ซอมพอ✿

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านนิยายเรื่องนี้มากๆนะคะ แอบอ่านทุกคอมเม้นท์อยู่นะยู รักทุกคนน้า กิ้กิ้

ชื่อตอน : บทที่ 11 (3/?) บอก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2561 22:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 (3/?) บอก
แบบอักษร

11


                จักภัทรมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดแน่นอน คนร่างเล็กในชุดราตรีสั้นเหนือเข่าแขนระบายลูกไม้คือริสา ใบหน้าหวานที่ปกติมักจะเจือสีชมพูอ่อนกลับได้รับการแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูโฉบเฉี่ยว เธอยังคงไม่สังเกตเห็นเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้ ผิดกับจักภัทรที่ไม่อาจละสายตาไปจากการเคลื่อนไหวของหล่อนได้เลย


                “นั่นหนูสาหรือเปล่าจ๊ะ?”

                คุณหญิงชมพูนุชเอ่ยปากเมื่อเห็นท่าทีของลูกชายเปลี่ยนไป มองตามก็พบเข้ากับคนที่ไม่เจอมาเนิ่นนานแต่คุณหญิงกลับจำได้แม่นยำเพราะเมื่อก่อนในฐานะน้องรหัสของลูกชายแล้วก็เคยพบเจอหญิงสาวบ่อยครั้ง


                “ครับ”

                น้ำเสียงของจักภัทรดูตึงเครียดไปหมดเพราะหาเหตุผลใดมารองรับไม่ได้กับสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้ งานที่รวบรวมเหล่าไฮโซฐานะดีแบบนี้กลับมีเจ้าหล่อนโผล่มาเป็นหนึ่งในรายชื่อแขก


                “ทำไมหนูสาถึงมาที่นี่ได้ล่ะ...?”


                “...”

                คำถามของคุณหญิงคือสิ่งที่เขาเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ชายหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม วูบหนึ่งที่ความคิดบางอย่างปรากฏขึ้นมาจนเขานึกเสียใจว่าแท้จริงแล้วตัวเขาเองก็รู้เรื่องราวหล่อนน้อยมากเสียจนน่าใจหาย  


                “ผู้ชายคนนั้น...”


                “คุณอดุลย์”

                แม่ของเขาเอ่ยชื่อของบุรุษสูงวัยด้านข้างหน้าตาสดใสรูปร่างสมส่วนเพราะผ่านการดูแลเป็นอย่างดี เขาจำได้ในทันทีว่าเคยพบผู้ชายคนนั้นตามงานไฮโซที่ตัวเองเคยไปแทบนับครั้งไม่ถ้วน นายอดุลย์...พลอากาศโทที่เพิ่งเกษียณราชการไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตอนนี้กำลังนั่งแท่นรองผู้บริหารคนสำคัญของสายการบินชื่อดังอันดับต้นของประเทศ ผู้ชายที่เปรียบดังเครือญาติของคุณหญิงดารารัตน์ ด้านข้างคือบุคคลที่เขาเองคุ้นหน้าเพราะเคยเห็นเวลาที่ไปส่งน้องรหัสคนสวยกลับบ้านบ่อยครั้ง...คุณกรองแก้ว


                “ท่าทางดูสนิทกับหนูสามากเลยนะจ๊ะ”

                คราวนี้จักภัทรถึงกับหน้าซีดเผือดเพราะนอกจากจะสนิทแล้วเค้าโครงบนหน้ายังบ่งบอกกรรมพันธุ์เสียเป็นอย่างดี ยามปกติแล้วตัวเขาคงมองไม่ออกแน่ว่าริสาคือลูกสาวของคุณอดุลย์ แต่พอมายืนข้างกันแล้วกลับมีหลักฐานชัดเจนจนขำไม่ออก


                หน้าคล้ายพ่อเหลือเกิน...


                จะเข้าข้างตัวเองว่าริสาแค่บังเอิญไปยืนตรงนั้นก็คงไม่ใช่แล้ว เพราะคุณกรองแก้วก็ยิ่งชัดเจนว่ามากับคุณอดุลย์แน่นอน


                “ทำไมผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าคุณอดุลย์มีลูกสาวด้วย”

                น้ำเสียงของเขาเบาเสียจนแทบจะกระซิบรำพันกับตัวเอง


                “คุณอดุลย์ไม่ค่อยได้บอกใคร ฉันเคยได้ยินเรื่องลูกสาวเขาเหมือนกันเมื่อนานแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็น...หนูสา”พ่อพูดเสียงเรียบ “ปกติเห็นหวงลูกสาวเสียแทบไม่อยากพูดถึง ไม่เคยให้ออกงานอะไรจนคนแทบไม่รู้ด้วยซ้ำ”


                “รวมถึงคุณกรองแก้วด้วย ผมเพิ่งเคยเห็นท่านมาออกงานเป็นครั้งแรก จำได้ครั้งสุดท้ายก็ตอนที่ผมสิบกว่าขวบนู่น”


                “เออ หวงทั้งเมียทั้งลูก”

                ท่านเจ้าสัวพูดโดยที่สายตายังจับจ้องไปที่ตระกูลนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว ไอ้เพื่อนรักของเขาที่อายุห่างกันไม่เท่าไหร่แต่ทำตัวมีความลับเสียจนเขาเดาไม่ออก ไม่แปลกที่ลูกชายไม่เคยเห็นสองคนนั้นออกงานคู่กัน เพราะตัวเขาเองก็เคยพบเจอแค่เมื่อตอนนานมาแล้วเท่านั้น จำได้ว่าหลังจากที่มีลูก...นายอดุลย์ก็สั่งห้ามเมียออกงานเสียเด็ดขาด อนุญาตเฉพาะงานสำคัญเท่านั้น


                “ผมจะไปหาริสา...”

                ยิ่งนั่งอยู่ตรงนี้หัวใจของเขาก็ยิ่งร้อนรุ่มอย่างกับมีไฟเผา เขาไม่อาจทำตัวเป็นปกติทั้งที่สมองครุ่นคิดแต่เรื่องของคนตัวเล็กได้เลย


                “ไปหา...ตอนนี้เนี่ยนะ?”

                ท่านเจ้าสัวนิ่งอึ้งเมื่อมองไปที่โต๊ะนั้น ไอ้ลูกชายของเขาคงลืมพกสมองมาจากบ้านเป็นแน่แท้ ลำพังถ้ามีแค่ครอบครัวบุญพิทักษ์ก็คงไม่ยาก แต่นั่นนายหัวกับหนูเนตรก็นั่งอยู่ด้วย


                และชั่ววินาทีนั้นเองที่การจ้องมองของจักภัทรทำหน้าที่ราวกับแม่เหล็กดึงดูดชั้นดี ใบหน้าหวานสวยนั่นถูกประดับด้วยรอยยิ้มยามที่หันมองไปรอบด้าน ก่อนที่นัยน์ตาของริสาจะสะดุดเข้ากับ...พี่ภัทร หล่อนมองไปที่เขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ไม่ว่าจะกระพริบตามากแค่ไหนภาพของเขาก็ชัดเจนขึ้นทุกขณะ


                พี่ภัทรจริงๆ...


                ตายล่ะ! เธอลืมนึกไปเสียสนิทเลยว่างานนี้ครอบครัวของพี่ภัทรคงไม่พลาดที่จะมาร่วมอวยพรคุณป้าแน่ๆ เพราะคุณพ่อเกลี้ยกล่อมว่าคุณป้าอยากเจอหลานแต่เพราะพี่ชายไม่ว่างเธอถึงได้ยินยอมมาแทนแบบนี้ กลับเจอเข้ากับคนที่ไม่อยากเจอเสียได้ เธอที่ประหม่ากับงานสังคมเพราะเว้นห่างไปเกือบสิบปีถึงกับสะอึก ที่ผ่านมาเป็นเพราะคุณพ่อไม่อนุญาตเธอถึงไม่ค่อยได้ปรากฏตัวในงานแบบนี้มากนัก


                “จักภัทรนี่จ๊ะ...พี่เขามองหนูอยู่ใช่ไหม?”

                แม่ของเธอกระซิบถามเมื่อสัมผัสได้จากสายตาที่ชัดเจนจากทางฝั่งนั้น


                “คิดว่าใช่ค่ะแม่”

                ริสาตอบกลับ เธอต้องใช้ความพยายามในการสลัดนัยน์ตาประกายของจักภัทรออกจากเขา แรงดึงดูดมหาศาลนั่นทำเอาใบหน้าของริสาร้อนผ่าว


                “คงอึ้งไปเลยล่ะมั้งที่เห็นหนูในงานนี้ จะว่าไป...คงแปลกใจที่เห็นแม่ด้วยล่ะ”

                คุณกรองแก้วจำจักภัทรได้เป็นอย่างดีเพราะชายหนุ่มมักเป็นสารถีประจำตัวริสาบ่อยๆเมื่อครั้งสมัยเรียน อาสาไปรับส่งแถมยังรายงานความเป็นไปจนเธอคิดว่าเขาเป็นพี่ชายของยัยสาไปอีกคนเสียแล้ว ความหวังดีที่เขามีให้ริสามาตลอดทำให้เธอเชื่อใจเขามากที่สุด และริสาเองก็ไม่เคยเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาที่เคยแตกหักกันไปเสียหนึ่งรอบให้แม่ฟังด้วยสิ


                “ค่ะ คงแปลกใจจริงๆ ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าริสาเป็นลูกของพ่อเลย ถ้าไม่นับหน้าตาที่ราวกับถอดกันมา”

                ริสาเดาไม่ออกเลยว่าพี่ภัทรจะอึ้งขนาดไหนถ้าหากทราบว่าเธอเป็นเครือญาติของคุณป้า ริสาไม่ได้ต้องการจะปิดบังอะไรแต่แค่ไม่มีโอกาสได้พูดถึงว่าความจริงแล้วสังคมของเขากับเธอก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก พ่อของเธอเป็นถึงพลอากาศโทที่มีอำนาจบารมีจากตำแหน่งหน้าที่และความร่ำรวยจากธุรกิจของที่บ้าน ธุรกิจการบินที่พ่อเป็นรองประธานก็เพราะท่านเป็นน้องชายคนเล็กของตระกูล เขาคงจะไม่สังเกตเห็นเพราะเธอกับพี่ชายใช้นามสกุลของแม่เนื่องจากพ่อไม่ต้องการให้ลูกวุ่นวาย


                “แบบนี้แม่จะดูเหมือนเป็นภรรยานอกสมรสไหมนะ? นามสกุลไม่เหมือนคุณพ่อเสียด้วยสิ”

                คุณกรองแก้วแกล้งหยอกลูกสาวคนเล็ก หากเป็นบ้านอื่นคงคิดมากเรื่องที่สามีไม่ยอมให้ใช้นามสกุลเขาทั้งที่เป็นตระกูลใหญ่โต หากแต่กรองแก้วกลับทราบดีว่าสามีรักในความสงบสันโดษมากขนาดไหนถึงตัดสินใจแบบนี้ คุณอดุลย์ไม่ชอบความวุ่นวายและลูกทั้งสองก็ถอดนิสัยมาจากพ่อเหลือเกิน


                “คุณพูดถึงอะไรน่ะ?”

                ชายสูงวัยที่ตอนแรกกำลังสนทนากับมิตรเก่าหลายสิบปีขยับตัวมาถามภรรยาสุดที่รัก


                “เปล่าค่ะ แค่สงสัยว่าที่คุณไม่ยอมให้ฉันใช้นามสกุลเนี่ยเป็นเพราะคุณ...แอบเอาไปให้คนอื่นใช้หรือเปล่าคะ?”


                “คุณแก้ว! อย่าพูดแบบนี้อีกนะ ผมไม่ชอบ”

                คิ้วเข้มของพ่อขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเจอแม่เล่นแรงแบบนี้ ดูเหมือนเรื่องนี้จะสะกิดใจพ่ออยู่เหมือนกันจนทุกคนเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน ก็มีแต่แม่นี่แหละที่ชอบหยิบมาหยอดอยู่เรื่อย


                “ค่ะๆ ไม่พูดแล้วก็ได้ เล่นดุกันต่อหน้าคุณวิทยาแบบนี้ ฉันอายแย่”

                ริสาอมยิ้มเมื่อเห็นบทพ่อแง่แม่งอนเสียจนเคยชิน


                “ไม่เป็นไรครับๆ”นายหัวรังนกชื่อดังไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่เท่าไหร่เพราะเพื่อนรักของเขาก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว “ว่าแต่ลูกสาวนายอายุคงรุ่นราวคราวเดียวกับลูกฉันเลยนะ ทำไมไม่พามาแนะนำให้รู้จักกันเสียตั้งแต่ตอนยังเด็กล่ะ?”


                “คะ?”

                คราวนี้ใบหน้าหวานของริสาถึงกับเจื่อนสนิท เธอแกล้งทำเป็นไม่สนใจเนตรนภามาเสียตั้งนานเพราะสถานการณ์ระหว่างกันไม่น่าดูชมเท่าไหร่ ยังเข็ดขยาดกับการพบเจอครั้งล่าสุดที่แทบจะฝากแผลเป็นไว้บนเนินอกหล่อน


                “นั่นสิคะ ถ้ารู้ว่าเป็นคนกันเองแบบนี้ เนตรจะได้ช่วยดูแลให้ดีที่สุดเลยค่ะ”

                เนตรนภายิ้มหวานทว่าภายในใจกลับริษยา ไม่คิดเลยว่าแม่เลขาหน้าห้องจะมีฐานะทางสังคมไม่เป็นรองไปกว่าเธอเลยด้วยซ้ำ แถมยังภาษีดีกว่าตรงที่เป็นญาติของคุณหญิงดารารัตน์ที่ทุกคนให้ความเคารพอีก สายการบินนั่นก็อันดับต้นของประเทศ คนตระกูลนี้รวยเสียล้นฟ้าแต่เจ้าหล่อนกลับทำงานเลขาต๊อกต๋อยไม่ปริปาก


                ตอนแรกคิดว่าจะเขี่ยแม่นี่กระเด็นไปได้อย่างง่ายดาย แต่แบบนี้...เห็นทีจะต้องเปลี่ยนแผน!


             *************************************************************

ไฮฮฮฮฮฮ น้องเนตรไม่ได้ดีขนาดจะยอมแพ้ง่ายๆเนอะ

วันนี้ง่วงมากเลย แต่งไปง่วงไป แต่แบบ อ้าว เมื่อวานไม่ได้แต่ง555

ขอโทษทุกคนด้วยนะคะถ้าหากมีข้อผิดพลาดหรือแบบดูไม่สมจริงยังไงรบกวนแนะนำเนอะ

คือไรท์ก็ไม่ได้มืออาชีพ เป็นแค่นัก(อยาก)เขียนตัวน้อยๆ

จะดีมากเลยถ้าได้ฟังความคิดเห็นของทุกคน เราพร้อมจะเดินไปด้วยกัน ฮูเร่

ปล.อยากอธิบายนางเอกอีกนิด กลัวไม่เนียน แต่มันดูเยอะไปและ ค่อยเก็บไว้ตอนอื่นมั่ง555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น