악마 ปีศาจเขียน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เมียมาเฟีย16

คำค้น : คริสยอล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2561 07:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียมาเฟีย16
แบบอักษร

​악마 ปีศาจเขียน​




เมียมาเฟีย16

พรึบ~~


เสียงประตูถูกเปิดออกด้วยความโมโหทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านในหน้าห้องผ่าตัดสะดุ้งหันมามองด้วยความตกใจ ปั๋วหรานลุกขึ้นไปหลบด้านหลังของมาเฟียแห่งเรือสำราญหยางหยาง เพราะวินาทีนี้เขายังไม่พร้อมจะสู้หน้าที่มาพร้อมกับความเกรี้ยวกราดเบอร์แรงของมาเฟียฮ่องกงอย่างอู๋อี้ฟาน หรือคริส วู ได้เลย 


"ใจเย็น" หยางหยางพูดขึ้น พร้อมกับจับไหล่ของเพื่อนเอาไว้ ที่นี่เป็นโรงพยาบาล แถมเขายังเป็นผู้ถือหุ้นอีก มันคงไม่ดีถ้าทำอะไรให้หุ้นส่วนคนอื่นๆไม่พอใจ แล้วเอาไปเล่นงานคนรักของเขาที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะอีกไม่นานที่นี่จะไม่มีผู้ถือหุ้นคนอื่นอีกนอกจากเขากับคนรักเท่านั้น


"ฉันไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น" ผู้กองหนุ่มพูดเสียงอ่อย เพราะกลัวว่าคำแก้ตัวเองตัวเองจะไปกระตุ้นให้มาเฟียขี่หวงมีอาการโกรธขึ้นมากกว่าเดิม


"ชานยอลเป็นยังไงบ้าง" คริสสูดหายใจเข้าปอดเพื่อระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง แล้วถามถึงคนรักที่กำลังอยู่ในห้องผ่าตัด ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง จะเจ็บแค่ไหน ถึงตอนผ่าตัดจะไม่รู้สึกตัวก็เถอะ แต่ตอนที่ถูดยิงล่ะจะเจ็บมากไหม แล้วหลังผ่าตัดล่ะจะเป็นยังไง ตั้งแต่หยางหยางโทรไปบอกเขาก็คิดไม่ตก ถ้าหากคนรักเป็นอะไร เขาจะทำยังไง เขาจะอยู่กับใคร


"เพิ่งจะเข้าไปได้ไม่กี่นาทีเอง คงทำการผ่าตัดอยู่" หยางหยางบอก เพราะถ้ารอให้ปั๋วหรานพูดคงไม่ได้เรื่องแล้วตอนนี้ ขนาดมาถึงถามว่ามาเฟียรู้หรือยัง หมอนี่ก็เอาแต่เงียบ หรือไม่ก็นั่งโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง เขาจึงเป็นคนโทรไปบอกด้วยตัวเอง มาเฟียค้าอาวุธถึงได้มาโผล่ที่นี่ภายในไม่กี่นาที


"แล้วเรื่องเพชรเป็นยังไง" ปั๊วหรานไม่ตอบ เอาแต่เงียบ เหมือนไม่ได้ยินว่าคริสถามอะไร คริสหันมองเพื่อนตำรวจที่นั่งเหมือนกับใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คงซ๊อคจากเรื่องของแฟนเพื่อนจริงๆ เมื่อเพื่อนไม่ตอบคริสจึงหายใจเข้าปอดลึกๆอีกครั้ง


"เห็นลูกน้องของปั๋วหรายรายงานว่า องค์ราชินีอะไรนั่น ไม่พอใจมาก แถมยังกล่าวหาว่าคนทำอาจจะเป็นชานยอล แล้วกลัวว่าจะถูกจับจึงได้ทำร้ายตัวเอง" หยางหยางอธิบาย เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ได้ฟังคำรายงานจากทางตำรวจมาแบบนี้ คำพูดของเพื่อนทำให้คริสกำมือแน่น ไม่คิดว่าคนชั้นสูงขนาดนั้นจะมีความคิดที่น่าขยะแขยงแบบนี้ กล้าดียังไงมาหาว่าเมียของเขาเป็นพวกหัวขโมย


"แต่ไม่ต้องห่วง เพราะตรงที่ชานยอลอยู่มีกล้องวงจรปิดติดเอาไว้ด้วย" คำพูดต่อมาของหยางหยางทำให้มาเฟียหนุ่มดีขึ้นมานิด แต่ก็ยังไม่พอใจในคำพูดขององค์ราชินีเหมือนเดิม สงสัยการค้าขายของเขากับองค์ราชินีคงยุติลงแค่นี้ อาวุธที่ทางนั้นอยากได้เขาคงส่งให้ไม่ได้แล้ว สงครามการเมืองในประเทศก็ต้องปล่อยให้คนในประเทศเขาจัดการไป คนนอกอย่างเขาย่อมไม่มีสิทธิ์เข้าไปเกี่ยว พระองค์มาว่าคนรักของเขาเป็นหัวขโมยเองนะ เสียใจด้วยจริงๆ


"พยาบาล โทรจองเลือดจากโรงพยาบาลอื่นเร็ว เลือดกรุ๊ปเอของโรงพยาบาลเราไม่พอ" เสียงพยาบาลดังขึ้นมา ทำให้คริสกับคนอื่นหันไปมองที่ต้นเสียง


เลือดกรุ๊ปเอ!!


ชานยอลมีเลือดกรุ๊ปเอ


"ทราบค่ะ" พยาบาลอีกคนตอบรับแล้วทำตามการติดต่อของเลือดทันที คริสลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาพยาบาลสาวเพื่อที่จะสอบถาม


"ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าเลือดที่บอกว่าไม่พอ นี่จะให้ใครเหรอครับ" พยาบาลที่วิ่งออกมาจากห้องผ่าตัดหันกลับมาเมื่อเธอถูกญาติคนไข้ลั่งตัวเองไว้ 


"คุณเป็นญาติคนไข้ที่ถูกยิงมาใช่ไหมคะ" คริสพยักหน้ารับ


"ตอนนี้คนไข้เสียเลือดมาก กระสุนถูกอวัยวะภายในที่สำคัญคุณหมอลู่หานกำลังทำการผ่าตัดอยู่ค่ะ นอกเหนือจากนี้คุณรอฟังจากคุณหมอนะคะ เพราะฉันไม่สามารถพูดอะไรได้เยอะไปกว่านี้" เธอมองญาติคนไข้ที่อยู่ตรงหน้าแล้วตอบออกมา เพราะเธอก็ไม่สามารถรายงานอาการของคนไข้ได้ไปมากกว่านี้ นอกซะจากหมอเจ้าของคนไข้จะต้องออกมารายงานเอง เพราะพยาบาลไม่สามมาบอกได้ว่าคนไข้จะเป็นหรืออยู่นอกจากคุณหมอต้องเป็นคนออกมาพูดเอง ถึงเธอจะรู้ก็ตามแต่เธอไม่สามารถที่จะพูดเรื่องแบบนี้กับญาติได้


"ดิฉันขอตัวนะคะ แต่ไม่ต้องห่วง ทางเราจะรักษาชีวิตคนไข้ให้ถึงที่สุด" พยาบาลพูดทิ้งท้ายก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องผ่าตัดอีกครั้ง คริสเดินกลับมานั่งที่เดิม ไม่มีแม้แต่เสียงที่จะเอ่ยพูดกับใคร เขาข้อให้คำพูดของพยาบาลเป็นดังที่เธอพูด ขอให้พวกเธอรักษาชีวิตของคนรักไว้ให้ได้ อย่าให้เขากับคนรักต้องจากกันไปเลย เพราะเขาทำใจไม่ได้จริงๆ คริสก้มหน้าลงซบที่ฝามือของตัวเองอย่างคนหมดเรี่ยวแรง


"นายครับ ชานยอลเป็นยังไงบ้าง" เสียงที่ดังขึ้นมา แต่คริสก็ยังคงเงียบไม่ตอบโต้อะไร ตอนนี้เขาต้องการแค่อยูกับความคิดของตัวเองคนเดียว 


"ยังไม่รู้เหมือนกัน นายพาแบคฮยอนไปนั่งเถอะเทา คริสน่ะ คงไม่มีอารมณ์พูดกับใครหรอก" หยางหยางเป็นคนเอ่ยขึ้น ทำให้จื่อเทาต้องพยุงคนรักที่กำลังท้องแก่ไปนั่งรอที่โซฟาสำหรับให้ญาติผู้ป่วยนั่ง 


"ชานยอลจะปลอดภัยใช่ไหม" แบคฮยอนถามคนรักเสียงสั่นเบา นี่เป็นครั้งแรกที่ชานยอลได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ ทุกครั้งแค่มีเพียงแผลฟกช้ำกลับมาเท่านั้น แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เลย


"เฮีย" เสียงที่ดังขึ้นมาพร้อมกับอาการวิ่งอย่างร้อนรนเข้ามา เขาวิ่งไปหยุดต่อหน้าพี่ชายตัวเอง แต่คนเป็นพี่ก็ยังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้น


"เตนล์ มานี่" แบคฮยอนพูดขึ้น ทำให้เตนล์จำต้องเดินไปหา เมื่อคนเป็นพี่เอาแต่เงียบ


"ยังไม่มีใครรู้อะไรหรอก รอก่อนนะ เดี๋ยวคุณลู่ก็คงออกมา" แบคฮยอนพูดขึ้นยิ้มๆแต่แววตามีแต่ความกังวล เมื่อไม่มีใครให้คำตอลที่ดีของคนด้านในไม่ได้ เตนล์จึงนั่งลงเงียบๆเพื่อรอเวลา เวลาที่คุณหมอจะต้องออกมารายงานอาการของคนไข้


สองชั่วโมงก็แล้ว สามชั่วโมงก็แล้ว แต่ประตูห้องผ่าตัดก็ไม่เห็นเปิดออกมาสักที คริสเดินวนอยู่หน้าประตูอยู่หลายต่อหลายครั้ง แล้วกลับมานั่งที่เดิม ทำอยู่ซ้ำๆแบบนั้นอยู่หลายครั้งประตูก็ยังคงเงียบ


เฮ้อ...


เสียงถอนหายใจดังขึ้น ทำให้คริสที่นั่งก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นมอง หยางหยางยักไหล่ขึ้น ไม่สนสายตาไม่พอใจที่ถูกส่งมาจากเพื่อน ที่เขาถอนหายใจออกมาเมื่อกี้ก็แค่รำคาญเพื่อนที่เอาแต่ลุกขึ้นเดินไปมา เขารู้ว่าอาการเป็นห่วงมันเป็ยยังไง เพราะเขาเคยเป็นมาแล้ว แล้วมันทรมานแค่ไหนที่ต้องรอให้คนที่ตัวเองออกมาจากในห้องแบบนั้น ห้องที่ไม่รู้ว่าจะออกมาบอกว่าคนข้างในจะอยู่หรือรอด


"ฉันเชื่อว่าลู่จะต้องช่วยให้เมียนายอยู่ต่อ" พูดปลอบออกไป คริสจึงพยักหน้ารับแล้วหันกลับมาอยู่เงียบๆคนเดียวอีกครั้ง


พรึบ~~


ประตูหน้าห้องผ่าตัดถูกเปิดออก พร้อมกับลู่หานที่เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มที่แต้มใบหน้านิดๆ


"ลู่" คริสร้องขึ้นพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาคุณหมอตัวเล็ก


"ตอนนี้น้องพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด น้องเสียเลือดมากไป แถมกระสุนยังฝังอยู่ตรงอวัยวะที่สำคัญอีก" 


"แล้วตอนนี้"


"ก็กำลังจะบอกอยู่เนี่ย" ลู่หานพูดขึ้นอย่างรำคาญ เพราะเขากำลังจะบอกแต่เพื่อนตัวสูงก็ถามขัดขึ้นมาก่อน คนยิ่งเหนื่อยๆอยู่ด้วย


"ตอนนี้น้องถูกส่งไปที่ห้องไอซียูแล้ว แต่ยังเยี่ยมไม่ได้ ต้องรออีกสักวันถึงสองวัน" ลู่หานบอก แต่คริสก็ยังคงมีสีหน้าเป็นกังวลอยู่ ถึงจะบอกว่าปลอดภัยมันก็ไม่หมด ไหนจะต้องดูอาการที่ห้องปลอดเชื้ออีก


"เหนื่อย" เสียงลู่หายดังขึ้นพร้อมกับนั่งลงข้างๆคนรักอย่างอ่อนแรง เพราะตลอดสามถึงสี่ชั่วโมงเขาเอาแต่ยืนผ่าตัดอย่างเดียว ไม่ยอมให้คนอื่นช่วย 


"ไม่มีหมอคนอื่นช่วยหรือไง" หยางหยางถาม เพราะเขาก็พอจะรู้บ้างว่าเวลาผ่าตัดใหญ่แบบนี้มันต้องมีหมอช่วยหลายคน


"มี แต่อยากช่วยน้องเองนิ เออ...คริส นายจะไปรอที่หน้าห้องไอซียูก็ได้นะ อยู่ชั้นสิบเจ็ด" ลู่หานพูดกับคนรัก ก่อนจะร้องบอกเพื่อนรัก เพราะถ้าไล่ให้กลับบ้านไปก่อนก็คงจะไม่ไป เขาจึงได้ไล่ให้ไปรอที่หน้าห้องไอซียูแทน


"ส่วนแบคฮยอนกับเตนล์ก็กลับบ้านไปก่อน วันนี้ไม่ได้เยี่ยมหรอกนะ"


"แต่" แบคฮยอนค้าน เมื่อถูกลู่หานไล่ให้กับไปก่อน


"นายใกล้จะคลอดแล้วนะ เป็นห่วงตัวเองก่อนเถอะ" ลู่หานพูดขัด เพราะอีกไม่กี่เดือนคนไข้ตัวเล็กของเขาก็ใกล้จะคลอดแล้ว เขาไม่อยากให้คนไข้มานั่งอดหลับอดนอนแบบนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก แบคฮยอนพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากนั้นจื่อเทาจึงได้พาแบคฮยอนกับเตนล์กลับก่อน


"ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดพรุ่งนี้เช้าน้องก็ตื่นแล้ว" เมื่อจื่อเทาพาแบคฮยอนกันเตนล์และแทยงกลับไปแล้ว เมื่อหันมาเห็นสีหน้าที่เป็นกังวลของมาเฟียหนุ่ม ลู่หานจึงได้พูดขึ้นเพื่อให้เพื่อนเลิกเป็นกังวล


"ฉันอยากเจอชานยอล" คริสพูดขึ้น ถึงรู้ว่าลู่หานห้ามแล้วก็ตาม แต่คนรักอย่างเขาก็อยากจะเจอคนรักอยู่ดี 


เฮ้อ...


"ถ้างั้นก็ตามมาสิ" ลู่หานพูดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะลุกเดินตามลู่หานไปยังชั้นที่ชานยอลกำลังนอนสังเกตอาการอยู่ เมื่อลิฟต์เปิดยังชั้นที่ต้องการทุกคนก็เดินตามคุณหมอหนุ่มไป


"ดูแค่ข้างนอกนะ ถ้าเข้าไปข้างในห้องต้องใส่ชุดฆ่าเชื้อก่อน แต่ทางที่ดีวันนี้อย่าเพิ่งเข้าไปใกล้ชานยอลเลย เพิ่งจะผ่าตัดมาฉันอยากให้น้องปลอดเชื้อให้มากที่สุด" ลู่หายพูดยาว ทุกคนจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ลู่หานจึงเดินนำทุกคนเข้าไปในห้องไอซียู ลู่หานพาทุกคนมายืนอยู่ห้องที่มีผ้าม่านสีขาวปิดเอาไว้ซึ่งไม่สามารถมองเห็นด้านในได้


"รอแปปนึง" ลู่หานบอกก่อนจะเดินเข้าไปหาพยาบาลที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์พยาบาล สักพักจึงเดินกลับมา ไม่นานผ้าม่านสีขาวตรงหน้าพวกเขาก็ถูกเปิดออก คริสเดินเข้าไปใกล้กระจกตรงหน้าที่ด้านในกำลังมีชานยอลหลับอยู่ ตามตัวของชานยอลมีสายมากมายที่ติดเอาไว้ ไหนจะสายออกซิเจนที่จมูกอีก 


"ตอนนี้คนไข้ความดันเป็นปกติดีค่ะ ออกซิเจนในร่างกายก็ดีมาก คิดว่าพรุ่งนี้ก็น่าจะฟื้นขึ้นมาค่ะคุณหมอ" พยาบาลสาวรายงานเมื่อเธอถือชาร์ตคนไข้เดินเข้ามาหาคุณหมอเจ้าของคนไข้ ลู่หานพยักหน้ารับเบาๆก่อนจะรับชาร์ตคนไข้มาดูลายระเอียดเอง


"แต่ถ้าคืนนี้ฤทธิ์ยาหมดแล้วคนไข้ฟื้นขึ้นมาก่อน ช่วยรายงานผมทันที คืนนี้ผมจะอยู่ที่อีอาร์ชั้นหนึ่ง" ลู่หานบอกพยาบาลสาวพร้อมกับยื่นชาร์ตคนไข้คืนให้ จากนั้นจึงหันมามองเพื่อนของเขาต่อ ที่ตอนนี้เอาแต่จ้องคนไข้ที่นอนหลับไหลอยู่ในห้องฆ่าเชื้อ


"จะไม่กลับ" เสียงหยางหยางดังขึ้น เมื่อรู้ว่าคืนนี้คนรักจะไม่กลับห้อง ลู่หานหันมาพยักหน้ารับเป็นคำตอบ


"ออกไปกันเถอะ ใกล้จะหมดเวลาเยี่ยมแล้ว ไม่สิ ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาเยี่ยมเลยต่างหาก" จบคำพูดของหมอหนุ่ม ทุกคนจึงเดินออกจากห้องไอซียู จะเหลือก็แต่คริสที่ยังคงทำท่าทีไม่อยากเดินออกมา เมื่อทุกคนเดินออกมา คริสจึงไปนั่งที่โซฟาหน้าห้องไอซียูที่มีไว้ให้ญาติคนไข้นั่ง


"นายไปทำงานเถอะลู่ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก พวกนายก็เหมือนกัน" คริสพูดกับคุณหมอแล้วหันมาไล่ลูกน้องอีกสองคนที่ยังไม่ไปไหน


"ผมขออยู่ที่นี่จนกว่าพี่ชานยอลจะฟื้นนะครับนาย" มาร์คพูดขึ้น เมื่อจบคำไล่ของผู้เป็นนาย คริสเงียบไม่พูดอะไร มาร์คจึงคิดเอาเองว่าผู้เป็นนายอนุญาต ในเมื่อเห็นว่ามาร์คไม่ยอมกลับแจ็คสันที่ตามมาด้วยตลอดจึงไม่กลับไปก่อนเช่นกัน


"ถ้าไม่มีใครกลับ ฉันขอกลับไปดูงานต่อนะ แล้วนายจะกลับพร้อมฉันไหมปั๋วหราน" หยางหยางพูดขึ้น ปั๋วหรานที่เงียบมาตลอดจึงพยักหน้ารับ เพราะเขาต้องกลับไปสะสางเรื่องที่โรงแรมอีก เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปหมด คริสก็ได้แต่นั่งรอที่หน้าห้องจนถึงเช้าโดยมีลูกน้องอีกสองคนอยู่เป็นเพื่อน




1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจในการลงต่อนะคะ



น้องปลอดภัยแล้ว...มั้ง !!





ความคิดเห็น