โฉมชบา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หลบหน่อยพระเอกมา 60%

ชื่อตอน : หลบหน่อยพระเอกมา 60%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2561 17:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หลบหน่อยพระเอกมา 60%
แบบอักษร

อิงดาวเดินขึ้นมาสงบสติอารมณ์บนห้อง เหตุการณ์เมื่อครู่เป็นอะไรที่น่ากลัวอย่างแท้จริง แม้กระทั่งเรื่องมันจบลงไปแล้วเธอยังรู้สึกถึงอาการสั่นสะท้านของตัวเอง และยังนึกไม่ออกว่าหากเขาไม่มาช่วยเธอจะเป็นอย่างไร

วูบหนึ่งเธอก็รู้สึกดีกับภาสน์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะตอนที่เขาเอาเสื้อมาคลุมให้ด้วยความอ่อนโยนนั้นหัวใจเธอก็อบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด

ทว่าอีกใจหนึ่งกลับแย้ง ก่อนหน้าเขาก็เคยจะทำกับเธออย่างที่กฤชพลทำเหมือนกัน ดังนั้นผู้ชายก็เหมือนกันทั้งโลกนั่นแหละ

อิงดาวเอาเสื้อของเขาออกจากตัว จากนั้นก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหาเสื้อที่คิดว่ามิดชิดที่สุดมาสวม เพื่อไปเผชิญหน้ากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้านล่าง

เมื่อลงมายังห้องรับแขกอิงดาวก็พบว่าภาสน์กำลังนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว ในมือมีหนังสือนิตยสารที่เธอซื้อทิ้งเอาไว้ ท่วงท่าของเขาดูสบายๆ แสงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า ทำให้ใบหน้าเขาดูละมุนและอบอุ่นไม่ต่างจากอากาศในตอนนี้

ในมุมนั้นเธอเห็นความหล่อเหลาอันร้ายกาจของผู้บริหารหนุ่ม จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มองเขาอย่างเต็มตา ดวงหน้าคมนั้นประกอบด้วยสันกรามบึกบึน จมูกสิงห์ ปากกระจับ และผิวเนียนละเอียดที่ผู้หญิงบางคนเห็นแล้วอาย

“คุณมองผมอย่างนี้ ผมจะตีความหมายว่าคุณมีใจนะ”

เสียงของเขาดึงรั้งสติของเธอกลับคืนมา และเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอมองเขาจนถูกจับได้ แก้มเนียนแดงระเรื่อ แต่กระนั้นเธอก็กลบเกลื่อนด้วยการทำหน้าบึ้งใส่เขาเสียเลย

“ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันมีใจให้คุณอย่างคุณ” แม้จะเพิ่งได้รับการช่วยเหลือจากเขามาหมาดๆ แต่ประสบการณ์สองครั้งตอนเจอเขามันก็ทำให้เขาเธอไม่สนิทใจกับเขาเลย

หากภาสน์กลับไม่ถือสา หันมาจ้องเธอด้วยสายตาห่วงใย

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า บาดเจ็บตรงไหนไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพจนเธอเกือบลืมไปเลยว่าเขาเคยทำหยาบคายอะไรกับเธอไว้บ้าง

แม้จะยังเคืองเขาอยู่ แต่เขาก็ช่วยให้เธอพ้นจากอันตราย น้ำเสียงที่พูดกับเขาจึงอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว

“ไม่ ฉันไม่เป็นอะไรแล้วคุณล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” เธอถามกลับ แม้จะมองไม่เห็นบาดแผลอะไรบนตัวชายหนุ่ม แต่เธอก็อดห่วงไม่ได้

“ไม่ ผมไม่เป็นอะไร ขอบคุณนะที่ห่วง”

“ฉันไม่ได้ห่วงสักหน่อย” เธอเถียงกลับ แต่ในน้ำเสียงไม่มีความมั่นคงเอาเสียเลย

แทนที่เขาจะเคืองกลับยิ้มกว้าง คิ้วเข้มเลิกขึ้นน้อยๆ เหมือนล้อเลียน

“ว่าแต่คุณไม่คิดจะเอาน้ำมารับแขกหน่อยเหรอ”

“คิดว่าคงไม่จำเป็นหรอกมั้งคะ เพราะเดี๋ยวคุณก็จะกลับแล้ว”

นี่มันคือการไล่ทางอ้อมชัดๆ แต่เธอคงรู้จักสกิลความหน้าหนาของเขาน้อยเกินไป ชายหนุ่มเอียงคอแล้วมองเธอยิ้มๆ กล่าวถามด้วยน้ำเสียงยียวน

“ใครบอกว่าผมจะกลับ คุณคิดว่าผมมาที่นี่เพื่อจะมาช่วยคุณจากแฟนสารเลวนั่นเหรอ นั่นมันละครมากไปแล้ว ผมมาที่นี่เพราะมีธุระกับคุณ”

“แต่ฉันไม่มี”

“ผมมี”

“ฉันไม่มี”

“ถ้าไม่คุยกันผมจะไม่กลับ” เขากล่าวพร้อมกับวางหนังสือลงแล้วคลายเนกไทออก ขยับเอนพิงโซฟาทำตัวเหมือนอยู่บ้านตัวเอง

อิงดาวแทบจะลุกขึ้นมาเต้น ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนหน้าตาดีอย่างเขาจะยียวนกวนประสาทได้ขนาดนี้ ผิดกับภาสน์ที่กลับชอบใบหน้าตื่นๆ ของเธอ ยังจำติดตากับภาพที่เขากับเธอนัวเนียกันในห้องเล็ก และแค่มันผ่านสมองมาแค่นิดเดียวเขาก็รู้สึกความแข็งขืนของตัวเอง แต่ก็แน่นอนว่าเขาไม่เลวพอที่จะทำอะไรเธอหลังจากที่เธอเพิ่งผ่านเรื่องเลวร้ายมา ดังนั้นจึงยั่วยวนเธอต่อ

“ทายสิว่าผมมาทำไม”

แม้จะรู้จักผู้ชายไม่มาก แต่สัญชาตญาณบางอย่างเตือนให้เธอระวังเขาเอาไว้ อิงดาวมองซ้ายมองขวาหาอาวุธ แต่เธอก็อยู่ไกลทุกอย่างเกินไป ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือร้องขู่

“อย่าคิดอะไรบ้าๆ นะ ฉัน...ฉันแจ้งตำรวจแน่”

ภาสน์ยิ้มขำ และเมื่อเธอขู่มา เขาก็นึกสนุกที่จะขู่กลับ

“กว่าคุณจะแจ้งตำรวจ ผมฆ่าคนหมกบ้านไปแล้ว แล้วกว่าจะมีคนมาเจอคุณก็อาจจะเหลือแต่โครงกระดูก ได้ข่าวว่าอยู่บ้านคนเดียวนี่น่า”

“คุณ...คุณรู้ได้ไง” เธอถามด้วยความตระหนก เพราะสิ่งที่เขาพูดคือเรื่องจริง

“อย่าลืมสิ ผมเป็นเจ้านายคุณ ผมต้องรู้เรื่องคุณอยู่แล้ว”

“แค่อดีตเจ้านาย” อิงดาวแก้ให้ถูกต้อง เพราะเท่าที่เธอจำได้ เธอยื่นใบลาออกจากบริษัทของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้า

“ไม่ ผมยังเป็นเจ้านายอยู่ เพราะยังไม่ได้เซนต์ใบลาออกของคุณ”

“แต่ฉันลาออกแล้ว” เธอยังคงยืนกราน และคิดว่าเป็นตายร้ายดียังไงก็จะไม่ยอมกลับไปทำงานกับเขาเด็ดขาด

พอเธอปฏิเสธไปอย่างนั้น ภาสน์ก็ขยับกายลุกขึ้น ซึ่งก็ทำให้อิงดาวร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ

“คุณ...คุณจะทำอะไร อย่าเข้ามานะ”

หากเขายังไม่หยุด ชายหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูง เขามองเธอด้วยรอยยิ้มพร่างพราย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกสะท้านหัวใจไปครู่หนึ่งเพราะความหล่อเหลาที่ทะลุทะลวงทุกองศา

นี่ไม่ใช่เวลาจะมาชื่นชมเขา เขาคือตัวร้าย และเมื่อไม่มีอาวุธใดใกล้มือ เธอก็ใช้ตัวเองนี่แหละเป็นอาวุธ

“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้น...ไม่งั้น ฉันกัดลิ้นตัวเองตายจริงๆ ด้วย”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}