โฉมชบา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หลบหน่อยพระเอกมา 100%

ชื่อตอน : หลบหน่อยพระเอกมา 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2561 09:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หลบหน่อยพระเอกมา 100%
แบบอักษร

ภาสน์ถึงกับหัวเราะก๊ากกับคำขู่ของเธอ “คุณคงดูหนังจีนเยอะไป ไม่รู้หรือไงว่าต่อให้กัดจนลิ้นขาด คุณก็ไม่ตาย ผมหิวน้ำจัง ตู้เย็นอยู่ในครัวใช่ไหม”

ไม่รอให้เธอตอบ ชายหนุ่มก็เดินเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นแล้วหยิบขวดน้ำพร้อมแก้วสองใบแล้วเดินกลับมาที่ห้องรับแขก

อิงดาวมองการกระทำของเขาอย่างงุนงง ตกลงว่าเขาจะมาไม้ไหน เขาทำเธอสับสนจนทำให้เธอชักรับมือไม่ถูก

ชายหนุ่มรินน้ำใส่แก้ว ก่อนที่จะคว้ามาดื่มอึกใหญ่ด้วยความกระหาย

เธอรอจนเขาดื่มน้ำจนพอใจแล้ว จึงเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง โดยที่ยังมีท่าทางระแวดระวังเขาอยู่ตลอดเวลา

“ตกลงคุณมีธุระอะไร”

“ผมจะให้คุณกลับไปทำงานเหมือนเดิม”

คำตอบนั้นทำให้อิงดาวกะพริบตาอย่างงุนงง เพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะใจกล้าหน้าด้านชวนเธอกลับไปทำงานอีก เมื่อเขาเกือบจะปล้ำเธอในห้องทำงาน

เธอไม่ไว้ใจเขาอีกแล้ว ดังนั้นคำตอบที่มีให้เขาก็มีเพียงคำตอบเดียว

“ไม่”

“ทำไม” เขาถามกลับทันที

ปกติเธอไม่ใช่คนหยาบกระด้าง แต่เขาหยาบคายกับเธอก่อน จึงจ้องตาเขาและตอบคำถามเขาอย่างไม่ถนอมน้ำใจอีกต่อไป

“เพราะคุณไม่คู่ควรเป็นนายจ้างของฉัน”

“ก็ใครใช้ให้คุณโกงผมล่ะ”

“ฉันไม่ได้โกง ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ฉันเป็นเหยื่อ ได้ยินไหมว่าฉันเป็นเหยื่อ” อิงดาวแทบจะตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความอัดอั้นตันใจ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเรื่องบ้าๆ นี่ต้องเกิดขึ้นกับเธอ และความอัดอั้นนั้นก็กลั่นออกมาเป็นน้ำตาโดยที่เธอไม่รู้ตัว

แน่นอนว่าภาสน์ไม่ต้องการให้ผลลัพธ์มันออกมาเป็นอย่างนี้ และเขาก็รู้ดีว่าเรื่องนี้เขามีส่วนผิด จึงยกมือขึ้นอย่างยอมจำนน

“โอเค โอเค ใจเย็น เป็นเหยื่อก็เป็นเหยื่อ ไม่เห็นต้องร้องไห้เลยนี่น่า”

“ลองมาเจออย่างฉันบ้างไหมเล่า” อิงดาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเมื่อได้สบสายตาของเขา สายตาที่เหมือนจะเห็นอกเห็นใจ และสำนึกผิด แต่ไม่วายอยากแดกดันเขาคืนบ้าง อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอได้รู้สึกว่าตนเองไม่ได้ถูกกระทำแค่ฝ่ายเดียว

หากภาสน์กลับยิ้มออกมาอย่างน่าหมั่นไส้ และตอบด้วยน้ำเสียงยียวน

“ไม่เอาอะ ไม่อยากถูกปล้ำ”

ใบหน้านวลร้อนเห่อด้วยอาการทั้งโกรธทั้งอาย เขากล้าพูดเรื่องแบบนั้นต่อหน้าเธอโดยไม่มีอาการสะทกสะท้านหรือสำนึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว

“งั้นคุณก็กลับไปได้แล้ว”

“ทำไม”

“ฉันไม่อยากถูกปล้ำอีก”

“เหอะ คิดว่าผมอยากปล้ำคุณนักหรือไง” ผู้บริหารหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก แต่สายตาที่มองร่างบางตรงหน้ากลับแพรวพราวประหลาดจนไร้ความน่าเชื่อถือ

“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันเอาไอ้นี่ฟาดหัวคุณจริงๆ คอยดูคราวนี้จะเอาให้แตกเป็นเสี่ยงๆ เลย” อิงดาวขู่ พร้อมยกแจกันเซรามิกใบใหญ่ในท่าเตรียมพร้อม

ภาสน์ทั้งขำ ทั้งเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้า แม้เธอจะดุแต่ก็น่ารัก อีกทั้งท่าทางระแวงเหมือนกวางตื่นไพรนั่นกลับกระตุ้นให้เอาอยากคว้าเธอมากอดเอาไว้ แต่เขารู้ว่าหากทำอย่างนั้นเธอจะเกลียดขี้หน้าเขาจนไม่ยอมกลับไปทำงานด้วยแน่ จึงยกมือขึ้นอีกครั้ง

“ใจเย็นสิคุณ ผมมาอย่างสันติ สำหรับเรื่องวันนั้นผมขอโทษ ขอถามคุณหน่อยเถอะ ถ้าคุณเป็นผม คุณจะเข้าใจว่ายังไง พอเข้าห้องไปก็มีผู้หญิงอยู่ในชุดบางจ้อยกำลังหมุนไปหมุนมาอยู่ในห้องที่ตัวเองพัก”

คำพูดของภาสน์ทำให้อิงดาวเถียงไม่ออก เธอได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดให้ชายหนุ่มด้วยความคับแค้นใจ

“โอเค เรามาตกลงกันดีกว่า ผมจะไม่ทำอะไรคุณ หากคุณไม่เต็มใจ และผมอยากชวนคุณกลับไปทำงานด้วยกัน”

“ยังไงฉันก็ไม่เต็มใจและฉันก็ไม่มีวันกลับไปทำงานกับคุณอีก” เธอแหวออกมาเสียงแหลม

“งั้นก็จ่ายเงินมา ทั้งหมดสามแสนสองหมื่นสี่พันเก้าร้อยหกสิบบาทกับแปดสิบเจ็ดสตางค์”

“ค่าอะไร”

“ค่าแจกันคริสทัลที่คุณใช้ตีหัวผมสามแสน และอีกสองหมื่นสี่พันเก้าร้อยหกสิบบาทกับแปดสิบเจ็ดสตางค์คือค่าที่ผมต้องไปเช็กสมองที่โรงพยาบาล”

“ทำไมฉันต้องจ่ายคุณ”

“งั้นคุยกับทนายผมไหม เดี๋ยวผมเรียกมา คุณน่าจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย เอ...หรือพยายามฆ่า แล้วก็ทำลายทรัพย์สินของคนอื่นให้ได้รับความเสียหาย”

“ฉัน...ฉัน” อิงดาวหมดปัญญาที่จะเถียง เพราะที่เขาพูดมาคือครึ่งหนึ่งคือเรื่องจริง ที่ไม่จริงคือเธอไม่ได้พยายามฆ่าเขา เพียงแต่เธอต้องการป้องกันตัวเองเท่านั้น

เหมือนภาสน์เองก็จะรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ เขาจึงพูดดักทางขึ้นมา

“ถ้าคุณจะอ้างว่าป้องกันตัว คงต้องเสียใจด้วยเพราะไม่มีพยานเห็นว่าผมทำร้ายคุณ แต่ที่คุณทำร้ายผม มีทั้งพยานบุคคล และหลักฐานจากกล้องวงจรปิดตอนที่คุณหนีออกมา”

“สารเลว”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิคนสวย ผมบอกแล้วว่าผมมาอย่างสันติ และถ้าคุณยอมกลับไปทำงานผมจะเพิ่มเงินให้คุณอีกหนึ่งหมื่นบาทต่อเดือน”

“นึกว่าฉันเป็นคนเห็นแก่เงินหรือไง” แม้จะกล่าวออกมาคล้ายกับไม่พอใจ แต่ในน้ำเสียงค่อนข้างสั่น และแววตาของเธอก็ดูไม่มั่นคงนัก ทำให้ภาสน์รู้ทันทีว่าเธอหวั่นไหวกับข้อเสนอของเขา จึงยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระ เพื่อล่อเธอตกหลุมพราง

“งั้นก็ตามนี้ ไม่กลับก็ไม่กลับ เตรียมตัวพบกับทนายของผมก็แล้วกัน”

อิงดาวถึงกับเหวอ ไม่คิดว่าเขาจะยอมแพ้ง่ายดายอย่างนี้ เมื่อภาสน์ทำท่าจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เธอก็อดที่จะรั้งเขาไว้ไม่ได้ เพราะเงินที่เพิ่มมานั้นไม่น้อยเลย อีกอย่างเธอก็รู้ว่าที่เขาขู่เธอนั้น เขาทำได้จริง หากเขาจะเอาเธอเข้าคุกมันไม่ยากเลย

“ดะ...เดี๋ยว เดี๋ยวสิ”

 “เปลี่ยนใจ?” เขาถามด้วยรอยยิ้มพร่างพราย

เธอเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ของเขาเหลือเกิน แต่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้การเปลี่ยนงานไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ ยิ่งงานแบบเธอมักจะมีเจ้าประจำอยู่แล้ว การเปิดรับตำแหน่งค่อนข้างยาก อีกทั้งไลท์ดริ้งก็มีสวัสดิการพนักงานค่อนข้างดี เงินเดือนสูง เพื่อนร่วมงานก็น่ารัก ตอนที่ขอลาออกเธอก็เสียดายอยู่ไม่น้อย

ทว่าเธอก็มีเงื่อนไข ไม่ต้องการถูกรังแกเหมือนเมื่อเช้า จึงยื่นข้อเสนอกับเขา

“ถ้าฉันกลับไป คุณห้ามปล้ำฉันอีก”

เขายิ้มกว้างกว่าเดิม และรอยยิ้มนั้นมันทำให้ใจเธอกระตุกจนต้องหลบตา

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ก็บอกแล้วว่าผมจะไม่ทำอะไรคุณ ถ้าคุณไม่เต็มใจ แต่ถ้าคุณเต็มใจ อันนี้ผมก็ไม่ขัดศรัทธาเหมือนกัน” เขาทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเย้ายวน

“ฉันไม่มีวันเต็มใจแน่นอน” อิงดาวสวนกลับทันที แต่แปลกที่เธอกลับรู้สึกใจสั่น เมื่อตอบเขาไปแบบนั้น

“อย่ามั่นใจในตัวเองเกินไปนัก เพราะคุณยังไม่รู้ถึงเสน่ห์ของผม” 


เรื่องนี้มีอีบุ๊คแล้วนะคะ สามารถโหลดซื้อได้ที่เวบ mebmaket ในราคาเบาๆ เพียง 169 บาท และเหมือนเดิมว่ารับประกันความฟิน ซาบซ่านถึงทรวงจร้า...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}