ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 4: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เจ็บปวด NC 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 4: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เจ็บปวด NC 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2561 00:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 4: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เจ็บปวด NC 100%
แบบอักษร

​HATE LOVE 4: เจ็บปวด

​เพล้ง!!!


ข้าวของในห้องนอนตกแตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ผลมาจากการสู้รบของคนสองคนในนั้นนั่นแหละ อินทุกรพยายามหนีจากเขาทุกทาง สองแขนที่ถูกมัดด้วยเข็มขัดปัดป่ายชนโคมไฟข้างเตียงนอนตกแตกและอีกหลายสิ่งหล่นระเนระนาดไปหมด 


ไม่นานเขาก็ถอดสายเข็มขัดที่พันธนาการเธอเอาไว้ออก


​เจ็บ!


รู้สึกเจ็บเหลือเกิน...


สิ่งที่เลวร้ายสำหรับผู้หญิงนั่นคือการขืนใจ แม้ว่าจะเป็นผู้ชายที่มอบใจให้ก็ตามที... แต่เธอไม่ยินยอมที่จะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ในเวลานี้คนหนึ่งกำลังรู้สึกว่ากำลังจะขึ้นสวรรค์แต่ทว่าอีกคนเหมือนกำลังจะตกนรก


อาส์...


กรี๊ดดด


ภาคย์สอดใส่ตัวตนเข้าไปด้านในกายสาว อินทุกรร้องออกมาด้วยความปวดร้าวราวกับร่างกายขอเธอกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ สะโพกหนาเริ่มทำงานขยับเข้าออกโดยไม่ได้สนใจเลยว่าอีกคนจะเป็นอย่างไร คนที่กำลังตกหลุมพลางของน้ำเมาจับสองแขนของเธอรั้งเอาไว้ไม่ให้ขยับได้อีก 


"ฮึก พี่ภาคย์ อุ่น...เจ็บ อ๊ะ"


"อื้มมม"


สองร่างเปลือยเปล่าโยกคลอนตามจังหวะที่ภาคย์ควบคุม เขายัดเยียดทุกความรู้สึกผ่านการกระทำทุกอย่างให้กับอินทุกรที่ไม่รู้อิเหน่อะไร... พี่น้องกันก็คงไม่ต่างอะไรกันนักหรอก


"อ๊ะ อื้อออ" อินทุกรส่ายหน้าไปมา ร่างกายเจ็บปวดทุรนทุรายแต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะขยับหนีไปไหนได้เลย


เจ็บเหลือเกิน...


ตาคมก้มลงมองเธอแล้วใช้มือของตนลูบปอยผมบนหน้าผากของเธอออก มุมปากยกยิ้มเยือกเย็นแต่แล้วก็ีความรู้สึกแปลกๆเข้ามา "โอวส์ ทำอย่างกับไม่เคย"


"อุ่น ฮึก ไม่เคย อะ อื้ออ" อินทุกรตอบกลับเสียงสั่นพลันน้ำตาที่ไหลออกอาบใบหน้าไม่หยุด เธอเม้มปากจนเป็นห้อเลือดไม่ให้ส่งเสียงน่าเกลียดออกมา ช่วงล่างของเธอรู้สึกเจ็บแสบไปหมด "เจ็บ....ปล่อย ปล่อยอุ่นเถอนะคะ ฮือๆๆ"


เสียงหวานหลุดหายไปในลำคอ ภาคย์ก้มลงจู่โจมริมฝีปากอมชมพูพร้อมสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากเล็กความหาความหวานจากเธอแล้วกอบโกยมันจนหนำใจ ร่างหนาสาดซัดความเร่าร้อนให้คนตัวเล็ก... คนเมาไร้สติตอนนี้ไม่รู้ตัวเองเลยว่ากำลังทำในสิ่งที่สุภาพบุรุษพึงที่จะกระทำลงไป


ตอนนี้เขาคิดเพียงอย่างเดียวว่าเธอจะต้องรับทุกความรู้สึกที่เขาเก็บเอาไว้ทั้งหมด....


เธอคงเป็นได้แค่ที่รองรับอารมณ์ของเขาเท่านั้น....


​ปึกๆ !

"โอวส์... อาาา"


กรี๊ดด ฮือๆ ฮึก...


ภาคย์เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นตามอารมณ์ในกายจนในที่สุดก็พาตัวเองไปจนสุดปลายยอดจนได้ ร่างสูงเสยผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อเกาะแพรวพราว เขาแช่สะโพกเอาไว้อีกสักพักเพื่อให้การปลดปล่ยทั้งหมดเสร็จสิ้นในครั้งนี้ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวพร้อมสร้างรอยต่างๆเอาไว้ทั่วร่างของอินทุกร


หญิงสาวรู้สึกร้อนวูบวาบทัวช่องท้อง เสียงสะอื้นเบาๆดังออกมาแต่ต่อให้ดังมากแค่ไหนเขาก็ไม่สนใจอยู่แล้ว ภาคย์ถอดถอนตัวตนของเขาออกจากกายสาวแล้วหลับฟุบลงข้างๆเธอ อินทุกรยังคงตัวสั่นไม่หาย...


ฝันร้ายของเธอมันจบไปแล้วก็จริง...แต่พรุ่งนี้เธอจะทำอย่างไรต่อไป


#######


ช่วงสายของวันต่อมา...


ภาคย์ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับใช้มือกุมขมัด้วยอาการแฮงค์ เมื่อสายตาปรับโฟกัสได้ก็สำรวจไปรอบบริเวณที่เขาอยู่ในตอนนี้ เขานอนเปลือยกายอยู่บนเตียงนอนอันยับยู่ยี่ ผ้าปูที่นอนสีขาวมีคราบเลือดเกาะติดอยู่โดยที่สภาพห้องนี้เละเทะไม่น่าดู เขาลองประมวลภาพในหัวของตัวเองอีกครั้ง


เสียงกรีดร้อง...


เสียงอ้อนวอน...


ตอนนี้มันดังก้องเข้ามาในหัว และตอนนี้เขาก็รู้ตัวเองแล้วว่าเขากำลังอยู่ที่ไหน พอเริ่มตั้งสติได้ก็ค่อยๆลุกออกจากเตียงนอนกว้างหยิบกางเกงชั้นในของตัวเองที่กองอยู่กับพื้นขึ้นมาสวมใส่ ข้างๆกันมีชุดนอนผู้หญิงที่ถูกฉีกขาดวางกองรวมอยู่ด้วย


​ฮึก ฮือๆ

ตาคมมองตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล เสียงร้องไห้ของใครบางคนอยู่ในนั้น...  ภาคยืพยุงตัวเองเดินโซเซเข้าไปยังในห้องน้ำตามเสียงสะอื้นนั้น เสียงน้ำไหลออกจากฝักบัวเริ่มดังใกล้เข้ามาทุกที ประตูห้องน้ำปิดไม่สนิทเขาจึงเข้าไปได้โดยง่าย


​เฮือก !!

อินทุกรที่นั่งเปลือยกายกอดเข่าร้องไห้อยู่เมื่อได้เห็นเขาเข้ามาก็ผวาร่นถอยจนแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังห้องน้ำ "ฮือๆ พี่ภาคย์ อย่า...อย่าทำอะไรอุ่นอีกเลยนะ ฮึก อุ่นกลัวแล้ว"


ภาคย์เบิกตากว้างเพราะเขาเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน สายตามองสำรวจเรือนร่างขาวนวลที่บัดนี้มีแต่ร่องรอยที่เขาตีตราเธอเอาไว้ ทุกอย่างที่เขาเห็นมันเป็นผลมาจากตัวเขาทั้งนั้น จู่ๆหัวใจก็สั่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น... ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ๆพร้อมกับยื่นมือออกไปแต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อเธอมีการหวาดกลัวเขาอย่างชัดเจน ภาคย์ถอนหายใจช้าๆ "ออกไปใส่เสื้อผ้า"


"ฮึก ฮืออ"


หมับ !!


โอ๊ย !!


"อยากปอดบวมตายตรงนี้หรือยังไง!!" ภาคย์กระชากชากแขนของเธอขึ้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์


"ฮือ อุ่นเจ็บ ฮึก เดินไม่ไหวแล้ว" อินทุกรยังคงสะอื้นไม่หยุด ยิ่งถูกเขากระทำรุนแรงแบบนี้เสียอีก


ภาคย์คลายแรงบีบที่ข้อมือของเธอก่อนจะเปลี่ยนมาช้อนตัวเธอขึ้นมา อินทุกรใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม...เหตุการณ์เมื่อคืนนี้มันไหลเวียนเข้ามาให้ความคิดอีกครั้งแต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะให้เขาได้ยินเสียงลมหาใจ ชายหนุ่มพาเธอมานั่งที่ปลายเตียงแล้วนำผ้าขนหนูกับเสื้อคลุมมาส่งให้เธอเอาไว้ปกปิดร่างกาย ส่วนเขาสวมชุดของตัวเองเมื่อคืนนี้แล้วเดินออกไปโดยไร้คำพูดจาใดๆออกมา


ราวๆครึ่งชั่วโมงเขาก็กลับมายังคอนโดห้องนี้อีกครั้งพร้อมกับถุงข้าวต้มและยา ชายหนุ่มจัดแจงทุกอย่างใส่ถ้วยแล้วนำมาวางเอาไว้ที่โต๊ะอาหาร จากนั้นก็อุ้มร่างบางที่แม้จะหยุดร้องไห้แต่ก็ยังคงสะอื้นเป็นระยะออกมายังโต๊ะอาหารที่เขาจัดเตรียมเอาไว้


"เมื่อคืนมีอะไรป้องกันหรือเปล่า" เขาถามเสียงเรียบ อินทุกรเองก็ไม่ยอมปริปากแต่อย่างใด...เธอทำแค่เพียงส่ายหน้าให้คำตอบกับเขาเท่านั้น "ถ้าแบบนั้นก็กินข้าวก่อนก็แล้วกัน อันนี้ยาคุมฉุกเฉินกินกันเอาไว้ก่อนมีสองเม็ดดก็ดูเวลาด้วย แล้วก็อีกอันเป็นยาแก้อักเสบ ครั้งแรกมันก็จะเจ็บแบบนี้แหละ"


"ขอบ ขอบคุณค่ะ" อาหารตรงหน้าเธอกินมันไม่ลงจริงๆ แต่เพราะกลัวคนตรงหน้าจึงจำเป็นจะต้องฝืนเอาไว้


"ตอนนี้มีเพื่อนสนิทแล้วใช่ไหม?" ภาคย์ถามเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเช่นเคย อินทุกรมองเขาก่อนจะพยักหน้ารับ "เอาเบอร์มาสิ จะโทรลาอาจารย์ให้"


"ค่ะ" อินทุกรจำเบอร์ของกันตาได้จึงค่อยๆบอกเขาทีละตัวเลข และแล้วบรรยากาศก็ถูกความเงียบเข้าปกคลุม อินทุกรค่อยๆฝืนกินมื้อเช้าตรงหน้าจนหมดจากนั้นก็กินยาที่เขาเตรียมเอาไว้ให้ จากนั้นก็จับเวลาที่จะต้องกินยาเม็ดที่สอง


ภาคย์สังเกตุหญิงสาวโดยไม่ละสายตาจนอีกคนต้องก้มหน้าหนี เขาลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินมาตรงหน้าเธอ มือหน้าเชยคางมนขึ้นแล้วสำรวจดูทั้งซ้ายขวาและเหมือนเขาจะเพิ่งคิดอะไรได้บางอย่าง บางอย่างที่เขาคงจะได้รับรู้ด้วยตัวเอง 


"ไออุ่น!" อินทุกรรู้สึกประหลาดใจที่จู่ๆเขาก็เรียกชื่อของเธอทั้งๆที่ไม่เคยได้ยินเลยนับตั้งแต่ได้พบกันอีกครั้ง "กลัวมากไหม?"


น้ำตาเจ้ากรรมมันไหลออกมาอีกแล้ว อินทุกรพยักหน้าเงอะงะจนดูน่าสงสาร เป็นครั้งแรกที่ภาคย์รู้สึกไม่ดีได้มากขนาดนี้ กับผู้หญิงคนอื่นๆที่ผ่านมาไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ภาคย์จึงตัดทุกคนออกจากชีวิตได้ง่ายๆ แต่กับเธอคนนี้ทำให้เขารู้สึกแย่แถมที่ทำลงไปอยู่ในช่วงที่เมาแบบไม่มีสติเสียด้วย


ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายพึงกระทำจริงๆ


"พี่ภาคย์ ฮึก ปล่อยอุ่นเถอะนะคะ อุ่นสัญญาจะบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับใคร ฮือๆ" มือเล็กยกมือไหว้เขาเชิงขอร้องให้เห็นใจเธอบ้าง


ภาคย์ใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาที่เอ่อไหลออกมา "เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ต่อจากนี้จงจำไว้อย่างเดียวว่าคนที่มีสิทธิ์ในตัวของไออุ่นคือใครก็พอ" อินทุกรพยักหน้าเบาๆอีกครั้ง ภาคย์ถอนหายใจก่อนจะใช้สองแขนช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มอีกครั้ง จู่ๆใบหน้าที่อ่อนโยนเมื่อสักครู่ก็กลับกลายเป็นความเย็นชาพร้อมกับยกยิ้มร้ายที่มุมปาก "เรื่องระหว่างเรามันไม่จบลงแค่เมื่อคืนง่ายๆนักหรอก"


#######


บริษัท DDM GEMS....

บริษัทนำเข้าส่งออกจิวเวอร์รี่และออกแบบเครื่องประดับรายต้นๆของประเทศ ปวัน...ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงงเดินตรวจดูอัญมณีที่ผ่านเจียรไนมาเรียบร้อยแล้วเพื่อนำมาทำเครื่องประดับ ทุกชิ้นเขาคัดสรรค์มาเป็นอย่างดีมูลค่าของมันถึงได้สูงและละเมียดละไมทุกชิ้น


"ตามหาตั้งนาน สามีของเอมมาอยู่ที่นี่นั่นเอง" อัญชนาในชุดสีแดงเลือดนกเดินเข้ามาหาใกล้ๆพร้อมยืดตัวขึ้นหอมแก้มของเขา "เป็นอะไรคะ?"


"เงินช็อปปิ้งหมดแล้วล่ะสิถึงเข้ามาหาผมได้" ปวันหันหน้ามองภรรยาสาวนิ่งๆ "เอม...เงินมันไม่ได้งอกออกมาเองหรอกนะ มีมากขนาดไหนแต่ถ้าไม่ใช้ให้ระวังมันก็หมดได้"


"หึ! เมื่อก่อนไม่เคยเห็นว่าเลยนี่คะ อีกอย่างเอมก็ใช้เงินของตัวเองก่อนอยู่แล้ว" ใบหน้าโฉบเฉี่ยวมองหน้าสามีก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟากว้างสีดำ "ตอนจีบอะไรก็ตามใจ ตอนนี้เบื่อแล้วล่ะสิ"


ปวันวางทับทิมในมือลงก่อนที่จะเข้ามาสวมกอดภรรยาของเขาเอาไว้ "ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย เอมพูดเองไม่ใช่หรอว่าสถานการณ์ที่บ้านของเอมตอนนี้ไม่ค่อยดี จะให้เงินเป็นเบี้ยแบบนี้จะลำบากเอานะ"


อัญชนาถอนหายใจพร้อมกับสีหน้าเบื่อหน่าย "เอมฟังคุณพูดแบบนี้ซ้ๆจนเบื่อแล้วนะคะ เดือนหน้าไออุ่นก็จะหมั้นกับภาคย์...ค่าสินสอดมากมายจนไม่รู้จะไปเก็บไว้ไหนแล้ว แถมตอนนี้คุณพ่อก็ขายหุ้นบางส่วนให้ภาคย์จนเขามาบริหารงานแทน ไม่เห็นจะลำบากแบบที่คุณกังวลเลยนะปวัน...ที่เอมใช้ไม่ได้เศษเสี้ยวที่คุณพ่อได้มาหรอก"


"เอม..."


"เลิกพูดอะไรที่มันชวนซีเรียสได้แล้ว เอมหิว...เราไปหาอะไรทานกันนะคะ" สองแขนเรียวยกขึ้นคล้องคอเขาแล้วตัวหอมแก้มสามีหนึ่งครั้ง "นะคะ น๊าาา"


"ครับ เอมออกไปรอผมข้างนอกก่อนนะ ผมขอเคลียร์งานตรงนี้อีกนิดหน่อยเดี๋ยวจะตามออกไป" อัญชนาพยักหน้ารับว่าเข้าใจ ปวันมองร่างบางเดินออกไปพ้นประตูห้องทำงานก็ถอนหายใจ


อัญชนาเปลี่ยนไปมากนับตั้งแต่แต่งงานกันมา...แต่อันที่จริงก็เรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้น เรื่องในครอบครัวของเธอเขาก็ไม่ได้รู้อะไรมากมายนักหรอก ส่วนน้องสาวของภรรยาก็เคยเจอกันแค่ครั้งเดียวก็ตอนแต่งงาน เรียกได้ว่านอกจากวินิตราแล้วปวันก็ไม่ได้วนิทกับใครในครอบครัวของภรรยาเลย


ภาคย์!


ชื่อนี้เคยได้ยินอัญชนาพูดถึงให้ฟังบ่อยๆ ภรรยาของเขาเคยเล่าว่าพ่อของเธอและพ่อของภาคย์เป็นเพื่อนสนิทกัน พวกเขาเลยได้เจอกันบ่อยตั้งแต่เด็กและเป็น ​เพื่อนที่สนิทกันมาก ​แต่น่าแปลกที่งานแต่งานของเขาไม่เห็นแม้แต่เงาของภาคย์เลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าวงการธุรกิจในบรรดาผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงนั้นแล้วชื่อเสียงของภาคย์ติดอันดับไปในทุกๆด้าน 


จะว่าไปก็อยากเจอตัวจริงเหมือนกัน... มีหลายเรื่องที่อยากจะขอคำแนะนำจากเขาเพื่อมาพัฒนาธุรกิจของตัวเองบ้าง


ปวันใช้เวลาไม่นานก็จัดการงานที่ค้างอยู่เสร็จสิ้น เขาเดินออกมาหาอัญชนาที่รออยู่ด้านนอกก่อนจะควงกันออกไปยังห้างสรรพสินค้า แน่นอนว่าอย่างอัญชนาหรือจะยอมทานอาหารข้างทาง ร้านที่เธอเลือกจะต้องดูดีที่สุด...เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้มีเจ้ามามาด้วยแล้วอย่างไรล่ะ


ณ ร้านอาหารอิตาเลี่ยน...


สองสามีภรรยาได้ที่นั่งในร้านอาหารแล้วก็เรียกพนักงานมาจดเมนูอาหารทันที อัญชนาเลือกอาหารที่อยากทานเรียบร้อยแล้วก็หยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปอัพเดทชีวิตลงโซเชียลตามปกติ ปวันมองเธอแล้วก็ยิ้มบางๆ ก็ภรรยาของเขามันจะทำมันเป็นกิจวัตรนี่นะ


เป็นภาพที่น่ารักดี...


กึกๆ เพล้ง !!


ว้าย !!


"เธอทำบ้าอะไร! รู้ไหมว่าเสื้อของสามีฉันมันแพงขนาดไหน?" อัญชนาโวยวายขึ้นมาทันทีเมื่อเด็กเสิร์ฟสาวเดินสะดุดจนทำน้ำหกใส่ปวัน 


ไม่นานนักผู้จัดการร้านได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงรีบวิ่งมาดูสถานการณ์ "ขอโทษแทนพนักงานด้วยนะคะคุณผู้ชาย คุณผู้หญิง!! กันตา...รีบขอโทษลูกค้าสิ!!"


"ขอ ขอโทษค่ะ หนูเดินไม่ระวัง เดี๋ยวจะซักเสื้อให้นะคะ" กันตายกมือไหว้ตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่น


ปวันยิ้มแล้วโบกมือไปมา "ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่าไปว่าเด็กเลย แค่น้ำเปล่าเดี๋ยวก็แห้ง"


"ได้ยังไงคะ!! เสื้อคุณสั่งตัดตั้งแพง เอาไปซักให้เจอผงซักฟอกเกรดต่ำเข้าไปเสื้อก็พังพอดี" อัญชนายังคงไม่หยุด สายตาเฉี่ยวมองกันตาที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้วยความไม่พอใจ


"พอเถอะเอม เด็กไม่ได้ตั้งใจ ทานข้าวเถอะ" ปวันสะกิดภรรยาของเขาให้อารมณ์เย็นลง "เดี๋ยวผมขอน้ำมาเสิร์ฟใหม่ด้วยนะครับ"


"ได้ ได้ค่ะ!! รีบไปสิแล้วก็อย่าซุ่มซ่ามอีกล่ะ" ผู้จัดการร้านหันไปสั่งกันตาด้วยน้ำเสียแกมดุเล้กน้อย


"ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ไม่เอาเรื่องหนู" หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณปวันด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินถอยหลังให้พนักงานคนอื่นเข้ามาทำความสะอาดพื้นที่ และเธอก็ทำหน้าที่ของตัวเองในการเสิร์ฟอาหารตามรายการที่สองสามีภรรยาได้สั่งเอาไว้ด้วยความระมัดระวัง


โดนดุใส่ขนาดนั้น...ใจไม่อยากจะเดินไปเฉียดเลยจริงๆ


เหตุการณ์ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ...


คลื่นอารมณ์ของอัญชนาสงบลงทำให้บรรยากาศในร้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้งเมื่ออาหารที่สั่งไปถูกเสิร์ฟจนครบ ปวันถอดเสื้อสูทของเขาออกแล้วนำมาพาดเอาไว้กับเก้าอี้ เขามองภรรยาสาวก็รู้สึกโล่งใจที่เธอไม่อารมณ์ร้อนจนอาละวาดแบบครั้งก่อนหน้า...แน่นอนว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ครั้งนั้นอัญชนาอาละวาดจนจนทางร้านต้องไล่พนักงานที่ทำอาหารตกใส่รองเท้าของเธอออก


มันแค่เรื่องเล็กน้อยแต่ทำไมถึงทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปได้นะ...


​Arrrr Arrr


​ไออุ่น...Calling

ติ๊ด...


"น้องสาวโทรมาไม่ใช่หรอ? ตัดสายทิ้งทำไมล่ะครับ" ปวันในขณะที่กำลังแกะเปลือกกุ้งให้เธอ


"ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรหรอกค่ะ ไออุ่นคงเลิกเรียนแล้วจะโทรมาคุยเล่นเฉยๆ" ใบหน้าสวยเบ้ปากทำทีเบื่อหน่าย "เอมไม่อย่าให้อะไรมาขัดตอนที่เราอยู่ด้วยกันหรอกนะคะ"

"แต่ผมว่าเอมควรจะรับสายและก็บอกน้องดีๆนะครับ"


"เป็น 'สามี' หรือว่า 'บิดา' คะ? เอมกำลังจะอารมณ์ดี อย่าทำให้แย่ลงสิคะ" อัญชนาพูดเสียงแข็งทำให้ปวันต้องพยักหน้าเข้าใจและไม่คิดจะพูดอะไรอีก


ด้านในสุดของร้าน...


กันตาที่รอดพ้นจากวิกฤตเมื่อสักครู่ก็ค่อยๆชะโงกออกมาดู ผู้จัดการร้านสั่งให้เธออยู่ด้านหลังและห้ามออกมาจนกว่าลูกค้าคู่กรณีจะออกจากร้านไปแล้ว แต่ก็คงจะยากอยู่หรอกก็เล่นสั่งอาหารเยอะขนาดนั้นแถมบรรยากาศของร้านนี้ก็ดีเสียจนลูกค้าไม่อยากจะลุกไปไหนหรอก 


ผู้ชายคนนี้โคตรจะซวยที่ได้ผู้หญิงแบบนี้มาเป็นภรรยา...


น่าสงสาร...


######


​ช่วงค่ำ...


​บ้านรัตนโยธิน...


ภาคย์ที่หายไปหนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวันเต็มๆเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน แน่นอนว่าคนที่รอเขาอยู่ด้วยความเป็นห่วงก็คไม่พ้นวาณิริณ หญิงวัยกลางคนทันทีที่ได้เห็นหน้าลูกชายคนโตก็รีบลุกออกจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปขวางเขาเอาไว้ไม่ให้ชิงหนีขึ้นบันไดไปก่อน


"หายไปไหนมาหรอภาคย์ แม่โทรหาก็ปิดเครื่อง ติดต่อยังไงก็ติดต่อไม่ได้"


ภาคย์ถอนหายใจ "ขอโทษครับแม่ พอดี...มีเรื่องยุ่งๆนิดหน่อยครับ"


"อย่าโกหกแม่ วันนี้ภาคย์ไม่ได้ไปทำงาน แล้วที่คอไปโดนอะไรมาเป็นแผลยาวเชียว?" วาณิริณเอื้อมมือไปสัมผัสรอยแผลคล้ายถูกอะไรข่วนที่ต้นคอของลูกชาย ภาคย์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรแม่ของเขา "ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะลูกแล้วลงมาทานข้าว แม่มีเรื่องจะคุยกับภาคย์"


"ครับ"ภาคย์รับคำแล้วยอมทำตามอย่างว่าง่าย เขาใช้เวลาไม่นานในการทำกิจวัตรส่วนตัว 


ในห้องนอนส่วนตัวของภาคย์...หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสีหน้าก็ดูสดชื่นขึ้นมาบ้าง วันทั้งวันเขาคิดถึงแต่เรื่องระหว่างเขาและอินทุกรว่าหลังจากนี้มันจะไปในทิศทางไหน แต่อีกใจก็อยากจะรู้...ถ้าอัญชนาได้เห็นสภาพน้องสาวของตัวคงจะอกแตกตายเลยล่ะมั้ง


"ทำไมไม่ค่อยเหมือน? ไม่เหมือน?" เขามองตัวเองในกระจกแล้วพูดคำนนี้ออกมา คำพูดของอัญชนาที่ได้เจอกันวันนั้นก็เวียนเข้ามาอยู่ในหัว *อยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบายนะ​ <span id="redactor-inline-breakpoint"></span>*​และเหมือนกับว่าในหัวของเขาก็เริ่มมีความคิดอะไรบางอย่างโผล่ขึ้นมา ชายหนุ่มเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรหาธกฤตทันที "ฮัลโหล...พรุ่งนี้หลังฉันประชุมเสร็จเข้ามาหาฉันที่ห้องที...ฉันมีเรื่องให้ช่วย...ขอบใจ"


ติ๊ด...


ภาคย์สวมเสื้อยืดบางสีขาวและกางเกงขาสั้นเดินออกจากหน้องลงไปยังชั้นล่างของตัวบ้าน วาณิริณจัดเตรียมอาหารให้ลูกชายอยู่ที่โต๊ะเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาใกล้ๆก็หันไปยิ้มบางๆให้ "ทานข้าวก่อนนะภาคย์ ทุกคนรอไม่ไหวเลยทานกันเสร็จแล้วก็แยกย้ายเข้าห้องไปแล้ว"


"ครับแม่" เขานั่งลงกับเก้าอี้ประจำก่อนจะถอนหายใจเบาๆ "แม่มีอะไรจะคุยกับผมหรอครับ?"


วาณิริณนั่งลงข้างๆเขา "เรื่องงานหมั้นของภาคย์กับไออุ่นเดือนหน้าไงจ๊ะ ตอนนี้พ่อกับแม่แล้วก็คุณอัศนัยไปดูฤกษ์กับสถานที่เอาไว้แล้ว เหลือแค่แหวน...แม่ว่าจะให้ภาคย์ชวนน้องไปเลือกแล้วก็ลองแหวน ตะซื้อกันเองก็กลัวว่าจะสวมไม่ได้"


"ได้ ได้ครับ" เขารับปากโดยไม่สบสายตา ในระหว่างที่มื้อเย็นของภาคย์กำลัดำเนินไปอย่างเงียบๆ จู่ๆเข้าก็วางช้อนลงแล้วหันไปทางแม่ของเขาอีกครั้ง "ผมมีเรื่องอยากจะถามแม่สักหน่อยได้ไหมครับ?"


"ได้สิจ๊ะ"


"แม่ว่าผมตอนเด็กกับตอนนี้...แตกต่างกันมากไหมครับ?"


วาณิริณหัวเราะเบาๆก่อนจะยกมือลูบแก้มสากของลูกชาย "แตกต่างกันมากเลยล่ะ ลูกแม่...แม่เลี้ยงเองมากับมือทำไมแม่จะไม่รู้ ตอนเด็กภาคย์เป็นคนที่ร่าเริง ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย แต่พอโตมาทำไมกลายเป็นคนเงียบขรึมแล้วก็ไร้สีสันแบบนี้ก็ไม่รู้ จะว่าไป...แม่ก็จำไม่ได้แล้วว่าเห็นภาคย์ยิ้มครั้งล่าสุดเปป็นเมื่อไหร่"


____________________________________________100%___________________________________________________


พี่ภาคย์โหดร้ายยยยย แล้วพี่แกก็จะโหดไปเรื่อยๆ ฮรือออ

ฝากนักอ่านคนไหนก็ได้ตบนังพี่ภาคย์ให้ทีสิ ^o^


ปล.ขอบคุณทุกคอมเม้น ทุกคำติชมนะคะ ไรท์อ่านทุกคอมเม้นนะ แต่ไม่ได้ตอบ ไม่งอนกันนะคะ

เจอกันตอนต่อไปค่าา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น