Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 27 : เรื่องที่ค้างคา [60%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 27 : เรื่องที่ค้างคา [60%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2561 09:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 27 : เรื่องที่ค้างคา [60%]
แบบอักษร

27

เรื่องที่ค้างคา


ฉันวิ่งออกมาจากร้านอาหารโดยไม่ได้สนใจสายตาหลายคู่ที่จับจ้องเสียเท่าไหร่ ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องสนใจก็คือคนที่ออกมาก่อนหน้านั้น ซึ่งตอนนี้ขับรถออกไปไหนแล้วก็ไม่รู้

“พี่แซค!”

พอจะเรียกเอาไว้ก็ไม่ทันแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสายโทรหาอีกคนแต่ว่าโทรเท่าไหร่เขาก็ไม่รับจนสายถูกตัดไปเอง

OBCHEUI

พี่แซค พี่ไปไหนน่ะ


ฉันเปลี่ยนไปส่งข้อความของอีกฝ่ายแทน แต่ก็ดูเหมือนว่าพี่แซคจะไม่ยอมอ่านมันเลย.. เฮ้อ จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย เขาต้องโกรธมากแน่ๆ เลย เรื่องเมื่อตอนกลางวันก็ยังไม่เคลียร์ยังมามีเรื่องนี้ซ้ำอีก จากตอนแรกคิดว่าจะปล่อยเรื่องนี้ไปก่อนตอนนี้ฉันคิดว่าตัวเองต้องคุยกับเขาแล้ว

ก่อนที่เรื่องมันจะสะสมค้างคาไปมากกว่านี้

“อบเชย!” เสียงของเพื่อนสนิทดังขึ้นมาจากด้านหลัง ก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างกายฉัน “เป็นไงบ้างมึง”

“กูไม่รู้จะทำไง เขาไม่รับโทรศัพท์ไม่อ่านข้อความกูเลย” ฉันพูดแล้วก็ถอนหายใจอย่างห่อเหี่ยว

“มึงก็ไปคุยกับพี่เขาต่อหน้าเลยสิ”

“แล้วจะไปคุยต่อหน้าที่ไหน? กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาไปไหน จะให้วิ่งตามรถเหมือนในหนังไหมล่ะ” ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย ฉันไม่รู้ว่าจะไปตามตัวพี่แซคได้ที่ไหน จะให้วิ่งตามรถฉันก็ไม่ใช่เดอะแฟลชนะ พี่มันขับรถเร็วจะตาย

“เอางี้ มึงลองนึกดูซิว่ามีสถานที่ไหนที่เขาจะไปบ้าง”

ฉันหยุดคิดตามคำบอกของพายอาร์ สถานที่ที่พี่แซคจะไปอย่างนั้นเหรอ? เอาความจริงเลยถ้านอกจากไปเรียนกับกลับบ้านแล้ว พี่มันก็ชอบไปร้านเหล้านี่แหละ แต่จะไปร้านเหล้าเวลานี้อะนะ? ไปกับใคร? ในเมื่อเพื่อนเขาส่วนใหญ่ก็มาเลี้ยงฉลองกันร้านนี้หมด หรือจะไปคนเดียวนั่นก็เกินไปนิด

ฉันยกโทรศัพท์ของตนขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นต่อสายหาคนอื่นที่ไม่ใช่พี่แซค

[ฮัลโหล ว่าไงลูก]

“สวัสดีค่ะ คุณน้า” ใช่แล้ว ฉันโทรหาแม่พี่แซคนั่นเอง “คืออยากถามว่าพี่แซคได้กลับไปที่บ้านหรือเปล่าคะ”

[รายนั้นไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้วอบเชย น่าจะอยู่หอกับเพื่อนนั่นแหละมีอะไรหรือเปล่า] คุณน้าสาลี่ตอบก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ฉันพูดแค่นั้นก็วางสายไป

‘ห้องนี้กูแชร์กับเพื่อนคนนึงเอาไว้มาตั้งวงกินเหล้ากัน หรือเอาไว้มานอนตอนเมามากๆ กลับบ้านไม่ได้เพราะแม่จะด่า’

พอได้ฟังที่น้าสาบี่บอกเมื่อครู่นี้ฉันก็นึกไปถึงเมื่อหลายเดือนก่อนที่พี่แซคพาฉันไปที่หอพักของเขาที่เช่าไว้กับเพื่อน ฉันจำเส้นทางไปได้มันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก



หอพัก ABC

ในที่สุดฉันก็เดินมาทางถึงที่หน้าห้องของเขาแล้ว ป้ายตัวเลขหน้าห้องยืนยันว่าฉันมาไม่ผิดห้องแน่นอน แต่ว่าสิ่งที่ฉันเป็นกังวลตอนนี้ก็คือ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ฉันเคาะประตูห้องเขาเป็นรอบที่ห้าแล้วนะ เคาะจนกลัวว่าจะโดนห้องอื่นๆ เปิดประตูออกมาด่าแล้วเนี่ย ตอนนี้ก็ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าพี่แซคจะอยู่ที่ห้องหรือเปล่า แล้วถ้าไม่อยู่ฉันก็มาเคาะเสียเปล่าน่ะสิ..

ไม่รู้หละ! ต่อให้ไม่อยู่ยังไงพี่แซคก็ต้องกลับมาอยู่แล้ว หรือต่อให้อยู่พี่มันก็ต้องออกมาจากห้องอยู่ดี งั้นฉันจะนั่งรอเขาอยู่ตรงนี้จนกว่าจะได้เจอหน้า

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จาก 5 นาทีเป็น 10 นาที จาก 10 นาที ก็เป็น 20 นาที ฉันเองก็นั่งเล่นโทรศัพท์รอจนแบตมันหมดเครื่องดับไปแล้วเรียบร้อย แต่ถึงแบบนั้นก็ยังไม่ละทิ้งความพยายามที่จะได้เจอหน้าของเขา รอวนไปอยู่แบบนี้จนกว่าพี่แซคจะโผล่หน้ามา

จวนจนเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง

“อบเชย”

เสียงนั้น.. อ่า ในที่สุด

“พี่แซค” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองบุคคลที่มาใหม่ก่อนจะรีบลุกขึ้นจากประตูหน้าห้องของเขา ในที่สุดฉันก็ได้เจอหน้าของเขาจนได้

“มาทำอะไรตรงนี้” อีกฝ่ายดูตกใจปนแปลกใจเมื่อเห็นฉันมารอ เขาเดินเข้ามายังประตูห้องก่อนจะหยิบกุญแจมาไขประตูเพื่อเปิดเข้าไปด้านใน

“ฉันอยากคุยกับพี่”

“จะคุยอะไร มีอะไรจะคุยกับกูอย่างนั้นเหรอ” พี่แซคพูดด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งแต่ฉันสามารถสัมผัสได้ถึงความน้อยใจจากน้ำเสียงนั้น

“คุยทุกเรื่องเลย” ฉันรู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีเรื่องเยอะแยะมากมายเกี่ยวกับอีกคน

“เข้ามาก่อน” เจ้าร่างสูงเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปด้านใน ฉันจึงรีบเดินตามเขาเข้าไปทันทีเมื่อได้รับคำอนุญาต พี่แซคปิดประตูล็อกกลอนเมื่อทั้งฉันและเขาเข้าห้องมาแล้ว เขาถอดเสื้อคลุมวางกุญแจลงและจับรีโมตน์มากดเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนจะหันมามองหน้าฉัน “จะคุยอะไรว่ามา”

เอาเรื่องไหนก่อนดีนะ พอได้มายืนประจันอยู่กับอีกฝ่ายแบบนี้คำพูดทุกอย่างที่เตรียมเอาไว้ก่อนหน้าก็ดันไม่ยอมหลุดจากปากเสียอย่างนั้น เอาเท่าที่ตัวเองจะคิดออกก็แล้วกัน

“คือว่าฉันลองคุยกับผู้ใหญ่แล้วว่าจะลาออก” เอาเรื่องที่เป็นประเด็นเมื่อตอนเย็นก่อนก็แล้วกัน “ขอโทษที่ยังไม่ได้บอก”

“อืม ก็หวังว่าจะให้กูรู้คนสุดท้ายอยู่แล้วนี่” พูดแบบนี้เขาต้องโกรธมากแน่ๆ เลย

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่ตั้งใจอะไร หลบหน้ากู ไม่คุยกับกู แล้วก็ไม่บอกอะไรกูเลย” เขาพูดแล้วจ้องหน้าฉันนิ่งสักพักเจ้าตัวถอนหายใจออกมา “แล้วนี่จะออกไปทำไม”

“ฉันอยากไปเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ” เป็นการคุยกันที่ไม่กล้วแม้แต่จะมองหน้าอีกฝ่ายเลยจริงๆ

“อืม จะทำอะไรก็ทำเถอะ ไม่ต้องมาบอกหรือสนใจกูก็ได้” ในประโยคที่ดูเหมือนจะไม่สนใจนั้นฉันไม่รู้เลยว่าในใจพี่แซคคิดอะไรอยู่ แต่คำพูดนั้นเขาต้องการจริงหรือแค่ประชดกันนะ

“ขอโทษ แต่ว่ายังไงฉันก็ต้องบอกพี่อยู่แล้วนะ” เหมือนวันนี้ฉันจะใช้คำว่าขอโทษได้สิ้นเปลืองจังเลย “เพราะพี่ก็เป็นเหมือนพี่ชายที่คอยดูแลฉันมาตลอดคนนึง”

พอจบประโยคนั้น บรรยากาศรอบตัวระหว่างเราสองคนก็มีแต่ความเงียบเข้ามาปกคลุม

“อบเชย..ไม่ว่าตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แต่พี่อยากบอกว่าพี่ไม่ได้อยากเป็นพี่ชายของเรานะ” สรรพนามและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปนั้นทำให้ฉันชะงัก

เขาบอกว่าอะไรนะ? ไม่อยากเป็นพี่ชายของฉันอย่างนั้นเหรอ.. พี่แซคคิดจริงๆ หรือแค่กำลังแกล้งฉันอย่างเช่นในทุกครั้งที่ผ่านมากันล่ะ

“..”

“ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้รู้ชัดแล้วว่าเราก็คงคิดกับพี่แค่พี่ชายจริงๆ”

ไอ้พี่บ้าเอ๊ย..ถ้าคิดแค่นั้นจะตามมาคุยด้วยถึงขนาดนี้ทำไมกันล่ะ

“ฉันต้องสนใจพี่อยู่แล้วสิ” เรื่องหลบหน้า ไม่ยอมคุยนั่นฉันยอมรับว่าเป็นความจริง แต่ที่บอกไม่สนใจเลยนั้นฉันไม่ยอมรับในข้อนี้

“แล้วให้รู้เรื่องคนสุดท้ายเนี่ยนะ” คราวนี้พี่แซคพูดเสียงดังก่อนจะเอื้อมมือมาจับที่ต้นแขนทั้งสองข้างของฉัน “ถามหน่อยอบเชย ระยะเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีกับพี่บ้างเหรอ”

“ฮึก..” หยดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้เริ่มไหลออกมาจากตาเป็นครั้งที่สองของวันนี้

“ตอบสิ”

“ถ้าไม่รู้สึกจะตามมาคุยแบบนี้ทำไม ถ้าไม่สนใจฉันไม่รอพี่หน้าห้องตั้งสองชั่วโมงหรอก!” ฉันโพล่งออกไปหลังจากที่ร้องไห้ออกมา ไม่อีกแล้ว..ไม่อยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้กับตัวเองอีกแล้ว

“อะไรนะ?”

“ฉันชอบพี่” บอกออกไปแล้ว ฉันไม่รู้หรอกว่าหลังจากที่พูดประโยคนี้ความสัมพันธ์กับพี่แซคจะเปลี่ยนไปทางไหน แต่ว่าอย่างน้อยมันก็ไม่ต้องอึดอัดอีกต่อไป “ชอบมากด้วย ตะ แต่ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฮึก”

ไอ้น้ำตาบ้านี่ก็จะไหลออกมาทำไมก็ไม่รู้!

“อย่าร้อง” นิ้วเรียวปาดไปตามข้างแก้มของฉันเพื่อเป็นการเช็ดน้ำตาให้ ก่อนที่จะดึงตัวของฉันเข้าไปกอด

“ฮึก” ยิ่งพูดน้ำตาก็ยิ่งไหล ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน

“ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาถาม

“ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ชอบไปแล้ว ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะหลบหน้าพี่สักหน่อย อื้อ!”

ฉันหยุดพูดไปเมื่อมือหนาเข้ามาประคองใบหน้าฉันพร้อมบังคับให้เงยขึ้นไปเพื่อรับจูบของอีกคน พี่แซคทาบทับริมฝีปากลงมาพร้อมกับบดขยี้อย่างหนักหน่วง เขาเลื่อนมือลงมากดที่ต้นคอของฉันส่วนอีกข้างก็รั้งแผ่นหลังให้เขาไปหาเขามากยิ่งขึ้น ความอุ่นร้อนที่ได้รับจากสัมผัสของเขาทำให้ฉันแทบหลอมละลายคาอ้อมกอด

“งั้นก็อย่าหนีอีก..” เขาถอนจูบออกเพื่อพูดประโยคนี้กับฉันก่อนประกบริมฝีปากเข้ามาใหม่ ฉันไม่รู้ว่าเราจูบกันนานแค่ไหนแต่รู้ตัวอีกที ฉันก็มานอนอยู่บนเตียงเสียแล้ว 



60%

แกกกกกก มีข่าวมาบอก ตอนนี้ที่เพจ JnD Publishing

​มีเกมมาแจกหนังสือเรื่อง Zac Style อยู่เน้อ

เข้าไปตอบคำถามเล่นเกมในนั้นเพื่อรอลุ้นรางวัลกันเถอะ >_<

อย่าพลาดๆๆๆ


________________________________________________

Image result for Junhoe apology gif

Related image

ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

ติดตามได้ที่ Twitter : @castleglint | FB : Castle-G

อย่าลืมเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย



ความคิดเห็น