแล้วนิ่งไป ฮันนี่เองก็เลิกสนใจพ่อเอานมมานอนดูดกินและสงบไปได้สักพัก วีจึงเดินไปอีกฝั่งหยิบหมอนออกจากหน้าอิทธิ แล้วดึงแขนให้ลุกไปพักที่ห้องนอนตัวเองอย่างเป็นห่วง 

              “ ไปนอนที่ห้อง ”            ร่างบางพูดแกมสั่งนิดๆทำให้ร่างสูงสลืมสลืองัวเงียมองคนปลุกและถามกลับอย่างเป็นว่าตัวเองนอนบ้างรึยัง วีจึงตอบกลับไปว่าได้นอนแล้งนิดหน่อยแต่ฮันนี่ปลุกเพราะหิวนม อิทธิจึงพยักหน้าแล้วลุกขึ้นนั่งโดยวีนั้นยังคงดึงแขนให้ยืนและบอกว่าจะไปส่งที่ห้องนอน 

              “ หึๆๆ ถ้าไม่ไปส่งก็ไม่ไปนะเนี่ย ” 

           วีอุ้มฮันนี่แล้วเดินไปส่งอิทธิที่ห้องนอน จากนั้นอิทธิจึงสั่งลูกน้องให้ไปตามพี่เลี้ยงมารับฮันนี่ไปดูแลต่อ  เพื่อให้วีได้พักผ่อนต่อพร้อมกับตนเองที่ห้องนอน โดยวีนั้นโดนดึงเข้ามาในห้องและจับให้นอนบนเตียงโดยอิทธิขยับต่ำลงนอนตะแคงข้างเข้าหาและเอาหัวหนุนอยู่ตรงอกวี มือก็พาดกอดไว้หลวมๆแล้วจึงหลับตาลงนอน ไม่นานก็ปล่อยเสียงกรนเบาๆออกมาให้ได้ยิน 

                “ นายเปลี่ยนไปจริงๆ เปลี่ยนไปจากเดิมมากเลย  คนขี้โมโห บ้าอำนาจหายไปไหนนะ เหลือแต่อะไรก็ไม่รู้เนี่ย มาอ้อน นอนกอด เป็นฮันนี่ไปได้ ” ร่างบางคิดในใจแล้วมองคนที่นอนหัวเกยกันอยู่นาน พร้อมหอมที่ขมับเค้าเบาๆอยู่หลายที จากนั้นก็ยกมือกอดตอบแล้วจึงหลับลงไปอีกครั้งเช่นกัน  

           พอตกเย็นเป็นอิทธิที่ตื่นก่อน และค่อยๆลุกเดินไปล้างหน้าก่อนออกจากห้องไปอย่างเบาๆ เพื่อไปที่ห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันถึงก็ได้ยินกาเบียลคุยโทรศัพท์ที่มุมเดิม จึงเดินไปแอบฟังว่ากาเบียลคุยอะไรอะไรกับใคร จากนั้นก็เปลี่ยนใจเดินลงมาด้านล่างแทนและสั่งให้ลูกน้องไปตามกรรณมาพบตนที่ห้องนั่งเล่น 

                    “ ให้คนไปตามมีอะไรเหรอครับ? ” 

                    “ กูได้ยินกาเบียลคุยโทรศัพท์ ถ้าเดาไม่ผิด น่าจะฝั่งนู้น ”    มาเฟียกระซิบคุยเบาๆกับกับลูกน้องมือซ้าย ซึ่งทั้งคู่ต่างไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ 

                    “ เค้าบอกให้กูระวังความปลอดภัยของวีให้ดีๆที่จะพาไปพรุ่งนี้ ไม่ใช่กูไม่ห่วงวีนะ แต่กูจะเดินตามเกมพวกนั้น กูเชื่อว่าวีจะต้องปลอดภัย ” 

                    “ เพื่ออะไรครับ คุ้มเสี่ยงมั้ยเนี่ย ”     ลูกน้องมือซ้ายไม่เข้าใจนายที่จะไปเดินตามเกมศัตรูแต่ก็เพราะว่าอยากจะรู้ว่ากาเบียลจะหักหลังและทรยศตนจริงหรือไม่ แต่มาเฟียพูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น 

                    “ ไม่มีแต่!! หลังกูกับวีกินข้าวเสร็จ มึงกับกาเบียลออกไปดูงานที่บ่อนแทนกู ให้กาเบียลจัดการกับพวกที่ขังไว้ได้เลย ไม่ต้องรอกูแล้ว ” 

                    “ แล้วทำไมไม่เรียกผมมาสั่งเองเลยครับ?? ” ทั้งอิทธิและกรรณหันหน้ามาทางต้นเสียงที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหานายที่นั่งที่โซฟาห้องนั่งเล่น และตกใจเล็กน้อยเพราะเกรงว่ากาเบียลจะได้ยินในสิ่งที่ตนกับกรรณคุยกันตั้งแต่ต้น จึงรีบเอ่ยออกไปว่าคิดว่ากาเบียลพักอยู่ เลยให้กรรณไปบอกแทน โดยกรรณนั้นก็คอยเป็นหน่วยเสริมเห็นดีเห็นงามกับคำพูดแก้ตัวของนาย 

                      “ ผมไปหานายที่ห้องแต่ไม่เจอ กำหนดการงานอยู่บนโต๊ะนะครับ แฟ้มสีกรม ” มาเฟียพยักหน้าพร้อมตอบรับว่าเดี๋ยวจะขึ้นไปดู และกรรณเองก็พาเปลี่ยนเรื่องถามไถ่ไปถึงของขวัญที่นายซื้อให้กาเบียลและคุยกันต่ออีกหน่อยในเรื่องต่างๆ 

                      “ งานพรุ่งนี้คุณไปกับผมหรือเปล่ากาเบียล ไม่ตามผมไปไหนหลายครั้งละนะ ” 

                      “ ก็ต้องไปสิครับ ไปแน่นอนครับนาย ” 

                      “ ก็ดี...หวังว่าจะเป็นวันที่ดีนะพรุ่งนี้ ”  

            

 

  เมื่อคนในครัวจัดเตรียมอาหารเย็นเสร็จแล้ว อิทธิก็ให้คนขึ้นไปตามวีลงมากินข้าวด้วยกัน กรรณและกาเบียลก็ออกไปทำงานที่บ่อนตามคำสั่งของนาย ในขณะที่ทานข้าวใกล้จะเสร็จอิทธิก็เอ่ยชวนวีให้ไปซ้อมปืน ทำให้วีถึงกับแปลกใจว่านายไปโกรธอะไรใครมาหรือว่าตนทำให้นายไม่พอใจหรือเปล่า 

                         “ นายอีกละ ไม่ได้โกรธอะไรใคร อยากยิงเฉยๆ ”    มาเฟียพูดแบบไม่พอใจ 

                         “ ขอโทษครับ... ” 

                         “ จะได้แม่นๆใช่มั้ยคะนาย ระวังๆกันด้วยนะป้าเป็นห่วง ”     ป้าภาพูดอย่างอ่อนโยนพลางโบกมือเรียกสาวใช้ให้นำขนมหวานมาเสริฟก่อนที่ทั้งคู่จะลุกเดินไปสนามซ้อมยิงปืนหลังบ้าน 

            “ ทำไมไอศกรีม มีเครื่องด้วย ไปเอามาจากไหนเนี่ย? ”   ร่างเล็กสังเกตและหันไปถามป้าภา และได้คำตอบว่ามันเรียกว่า ฮาโล ฮาโลซึ่งเป็นของฟิลิปปินส์โดยป้าภาดูมาจากรายการทีวีแล้วลองมาทำตาม หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ อิทธิกับวีก็เดินมาที่สนามซ้อมปืนหลังบ้าน โดยอิทธิสั่งลูกน้องว่าห้ามใครเข้ามายุ่งจนกว่าจะได้รับอนุญาตและให้เฝ้าหน้าประตูไว้ให้ดี 

             “ ยะ...ยื่นมาทำไม? ”   ร่างบางตกใจที่นายยื่นปืนมาให้แต่ก็รับมาถืออย่างสั่นๆเล็กน้อย 

                          “ กูไม่ได้อยากยิงคนเดียว มาลองยิงมา จะสอน ” 

                          “ เคยยิงปืนเล่นในงานวัด แต่แบบ...ไม่ค่อยชอบ เสียงมันดัง ” 

         อิทธิหยิบที่ครอบหูลดเสียงปืนมาใส่ให้วี จากนั้นก็หยิบใส่ให้ตัวเอง แล้วไปยืนซ้อนด้านหลังวีเพื่อสอนตั้งแต่ท่าจับปืน การเพ่งเล็ง แล้วก็ลองให้เหนี่ยวไกไปที่เป้าวงกลมด้านหน้าระยะ 10 เมตร 

 

ปั้งงงงงงงงงงง               ปั้งงงงงงงงงงงง 

 

              “ จับให้แน่นๆ เล็งเป้าด้วยสิ ” 

                           “ ฮะ? อะไรนะ ” มาเฟียถึงกับยิ้มที่ร่างบางหันมามองที่ตนพูดแล้วไม่ได้ยิน แตก็กลับหันไปยิงต่ออีกหลายครั้งจนกระสุนหมด  ปรากฏว่าเข้าเป้าไปแค่ 2 กระสุนเท่านั้น 

                           “ โอ๊ย 2 นัด เปลืองกระสุนมากเลย ยิงตั้งเยอะ ” 

                           “ จะยิงสักล้านนัดกูก็ไม่ว่าหรอก หัดไว้ ”    มาเฟียยักคิ้วให้คนรัก 

                           “ จ้า!! พ่อคนรวย ”          ร่างบางพูดกระแทกเสียงอย่างหยอกๆและถูกสอนให้ฝึกยิงต่อโดยเปลี่ยนจากเป้าเป็นยิงขวดเบียร์ สลับกันไปเพื่อให้เกิดความชำนาญและแม่นในการใช้ได้จริงต่อไป 

 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

#  ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน  มาเม้นท์  มาถูกใจนะคะ 

#   ขอบคุณกำลังใจด้วย 

#  มีคนบอกว่าติดเรื่องนี้ ไม่อยากให้จบ อยากให้มีถึง 100 ตอน 

โอ้โหววววว 55555  ดีใจนะได้อ่านแบบนี้ 

#   หากมีสิ่งใดที่ไรท์ทำผิดไป ขออภัยด้วยนะคะ  ทั้งเรื่องการแต่ง 

การใช้คำ  การเขียน การสะกด ทุกๆอย่าง ขอโทษล่วงหน้าไว้เลย 

ความคิดเห็น