greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 12 : เทพเจ้าแห่งความรักซุนไป่หาน

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 : เทพเจ้าแห่งความรักซุนไป่หาน

คำค้น : ัy yaoi ภรรยาที่ดี เฮียเหวินน้องหลิว สายกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.7k

ความคิดเห็น : 109

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2561 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 : เทพเจ้าแห่งความรักซุนไป่หาน
แบบอักษร

​ตอนที่ 12 : เทพเจ้าแห่งความรักซุนไป่หาน 



มันจะใช่อย่างที่หวังหย่งเหวินคิดไว้รึเปล่านะ ?

ลู่เสียน 

ซุนไป่หาน 

เหอซั่วเกอ

เจิ้งตงมู่

เพื่อนสี่คนนี้คิดจะตีท้ายครัวเขาจริง ๆ น่ะเหรอ ?

“ขอไปเข้าห้องน้ำแปปนึงนะ” 

จวบจนซุนไป่หานเอ่ยขึ้นมาและเดินไปยังประตูทางออกก็แล้ว หวังหย่งเหวินยังคงนั่งเงียบอยู่ที่โซฟาตัวเดิม ในมือสองข้างประคองแก้วบรรจุน้ำสีอำพันไว้ ครุ่นคิดกับสิ่งที่ได้เห็น 

บางทีเขาอาจจะคิดมากเกินไป…

หรือว่าอาจจะคิดถูก ?

คบกันมานาน ก็พอจะรู้สันดาน

เหลือบมองเพื่อนสามคนที่เหลือ สมองของผู้บริหารไม่ใช่ว่าจะมองคนไม่ออก เขาเริ่มวิเคราะห์เป็นรายบุคคลทันที

เริ่มต้นด้วยลู่เสียน เพื่อนที่สนิทที่สุด แต่ไหนแต่ไรชอบทำตัวเป็นพี่ชายแสนดีของหลิวหลิว ชอบเข้ามาใกล้ชิด คืนนี้มันหอมหัวภรรยาเขาไปหลายครั้ง มือที่แตะเอวกับต้นขาเสี่ยวหลิวก็ด้วย นับได้ยี่สิบสี่ครั้งในหนึ่งนาที แบบนี้เรียกว่าปกติรึเปล่านะ ?

เหอซั่วเกอ มันเป็นคนพูดน้อย อยู่ด้วยกันถ้าไม่ถามว่าหิวไหม หรือว่า เย็นนี้จะทานอะไร ก็แทบจะนับคำที่พูดกันได้ แต่พอมาคืนนี้เหมือนโดนผีเจาะปากมาพูด ไหนจะแอบเนียนมานั่งที่โซฟาเขาอีก หลังใบหน้านิ่ง ๆ หรือจะซ่อนอีกตัวตนหนึ่งที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน ?

เจิ้งตงมู่ รายนี้ถึงจะดูเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็โกหกหน้าตาย หาว่าเขางานยุ่งพาเสี่ยวหลิวไปเที่ยวไม่ได้ ตั้งใจจะกีดกันชัด ๆ  อาสาเป็นไกด์งั้นเหรอ  มันคงไม่ได้คิดที่จะไปเที่ยวกับเสี่ยวหลิวสองต่อสองใช่ไหม ?

อีกคนนึงที่เพิ่งจะไปเข้าห้องน้ำ ถ้าบอกว่าใครเข้าข่ายมากที่สุด คงจะเป็นซุนไป่หาน เสือผู้หญิงที่เปลี่ยนหน้าไม่ซ้ำอาทิตย์ สายตาเจ้าชู้ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรายไหนรอด คำพูดที่เผลอพูดออกมา ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าล้อเล่นหรือจริงจัง บางทีอาจจะเป็นแค่นิสัยเจ้าตัว

“หย่งเหวิน” ลู่เสียนเห็นเพื่อนเงียบไปนาน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ อีกฝ่ายครางรับในลำคอ ดึงความคิดให้กลับมาอยู่ที่บทสนทนาตรงหน้า

“หลังจากนี้เสี่ยวหลิวก็จะอยู่ที่นี่กับนายเลยใช่ไหม” ถามอย่างมีความหวัง ถ้าอยู่ที่นี่จะมาเยี่ยมบ่อย ๆ  ว่างจากตารางงานก็จะพาไปเที่ยวที่มณฑลอื่น ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ วัดวาอารามต่างก็กำลังรอพวกเขาอยู่

“...ไม่” ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ม๊าของเขาเป็นคงบงการอยู่เบื้องหลัง ส่วนลูกสะใภ้คนนี้ก็สู้ไม่ถอย จะไล่กลับไปมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น หวังหย่งเหวินคิดว่าจะให้อีกคนอยู่ที่นี่สักระยะ ไหน ๆ จัดงานเลี้ยงต้อนรับไปแล้ว และเพื่อไม่ให้เป็นการผิดสังเกตในเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขา อาจจะสักสองถึงสามอาทิตย์ จากนั้นค่อยให้กลับไปอยู่ที่ไทยเหมือนเดิม

ระหว่างนี้ก็คงต้องคอยระวังตัวเองไม่ให้เข้าใกล้เสี่ยวหลิวมากจนเกินไป

ขืนเจอเหตุการณ์แบบนั้นติดต่อกันทุกคืน คงต้องมีสักครั้งที่เขายอมละทิ้งเหตุผลและทำตามสัญชาติญาณความป่าเถื่อนของตัวเอง

ซึ่งแน่นอน ความป่าเถื่อนที่ว่าไม่ใช่การผลักคนเป็นภรรยาตกเตียง

แต่เป็นการกระทำความป่าเถื่อนต่อช่วงล่างที่กำลังรอให้สัตว์ร้ายของเขาเข้าไปเติมเต็มต่างหาก

คำตอบสั้น ๆ ปราศจากการอธิบายอะไรเพิ่มจึงได้แต่เงียบกันไป พวกเขาไม่เคยเจอผู้ชายที่ใจแข็งเท่าหวังหย่งเหวินมาก่อน ความไม่เป็นที่ต้องการแบบนี้เสี่ยวหลิวคงจะรับรู้อยู่ตลอดเวลา คนตัวเล็กจะต้องทนความเจ็บปวดไปอีกนานแค่ไหนนะ

ลู่เสียนเบะปาก สงสารน้องชายจับใจ “พ่อคนใจร้าย”

หย่งเหวินกระตุกยิ้ม “หมอนั่นทำตัวเอง” ยกแก้วขึ้นจิบแบบไม่รู้สึกรู้สาจนลู่เสียนต้องถลึงตาใส่

“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก นายเองก็ทำน้องมันด้วยเถอะ” 

แปลกใจไม่น้อยที่เจิ้งตงมู่เป็นคนพูดประโยคนี้ ที่ผ่านมามันเป็นคนที่ไม่อยากยุ่งกับเรื่องส่วนตัวเขามาก เพราะเป็นเพื่อนกันก็จะเลือกตอบแบบเข้าข้างให้สบายใจ อย่างตอนที่เขาตัดสินใจบอกเลิกเสี่ยวหลิวและคบกับน้ำฝน ก็มีเจิ้งตงมู่นี่แหละที่ให้คำแนะนำว่า ‘ถ้าคบใครแล้วสบายใจก็เลือกคบคนนั้นเถอะ’ 

เจิ้งตงมู่ขยับแว่นตาแบบมีมาด ถอนหายใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ฉันอาจจะไม่เคยพูดเรื่องนี้ตั้งแต่พวกนายแต่งงานกัน แต่ว่านะ นายไม่คิดเหรอว่าอะไรที่ทำให้เสี่ยวหลิวฝังใจรักนายได้ขนาดนี้ เขาจะยอมทำไปทำไมทั้งที่เจอคำปฎิเสธนายไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง” ใครที่พูดกรอกหูว่ารัก อยากแต่งงานด้วย เรียนจบแล้วจะให้ที่บ้านไปสู่ขอ พูดตั้งแต่เด็กยันโต เป็นสิบปี เพื่อนของเขาลืมคำพูดพวกนี้แล้วหรือยังไง “บางทีนายก็ต้องลองหันกลับมามองตัวเองบ้างนะ” 

คำพูดที่คล้ายกับบอกว่าเขามันเห็นแก่ตัว เลือกที่จะโยนความผิดให้เสี่ยวหลิวคนเดียวนั้นทำให้หวังหย่งเหวินจุกในอก ได้แต่พิจารณาสิ่งที่เพื่อนพูดเงียบ ๆ แล้วก็ต้องพบว่าในอดีตนั้นตนได้ทำให้เสี่ยวหลิวรักปักใจแต่กับตัวเองยังไงบ้าง


‘เฮียรักเสี่ยวหลิวนะ’


‘อย่ามองคนอื่นนอกจากเฮียสิ’

‘บางทีเฮียก็เคยคิดนะ ว่าเราแต่งงานกันตอนนี้เลยได้ไหม’

‘อย่าร้องไห้สิครับ ถึงเฮียจะไม่ได้เรียนที่เดียวกับเราแล้ว แต่เราก็ยังรักกัน เหมือนเดิมไม่ใช่เหรอ เฮียไม่มีทางไปมีคนใหม่หรอก รักนะครับ รักเราคนเดียว’


ทุกคำพูดที่เคยพูดกับคนเป็นภรรยาถูกดึงออกมาจากส่วนลึกซึ่งปิดผนึกเอาไว้ด้วยความเกลียดชัง เจิ้งตงมู่เหมือนคนมอบกุญแจดอกนั้นให้อีกครั้ง เป็นหลักฐานที่ปฎิเสธไม่ได้ เพราะมันมาจากความทรงจำของเขาเอง  

“แต่กับเรื่องฝน เสี่ยวหลิวทำเกินไป” หวังหย่งเหวินไม่ยอมจำนน เขายกเรื่องนี้ขึ้นมา พวกเพื่อนของเขาไม่รู้หรือยังไงว่าแบบนั้นมันเข้าข่ายโรคจิต ห้าเดือนเลยนะที่น้ำฝนต้องหวาดกลัวเพราะเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ 

“เรื่องนั้นพวกฉันก็ไม่มีใครบอกว่าเสี่ยวหลิวทำถูกนะ ก็ยอมรับว่าน้องเขาทำผิด แต่มันผิดขนาดที่ชีวิตนี้จะไม่ให้อภัยกันเลยรึยังไง นี่มันก็ผ่านมานานแล้วนะ”

เหมือนกุญแจดอกที่สองหยิบยื่นมาให้ปลดล็อคความทรงจำส่วนถัดไป


‘หลิวไม่ได้โทรไปข่มขู่เขานะ ที่ทำก็แค่ขอร้องให้เขาคืนเฮียกลับมาหาหลิวเท่านั้นเอง’

‘ก็ไหนเราสัญญากันไว้แล้วยังไงว่าจะไม่ปล่อยมืออีกฝ่าย เฮียสัญญากับหลิวเองนะ เฮียบอกให้หลิวรอ แต่ทำไมเฮียถึงไม่รอหลิวบ้างล่ะ’

‘เฮียเหวิน หลิวขอโทษ หลิวผิดไปแล้ว ให้โอกาสหลิวอีกครั้งนะ’

’หลิวก็แค่อยากจะทำให้เรากลับมารักกันเหมือนเดิม กลับมารักกันเหมือนเดิมนะ นะครับ’


น้ำเสียงเว้าวอนนั่นบ่งบอกว่าเจ้าตัวรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปมากแค่ไหน แต่เขากลับเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำพูดเหล่านั้น

“ถ้าไม่ใช่เพราะรักมากและเชื่อในคำพูดของนาย ใครเขาจะยอมทำตัวให้โดนด่า โดนดูถูกได้ขนาดนั้น เรื่องแต่งงานน้องเขาก็รู้อยู่เต็มอกตั้งแต่แรกว่านายไม่อยาก” 

เสี่ยวหลิวไม่ใช่คนไม่มีทางเลือก ลูกคุณหนูตระกูลฟู่ ฐานะร่ำรวย หน้าตาดี แถมยังมีคนเข้ามาขายขนมจีบไม่ขาด ถ้าไม่ได้รักหวังหย่งเหวินทั้งหัวใจ คงเลือกที่จะคบกับคนอื่นไปแล้ว คนโปรไฟล์แบบมันไม่ได้มีคนเดียวในโลกนี้เสียหน่อย

ยิ่งฟัง ยิ่งกลับไปคิดเรื่องในอดีต ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนยังไง ตามธรรมชาติของมนุษย์ พอมีคำพูดลบหรือคำวิจารณ์อะไรที่ทำให้รู้สึกแย่ ก็เลือกที่จะไม่ฟัง

“คืนนี้เราจะนั่งคุยกันเรื่องนี้งั้นเหรอ” ในที่สุดก็หาเสียงของตัวเองเจอ หลังจากที่โต้ตอบอะไรไม่ได้ ก่อนที่บทสนทนาจะตึงเครียดไปมากกว่านี้ มันควรจะถูกหยุดเอาไว้ก่อน ที่สำคัญถึงเสียงเพลงจะทำให้บทสนทนาอยู่แค่ในวงจำกัด แต่นี่ก็เป็นงานเลี้ยงเปิดตัวภรรยาเขา มาพูดเรื่องเกลียดชังในที่ที่มีคนมากมายแบบนี้ ถ้าใครได้ยินเข้าคงไม่ดีนัก

ทุกคนเองก็รับรู้ได้ ต่างพากันเปลี่ยนเรื่องให้บรรยากาศคลายเครียด

‘แผนการทบทวนหัวใจ’ คงต้องพักเอาไว้ก่อน เพราะถ้ามากกว่านี้เป้าหมายอาจจะรับไม่ไหว

คนอย่างหวังหย่งเหวินน่ะจะให้กลืนน้ำลายตัวเองในครั้งเดียวเป็นไปได้ยาก คนที่มีทิฐิและความมั่นใจในตัวเองจะเจ็บปวดมากเป็นพิเศษ อย่างน้อยที่พูดไปก็คงช่วยแกว่งความคิดเก่าของเจ้าตัวให้เขวอยู่ไม่น้อย

“แล้วนี่ซุนไป่หานมันไปเข้าห้องน้ำถึงไหนเนี่ย” เจิ้งตงมู่แสร้งทำเป็นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ผ่านไปเกือบสิบนาทีแล้วเพื่อนก็ยังไม่กลับเข้ามาเลย “เสี่ยวหลิวเองก็เหมือนกัน ทั้งที่ออกไปก่อนแท้ ๆ ”

“หรือไป่หานมันหมดสติคาชักโครกไปแล้ววะ” ลู่เสียนหัวเราะ 

“ไม่ใช่ว่าน้องหลิวช่วยลูบหลังให้อยู่เหรอ”

หวังหย่งเหวินที่เพิ่งจะหายใจได้คล่องเป็นอันต้องหยุดคิดตามสิ่งที่เพื่อนพูด ยกนาฬิกาข้อมือมาดูเช่นกัน ในหัวไม่ได้นึกถึงเพื่อนสนิท ทว่ากลับนึกถึงคนที่เพิ่งจะแตะแอลกอฮอล์ครั้งแรก 

ตั้งแต่ที่ฟลอร์แล้ว เสี่ยวหลิวที่ปล่อยตัวตามสบาย ไหนจะใบหน้าแดงระเรื่อนั่นอีก รูปลักษณ์ของเสี่ยวหลิวเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ที่เจ้าตัวมี ทุกคนสัมผัสได้ แม้แต่เพื่อนของเขายังไม่เว้น

‘ยั่วชิบ’

‘เห็นตัวเท่านี้แล้วอยากจับมานั่งตักฟัดให้หายหมั่นเขี้ยวจริง ๆ ’ 

สายตาที่ซุนไป่หานมองภรรยาเขาอีก แพรวพราว ? ล่าเหยื่อ ?  

ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาในอก

ซุนไป่หานกำลังเมา ภรรยาเขาเองก็เมา เมาทั้งคู่

แถมไปห้องน้ำในเวลาไล่เลี่ยกัน สิบนาทีแล้วยังไม่กลับออกมา

สมองเจ้ากรรมก็ดันหวนไปคิดถึงเรื่องที่ค้างคาก่อนหน้านี้ 

‘ตีท้ายครัว’ 

“อาว หย่งเหวิน นั่นนายจะไปไหน” เจิ้งตงมู่ถามเมื่ออยู่ดี ๆ ร่างสูงก็ลุกขึ้นอย่างกะทันหัน 

“ไปห้องน้ำ” ตอบเสร็จก็หมุนตัวไปทันที เล่นเอาทั้งสามคนรีบวางแก้วในมือลง เผลอรีบกลืนลงไปทีเดียวจนแสบคอ ขาทั้งสามคู่พากันก้าวตามแผ่นหลังคนที่รีบร้อนเดินออกไป เหล้าเบียร์เอาไว้ก่อน ตอนนี้มีอะไรที่ควรค่าแก่การให้ความสนใจมากกว่า  



‘ที่นายเล่ามามันก็น่าสนุกอยู่นะ แต่สงสัยอย่างหนึ่ง ทำไมแผนสุดท้ายต้องเป็นฉันที่ลงมือคนเดียวด้วยล่ะ’ ซุนไป่หานที่นั่งอยู่ริมขอบสระน้ำถาม สองแผนแรกนั้นทุกคนมีส่วนร่วม แต่แผนสุดท้ายของการทำให้สามีภรรยาคู่นี้รักกัน หวยดันออกที่เขาคนเดียวเสียนี่

‘จากพวกเราทั้งสี่คน นายมีบุคคิลกที่เหมาะสมมากที่สุด’ ลู่เสียนชี้นิ้วผ่านเว็บแคม เจาะจงมาซุนไป่หานเป็นพิเศษตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว คนอื่นที่เป็นประเภทอยากสนุกด้วยแต่ไม่อยากเอาตัวเข้าเสี่ยงพยักหน้าหงึกหงัก  

'ทั้งเจ้าชู้'

'ชอบล่าแต้ม'

'พูดลามก'

ไม่ต้องช่วยกันขยายความก็ได้มั้ง

'หื่นกาม'

'สารเลว'

'ชั่วช้า'

'พอ' ทนฟังต่อไปไม่ไหว อันหลัง ๆ เริ่มจะเกินจริงไปหน่อย ซุนไป่หานคนนี้ไม่มีความดีเหลืออีกแล้วใช่ไหม

'ก็แค่ให้แกล้งทำเท่านั้นเอง ไม่ได้ให้ทำจริง ๆ เสียหน่อย' แกล้งทำให้เข้าใจผิดแค่นั้นเอง จากนั้นก็เฉลยว่า ‘ล้อเล่นน่า ! ’ แล้วก็หายโกรธกัน หวังหย่งเหวินรู้ใจตัวเอง รักกับหลิวหลิวอีกครั้ง สองคนนั้นจะต้องทราบซึ้งในน้ำใจพวกเขา

'แผนนายมันดูอันตรายเป็นบ้า ไม่เอาด้วยหรอก ฉันขอถอนตัวแล้วกัน หมัดของหย่งเหวินไม่ใช่ตุ๊กตาหมียัดนุ่นนะ' ถ้ามันโกรธจนขาดสติปล่อยหมัดใส่ หน้าหล่อ ๆ ของซุนไป่หานพังขึ้นมา ชีวิตนี้คงจีบสาวไม่ติดอีกต่อไป เขาเคยเห็นตอนมันต่อยคนมาก่อน หน้าอรินี่อย่าให้พูดถึง

'อะไรกัน' เหอซั่วเกอถอนหายใจแบบดูถูก เสียงลอดผ่านลำโพงออกมากระแทกใจให้คันยิบ ๆ ไม่น้อย 

'ตอนนี้นายก็รู้แผนทุกขั้นตอนไปแล้วไป่หาน ถ้านายถอนตัวไปตอนนี้คงต้องถูกพวกฉันปิดปากไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง' เจิ้งตงมู่ขู่เหมือนพวกวายร้าย ประชุมลับ ชื่อก็บอกอยู่ว่ามันต้องเป็นความลับ จะแพร่งพรายออกไปไม่ได้ ต้องดำเนินการอย่างแนบเนียน ถ้าไม่ร่วมมือด้วยแล้วไปฟ้องหย่งเหวินก่อนจะทำยังไง ไม่ได้ ๆ

ซุนไป่หานลูบหน้า จริงจังใช่ไหมพวกนาย ?

'ถ้านายกังวลเรื่องความปลอดภัยล่ะก็ไม่ต้องห่วง มีพวกเราตั้งสามคน จะช่วยยื้อตัวหย่งเหวินไว้ไม่ได้เลยเหรอยังไง' ลู่เสียนเบ่งกล้ามโชว์ ซึ่งก็สู้เหอซั่วเกอที่ใส่เสื้อกล้ามออกกำลังกายอยู่ไม่ได้ 'จบงานนี้หน้านายจะยังใสปิ๊งเหมือนเดิม ซุนไป่หานเพื่อนยาก ! ' ไร้รอยขีดข่วน รอยช้ำที่เบ้าตา หรือรอยแตกที่แก้ม รับประกันโดยบริษัทประกันภัยลู่เสียนและพวกพ้อง

ก็เพราะว่าเชื่อใจในคำโอ้อวดของบริษัทที่ว่า ตอนนี้ซุนไป่หานถึงได้เดินมาถึงหน้าห้องน้ำแล้วยังไงล่ะ เขาเมาตั้งแต่อยู่ในงาน แต่พอคิดถึงเรื่องที่จะทำต่อไปก็รู้สึกสร่างขึ้นมาทันที ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัว

ชายหนุ่มยิ้มให้เทียนฉีที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าเล็กน้อย ผลักประตูเข้าไป ผู้ติดตามคนนี้ทำหน้าที่ดีจนอยากจ้างมาเป็นบอร์ดี้การ์ดประจำตัว ดูเหมือนจะไม่แตะแอลกอฮอล์เลย ใบหน้ายังเรียบนิ่งขึงขัง 

นั่นไง เสี่ยวหลิวที่เพิ่งทำธุระส่วนตัวเสร็จกำลังยืนล้างมืออยู่ตรงอ่างล้างหน้า ในห้องน้ำไม่มีใครนอกจากพวกเขาสองคน เสี่ยวหลิวไม่ได้รับรู้ว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย ดวงตาที่มองสายน้ำเยิ้มเล็กน้อยจากความมึนเมา ใจเหม่อไปถึงไหนต่อไหน 

งานเลี้ยงต้อนรับค่ำคืนนี้ ในตอนแรกถูกจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนความคิดของสามี เด็กหนุ่มตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ทำให้หวังหย่งเหวินประทับใจในเสี่ยวหลิวเวอร์ชั่นยั่วสวาท เขาจะมอมเหล้าเฮีย จบงานเลี้ยงก็ไปต่อที่เตียงนอนหลังใหญ่ แต่หลังจากตัดสินใจหย่าไป วัตถุประสงค์ก็เปลี่ยนเป็นงานเลี้ยงฉลองแทน ฉลองให้กับความรักโง่ ๆ ครั้งนี้ เสี่ยวหลิวดื่มไปหลายแก้วจนครองสติแทบไม่อยู่ เพิ่งรู้ว่าเหล้าเบียร์มันก็ช่วยทำให้ลืมเรื่องใครบางคนได้เหมือนกัน แต่ก็หวังว่าหลังจากนี้คงไม่ต้องพึ่งมันบ่อยนักหรอกนะ

วันนี้ภรรยาของท่านผู้บริหารอยู่ในลุคที่คิดว่าน่าจะกระชากใจใครได้หลายคน เสี่ยวหลิวรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนขี้เหร่ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้มั่นใจในตัวเองมากนัก เสี่ยวหลิวเปลี่ยนสีผมใหม่ ช่างทำผมบอกว่าผิวของเขาขาวอยู่แล้ว ผมที่เข้ากับสีผิวจะทำให้เขาดูเด็กกว่าอายุจริง ตอนแรกเขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าบรอนด์ขาวที่เหมือนคนแก่จะทำให้ดูอายุอ่อนลง แต่พอใส่ประกายสีฟ้าเข้าไปก็รู้สึกชื่นชอบไม่น้อย  ส่วนเสื้อผ้าก็ให้พนักงานในห้างช่วยเลือกนั่นแหละ ขาวไปทั้งตัว เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมอยู่ในกองหิมะ เทียนฉีชมเขาไม่ขาดปาก ‘คุณหลิว คุณดูดีมากจริง ๆ ครับ’ ภูมิใจแทนหวังไป๋ลี่ที่อยู่เมืองไทยจนออกนอกหน้า แต่แน่นอนว่ายังเป็นห่วงรอยช้ำบนตัวเขาอยู่ เสื้อแขนยาวพอจะช่วยปิดไว้ได้ แต่ก็ต้องหมั่นทายาเป็นประจำจนกว่ารอยช้ำจะหาย 

“สะอาดแล้วครับ” ซุนไป่หานที่มองอยู่สักพักดึงมือเรียวออกจากเซ็นเซอร์ เสี่ยวหลิวใจลอยจนค่าน้ำของโรงแรมพุ่งไปหลายหน่วย เขาส่งกระดาษทิชชู่ให้เช็ดมือ 

“ขอบคุณครับ”  

ยิ้มตอบกลับมาเบา ๆ ซุนไป่หานปฎิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าภรรยาเพื่อนในตอนนี้มีเสน่ห์เหลือร้าย น่าเสียดายที่เพื่อนของเขาไม่เห็นค่า พยายามผลักไสของขวัญจากสวรรค์ที่มีแต่คนหมายปอง บอกแล้วว่าเพื่อนของเขามันโง่ !

เช็ดมือเสร็จแล้วก็ทำท่าจะเดินกลับไปเข้างาน ทว่าร่างสูงของซุนไป่หานกลับขยับมาขวางเอาไว้ เสี่ยวหลิวเงยหน้างง ๆ “มีอะไรรึเปล่าครับ” น้ำเสียงไม่มั่นคงนัก

“คือเฮีย...” กล้า ๆ หน่อยสิ ซุนไป่หาน แกไม่ควรเสียเวลามากไปกว่านี้ อีกไม่นานพวกนั้นก็คงมา ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ แล้วสามีภรรยาคู่นี้จะต้องขอบคุณเขา เทพเจ้าแห่งความรักซุนไป่หาน ! 

ชายหนุ่มให้กำลังใจตัวเอง เมื่อใจฮึกเหิมแล้วจึงหยิบตลับเครื่องสำอางออกมาจากกระเป๋ากางเกง ระหว่างที่เดินมาที่ห้องน้ำเขากำมันไว้นานจนอุ่นเลยล่ะ 

“น้องหลิวช่วยลองเครื่องสำอางใหม่ของบริษัทเฮียหน่อยได้ไหม” ตลับเงินวาวยื่นมาตรงหน้า เสี่ยวหลิวมองมันอย่างสนใจ ซุนไป่หานเป็นลูกเจ้าของบริษัทเครื่องสำอางชื่อดัง คงพกสินค้าตัวอย่างให้คนรู้จักที่ไว้ใจได้ทดลองเป็นประจำสินะ เด็กหนุ่มพยักหน้าให้ คนกันเอง ช่วย ๆ กันไป เขาอยากกลับไปดื่มเหล้า เหล้าที่อยู่บนโต๊ะยังมีอีกหลายขวด มือเรียวกำลังจะรับมาเปิดดู แต่คนตรงหน้าดึงกลับไปเสียก่อน 

“เฮียจะให้หลิวลองไม่ใช่เหรอครับ” เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว ปกติไม่ได้ทำกิริยาเสียมารยาทแบบนี้เท่าไหร่ ความอดทนต่ำเหมือนกับสติที่เริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว 

“ใช่ ๆ ให้เราลองเนี่ยแหละ แต่เดี๋ยวเฮียทาให้” นิ้วยาวเปิดตลับออก ในนั้นบรรจุฝุ่นผงอัดแท่งเอาไว้ เป็นสีออกแดงอมชมพู ซุนไป่หานใช้นิ้วตัวเองจิ้มลงไป สีฝุ่นที่ทำแบบพิเศษชนิดติดทนนานและกันน้ำอยู่บนปลายนิ้ว จากนั้นก็ดันเสี่ยวหลิวให้ชิดติดกำแพง ซึ่งคนตัวเล็กกว่าก็ไม่ได้ปฎิเสธอะไร ดีเหมือนกัน เขาเองก็รู้สึกเวียนหัวอยู่พอดี

สัมผัสตรงที่ต้นคอหนัก ๆ ทำให้ต้องสะดุ้ง เฮียหานเอานิ้วที่ติดสีป้ายวนไปมา เหมือนกับกำลังทายาให้ บางจุดเน้นย้ำหลายครั้ง  แถมยังใช้นิ้วโป้งมาช่วยบีบราวกับว่าจะให้มันฝังลงไปถึงเส้นเลือดข้างใต้  

เสี่ยวหลิวที่โดนฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หายใจติดขัดเล็กน้อย ไม่เคยมีใครสัมผัสตรงต้นคอเขามาก่อน พอโดนแบบนี้ก็รู้สึกร้อน… บอกไม่ถูกเหมือนกัน

“อือ เฮีย” เสี่ยวหลิวพยายามเอียงคอหลบ ไม่ชอบให้สัมผัสแบบนี้เลย ผิวตรงส่วนนั้นเขาอ่อนไหว นี่มันเครื่องสำอางประเภทไหน ทำไมต้องมาแต้มที่คอด้วย

ซุนไป่หานได้ยินเสียงครางเบาก็หวั่น ๆ ในอก พยายามไม่สนใจร่างยั่วยวนที่พิงผนังห้องน้ำ เสี่ยวหลิวหลับตาแน่นนั่นทำให้ต้องจินตนาการไปไกล แต่โชคดีที่ซุนไป่หานคนนี้ยังเป็นคนดีมีศีลธรรมไม่คิดเอาเมียเพื่อนมาเป็นเมียตัวเอง เขาเห็นว่าอีกคนใกล้จะทนไม่ไหวเลยรีบเลื่อนตำแหน่งมายังไหปลาร้า ทาวน ๆ ลงไปสองจุด จากนั้นก็ตรงหน้าอกที่โผล่พ้นเสื้อสีขาวเป็นจุดสุดท้าย  

เสร็จเรียบร้อย !    

“เฮียทาอะไรให้หลิว...” หันไปมองกระจกห้องน้ำ ลำคอขาวจนถึงแผ่นอกมีจุดสีแดงเข้มสลับอ่อน ทั้งใหญ่และเล็กปะปนกันไป ซุนไป่หานเก็บตลับเครื่องสำอางลงกระเป๋ากางเกง ภารกิจครั้งนี้ไม่ง่ายเลย ถึงกับต้องปาดเหงื่อทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องน้ำยังทำงานอยู่

“เป็นบลัชออนแบบใหม่น่ะ”

“แล้วทำไมไม่ทาที่แก้มล่ะครับ” ทาที่คอเขาเป็นลายพร้อยเลย อย่างกับ...อย่างกับโดนใครจูบมา 

ซุนไป่หานเตรียมคำตอบมาแล้ว พูดไปด้วยท่าทีสบาย ๆ “สีนี้เหมาะกับคนที่ผิวขาวมาก ๆ ไว้ออกงานแสดงละคร เฮียเห็นว่าคอเราเป็นตำแหน่งที่ขาวที่สุด ก็เลยลองทาลงไป สวยใช้ได้เลยนะเนี่ย” ชื่นชมฝีมือทำรอยคิสมาส์กของตน เขาฝึกทาที่ต้นขาตัวเองมาหลายวัน เกลี่ยให้ได้แพทเทิร์นที่สมจริงที่สุด จะเรียกเข้าว่าเทพเจ้าแห่งการทำคิสมาส์กซุนไป่หานก็ได้ บางที่เขาควรจะสร้างรูปปั้นตัวเองไว้ให้คู่รักหนุ่มสาวบูชาที่ศาลเจ้า

เสี่ยวหลิวลูบต้นคอตัวเอง มันก็สวยอย่างที่เฮียว่า แต่มันเป็นแบบที่พวกผู้หญิงชอบกัน สีจัดเกินไปไม่เหมาะกับผู้ชายอย่างเขา ว่าแล้วก็ลบออกก่อนกลับเข้าไปในงานดีกว่า กำลังเอื้อมมือไปเอาน้ำจากก๊อกมาเช็ด ซุนไป่หานซึ่งเงี่ยหูฟังเสียงจากด้านนอกอยู่ก่อนแล้วได้ยินเสียงพูดคุยของกลุ่มคนคุ้นเคย ก็รู้ได้ทันทีว่าเป้าหมายมาถึงจนได้ เขาสวดมนต์ในใจ จากนั้นจับไหล่เสี่ยวหลิวให้กลับมายืนชิดติดกำแพงเหมือนเดิม มือใหญ่ถกเสื้อตัวขาวออกจากกางเกงยีนส์ เลื่อนกลับไปที่ไหล่ ขยับเข้าไปใกล้จนเหลือช่องว่างเล็ก ๆ ไว้ให้มีเพียงลมหายใจแทรกผ่าน 

“ขอโทษนะ” เอ่ยเสียงเบา ถึงต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงาม ซุนไป่หานผู้นี้จะยอมเสียสละตัวเองเพื่อบำเพ็ญบุญกุศลครั้งใหญ่ ใบหน้าคมขยับเอียงทำมุมองศากับซอกคอที่มีรอยจากฝีมือตน

ก่อนที่เสี่ยวหลิวจะได้เอ่ยถามอะไรออกไป ประตูห้องน้ำก็เปิดออก กลุ่มคนที่มาใหม่เพียงก้าวเท้าเข้ามาไม่เกินสามก้าวต่างก็ยืนนิ่งค้าง มองร่างสองร่างที่กำลังแนบชิดติดพนัง สภาพล่อแหลมจนน่าตกใจ

คนที่อยู่หน้าสุดคือหวังหย่งเหวิน ถัดไปคือเพื่อนพ้องและเทียนฉีซึ่งตอนแรกทำหน้าที่เฝ้าอยู่ข้างนอก 

“คุณเสี่ยวหลิว ! ” ผู้ติดตามหนุ่มแปลกใจอยู่หรอกว่าทำไมซ้อใหญ่ถึงเข้าไปทำธุระส่วนตัวนานกว่าปกติ เขาไม่คิดเลยว่าคนที่เดินยิ้มให้ก่อนหน้านี้จะกล้าล่วงเกินคนตัวเล็ก เพื่อนสามีแท้ ๆ รู้หน้าไม่รู้ใจ !  กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว  

ซุนไป่หานเงยหน้าขึ้นมา มือปล่อยจากไหล่เล็ก ถอยห่างเล็กน้อยแสร้งทำหน้าตกใจ เขาเห็นเพื่อนสามคนยืนอยู่ด้านหลังใจก็ชื่นขึ้นมาเล็กน้อย หวังว่าพวกมันจะช่วยเขาได้ ทว่าพอสายตาสบเข้ากับร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหน้าสุด ใบหน้าพลันซีดลงแทบไร้สีเลือด

เทียนฉีที่กำหมัดแน่นอยู่พุ่งตัวออกไปหวังจะปกป้องผู้เป็นนาย ทว่าก็ช้ากว่าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี หวังหย่งเหวินเป็นฝ่ายที่ไปถึงตัวเสี่ยวหลิวก่อนอย่างเหนือความคาดหมาย คว้าไหล่คนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน ก่อนจะปล่อยหมัดแข็งเหมือนเหล็กกระแทกเข้าสันกรามซุนไป่หานอย่างแรง

“ไอ้ชาติหมา ! ” เสียงล้มในห้องน้ำดังสนั่นพร้อมกับเสียงตะโกนราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน ร่างของเพื่อนสนิทล้มลงเหมือนต้นไม้ที่ถูกโค่นโดยขวานสุดท้าย ชายหนุ่มพยายามจะยันตัวขึ้นจากพื้น แต่เพียงไม่กี่วิก็ทนความเจ็บปวดที่เล่นงานไปทั้งซีกหน้าไม่ไหว ซุนไป่หานสลบไปภายในหมัดเดียว เลือดไหลออกมาจากจุดที่โดนกระแทก

“ไอ้หาน ! ” สามเกลอที่ไม่ทันตั้งตัวถลาเข้าไปหาเพื่อนตัวเอง เมื่อกี้พวกเขาไม่คิดว่าหวังหย่งเหวินที่ยืนเงียบจู่ ๆ ก็พุ่งตัวออกไปเร็วแบบนั้น ไม่มีใครตั้งสติได้ทันพอที่จะห้ามเอาไว้ 

“เอาไอ้เวรนี่ออกไป ! ” 

เสี่ยวหลิวไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ได้ยินเสียงคนล้มแล้วก็ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย เขามาเข้าห้องน้ำ เจอกับซุนไป่หาน อีกฝ่ายให้ลองเครื่องสำอางที่คอ จากนั้นก็สะดุดคว้าเขาไว้เป็นหลักยึด สามีกับเพื่อนโผล่เข้ามา แล้วก็โดนคว้าตัวเข้าไปกอด ใบหน้าซุกอยู่กับอกหนาที่กระเพื่อมไปด้วยแรงอารมณ์

ผู้ร่วมแผนการที่ยังอยู่รอดปลอดภัยช่วยกันเอากระดาษทิชชู่ในห้องน้ำซับเลือดบนใบหน้าผู้เคราะห์ร้าย พวกเขาไม่มีเวลาจะมาเฉลยความจริงอะไรนั่นหรอก ‘ล้อเล่นน่า ! ’ งั้นเหรอ แต่คนที่โกรธจนตัวสั่นคงจะล้อเล่นด้วยหรอก หมัดที่ปล่อยออกมานั่นของจริง เลือดที่ออกมาก็ของจริง ! พวกเขารีบจัดการหามปีกคนละข้าง ส่วนคนที่สามก็วิ่งไปเอารถยนต์เตรียมส่งเพื่อนไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด 

“คุณเสี่ยวหลิวเป็นอะไรไหมครับ” เทียนฉีเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง ยังไม่ทันแตะตัวหวังหย่งเหวินก็ปัดมือออก สายตาที่มองมาเย็นเฉียบ แขนขวายังโอบเอวภรรยาไว้แน่น และยิ่งแน่นขึ้นไปอีกเมื่อภรรยาเริ่มต่อต้านด้วยการดิ้นไปมา 

“ปล่อย” ปล่อยเขาเดี่ยวนี้ ! จู่ ๆ มากอดทำไม เมื่อคืนก่อนยังผลักเขาตกเตียงอยู่เลย กำลังเมาอยู่ใช่ไหมตอนนี้ ? แล้วคนอื่นหายไปไหนกัน จู่ ๆ ก็เงียบเหมือนมีคนกดปิดเสียงลำโพง เสี่ยวหลิวพยายามยกใบหน้าขึ้นแต่ก็โดนมืออีกข้างจับกดศีรษะเอาไว้ 

“อยู่นิ่ง ๆ ! ” คนอุตส่าห์ช่วยเหลือขอบคุณยังไม่มี นี่ยังขยับตัวไปมาให้หงุดหงิดอีก  โดนดุแบบจริงจังเสี่ยวหลิวก็ค่อย ๆ ผ่อนแรงลง มือกำแน่น หวังหย่งเหวินคนใจร้าย ชอบดุเขา แต่พรุ่งนี้เฮียก็จะดุไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะว่าเขาจะหย่า !

“เทียนฉี นายเป็นผู้ติดตามประสาอะไร ถึงปล่อยให้เจ้านายโดนลวนลามแบบนี้ได้” เขาโคตรจะหัวเสีย รู้สึกอึดอัด อยากจะหาที่ระบายอารมณ์ ไอ้เทียนฉี ไอ้ลูกน้องไร้น้ำยาเอ้ย นี่ม๊าให้คนแบบนี้มาดูแลเสี่ยวหลิวงั้นเหรอ ? 

หวังหย่งเหวินเพิ่งจะโดนตีท้ายครัวของจริง พอเปิดประตูเข้ามาเจอภาพเพื่อนสนิทกำลังเอาหน้าซุกอยู่ที่ซอกคอคนตัวเล็ก ร่างกายเขาเย็นเฉียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จากนั้นก็เหมือนมีความร้อนแล่นจากปลายเท้าขึ้นสู่ศรีษะอีกครั้ง ตัวของเขาพุ่งออกไปตามสัญชาติญาณ หมัดที่ปล่อยออกไปก็ถูกสั่งจากสมองโดยอัตโนมัติ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากช่วยภรรยาของตัวเอง 

“ผมขอโทษครับคุณหย่งเหวิน” คนบกพร่องในหน้าที่ก้มหน้าเงียบ ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้ ค่ำคืนนี้เขาจะตบหน้าตัวเองจนกว่าเลือดจะออกจากปาก เป็นการลงโทษที่ทำให้คุณเสี่ยวหลิวตกอยู่ในอันตราย

“ขอโทษงั้นเหรอ ? ฉันว่านายลาออกไปเสียดีกว่า ถ้าฉันไม่เอะใจว่าทำไมพวกเขาถึงหายไปตั้งนานแล้วตัดสินใจเดินมาที่นี่ นายคิดว่าตัวเองจะรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไหม ! ” ตะโกนจนเส้นเอ็นขึ้นที่ลำคอ เสียงของหวังหย่งเหวินดังเหมือนฟ้าผ่าหลาย ๆ ครั้งติดต่อกัน ทำเอาเสี่ยวหลิวต้องร้องออกมา 

“ช่วยพูดเบา ๆ หน่อยได้ไหม ? ตะโกนอยู่ได้หูจะแตกแล้ว แล้วนี่เฮียดุเทียนฉีทำไม หยุดว่าคนของหลิวนะ” เสี่ยวหลิวเริ่มดิ้นอีกครั้ง ดิ้นแรงแถมยังทุบเขาอีก จนหวังหย่งเหวินต้องยอมคลายอ้อมแขน แต่นั่นกลับทำให้เรื่องทุกอย่างเลวร้ายเข้าไปใหญ่ เมื่อดวงตาคมสังเกตเห็นรอยแดงที่ปรากฎบนลำคอ ไหปราร้า และแผ่นอกขาวเนียนซึ่งโผล่พ้นออกมาจากเสื้อผ้าที่หลุดรุ่ย 

เหมือนว่ามีเมฆสีดำกลุ่มหนึ่งก่อตัวขึ้นในห้องน้ำ บรรยากาศดำดิ่งสู่ห้วงเหวที่ลึกกว่าเดิม

เทียนฉียืนก้มหน้านิ่ง ยืนฟังเสียงเจ้านายที่พยายามช่วยเขาแล้วก็อยากร้องไห้ออกมา เขาเพิ่งบอกกับหวังไป๋ลี่ว่าจะปกป้องซ้อใหญ่ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเขาเองที่กำลังถูกปกป้อง น่าละอายจริง ๆ 

“มองอะไร” เห็นอีกคนจ้องตาไม่กระพริบ ใบหน้าเคร่งเครียดแถมคิ้วยังขมวดกันแทบเป็นปม มีปัญหาอะไรกับเขาก็พูดออกมาสิ

“รอย” เสียงพึมพำทำให้เสี่ยวหลิวยกมือขึ้นจับ หันไปมองกระจกแล้วก็ต้องร้องอ๋อในใจ

“รอยมันทำไม ก็สวยดีนี่ เฮียหานทำให้” ให้เขาลองใช้เครื่องสำอางของบริษัทระดับพรีเมี่ยม สีแดงอมชมพูตัดกับผิวขาวของเขาอย่างชัดเจน มันคงจะดูโดดเด่นมากถ้าไปอยู่บนแก้มของหญิงสาวที่น่ารักทั้งหลาย  ประโยคที่เสี่ยวหลิวพูดออกมานั้นทำเอาคนเป็นสามีนิ่งค้างไปหลายวินาที

สวยดีงั้นเหรอ ? 

รอยจูบที่เกิดจากปากผู้ชายที่ไม่ใช่ฉันน่ะนะ ?

นายคิดได้ยังไงกัน เสี่ยวหลิว...

“นายยอมให้มันทำงั้นเหรอ” ถามด้วยน้ำเสียงเย็น รู้สึกเจ็บตรงหน้าอกขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ 

เสี่ยวหลิวทำสีหน้าหงุดหงิด ก่อนจะตอบกลับไป “ก็ใช่น่ะสิ หลิวอยากลอง” อยากลองสีเครื่องสำอางนั่น 

“เสี่ยวหลิว ! ”

หวังหย่งเหวินพูดไม่ออก กับคำพูดที่ตรงไปตรงมาทำให้เขาต้องโมโหขึ้นเสียงใส่ เทียนฉีเห็นผู้เป็นนายมีทีท่าว่าจะลำบากก็อยากเข้าไปช่วย ติดอยู่ที่เขาเพิ่งจะทำผิดมหันต์ไป เขาก้าวขาไม่ออก หวังหย่งเหวินเพิ่งจะช่วยภรรยาของตัวเองจากเพื่อนโรคจิต ที่สามีคนนี้ทำอยู่ก็คือความเป็นห่วงใช่หรือไม่ ?  กับการทำร้ายเสี่ยวหลิววันนั้นอาจจะแค่พลั้งเผลอด้วยความไม่ตั้งใจ ก็ดูแววตาของหย่งเหวินสิ ความหวงแหนฉายชัด ขยี้ตาก็ยังเห็นว่าเป็นเช่นนั้น จะเกลียดเสี่ยวหลิวจนทำร้ายได้ลงคอจริงเหรอ

ร่างสูงแทบจะหอบภรรยาตัวเองออกจากห้องน้ำ ขายาวก้าวเร็วจนต้องรีบเร่งฝีเท้าให้ทัน ไหล่ก็โดนจับไว้แน่น นี่เขาเมาอยู่นะ ทรงตัวก็แทบไม่อยู่ สามีเขาช่วยอย่าทำตัวหยาบคายแบบนี้จะได้ไหม !

พอถึงลิฟต์ส่วนตัวก็ใช้คีย์การ์ดแตะเข้าไป ในใจมีแต่ควันที่พร้อมจะพวยพุ่งออกมาทุกเมื่อ ทันทีที่ประตูปิดลง หวังหย่งเหวินก็กดไปที่ชั้นบนสุด แสงไฟสว่างวาบเลขชั้นที่ 68 








---------------------------------------------

มาแย้วววววววววววววววววววววววววววววววว ขอโทษที่ให้รอกันนะคะ ตอนนี้ที่จริงแต่งไปแล้ว 13 หน้า แต่ต้องลบแต่งใหม่หมด55555 เพราะมีปัญหาเรื่องการดำเนินเรื่อง เลยกินเวลามานานนิดนึง ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามนะคะ ทุกกำลังใจด้วย เราอ่านทุกเมนท์เลย ดีใจมากที่ช่วยกันแสดงความคิดเห็นนะคะ อยากรู้ความรู้สึกนักอ่านทุกคนเลย

ตอนนี้เป็นตอนที่แต่งยากอีกตอน เพราะเฮียมันใจแข็ง ต้องค่อยๆตะล่อมไป TT เพื่อน ๆ ก็เล่นพิเรนทร์จนได้เรื่อง ไม่รู้จะไปช่วยหรือไปหาความสนุก แต่ก็รับผลไปเต็มๆ 

ตอนหน้าก็รู้กันเนอะว่าโลเคชั่นที่ไหน เฮียจะทำอะไร น้องหลิวจะเป็นยังไง ต้องรอกันก่อนนะคะ55555 เสาร์อาทิตย์นี้ไม่อยู่ ไม่มีคอมม คำผิดตอนนี้น่าจะมี ตอนนี้ตาเบลอมาก ไว้เดี๋ยวกลับมาแก้น้า

ปล. มีข่าวดีมาแจ้งค่า นิยายเรื่องภรรยาที่ดีฯ กำลังอยู๋ในขั้นตอนดูสัญญากับสนพ.อยู่นะคะ มีแพลนทำรูปเล่มแน่นอนนค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเชียร์ด้วยนะคะ รักกกกกกก

ความคิดเห็น