facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 48 : 愛してる ไอ ชิ เต รุ

ชื่อตอน : ตอนที่ 48 : 愛してる ไอ ชิ เต รุ

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 84.3k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2562 11:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 48 : 愛してる ไอ ชิ เต รุ
แบบอักษร

 

. 

. 

.  

....วันนี้กาเบียลพาเจลลากลับมาส่งที่ไต้หวันและเข้าพบกับโจธานตามที่ตกลงไว้ มีการพูดคุยถึงการจะเข้ามาร่วมทำงานของกาเบียลกับทางโจธานซึ่งทำโจธานถึงกับตกใจและประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อน้องสาวเป็นคนเล่าและยืนยันมันกับปากของเธอเอง

           “ ฝีมือน้อง เจ๋งใช่มั้ย ”

           “ ตามที่บอก เซ็งๆเวลาไม่ค่อยมีทำอย่างอื่นเลย ”

           “ อิทธิรู้หรือยังเนี่ยกาเบียล ”  พี่ชายเจลลายิ้มอย่างชอบใจเสมือนได้หักหลังอิทธิแล้วยังไงอย่างงั้น โดยกาเบียลเองก็ยังไม่ได้บอกใคร เจลลาจึงคุยกับพี่ชายเรื่องเพิ่มเงินเดือนให้กาเบียล 25 เปอร์เซ็นพร้อมทั้งวันหยุดและวันลาตามที่กาเบียลต้องการทุกอย่าง

            “ หึๆๆ ได้ อยากได้อะไรว่ามาเลย ได้แน่นอนครับ มากกว่านั้นก็ได้ ”

            “ ขอตัวนะคะหนุ่มๆ อยากจะอาบน้ำแร่แช่น้ำนมจะแย่ละ ”   หญิงสาวยกมือลาแล้วเดินแยกออกไป โจธานจึงพากาเบียลเข้ามาที่ห้องทำงานเพื่อคุยรายละเอียดต่างๆของงานในภายภาคหน้า

             “ ผมรู้แผนของคุณ มีอะไรจะให้ผมช่วยมั้ย ”      กาเบียลนั่งลงตามการผายมือเชิญของเจ้าบ้าน

             “ แผนรั่วจากน้องสาวตัวแสบแน่ๆใช่มั้ย  แล้วคุณว่าไงล่ะ? ”

  กาเบียลนั่งคุยกับโจธานถึงแผนการต่างๆที่โจธานแพลนไว้และกาเบียลเองก็จะกลับมาทำงานให้อิทธิเช่นเดิม โดยคอยสืบและส่งข้อมูลให้โจธานรู้เป็นระยะๆเพื่อดำเนินตามแผนที่วาดเอาไว้ให้แยบยลขึ้น

.

.

.

…………………………………………………..............................................................

@ สวิตเซอร์แลนด์

        ผ่านมาหลายวันของการท่องเที่ยวในต่างประเทศกระชับความสัมพันธ์ของอิทธิและวีซึ่งอิทธิเองก็ได้พาวีเที่ยวในเจนีวาไปหลากหลายที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนั่งล่องเรือที่ทะเลสาบเจนีวาชมเมืองและธรรมชาติ 

เดินชมเมือง แวะดูน้ำพุเจทสัญลักษณ์ของเจนีวาและที่อื่นๆอีกหลายที่ จนตอนนี้อิทธิและวีก็นั่งรถไฟมายังเมืองโลซานเพื่อเที่ยวกันต่อ ตั้งแต่มาถึงก็เข้าพักแล้วเช้าวันถัดมาก็มาชมบรรยากาศที่ทะเลสาบเลอม็องหรือทะเลสาบเจนีวาอีกมุมนึง แวะทานมื้อเที่ยง จากนั้นก็เดินทางไปยังมหาวิหารโลซานกันต่อ

 

             “ นี่สินะสถาปัตยกรรมโกธิค กระจกบานเยอะมากหลายสีด้วย ”

             “ รู้มั้ยว่ามีกี่บาน ”       อิทธิถามคนที่ชมสิ่งก่อสร้างอยู่อย่างวีแต่ก็ได้คำตอบว่าไม่รู้จากการส่ายหัวหงึกๆ จนอิทธิหันไปถามลูกน้องคนสนิทอย่างกรรณเพื่อลองภูมิ

             “ โยนมาให้ผมเพราะตัวเองไม่รู้ใช่มั้ยเนี่ย  ”     มือซ้ายคนสนิทถามแบบรู้ทัน

             “ ฮ่าๆๆ แน่ๆล่ะ ”        วีหัวเราะออกมาเสียงดัง

             “ รู้จะเรียกถามมึงเหรอ ”  

             “ ประมาณ 105 บานครับ ”      กรรณเองก็เคยศึกษามาบ้างจึงตอบได้ทำให้อิทธิพยักหน้าเล็กๆและวีก็จับมือหนูน้อยปรบแปะๆเป็นการแสดงความชื่นชมในความเก่งและรอบรู้ของกรรณ

              “ ดูโอ่อ่าหรูหรา สวยมากเลยค่ะ มองทางไหนก็สวยไปหมด เป็นบุญตาสามาก ”

              “ ไป! เดินกันต่อได้ละ ”

 

.....กรรณถือกล้องเดินตามหลังและคอยเก็บภาพนายและคนรักของนายอยู่ห่างๆเพราะนายเองไม่เคยเรียกร้องถ่ายรูปเช่นเดียวกับวี ที่หยิบมือถือตัวเองขึ้นมา ถ่ายบ้าง แต่ก็ไม่ได้เก็บรูปคู่ของทั้งคู่ กรรณจึงคอยถ่ายไว้เป็นความทรงจำแทน หนูน้อยฮันนี่จากที่นั่งรถเข็นได้ไม่นานก็ร้องเรียกให้วีอุ้มซึ่งวีอุ้มมาแล้วเกือบทั้งวันจนเกิดอาการเมื่อยล้าและเริ่มปวดแขน แต่ถ้าไม่อุ้มหนูน้อยจะงอแงและส่งเสียงร้องไห้จึงต้องอุ้มบ้างวางบ้าง

                “ กูอุ้มให้ ”                 อิทธิเห็นว่าวีอุ้มมาตลอดจึงอาสาอุ้มแทน

                “ ไม่เมื่อยเหรอ ให้ฮันนี่นั่งรถเข็นไปก่อนก็ได้ ”        ฮันนี่เตรียมเบะปากและเริ่มส่งเสียงเหมือนจะปล่อยโฮ กรรณจึงเดินเข้ามาลองอุ้มแทนนายแต่ไม่เป็นผลเพราะฮันนี่ส่งเสียงร้องไห้โฮออกมาอย่างดังและชูมือไปที่วี แม้ว่าอิทธิจะรับกลับมาอุ้มเองแต่ก็ยังไม่ได้ผลจนสุดท้ายวีต้องรับมาอุ้มในที่สุด

                 “ ชู่วววววว เงียบวีอุ้มแล้วๆ เงียบก่อน เร็ว ”

                 “ เอานมมั้ยคะ ”             พี่เลี้ยงเสนอเผื่อหนูน้อยหิวนมและอาจจะสงบลงได้วีจึงพยักหน้าตอบกลับไป พร้อมหยิบผ้าอ้อมเช็ดน้ำตาให้ฮันนี่แล้วอุ้มแบบนอนเพื่อให้ดูดนมได้สะดวก

                 “ งอแงซะแล้ว ”

                 “ ฮึ่กกกกกกก  ฮึ่กกกกกกกก  ”        

                 “ เงียบ ไม่ร้องนะฮันนี่ หม่ำนมๆ ”     วีอุ้มแล้วให้ดูดนมสักพักก็คลายการร้องไปบ้างจนเงียบได้พร้อมทั้งเอามือจับแก้มวี จับผมเล่นและดูดนมจากขวดอย่างสบายอารมณ์ขึ้นทุกคนจึงเดินขึ้นไปจุดชมวิวเมืองโลซานกันต่อเมื่อทุกอย่างดูพร้อมแล้ว

              “ นายครับ มาทางนี้หน่อย ”         กรรณเดินเข้าไปบอกให้นายแยกออกมาเพื่อพูดอะไรบางอย่างอย่างลับๆกัน

              “ อะไร? ”

              “ จ้อยบอกว่าพี่กาเบียลบินไปไต้หวันครับ “   ข่าวที่ส่งมาทำเอาอิทธิหน้านิ่งไปชั่วขณะ แม้ว่ากรรณจะถามต่อว่าคิดว่ากาเบียลไปทำอะไร แต่อิทธิก็ไม่ได้ตอบกลับนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว

               “ นี่ก็ใกล้วันเปิดกิจการกูที่ไต้หวันแล้วด้วย บอกให้จ้อยจับตาดูต่อ กูยังไม่อยากคิดอะไร “

               “ นายคงไม่ได้คิดว่าพี่กาเบียลไปเช็คงานให้ใช่มั้ยครับ “

อิทธิไม่ตอบและเดินเข้าไปหาคนรักกับลูกที่ยืนชี้มือชี้ไม้ดูนู้นดูนี่กันอย่างยิ้มแย้มพร้อมลมโชยเย็นๆ

                 “ อารมณ์ดีแล้วแหละครับ “         วีบอกกับอิทธิทันทีที่เห็นว่าเดินกลับมา อิทธิจึงเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมายิ้มอีกครั้งพร้อมชูมือไปหาลูกสาวเพื่อจะอุ้มบ้าง วีจะได้พักแขนแต่ฮันนี่ยังไม่ยอมให้อุ้ม

                 “ ฮื้อออออ!! “               หนูน้อยทำท่าไม่พอใจกระฟัดกระเฟียดใส่พ่อ

                 “ โอเคๆแด็ดดี๊ไม่อุ้มๆ “

                 “  ไม่เอาฮันนี่ อย่าทำแบบนี้กับแด็ดดี๊ มันไม่ดี ขอโทษก่อน “        วีพูดกับฮันนี่เพื่อสอนและฮันนี่ก็จ้องหน้าวีเหมือนฟังแต่ก็ไม่ได้ทำตาม วีเองก็กำชับพูดซ้ำให้รู้ว่าไม่ควรทำและไม่ให้ทำอีก

                  “ ไม่เป็นไร เด็กน้อยยังไม่รู้อะไรหรอก “

                  “ อย่าทำแบบนี้อีกนะฮันนี่ เข้าใจมั้ย! “

                  “ ใจ      นี่       นี่ “           หนูน้อยเหมือนจะรู้เพราะน้ำเสียงของวีที่ดุใส่และหันไปสนใจพี่เลี้ยงสาที่เดินมาพร้อมกับรถเข็น ซึ่งหนูน้อยมีแค่อาการงอแงแต่ไม่หลับไม่นอน แสดงท่าทีว่าง่วงแม้แต่อย่างใด เป็นหนูน้อยที่พลังเยอะสามารถพาไปเที่ยวต่อได้อีกหลายที่เลยทีเดียว

                  “ นายจะไปพิพิธภัณฑ์โอลิมปิกต่อช่วงบ่ายใช่มั้ยครับ ”

                  “ ไปๆๆ แต่... ”             วีกลับมาตื่นเต้นอีกครั้งแต่ก็มองเด็กน้อยในอ้อมอกด้วยความเป็นห่วงกลัวจะไม่ไหวและจะไม่สบาย อิทธิมองวีก็พอจะรู้ว่าวีไม่สบายใจ

                  “ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พี่ว่าไหวนะคะ พากลับไปก็คงไม่นอน ดีไม่ดีร้องหาคุณอีก “

                  “ อือ มึงอ่าไหวรึเปล่า?

                  “ ผมไหว ฮันนี่หนูจะไปเที่ยวต่อกับวีมั้ย ง่วงหรือเปล่า? ”

                  “ ไป    ไป ”    เด็กน้อยยังคงร่าเริงยิ้มแย้มจึงทำให้คนถามหายห่วงและเริ่มออกเดินทางจากมหาวิหารโลซานไปถึงพิพิธภัณฑ์โอลิมปิกใช้เวลาไม่นานมากและพอมาถึงก็พากันเดินดูสิ่งที่น่าสนใจและเป็นจุดเที่ยวชมของสถานที่นั้นจากนั้นก็นั่งรถกลับมาหาอาหารเย็นทานแล้วก็กลับมาที่พักทันที

              “ หลับปุ๋ยเลย สงสัยจะหมดแรง ”        สาบอกกับวีทั้งที่มือยังแตะกล่อมหนูน้อยไปด้วย

              “ งั้นผมกลับห้องก่อนนะครับ ถ้าร้องงอแงก็มาตามได้เลยนะ อ้อลืมบอก ผมเช็ดตัวให้ฮันนี่

แล้วนะพี่ ตอนพี่อาบน้ำอ่า ให้เค้านอนยาวได้เลย ”

              “ อ๋อ ค่ะๆ ”

  

...  วีออกจากห้องฮันนี่แล้วเดินมาที่ห้องตัวเองที่พักกับอิทธิ ซึ่งพอเข้ามาอิทธิก็อาบน้ำเสร็จแล้ว นั่งเล่นโทรศัพท์เปิดโทรทัศน์ไปด้วยเสียงเจื้อยแจ้วและเงยหน้าขึ้นมาวีทันทีว่าไปไหนมา

               “ ลูกหลับแล้วก็ไปอาบน้ำไป ” 

               “ ครับ ไปอาบน้ำละ ”

   วีเดินเข้าไปอาบน้ำให้สดชื่น ชำระล้างร่างกายที่ไปเที่ยวมาทั้งวัน พออาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวด้านนอก และในขณะที่กำลังหยิบเสื้อผ้ามาใส่ ก็มีมือเข้ามาสวมกอดจากด้านหลังพร้อมทั้งเสียงหอมแก้มดังฟอดและเสียงสูดดมตามตัววีตามมาอยู่หลายครั้งตามแก้ม ซอกคอและกกหูตามลำดับ

              “ หอมมมมมม มึงตัวหอมมากเลย ”           พูดไปอิทธิก็หอมต่อไปอีก

              “ เพิ่งอาบน้ำมาก็ต้องหอมสิ “

              “ ตอนไม่อาบก็หอม “     อิทธิยังคงสูดดมเนื้อตัววีไม่ละโดยที่วียังขัดขืนเป็นระยะๆ พร้อมทั้งขอตัวไปใส่เสื้อผ้า แต่อีกฝ่ายกลับรีบลุกตามไปทำตัวลุ่มล่ามทั้งเอ่ยวาจาหวานขอทำกิจกรรมร่วมกันในคืนนี้ ทำเอาวียิ้มกรุ่มกริ่มเฉไฉแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ 

   “ ขออะไรล่ะ ”

               “ ก็... ”

    อิทจับวีหันหน้าเข้ามาหาตัวเอง ใช้สายตาแทะโลมคนตรงหน้าอย่างมีเลศนัย มือไม้ก็ลูบตามเนื้อตัวเพื่อบ่งบอกว่าต้องการอะไร วีเองที่เห็นสายตาและมือที่ลูบไล้ก็พอจะรับรู้ว่าคนรักตัวเองกำลังจะขออะไร

     “ แต่ก่อนไม่เห็นเคยขอ อยากทำก็ทำ... ”

                “  กูจะไม่บังคับมึงไง ”              อิทธิพูดพลางเอามือลูบปากบางๆของวีอย่างเบาๆ

                “  แล้ว...ถ้าบอกว่าไม่ให้ล่ะ ”

                “ นั่นสิ ในหัวไม่ได้คิดว่ามึงจะปฏิเสธกูเลย ”     ร่างเล็กยิ้มนิดๆกับคนตรงหน้าที่ทำท่าทีเหมือนจะนิ่งลงไปกับคำที่เหมือนจะเป็นการปฏิเสธนัยๆว่าไม่ให้ทำ แต่แกล้งหยอกไม่นานร่างเล็กก็พยักหน้าเล็กๆเป็นการอนุญาต ก่อนที่ร่างสูงจะเอานิ้วเชยเชยปลายคางให้ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมารับจูบจากตน

บทเพลงรักอันเร่าร้อนท่ามกลางอากาศหนาวเริ่มต้นขึ้นและบรรเลงอย่างนุ่มนวลและรักใคร่ยาวนานนับชั่วโมงสองชั่วโมง

“ หมดทั้งแรงหมดทั้งน้ำเลย ”

          “  อากาศหนาวๆทำซะเหงื่อเล็ดเลยเนี่ย ”      ร่างบางยกมือปาดเหงื่อเล็กๆที่หน้าผากตัวเองและไม่ลืมทีจะมองไปดูของร่างสูงที่ตัวเองนอนหนุนแขนอยู่และยกมือเช็ดให้อย่างทะนุถนอม

“ กว่าลูกจะหลับ ไหนจะกลัวมึงเหนื่อยอีก กูเลยไม่อยากจะเอามึงเท่าไร ”

           “  โหว...นี่ไม่อยากจะเอาเหรอ ให้พูดใหม่ ” 

           “  อยากเอาหลายคืนละ ”     ร่างสูงพูดพลางก้มลงมาหอมที่หน้าผากสุดที่รักของตนเบาๆ

           “ ตรงดีนะครับ ”                วีหันเล็กน้อยมองอิท

           “ ใหญ่ด้วยไม่ใช่รึไง แต่ก่อนชอบร้องบอก ”

           “ ทะลึ่ง!! ผมหมายถึงคำพูด ว่าตรงดี นาย!! ”  อื้อออออออออออ  ร่างเล็กยังพูดไม่ทันขาดคำร่างสูงก็ก้มหน้าลงมาจูบคนที่หนุนแขนอยู่ใกล้ๆอกตัวเองเข้าพร้อมสอดลิ้นเข้าไปชิมรสกันเล็กน้อย จากนั้นก็ผละออก เป็นการลงโทษที่อีกฝ่ายเรียกตนว่านาย

             “ เรียกนายอีก คืนนี้ไม่ต้องนอน!! หรือถ้าไม่อยากนอน ต่อเลยมั้ยล่ะ??       

....มาเฟียก้มหน้าลงมาอีกครั้งแต่วีดันเอาไว้ทันแล้วรีบคว้าหมอนข้างมาคั่นกลางเพื่อไม่ให้เกิดศึกบรรเลงเพลงรักกันอีกรอบ แต่มาเฟียรีบคว้าหมอนข้างและโยนทิ้งลงไปที่พื้นจากนั้นก็ดึงตัววีเข้ามานอนซุกที่อกตนแบบเดิมโดยปล่อยให้นอนนิ่งๆเพียงแค่โอบกอดเอาไว้หลวมๆเท่านั้น

“ ย้ายมาอยู่กับกูที่บ้านนะ ”

                    “ พ่อล่ะ? จะให้ทิ้งพ่ออยู่บ้านคนเดียวเหรอ ”

                    “ ชวนมาอยู่ด้วยกันเลยสิ กูสร้างบ้านให้พ่อมึงก็ได้ ”    ร่างเล็กส่ายหน้ารัวๆอยู่ที่อกของมาเฟียพร้อมมองตาเล็กน้อย ทำให้มาเฟียหากลวิธีใหม่ที่จะทำให้ร่างเล็กยอมมาอยู่กับตนให้ได้

“ อยากเห็นหน้าทุกวันก่อนนอน แล้วก็อยากตื่นมาเห็นหน้าเอ๋อๆของมึงด้วย ”

                    “ เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว ทำไมลงท้ายแบบนั้นไปได้เนี่ย ”

                    “ วี ไอ ชิ เต รุ ”       มาเฟียเอ่ยพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแกมยิ้มเพราะคิดว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจแน่ๆสังเกตจากคิ้วที่ขมวดชนกันของอีกฝ่ายแล้ว             

                     “ ภาษาญี่ปุ่นเหรอ แปลว่าอะไรอะ บอกหน่อย ”

                     “ ไม่บอก ง่วงนอนแล้ว นอนละนะ ”     มาเฟียพูดจบก็หลับตาลงไปทันทีโดยที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายนั้นเข้าใจในสิ่งที่ตนพูดและกำลังจะตอบกลับไปด้วยคำว่า

                     “ อา ริ กา โตะ โอ ยา ซึ มิ ”     ร่างบางพูดแล้วก็ยิ้มใส่อิทธิพลางยักคิ้วอย่างกวนๆให้ทำเอา

มาเฟียหนุ่มถึงกับงงและถามกลับไปว่าแปลออกได้อย่างไร แต่อีกฝ่ายกลับล้อเลียนโดยเอาคำที่ตนพูดเมื่อครู่ว่าง่วงแล้ว นอนละนะตอบกลับมาจากนั้นก็หลับตาลงนอนเงียบไปในทันที ทำเอามาเฟียนั้นยิ้มและหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดู จากนั้นค่อยๆฝังจมูกลงที่หน้าผากร่างบางเบาๆอย่างรักใคร่แล้วหลับตาลงในที่สุด 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

 

ขอบคุณคนอ่าน ขอบคุณเม้นท์ ขอบคุณคนถูกใจทุกคนค่ะ 

#  สิ่งใดที่ไรท์ทำผิดพลาด หรือทำให้ไม่พอใจ ขออภัยด้วยนะคะ 

#  หลายๆคนบอกว่านิยายวาย ไม่ควรมีคู่รองที่เป็นชายหญิง 

โอเค ไรท์ก็เพิ่งรู้ว่ามันไม่ควร ไรท์ก็คิดว่ายังไงคู่หลักก็เป็นชายชายอยู่แล้ว 

#   เรื่องภาษาในการเขียน  บางครั้งถ้ามีการสะกดผิดหรือใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ 

ไรท์ขออภัยอีกครั้ง  ไรท์คิดว่าบางคำมันจะทำให้เข้าถึงมากขึ้นเพราะไรท์ไม่ได้ตีพิมพ์ 

แต่ถ้าตีพิมพ์ไรท์จะใช้คำที่เป็นทางการนะคะ   ถ้ามีสิ่งใดผิดทักท้วงได้จะแก้ไขให้ค่ะ 

#     ไรท์ขอโทษ ไรท์ไม่ได้เป็นไร  5555  ไรท์ชอบจะได้ปรับปรุงตัวไง ไม่ได้เป็นไรจริงๆ 

ความคิดเห็น