facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 46 : กูมันใจร้อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 46 : กูมันใจร้อน

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 90.6k

ความคิดเห็น : 59

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2562 17:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 46 : กูมันใจร้อน
แบบอักษร



          หลังจากที่ทั้งคู่ซื้อของกันเสร็จก็กลับมาจัดกระเป๋าเตรียมข้าวของกันพักผ่อนเพื่อกักตุนพลังงานและ ออกเดินทางเพื่อไปขึ้นเครื่องโดยใช้เวลาในการนั่งเครื่องจากเมืองไทยมาถึงเจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์นาน พอสมควรและพอมาถึงก็เช็คอินเข้าที่พักสุดหรูใกล้ทะเลสาบเจนีวาทันทีในตอน 4 โมงเย็น

“  สวยอ่า วิวสวยมาก ”                        

“  พรุ่งนี้ค่อยไปเที่ยวกัน อยากไปไหนลิสไว้เลยจะพาไป  ”        อิทธิเอ่ยบอกคนที่ยืนเกาะระเบียง มองวิวอันกว้างขวางและสวยงามตรงหน้าราวกับกำลังฝันว่าได้มา                        

“  อยากไปดูทะเลสาบใกล้ๆ ผมลงไปเดินเล่นได้มั้ย  ”                        

“  ไม่เพลียรึไง นั่งเครื่องมา 13 ชั่วโมงกว่า มานอนก่อนค่ำๆค่อยลงไป จะพาไปหาอะไรกินแล้วให้เดินเล่นตามใจเลย  ”                         

“  ฮันนี่ล่ะ  ”                         

“  อยู่อีกห้องหนึ่งกับสาไง หลับยังไม่ตื่นเลยตั้งแต่นั่งรถมาเนี่ย  ”

          วีเดินมาทิ้งตัวลงนอนที่เตียงและคนข้างๆก็ค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ พร้อมหอมหัววีเบาๆจากนั้นก็กลับไป นอนท่าหงายท่าเดิมหลับตาลงไป  ทำเอาวีเองนอนยิ้มแล้วหันตะแคงข้างหันหน้าเข้าไปหาอิทธิ มองอย่างเงียบๆแล้วก็หลับไป







ณ  ร้านอาหารสุดหรู       



       อิทธิจองโต๊ะให้กรรณและลูกน้องที่ตามมาด้วย 2 คนให้ทานอาหารด้วยกันในส่วนของตัวเองนั้นนั่งด้วย กับคนสำคัญและลูกน้อย  ชื่นชมบรรยากาศยามค่ำคืนไปพร้อมรับประทานอาหารสุดอร่อยระดับ 5 ดาว

“  หม่ำ    หม่ำ  ”              

“  หม่ำอีกเหรอ อ่าๆอ้ามมมม ”              

“  อร่อยมั้ย  ”                

“  ท่าทางจะชอบนะครับ  ”       วีมองฮันนี่ที่เคี้ยวตุ้ยๆแล้วตอบกลับคนที่ถามพลางยิ้มบางๆให้ไป              

“  กูถามมึง ว่าอาหารอร่อยรึเปล่า เอาไรเพิ่มมั้ย  ”              

“  ก็อร่อยนะครับ แต่ถ้าให้ผมเลือกขอกินอาหารธรรมดาดีกว่า  ”              

“  ทำไมล่ะ ไม่ชอบเหรอ ”              

“  มันก็คงเหมาะกับนายแล้วก็คนมีเงิน ลิ้นผมมันไม่ถึงคลาสมั้งครับ ”              

“  พามากินอาหารหรูก็ไม่ชอบ  ซื้อเสื้อผ้าให้ก็ไม่อยากจะเอา  ”    อิทธิบ่นคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ              

“  มันแพง  ผมใส่ตัวละไม่กี่บาทก็พอแล้ว  คนเราจะมีคุณค่าไม่ได้อยู่ที่ราคาของสิ่งที่สวมใส่ แต่มันอยู่ที่ใจครับ  ผมไม่ได้ว่าตัวเองดีนะ แต่ผมไม่มีเงินและผมก็ไม่อยากรบกวนเงินใครด้วย  ”              

“  อือ เข้าใจแล้ว ”              

“  ปลา          ปลา  ดูปลา ”              

“  ไหนปลาฮันนี่  หนูมองทะลุน้ำเลยเหรอลูก              

“  ใครชื่อฮันนี่ยกมือขึ้น  ”              

“   นี่  ”                     หนูน้อยหันมายกแขนเล็กๆขึ้นจากนั้นก็มองวีสลับกับอิทธิตากลมแป๋ว              

“  พุงพุ๊ยเลยเดี๋ยวนี้ ”              

“  น่ารักจะตาย ใช่มั้ย งู้ยๆๆ  หมั่นเขี้ยวจังเลย  

”    แอ้  แอะๆๆ "  หนูน้อยหันมายกแขนเล็กๆขึ้นจากนั้นก็มองวีสลับกับอิทธิตากลมแป๋ว หนูน้อยฮันนี่ยิ้มเริงร่าที่วีเอาหน้า มุดพุงนิ่มๆของตน แล้ววีก็หอมฮันนี่ที่แขนสองข้างเป็นเสียงดังๆ หยอกล้อเล่นกัน

“  หัวเราะมากเดี๋ยวอ้วกหรอก เพิ่งกินข้าวอิ่ม พอแล้วเลิกหยอกลูก  ”    อิทธิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง จึงหยุดเล่นแล้วอุ้มฮันนี่ใส่ไปในรถเข็นเข็นออกมาจากร้านอาหารเดินออกมาตามถนนสีขาวยาวสะอาดตา

“  อยากไปเดินเล่นมั้ย  ”       เมื่อเดินมาได้ครู่หนึ่งอิทธิก็หันไปถามวีเนื่องจากเมื่อตอนมาถึงวีบ่น ว่าอยากมาเดินเล่น วีจึงหันไปพยักหน้าพร้อมด้วยรอยิ้มที่จะได้ออกไปเดินมองวิวทิวทัศน์อย่างที่ตั้งใจ

“  ไปๆๆ  ”                

“  งั้น...เราไปเดินเล่นกัน แล้วให้สากับกรรณพาลูกขึ้นไปพักที่ห้อง  ”                

“  อ้าว...ไม่พา... ”      วียังไม่ทันได้พูดจบประโยคอิทธิก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงหวานๆ                

“  เราไปกันสองคนบ้าง  กูอยากอยู่กับมึง  ”                

“  ครับ  ”      วีตอบกลับสั้นๆแล้วยิ้มอย่างเขินๆหลังจากนั้นก็ก้าวขาเดินมากับอิทธิเรื่อยๆ ตามทางที่สามารถมองเห็นทะเลสาบได้ในไม่ไกลออกไปนัก ถึงแม้ว่าจะเป็นตอนกลางคืนแต่ภาพมันไม่ได้มืดมิด จนไม่สามารถมองเห็นได้ สองคนเดินไปเรื่อยๆคุยกันไปซึ่งทำให้รู้อะไรในตัวกันและกันมากขึ้น


“  ดูมึงจะชอบมองวิวทิวทัศน์นะ  ”                 

“  ชอบมากเลยแหละและที่ประเทศนี้ก็เป็นประเทศในฝันเลยที่อยากจะมา  

แล้ว...นายคิดยังไงพาผมมาเที่ยวล่ะ  มีประเทศมากมายที่พาไปได้ ทำไมเลือกที่นี่ เหมือนรู้ว่าผมชอบเลย  ”                   

“  กูไม่รู้หรอกว่ามึงชอบรึเปล่า  แต่กูว่าที่นี่มันสงบ และน่าจะปลอดภัย สำหรับมึงและลูก  กูไม่อยากให้ลูกน้องมาคอยตาม เพราะกูอยากอยู่กับมึงเป็นการส่วนตัว ตกลงชอบรึเปล่า ”                 

“  ชอบสิ  ที่ไหนที่...ที่ไปด้วยกันผมชอบหมดแหละ  ”      วีหยุดเดินแล้วพูดออกไปตามอง ภูมิทัศน์ข้างหน้า ไปด้วยโดยไม่รู้เลยว่าประโยคเมื่อครู่ทำเอาคนฟังอย่างอิทธิได้ยินแล้วยิ้มพิมพ์ใจขนาดไหน  ถึงขนาดหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปคนตรงหน้าเก็บเอาไว้เพื่อบันทึกความทรงจำระหว่างกัน



                                         แชะ                     แชะ     



                “  ลืมปิดเสียง ”          อิทธิตาโตแล้วพูดอย่างเขินนิดๆแม้พยายามนิ่งไว้ไม่ให้เสียหน้าก็ตาม                  

“  แอบถ่ายทำไม  ”                  

“  เอาไว้ให้คนอื่นดู ว่ากูมีเจ้าของแล้ว  ”                  

“  โว้ยยยยย  แต่ผมยังไม่มีนะ  แบร่!  ”          วียิ้มแล้วยักคิ้วให้คนที่กำลังจ้องดุๆกับคำพูดของวี อยู่และหลังจากนั้นก็ออกเดินต่อไปอีกเพื่อลองมองภาพในมุมอื่นๆจนกระทั่งอิทธิเรียกวีขึ้น

“  วี  ”          อิทธิเดินเข้ามาใกล้วีที่หยุดเดินเรื่อยๆจนหยุดอยู่ตรงหน้าเค้า                    

“  ครับ? ”                    


“  คบกับกูนะ  ”                    


“  ฮะ!!  อะไรนะ  เดี๋ยวๆๆ ทำไมจู่ๆมาพูดอะไรแบบนี้ล่ะ ”   วีหน้าร้อนผ่าวใจเต้นแรงขึ้นๆ                    



“  กูใจร้อนเองแหละ  จริงๆ...กูตั้งใจจะพามึงมาที่นี่แล้วขอคบบนเรือ  ตอนชมเมืองพรุ่งนี้ แต่แบบ...ไม่รู้ดิ รอไม่ไหวละ  ขอเลยละกัน  ”                          

“  เอ่อ...  ”       วีลังเลที่จะตอบออกไปแม้ภายในใจนั้นชัดเจนมานานแล้วว่ารู้สึกอย่างไร                    

“  นับจากวันนั้นที่กูบอกมึงว่า...ขอให้เรามาเริ่มต้นกันใหม่จนถึงวันนี้ตอนนี้ มันก็ 3 – 4 เดือนแล้ว มันก็คงจะเป็นช่วงที่คุยกัน ศึกษาดูใจกันพอแล้วแหละ  คบกับกูนะ  ”                  

“  นายกับผมเราต่างกันมากนะ นายแน่ใจแล้วเหรอ ”                 

“  ต่างกันยังไง  ”                 

“  นาย..นายรวยล้นฟ้า  เป็นหนุ่มฮอตใครๆก็รู้จัก ส่วนผม..ผมเป็นแค่พนักงานเงินเดือนคนหนึ่งอ่า   นายไม่อายเหรอ  เวลาจะไปไหนมาไหนด้วยกัน คนเค้าจะมองนายยังไง ”                 

“  กูไม่ได้ต้องการคนที่มีฐานะทางสังคมเพราะกูไม่เคยแคร์อะไรแบบนั้นอยู่แล้ว  กูต้องการคนเข้ามาเติมเต็มและเคียงข้างกูเหมือนที่มึงเป็นให้กูอยู่ตอนนี้ กูรักมึง รักแค่มึงคนเดียว  ”   
       แม้จะเป็นน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะกระโชกไม่ได้อ่อนหวานนุ่มนวลแต่มันก็เป็นการสารภาพรักและขอเป็น แฟนที่แสนจะจริงใจที่สุด และเป็นการขอเป็นแฟนครั้งแรกที่อิทธิพูดกับคนอื่นเช่นเดียวกับวีที่ถูกขอเป็นครั้งแรกเช่นกัน


                 “  ครับ พูดขนาดนี้ละ  โอเค คบก็คบครับ  ”                  

“  มึงเคยพูดว่ามึงไม่มีสิทธิ์หึงหวงกูตอนนั้น และก็บอกว่ามึงไม่มีเจ้าของ ตอนนี้พูดแบบเดิมไม่ได้ละนะ   มึงมีสิทธิ์ในฐานะคนรักของกู และกูก็คือเจ้าของมึง...ทั้งร่างกายและหัวใจและที่สำคัญ...ฮันนี่ ก็เป็นลูกของมึงเหมือนกันแล้วนะวี  ”         อิทธิเอื้อมมือไปคว้ามือวีขึ้นมากุมไว้ตรงอก                  

“  ครับ  ผมไม่คิดว่านายจะจำอะไรเล็กๆน้อยจากปากผมได้ด้วย  ”                  

“  กูแคร์มึงไง  ”

      วียิ้มอย่างปลื้มใจและค่อยๆเคลื่อนหน้าเข้าไปจูบที่ปากของอิทธิเบาๆ จากนั้นก็เคลื่อนหน้าออกและ โผเข้ากอด อิทธิแทนโดยอิทธิเองก็ยกมือกอดตอบและหอมไปที่แก้มวีอย่างรักและสุขใจ


                  “  ขอบคุณนะครับ ผมรักนายนะ  ”                   

“  หึๆ พูดใหม่อีกทีซิ ฟังไม่ชัดเลย  ”                   

“  ผมรักนาย  ผมรักนาย!!  ได้ยินมั้ย!!  ”        วีออกจากอ้อมกอดของอิทธิและตะโกนลั่นถนน จนคนตรงหน้ายิ้มกว้างกว่าเดิมและเป็นยิ้มที่กว้างที่สุดของอิทธิเท่าที่เคยยิ้มเลยก็ว่าได้

 “  ต่อไปเลิกเรียกกูว่านายได้แล้ว กูไม่ใช่นายของมึง  ”                   

“  แล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไร  ”                   

“  ที่รัก ”                  

 “  โอ๊ยยยยยย  ไม่เอา ฮ่าๆๆ ไม่จริง นายไม่ใช่คนแบบนั้นแน่ๆ ”                   

“  พี่อิท  ไหนลองเรียกสิ ”                   

“  ไม่ชินเลย จั๊กกะเดี๋ยมอ่า  บึ๋ยยยยยยย  ”                   

“  ไหนเรียกเร็ว อยากฟัง  ”                   

“  พรุ่งนี้ผมยังจะได้นั่งเรือมั้ยเนี่ย  ”                   

“  เรียกกูก่อน แล้วจะพาไปแน่ๆ  ”                   

“  พรุ่งนี้พี่อิทจะพาวีไปล่องเรือมั้ย? ”                   

“  ฮ่าๆๆ  ลื่นหูแปลกๆเนอะ  ดี! ชอบ น่ารัก ”                   

“  โอ๊ย  พี่ๆชุดดำจะมองยังไงเนี่ย เขินแย่เลย  ”                   

“  ลูกน้องกูอ่าเหรอ  ใครกล้าแซวกูสั่งซ้อมแม่งให้หมดเลย ”                   

“  มะ...ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้                   

“  แล้วต้องขนาดไหนล่ะ  ”         อิทธิเดินเข้ามามองคนตรงหน้าด้วยแววตาแพรวพราวจนทำให้ คนตรงหน้าไม่กล้าแม้จะสบตาถึงกับยกมือแนบแก้มอิทธิให้หันไปทางอื่นอย่างเบาๆ

“  เลิกมองแบบนั้น เขินนะเนี่ย หัวใจเต้นมั่วไปหมดละ  ”                   

“  เอ้า?  เขินด้วยเหรอ ”                   

“  เขินดิ  ผมไม่ได้หน้าด้านหน้าทนนะ เจอแบบนี้ก็..ทำตัวไม่ค่อยจะถูกเลย ”                   

“  ไปหาอะไรดื่มกันมั้ย ค่อยกลับไปที่พัก ”       อิทธิเอามือจับมือที่แนบแก้มตนมาจับไว้                   

“  นายอยากดื่มเหรอ  ”                   

“  ฮึ่มมมมม ”                   

“  อ่อ  พี่อิทอยากดื่มเหรอ  ”      วีรีบเปลี่ยนสรรพนามการเรียกใหม่อิทธิถึงพอใจและยิ้มออกได้                   

“  ไม่ดื่มก็ได้ กลับที่พักกันเลยดีกว่า พรุ่งนี้ตื่นเช้าๆไปชมบรรยากาศกัน  ”                   

“  เย้!  กลับกันถ้างั้น อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆจัง  ” อิทธิเดินจับมือกับวีเดินตามถนนไปเรื่อยๆพูดคุย หยอกล้อกระหนุงกระหนิงกันบ้างจนกระทั่งถึงที่พัก










             ประเทศไทย



     มือขวามาเฟียอย่างกาเบียลไม่ได้ตามนายเที่ยวที่ไปเมืองนอกจึงเข้าไปเช็คงานและรวบรวมไว้ให้นาย โดยคอยตรวจงานและความเรียบร้อยของที่บริษัทและบ่อน จนมืดค่ำดึกดื่นถึงกลับไปที่คอนโดและพอมาถึง หญิงสาวที่ขังตัวเอาไว้ก็บ่นโวยวายขึ้นมาทันทีที่กาเบียลเข้าห้องไป


                “  ฉันเบื่อ!  หิวด้วย  หน้าก็ไม่ได้แต่ง โอ๊ย!!  สภาพหน้าฉันเป็นไงบ้างเนี่ย ”                 

“  นี่ข้าว  เบื่อก็ทน ทีวีหรืออะไรก็เปิดดูไปสิ อ่อ...ถ้าคนมันสวย ไร้เมคอัพมันก็สวย  ”

เจลลาได้ยินแบบนั้นจึงเงียบไปชั่วครู่และเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ากาเบียลแล้วเอามือลูบไปที่แผงอกเบาๆ               

 “  แล้ว…ฉันสวยสำหรับคุณรึเปล่า  ”                

“  คุณก็สวยสำหรับทุกคนนั้นแหละ  ”                

“  ก็ตอนนี้ฉันถามคุณ ไม่ได้ถามคนอื่นนี่ ตกลงฉันสวยมั้ย  ”                

“  อย่ามาอ่อยผม  ”                

“  ทำไมคะ  กลัวทนไม่ไหวเหรอกาเบียล  ”                

“  ผมอาจจะทนไหวแต่ผมจะไม่ทนไง แล้วคุณจะเจ็บตัวเจลลา  ”                

“  อุ๊ย น่ากลัวจัง  ”

       กาเบียลเดินเลี่ยงเจลลาไปเพื่อนำกระเป๋าทำงานตัวเองไปใส่ตู้ ล็อกกุญแจแน่นหนาป้องกันสาวตัวแสบ ที่อาจจะคิดแผนอะไรในหัว  ล้วงข้อมูลของตนไปได้หลังจากนั้นก็เดินมานั่งที่โต๊ะทำงาน



                “  ไหนล่ะเสื้อผ้าฉัน  ”                 

“  ยังไม่มีเวลาหาให้ งานเยอะ ”                 

“  ไม่เป็นไร ฉันใส่เชิ้ตของคุณก็ได้   ฉันขออาบน้ำก่อน  คุณค่อยใช้ห้องน้ำนะ  ”                 

“  เชิญ...เดี๋ยวนี้เลย!!  ”

        ชายหนุ่มวัย 40 หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อส่งข้อความถามความสบายดีของนายกับกรรณ หลังจากนั้น ก็คิดถึงงานการเปิดตัวธุรกิจใหม่ของนายและโจธานเพื่อที่จะได้วางแพลนต่างๆหลังจากนายกลับจากสวิต คิดอยู่นานสองนานจนหญิงสาวที่เข้าไปอาบน้ำเดินสวมชุดวันแรกที่โดนจับตัวมาออกมาจากห้องน้ำและเธอก็กำลัง สวมเสื้อคลุมทัก แต่การที่กาเบียลจ้องมองนานไปจึงทำให้เธอร้องทักขึ้น


                 “  มองขนาดนี้ อย่าเก็บไปช่วยตัวเองนะตอนอาบน้ำน่ะ  ”                  

“  หึ!  ครับ  ”          หญิงสาวเดินไปส่องกระจกที่ตู้เสื้อผ้า เพื่อเช็คเรือนร่างและสภาพหน้า ของตัวเองพลางนึกถึงแผนที่นอนคิดมาเมื่อคืน และก็พร้อมที่จะลงมือในคืนนี้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้


                  “  ฉันจะทำทุกอย่างให้คุณมาเป็นพวกของฉันและพี่โจธาน  ด้วยเม็ดเงินเท่าไรหรืออะไร ฉันก็ยอม แผนของพี่ชายฉันก็จะไม่เสียแถมยังได้คนฝีมือดีมาร่วมทัพด้วยอีก เพอร์เฟกจริง ”


          ///// แง้บบบบบบ   ////////


เสียงตวัดม่านดังขึ้นและไม่นานประตูห้องน้ำก็เปิดออกเป็นสัญญาณว่ากาเบียลกำลังจะเดินออกมา จากห้องน้ำ หญิงสาวจึงรีบดึงบิกินี่ตัวบนและตัวล่างของเธอออก โยนเข้าไปในตู้แล้วก็ผูกเชือกผ้าคลุมตัวไว้หลวมๆ ทำเป็นส่องกระจกมองผิวหน้าและแขนอย่างรักสวยรักงาม


                 “  มายืนอะไรตรงนี้เนี่ย  ”                  

“  เช็คหน้าตรวจดูผิว แต่ก็...ไม่ได้แย่อย่างที่คิด  ”    เจลลาพูดจบก็หลบทางให้กาเบียลโดยเดิน มานั่งลงที่เตียง กาเบียลจึงมีพื้นที่ในการแต่งตัวเดินเข้าไปเปิดตู้เพื่อหยิบชุดนอนมาใส่ แต่...ก็เห็นบิกินีตัวคุ้นๆ เหมือนกับผู้หญิงบนเตียงเคยใส่ก็คิดสงสัยขึ้นมาว่า...


                 “  นี่อะไร?  ทำไมมาอยู่ในตู้นี้  ”                  

“  ก็ชุดฉันไง  มีเสื้อผ้าน้อยก็ทยอยใส่ทีละอย่างสิ ”                  

“  นี่...คุณ... ”                  

“  ไม่มีใครรู้หรอกนอกจากคุณเพราะฉันไม่ได้ออกไปไหน ”      หญิงสาวนั่งไขว่ห้างโชว์เรียวขา จ้องมองกาเบียลแต่งตัวอย่างเพลินตาเผลอนึกไปถึงภาพเมื่อวานขณะที่กาเบียลอาบน้ำ ถูสบู่ลูบไล้เนื้อตัวจึงรีบดึงสติ ตบหน้าตัวเองเบาๆเพื่อไม่ให้ไปไปไกลไปกว่าตรงนั้น


                  “  กาเบียล  ถ้าฉันอยากให้คุณมาเป็นพวกของฉันนี่...ต้องทำไง  ”                   

“  อะไรของคุณ ”         กาเบียลหันมามองหญิงสาวที่จู่ๆก็ถามสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ขึ้นมา                   

“  คุณฝีมือก็ดี  ทั้งเก่งและฉลาด  อีกอย่าง...หล่อด้วย  ”                   

“  ถ้าข้อเสนอดีผมอาจพิจารณา  ”       และในสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้มันก็อาจจะเป็นไปได้ก็ได้                  

 “  ฮ่าๆๆ แสดงว่าคุณก็เคยคิดจะเปลี่ยนนายสินะ  ”                   

“  อยู่ที่เดิมมากๆมันก็เบื่อ  ”

        กาเบียลแต่งตัวเสร็จก็เดินไปนั่งลงที่โซฟาเช็ดผมที่เปียกชุ่มมองหญิงสาวที่นั่งขยับขาเผยให้เห็นส่วนลับลับๆล่อ อย่างจงใจ  กาเบียลเองก็พอรู้ว่าเธอต้องการยั่วยวนเขาจึงไม่ค่อยสนใจมองให้สูงไปกว่าตรงนั้น


                  “  เงินเดือนคุณนี่เท่าไร  ”                   

“  …………………  ”                   

“   ฉันให้เพิ่มได้อีก 25 เปอร์เซ็นก็ยังได้เลย  ”                   

“  เสนอผมนี่...ปรึกษาพี่ชายแล้วเหรอ  ”                   

“  สำหรับคุณ 30 เปอร์เซ็นพี่ชายฉันก็ไม่ขัดหรอก พร้อมออปชั่นอีกเพียบแน่นอน  ”                   

“  ข้อเสนอดีนะ  แต่...  ”       หญิงสาวรู้ว่ากาเบียลจะต้องปฏิเสธแน่จึงลุกจากเตียงแล้วเดินมานั่งลง ที่โซฟาข้างๆกาเบียล เอามือวางที่ขาของกาเบียลแล้วลูบไปมา  โดยขาของเธอนั้นขยับถูๆไถๆเสียดสีกับขา ของกาเบียลอย่างยั่วยวน...













#  ไรท์ไม่ได้หายไปไหน 


#  ขอบคุณคนอ่านทุกคน คนเม้นท์และคนกดถูกใจนะจ๊ะ


#  กาเบียลกับเจลลานี่จะยังไงต่อไป ก็ติดตามเด้อ 5555


#  เข้าหน้าฝนแล้ว ทุกคนก็พกร่ม พกเสื้อกันฝนกันด้วย เป็นห่วง


#  สำหรับตอนก่อน มีคอมเม้นท์นึงบอกว่า ฮันนี่ยังเดินไม่ได้


    ตอนนี้ฮันนี่ก็ 1 ปี เดือนกว่าเกือบจะ 2 เดือนแล้ว เด็กบางคน


    เดินได้แล้วนะคะ ไรท์ก่อนเขียนหาข้อมูลและอ่านมาก่อน


     cr.  https://www.maerakluke.com/topics/9472


     ในนี้ตอนท้ายๆจะบอกไว้ และมีอีกหลายเว็บและคนที่เคยมีลูกเขียนไว้


     ขอบคุณที่เข้ามาทักท้วง  หากไรท์เขียนอะไรผิดพลาดไปจะมาแก้ไขให้เหมาะสมนะคะ








ความคิดเห็น