หอหมื่นอักษร

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 25 ถกเถียงเรื่องตลาดร่วมฟู่ซื่อ

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 ถกเถียงเรื่องตลาดร่วมฟู่ซื่อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2561 15:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 ถกเถียงเรื่องตลาดร่วมฟู่ซื่อ
แบบอักษร

งานเลี้ยงหลวงผ่านไปหลายวันแล้ว  เสิ่นหนิงรู้เหตุการณ์คร่าวๆ ของงานเลี้ยงหลวงครั้งนั้นจากเสิ่นเจ๋อจิ้ง และรู้ว่าซั่งกวนฉางจื้อได้รับคำชมเชยเรื่องประลองขี่ม้าจากฉางไท่ฮ่องเต้ ถึงแม้จะรู้สึกอัดอั้น  แต่ก็ทำอะไรไม่ได้  นางอยากรู้ว่าซั่งกวนฉางจื้อทำอย่างไรจึงชนะการขี่ม้า แต่มดงานก็สืบไม่ได้  ช่างเถิด  ยังดีที่มดงานส่งข่าวมาว่า  คนนั้นได้ส่งเข้าบ้านเฉินซิวฉีแล้ว เสิ่นหนิงค่อยดีใจขึ้นมาบ้าง

 ซั่งกวนฉางจื้อได้รับคำชมเชยจากฉางไท่ฮ่องเต้  คนไม่น้อยมีความคิดในใจ  ซั่งกวนเฉิงโย่วองค์ชายรองเนื่องจากจะดองกับเสนาบดีกลาโหมปลายปี  ก็ไม่เดือดร้อนนัก นอกจากไม่ค่อยสบายใจบ้าง  นั่นยังดี ซั่งกวนหย่งผิงองค์ชายสามสีหน้าดูแย่มาก  แช่งด่าอยู่คนเดียวในวัง “ปล่อยให้เจ้าห้าชนะจนได้ ! ถ้ารู้แต่แรกว่าม้าซีเอี้ยนอ่อนขนาดนั้น ข้าขอไปประลองแล้ว ไม่แน่ว่าตอนนี้ข้าคงได้หน้าไปแล้ว...” ทั้งอิจฉาซั่งกวนฉางจื้อที่ชนะ ทั้งเสียดายที่ตัวเองไม่ได้ขอเข้าประลอง

  หลี่ผินที่อยู่ในวังก็ดีใจมาก ฉางไท่ฮ่องเต้เลือกป้ายนางติดต่อกันหลายวัน นางก็ปรนนิบัติอย่างใส่ใจ อ่อนโยนนุ่มนวลทั้งกาย ฉางไท่ฮ่องเต้ก็ชื่นชอบ

  ณ เรือนรับรองภายในกรมพิธีการทูต  ตรงกลางมีโต๊ะยาวหนึ่งตัว คนของต้าหย่งกับซีเอี้ยนสองแคว้นแบ่งนั่งสองฝั่ง ต่างฝ่ายต่างมีมารยาท  ดูไม่ออกแม้แต่นิดว่าพวกเขาเพิ่งกำลังถกเถียงเรื่องตลาดร่วมฟู่ซื่ออย่างหน้าดำหน้าแดง  แทบจะลงไม้ลงมือตีกัน

ความจริงตลาดร่วมฟู่ซื่อระหว่างต้าหย่งกับซีเอี้ยนมีอยู่นานแล้ว  รัชศกฉางไท่ปีแรกๆ ยังไม่มีหน่วยตรวจสอบตลาดร่วม  ระยะหลังตามการแข็งกล้าและการก่อกวนมากขึ้นของซีเอี้ยน  ฉางไท่ฮ่องเต้ยกเลิกหน่วยตรวจสอบตลาดร่วม  ทั้งปิดตลาดร่วมฟู่ซื่อที่อยู่บริเวณซีหนิงเต้า อี้ปาน  จนกระทั่งเกิดสงครามอี้ปาน ตลาดร่วมของต้าหย่งกับซีเอี้ยนก็ไม่เคยเปิดอีก  ปัจจุบันผ่านไปแปดปีกว่าแล้ว สถานการณ์สองแคว้นยิ่งวันยิ่งผ่อนคลาย การไปมาหาสู่ก็มากขึ้น  ทั้งสองแคว้นต่างต้องการเปิดตลาดร่วมใหม่  การถกเถียงไม่ใช่จะเปิดหรือไม่เปิดตลาดร่วมใหม่  แต่อยู่ที่จะต้องจัดตั้งอย่างไร  การซื้อขายของตลาดร่วมจะกำหนดอย่างไร

ฝั่งต้าหย่ง เฉียนถงซื่อ หงหลูซื่อชิงเป็นหัวหน้า มีเจียงเฉิงไห่ ฟู่ปู้ซื่อหลาง ฟางฉงเจ๋อเซ่าชิง หลี่ฉัวกับซั่งกวนฉางจื้อ หงหลูซื่อเฉิง  เส้นตายสุดท้ายของต้าหย่งคือตลาดร่วมฟู่ซื่อต้องเปิด แต่จะเปิดอย่างไร  จะต้องให้ต้าหย่งเป็นผู้กำหนด ! มิเช่นนั้นก็จะเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทำให้ซีเอี้ยนได้รับผลประโยชน์มากกว่า ทำให้ซีเอี้ยนแข็งแกร่งมากขึ้นเปล่าๆ

ฝั่งซีเอี้ยน ก็มีการประชุมหารือของตัวเอง การเปิดตลาดร่วมฟู่ซื่อเป็นผลประโยชน์ของสองแคว้น  เป็นสิ่งที่มีมาแต่ก่อน ทำตามที่เคยเป็นก็พอแล้ว  ซีเอี้ยนตระเตรียมม้าดีให้ ต้าหย่งเตรียมเงินซื้อ ซีเอี้ยนใช้เงินนี้มาซื้อเข้าของต้าหย่ง  นี่ไม่ใช่เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่ายหรือ  ทำไมต้าหย่งต้องยืนกรานจะต้องให้ต้าหย่งเป็นผู้กำหนด นี่ไม่ใช่ความจริงใจในการเจรจากัน

ซั่งกวนฉางจื้อดูผิวเผินแค่เข้าร่วมเฉยๆ   แต่ความจริงเขาคิดอยู่ไม่น้อย ตลาดร่วมจะต้องตั้งอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์กับต้าหย่งมากขึ้น จวนองค์ชายห้าก็ไม่มีรูปแบบออกมา  เนื่องจากหลี่เข่ออันกับสวี่ซานซือชำนาญการวางแผนเต็มรูปแบบ  เรื่องเศรษฐกิจยังไม่มีวิธีใดที่จะทำให้ได้ผล

แต่เจียงเฉิงไห่รองเสนาบดีกระทรวงการคลังคิดมากว่านี้  ความหมายของซีเอี้ยนคือให้ทำตามแบบเมื่อก่อน เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน เมื่อก่อนซีเอี้ยนอาศัยเงินทองของต้าหย่งไปเปิดเหมืองแร่เหล็กขายเครื่องเหล็ก จึงได้ยิ่งวันยิ่งแข็งแกร่ง จนกลายเป็นคู่อริ แต่ถ้าใช้เงินไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรมาใช้แทนเงินเพื่อแลกเปลี่ยนม้ากับเครื่องเหล็กมาได้  เขาเป็นคนดูแลคลังของแคว้น  ไม่อยากจ่ายเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียวให้ซีเอี้ยน แต่จะใช้วิธีอะไรดี คิดกันจนหัวโตแล้ว

เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีรูปแบบใดๆ ที่จะใช้ได้  การประชุมเรื่องตลาดร่วมจึงยังยันกันอยู่  ถึงแม้แต่ละคนหัวใจเร่งร้อน  แต่ก็มีคนไม่เร่งร้อนด้วย กลุ่มซั่งกวนฉางจื้อทูตรองด้านรับรองพาคณะทูตกลุ่มซือหม่าเจิน เปิดฉากการเที่ยวเตร่กินดื่มเมืองหลวง  ชิมอาหารอร่อยๆ ของเมืองหลวง ทั้งชมทิวทัศน์”ฮวาชีหลิวจิน”ที่เลื่องชื่อในถนนสื่อฟู่  ระหว่างที่พวกซือหม่าจินกำลังเที่ยว สองแคว้นก็เปิดการเจรจาตลาดร่วมฟู่ซื่ออีกรอบ ก็ยังไม่มีผลสรุปอะไรออกมา  ได้ถกเถียงจนหน้าดำหน้าแดงอีกครั้งหนึ่ง  ในทางส่วนตัวกลุ่มเฉียนถงซื่อก็ประชุมหลายครั้งดื่มสุราไปไม่น้อย  ผมยังถูกเกาจนสั้นไปหลายเส้น ก็ยังตัดสินปัญหาเรื่องตลาดร่วมไม่ได้

เกี่ยวกับกรณีพิพาทตลาดร่วมของหงหลูเอี้ยน เสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อจิ้งก็รู้เหมือนกัน  เจียงเฉิงไห่ฮู่ปู้ซื่หลางสนิทสนมกับเสิ่นหวาซั่นมาก  สองคนมักดื่มสุราด้วยกันเองบ่อยๆ   โดยเฉพาะระยะนี้เจียงเฉิงไห่จิตใจกลัดกลุ้ม  มาหาเสิ่นหวาซั่นบ่อยขึ้น  ก็ย่อมรู้ว่าเรื่องตลาดร่วมยังไม่ไปไหน เสิ่นเจ๋อจิ้งมักไปหาเสิ่นหวาซั่นเพื่อรายงานหาข้อชี้แนะ  ย่อมต้องรู้เรื่องนี้ด้วย

“ตลาดร่วมฟู่ซื่อรึ” คืนนี้  เสิ่นเจ๋อจิ้งก็คุยกับเสิ่ยหนิงเรื่องนี้ด้วย  ก็ไม่ใช่ว่าจะให้เสิ่นหนิงหาวีธีอะไร แต่ไม่รู้ทำไม  ก็คุยกันถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

 ที่แท้คณะทูตอยู่เมืองหลวงยาวนานก็เพราะเรื่องตลาดร่วมนี้เอง  ชาติที่แล้วไม่เคยรับรู้ข่าวตลาดร่วม  ตอนหลังเกิดสงครามซีเอี้ยนกับต้าหย่งอีก จนกระทั่งซั่งกวนฉางจื้อครองราชย์  ตลาดร่วมที่ซีหนิงเต้าก็ยังคงปิดอยู่ ชาตินี้การประชุมเรื่องตลาดร่วมยังยันกันอยู่ คงจะยังไม่มีอะไรคืบหน้า  ไม่รู้ว่าซั่งกวนฉางจื้อมีแผนรับมืออย่างไร

เสิ่นหนิงคิดว่าซั่งกวนฉางจื้อจะต้องเรียกประชุมลูกน้องเพื่อหาแผนรับมือแน่นอน  เขาจะต้องใช้โอกาสที่ซีเอี้ยนมาต้าหย่งให้เป็นประโยชน์ ถึงแม้ได้รับคำชมเชยจากฉางไท่ฮ่องเต้แล้ว  แต่ต้องไม่ใช่เพียงแค่นี้  ไม่ได้ ข้าจะต้องแย่งเขาก่อน  คิดวิธีตลาดร่วม ไม่ให้เขาสร้างผลงานได้อีก

เสิ่นหนิงนอนพลิกไปมา  คิดหาวิธี  นึกถึงเรื่องชาติก่อนที่เกี่ยวกับซีเอี้ยน  ตลาดร่วมซีหนิงเต้าเป็นเส้นทางค้าขายของซีเอี้ยนกับต้าหย่ง  เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง   นางนึกถึงชาติก่อนเสิ่นเจ๋อหย่วนกับเสิ่นอวี๋หงไปซีหนิงเพื่อเปิดเส้นทางค้าขายซีหนิงซางลู่  ทรัพย์สมบัติตระกูลเสิ่นเกือบครึ่งกระจายหล่นหายไปบนเส้นทางซีหนิงซางเต้า ยังไม่ทันได้รับผลตอบแทนอะไรมาก  ก็เกิดเรื่องในรัชศกเจิ้งเจาปีที่สามเดือนเจ็ดแล้ว  เรื่องราวหลังจากนั้น  นางก็ไม่รู้อีก

ซีเอี้ยน ตลาดร่วม เส้นทางการค้าซีหนิง...

คืนนี้ เสิ่นหนิงหลับไม่สนิทนัก ตื่นเช้ามาหน้าตาจึงแลดูค่อนข้างย่ำแย่  ฉินฉีซูฮว่าสี่สาวใช้เด็กมาอยู่เรือนชิงจู๋ได้เดือนกว่าแล้ว  เป็นครั้งแรกที่เห็นเสิ่นหนิงหน้าตาหมองคล้ำ  ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เกรงจะทำอะไรผิดพลาด

เห็นท่าทางระแวดระวังของสาวใช้เด็กทั้งสี่ เสิ่นหนิงกลับหัวเราะ ข้าดูน่ากลัวนักหรือ หน้าตาดูสงบนิ่งลงไปตั้งเยอะ  นางคุยกับสาวใช้เด็ก รอชิวเกอกลับมา

ชิวเกอไปพบชิวอู๋  ถือโอกาสรับข่าวสารจากมดงาน รู้ว่าหลังจากตลาดร่วม เสิ่นหนิงให้พวกเขาคอยเฝ้าสังเกตคณะทูตว่าทำอะไรเป็นพิเศษบ้าง  เนื่องจากหลายวันมานี้คณะทูตเที่ยวเล่นอยู่ในเมืองหลวง  การสืบหาข่าวคราวทำได้ง่ายมาก  ไม่ได้เป็นที่สังเกตของคนอื่นมากนัก

การรายงานนั้น  มดงานเอ่ยถึงเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ คนซีเอี้ยนดื่มน้ำชามากทุกวัน  อากาศเมืองหลวงเดือนเก้านับว่าเย็นสบายแล้ว  แต่พวกเขาดูเหมือนยังกระหายน้ำมาก  วิธีดื่มชานั้นมิได้จิบเพียงเล็กน้อยแบบต้าหย่ง  แต่ดื่มแบบกรอกใส่ปาก  ไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องพิเศษหรือไม่

ในเวลาเดียวกัน  เหยียนซางก็รายงานเสิ่นเจ๋อหย่วน “ตั้งแต่คณะทูตซีเอี้ยนเข้ากรุง  การค้าขายของหลงจิ่งไจก็ดีขึ้นเป็นอันมาก โดยเฉพาะใบชาคุณภาพระดับกลางไปถึงล่าง ขายดีมาก “เสิ่นเจ๋อหย่วนฟังแล้วยิ้มเล็กน้อย เด็กเหยียนซางคนนี้ค้าขายมีฝีมือ  ทำงานก็รับผิดชอบเอาจริงเอาจัง  ถึงแม้อายุยังน้อย  เป็นต้นกล้าชั้นดี เหมาะที่จะฟูมฟักให้ก้าวหน้าต่อไป  เขารู้สึกขอบคุณเสิ่นอวี๋ซื่อด้วย

ขณะรายงานผลประกอบการทางธุรกิจให้เสิ่นหวาซั่น เสิ่นเจ๋อหย่วนเล่าสถานการณ์หลงจิ่งไจเวลานี้ด้วย ยังว่า “เมื่อก่อนไม่เคยรู้ว่าที่จริงคนซีเอี้ยนชอบดื่นชามากขนาดนี้  ถ้ารู้ก่อนจะเตรียมของให้มากกว่านี้ “  ไม่คิดว่าคนพูดไม่ได้ตั้งใจแต่คนฟังมีใจอยู่ เสิ่นหวาซั่นจับใจความได้นิ่งคิด  คนซีเอี้ยนชอบดื่มชา  ทำไมเมื่อก่อนไม่เคยได้ยินคนพูดนะ  ใช่แล้ว ไม่เคยได้ยินว่าคนซีเอี้ยนชอบดื่มชาเลย  หรือมีอะไรแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่

แต่สมองกลับตัน  ชั่วขณะนั้นเขากลับนึกไม่ออกว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่ข้างในแน่

เสิ่นหนิงก็กำลังครุ่นคิดรายงานของมดงาน  ดื่มชามากรึ  เรื่องนี้น่าจะไม่มีอะไรพิสดารนะ  ไม่เช่นนั้นขุนนางต้าหย่งก็น่าจะรู้กันแล้ว  ทำไมจนป่านนี้ยังไม่มีใครสนใจปัญหานี้อีก

 ที่เสิ่นหนิงยังไม่รู้คือ คนซีเอี้ยนนอกจากดื่มน้ำชามากแล้ว  ยังกินเนื้อมากมายด้วย  เทียบกับน้ำชาแล้ว  ปริมาณเนื้อที่กินยิ่งมหาศาล  หลายปีมานี้ต้าหย่งกับซีเอี้ยนเพิ่งฟึ้นฟูความสัมพันธ์ขุนนางไปมาหาสู่กัน  ไม่มีขุนนางคนไหนฉุกใจคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือ

เสิ่นหนิงหลับได้ไม่ดีมาหลายวันติดกันแล้ว ชุนเซี่ยชิวตงสี่สาวใช้ใหญ่เห็นแล้วก็กลุ้มใจ ถึงแม้ชิวเกอจะรู้ว่าเสิ่นหนิงกำลังกังวลเรื่องอะไร  แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้  ที่เหลือสามคนก็กำลังคิดว่าหรือเพราะอากาศกำลังเปลี่ยนเข้าฤดูใบไม่ร่วง  นอนไม่ได้กินดื่มไม่ดี  โดยเฉพาะเซี่ยสือ  พยายามอย่างเต็มที่ในห้องครัว ทำอะไรบางอย่างที่อร่อยอย่างสุดแรงเกิด  เพื่อให้เสิ่นหนิงอยากกินบ้าง

วันนี้  นางยกอาหารชนิดใหม่มาให้เสิ่นหนิงอย่างหนึ่ง  เป็นของที่นางใช้เวลาว่างหลายวันทำออกมา  เป็ดเคี่ยวใบชา  เซี่ยสือคีบอาหารพลางพูดพลางว่า “คุณหนู ลองชิมดู  เป็ดไม่มันเลย  เคี่ยวพร้อมใบชา  มันออกไปหมด...”  เสิ่นหนิงกำลังคิดเรื่องคนซีเอี้ยนชอบดื่มใบชา  พอได้ยินคำเซี่ยสือ ก็ถามว่า“ใบชา ใบชาอะไร ”

“ใบชาทำให้มันเป็ดหายหมดอย่างไรเล่าเจ้าคะ  อร่อยมากเลย ท่านลองชิมดู...”  เซี่ยสือเห็นเสิ่นหนิงเหมือนสนใจมาก รีบพูดทวนคำพูดนั้นอีกครั้ง  ยังพูดอีกสารพัดว่านางได้ลองแล้วได้ผลมากเลย  ให้เสิ่นหนิงกินมากหน่อย

ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง  ใบชาทำให้ความมันหายไปหมด  เป็นเช่นนี้เอง เสิ่นหนิงเข้าใจถึงนิสัยดื่มกินของคนซีเอี้ยนได้แล้ว และเข้าใจแล้วว่าทำไมความปั่นป่วนชายแดนเหนือทำให้ตลาดชาถูกปิดเมื่อชาติที่แล้ว  อีกไม่นานซีเอี้ยนกับต้าหย่งก็เกิดสงคราม

ทันใดนั้น นางบอกว่าชอบรายการอาหารนี้มาก  สั่งเซี่ยสือให้วันต่อมาทำอาหารนี้ให้เสิ่นอวี๋ซื่อ เสิ่นเจ๋อจิ้ง เสิ่นหวาซั่นสามคน ทั้งกำชับคนส่งอาหารพูดทวนคำที่เซี่ยสือพูด “ใบชาทำให้ความมันของเป็ดหายไปหมด อร่อยมากเลย...” กำชับว่าจะต้องให้ทั้งสามคนได้ยินให้ได้

  หลังจากนั้นก็รอผลต่อไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น