ซอมพอ✿

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านนิยายเรื่องนี้มากๆนะคะ แอบอ่านทุกคอมเม้นท์อยู่นะยู รักทุกคนน้า กิ้กิ้

ชื่อตอน : บทที่ 11 (1/?) บอก

คำค้น : อีโรติก บอส เลขา น้อง พี่ชาย แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.6k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2561 08:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 (1/?) บอก
แบบอักษร

11

                “อ้าว ริสา นั่นใครน่ะ?”

                เสียงเพื่อนบ้านที่เอ่ยทักทายตามประสาคนรู้จักทำเอาริสาที่กำลังจะเดินขึ้นรถถึงกับหยุดชะงัก ใบหน้าเจื่อนลงจำใจต้องหันกลับไป


                “เอ่อ...”

                คนตัวเล็กอึกอัก สถานการณ์ตรงหน้าเป็นอะไรที่หล่อนคาดไม่ถึง ทั้งที่เลือกออกจากบ้านแต่เช้าโดยที่ฟ้ายังแทบไม่สว่างเสียด้วยซ้ำ


                “แฟนหรอ? เราเห็นออกมาจากบ้านพร้อมกันเลยอ่ะ”สีหน้าสงสัยไม่เชิงละลาบละล้วงมากนัก แต่ที่ถามก็เพราะอยากรู้จักมากกว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อเบน เป็นเพื่อนบ้านริสาน่ะ”


                “...”

                ริสาเหลือบมองคนข้างกาย เจ้าของร่างสูงยังดูทรงภูมิในชุดสูทตัวเดิมที่ไม่ได้ซัก ใบหน้านั้นเคร่งขรึมมองคนร่างท้วมอย่างพิจารณา ท่าทีสนิทสนมของชายหนุ่มดูไม่ค่อยเข้าเบ้าจักภัทรเสียเท่าไหร่


                “ครับ”

                เขาทำเพียงแค่ตอบรับอย่างมีมรรยาท


                “แปลกใจเลยนะเนี่ยที่สามีแฟนแล้วอ่ะ แถมแฟนสา...ยังหล่อมากอ่ะ”

                คนตรงหน้าดูตื่นเต้นเสียจริงๆ เขายกนิ้วโป้งทั้งสองข้างให้เธอเพื่อยืนยัน เบนเป็นคนอารมณ์ดี แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเข้ากับคนง่ายขนาดนี้

                “ขอบคุณครับ”


                “...”

                เอ่อ...ริสาถึงกับหันขวับไปมองใบหน้าหล่อที่พูดได้อย่างไม่กระดากปากตัวเอง ใบหน้าของเขานิ่งเฉยราวกับได้ยินมาบ่อยเสียจนคุ้นเคย รอยยิ้มสุภาพของเขาทำเอาดูน่าคบหาขึ้นเป็นกอง ก่อนที่จะหุบลงเมื่อประโยคถัดไปของเบนดังขึ้น


                “แต่เมื่อตอนนั้นไม่ใช่คนนี้ที่เคยจีบป่ะ?”



                ริสารู้สึกได้ถึงบรรยากาศน่าอึดอัดที่ลอยละลิ่วอยู่ในชั้นบรรยากาศ จักภัทรกำลังขับรถโดยมีเธอเป็นผู้โดยสาร ใบหน้าของเขาราบเรียบและปราศจากเสียงพูดใด ริสาไม่ใช่คนที่เก็บความรู้สึกเก่งมากนัก ใช่ อย่างน้อยก็ตอนนี้ที่เธอไม่เข้าใจเขาเสียเลยทำให้ริสาต้องนั่งนิ่ง เมื่อคืนคล้ายกับว่าคนข้างๆกลับมาเป็นพี่ภัทร แต่ตอนนี้กลับดูห่างไกลจากคำนั้น


                “จะลงที่ไหน?”

                ริสาได้สติเมื่อเสียงทุ้มแหบพร่าถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของชายหนุ่มเอ่ยขึ้น เขาปรายตามองหล่อนเพียงครู่เดียว


                “ลงหน้าร้านกาแฟค่ะ”

                เธอพยายามทำตัวเป็นปกติและไม่คิดอะไรมาก ทั้งที่ตอนนี้คนข้างกายไม่มีอะไรปกติเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมเสียจนน่ากลัว


                “อืม...”

                ชายหนุ่มตอบรับ แต่รถยนต์กลับไม่มีทีท่าว่าจะชะลอแม้แต่น้อย จนในที่สุดรถหรูกับขับผ่านจุดหมายที่เธอคิดจะลง


                “คุณ! เลยแล้วค่ะ!”

                น้ำเสียงของริสาดูตกใจเมื่อจักภัทรไม่จอดให้ ใบหน้าราบเรียบยังเฉยชาขับต่อไป


                “เช้าอยู่เลย”


                “คะ?”

                คนหน้าหวานถึงกับขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใจความหมายสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ และดูเขาเองก็เหนื่อยกับการอธิบายให้เธอฟัง เธอเห็นเขาพ่นลมหายใจหนักออกมาและไม่ยอมพูดอะไรอีก


                เอี๊ยด!

                รถหรูราคาแพงระยับจอดในโซนผู้บริหารคนสำคัญ ด้านข้างว่างเพราะยังไม่ถูกจับจองเนื่องจากยังเป็นเวลาเช้า ริสากับจักภัทรมาถึงตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงดี


                “ให้สาลงไปก่อนแล้วบอสค่อยตามไปดีไหมคะ?”

                ข้อเสนอของเธอไม่ได้แย่แต่กลับทำให้ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความไม่พอใจ หล่อนแค่ไม่ต้องการให้คนอื่นเห็นตอนที่อยู่กับเขาอีก เพราะเรื่องราวหลังจากนั้นมันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่จากประสบการณ์ครั้งก่อน


                “บอส?”

                คนร่างสูงชะงักจากการดับเครื่องยนต์ มือข้างหนึ่งที่จับพวกมาลัยเปลี่ยนมาเป็นใช้นิ้วชี้เคาะเป็นจังหวะ สีหน้าของเขาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างที่ดูตึงเครียด


                ชายหนุ่มเหลือบมองใบหน้าเล็กนั่นแล้วก็ถอนหายใจพรืดยาวออกมา หล่อนเรียกเขาว่าบอส... พอมาถึงที่ทำงานปุ๊ปวิญญาณแม่เลขาสาวก็เข้าสิงทำเกินหน้าที่ไปอีก


                “บอสไม่เห็นด้วยหรอคะ?”

                น้ำเสียงของริสาเบาลงหลายส่วน หล่อนกวาดสายตามองใบหน้าคมคายอย่างระแวดระวัง ด้านข้างของเขาเหมือนกับสะท้อนร่องรอยความไม่พอใจจางๆเอาไว้


                “เปล่า ตามนั้น”

                นิ้วเรียวยาวของจักภัทรหยุดเคาะพวงมาลัย เขาเอื้อมมากระชากโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงแท่นแสร้งทำเป็นไม่สนใจเธออีก ที่จริงแล้วริสารู้ดีว่าเขาดูไม่พอใจเท่าไหร่แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ตอนแรกเธอลังเลที่จะถกเถียงกันเรื่องนี้ต่อ แต่ท่าทีของเขาก็คล้ายเป็นป้อมปราการที่เธอเองคงไม่กล้าเสี่ยงทลายเข้าไป


                “ค่ะ”

                ริสารับคำอย่างว่าง่าย หล่อนต้องการเลี่ยงพูดอะไรไม่เข้าหูบอสต่ออีก


                “อ้าว...”

                แต่พอลงมาจากรถของชายหนุ่มโดยที่ไม่ทันได้มองรอบด้านก็เจอเข้ากับพนักงานหนุ่มคนหนึ่งที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี


                “คุณภาพ”

                จะเรียกว่าพนักงานคนหนึ่งก็ไม่ผิดแต่ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะดีกรีของชายหนุ่มตรงหน้าเป็นถึงหัวหน้าแผนกโปรดักส์ที่ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมจนกลายเป็นหนึ่งในรายชื่อของบอร์ดบริหาร ที่สำคัญยังอายุห่างจากเธอไม่กี่ปีเสียด้วย


                “มาเช้าจังเลยนะครับ”

                เขาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มละไม แม้จะไม่ใช่คนที่มีเครื่องหน้าโดดเด่นแต่ทุกสิ่งที่เป็นเขากลับทำให้ชายหนุ่มดูดีอย่างน่าประหลาด


                “ค่ะ คุณภาพก็เหมือนกัน”ริสารู้สึกเหมือนกับตัวเองร้อนรุ่มไปหมดกับสถานการณ์ตรงหน้า มันชักจะเกินการควบคุมไปมากโข เธอไม่คิดเลยว่าจะเจอคุณภาพตรงนี้ ลืมนึกไปเสียสนิทว่าหัวหน้าหนุ่มคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องขยันทำงานและมาเช้าเพียงใด ที่สำคัญบริเวณนี้ยังเป็นที่จอดรถของเขาเสียด้วย


                “ถ้ายังไงเดินเข้าไปด้วยกันเลยไหมครับ?”

                คำกล่าวชวนของหัวหน้าทำเอาริสาดีใจเป็นที่สุด หากปกติเธอคงกล่าวปฏิเสธชายหนุ่มแต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป หล่อนไม่ต้องการอยู่ตรงนี้นานนักและยินดีเหลือเกินที่เขาไม่ได้ถามอะไรออกมา


                “ค่ะ”

                ริสาตอบรับแทบไม่คิด ชายหนุ่มยิ้มให้เธอ ท่าทางของเขาไม่ได้มีส่อไปในเชิงชู้สาวเลยแม้แต่นิด กลับกันดูให้เกียรติเสียจนริสาไม่หวาดกลัวเขาเหมือนกับผู้ชายคนอื่น หล่อนเดินไปพร้อมกับเขา


                “อ้าว คุณภัทร”

                ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะหยุดลงเมื่อได้ยินว่าเขาทักใครขึ้นมา ร่างสมส่วนในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่มีสูทพาดทับบ่าด้านข้างทำเอาจักภัทรดูไม่เหมือนบอสเสียเท่าไหร่ เขาดูเหมือนพวกเด็กเกเรที่พร้อมท้าตีต่อยด้วยใบหน้าเรียบเฉยนั่น ที่สำคัญคือเขากำลังทำเสียแผนไปหมดเลย! เธอนัดแนะกับเขาเป็นอย่างดีแต่ตอนนี้เขากลับลงมายืนจังก้าต่อหน้าเธอซะงั้น


จักภัทรกวาดสายตามามองที่ดวงหน้าสวยก่อนที่จะตวัดไปมองหัวหน้าแผนก

                “สวัสดีครับ”

                จำใจยกมือไหว้อย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่เป็นครั้งแรก รู้สึกหงุดหงิดที่เห็นร่างเล็กยืนแทบจะชิดแขนเสื้อชนกันแบบนั้น


                “เอ๊ะ นั่นรถคุณหรอครับ?”

                ทั้งหมดมองตามนิ้วที่ชี้ไปยังรถยุโรปสีขาวเคลือบเงาดูหรูหรา ใบหน้าสงสัยของคุณภาพทำเอาริสาเริ่มใจสั่น ผิดกับอีกคนที่ใบหน้าตายด้านไม่แสดงอาการอะไรเลย


                “รถผมเอง”

                เจ้าตัวตอบรับหน้าตาเฉย รอยยิ้มร้ายยกขึ้นเหลือบมองคนตัวเล็กที่มองเขาเสียตาค้าง


                “เมื่อกี้ผมเห็นคุณสาลงมาจาก...”


                “...”

                เงียบ

                บทสนทนาถึงกับโดนตัดจบไปในที่สุดเมื่อหัวหน้าแผนกไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากดวงตาที่เป็นประกายขึ้น เขามองชายหญิงสลับกันโดยเข้าใจอะไรมากขึ้นในทันที


                “คือสา...”

                หล่อนกำลังจะแก้ตัวแต่มือหยาบของจักภัทรกลับคว้าเข้าครอบครอง มือร้อนของเขาจับแนบสนิทกับมือของหล่อนโดยไม่ยอมปล่อยแม้ริสาจะพยายามบิดขืนก็ตาม เด็กเอาแต่ใจยังใช้นิ้วโป้งลูบไล้หลังฝ่ามือเธอหยอกล้อ ริสาตาโตมองการกระทำอันอุกอาจอย่างไม่เข้าใจ


                หากแต่รอยยิ้มร้ายกาจนั่นก็ยิ่งร้ายกาจไปอีกเมื่อเขาพูดออกมา...


                “ครับ ตามนั้น”

                ริสาถึงกับสะดุ้งอย่างตกใจ เดี๋ยวก่อนสิ! ตามนั้น ตามนั้น ตามนั้นอีกแล้ว! บอกเธอทีว่าตามนั้นของเขามันตามไหนกันแน่!


****************************************************

มาแล้วๆ มัวแต่ไปปั่นๆจนไม่รู้เลยว่าครบ1000แล้วจริงๆ

เย้ จุดพลุฉลองน้ำตาไหลพราก

ขอบคุณทุกคนมากนะคะ จากตอนเมื่อกี้คือแบบรีดนั่งปั่นเม้นท์ ไรท์ก็นั่งปั่นนิยายรัวเลย กลัวไม่มีลง 5555

อย่าโกธรเลยนะที่เรามาช้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น