Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 23 : ห่างได้ไหม [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 23 : ห่างได้ไหม [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2561 10:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 23 : ห่างได้ไหม [100%]
แบบอักษร

23

ห่างได้ไหม


ณ หอพัก

บ้าเอ๊ย..

ฉันสลัดคำพูดนั้นออกจากหัวไม่ได้เลย ทำยังไงดีเนี่ย แค่เห็นหน้าฉันก็หายเหนื่อยแล้วเนี่ยนะ.. ฮือ  อยู่ๆ ก็มาพูดแบบนั้นใส่กันจะให้ฉันทำยังไงต่อไปเล่า

Rrrrr

เสียงโทรศัพท์เรียกให้ฉันตื่นจากความคิดก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา เมื่อมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ก็ต้องพบกับความแปลกใจ

|| พี่เอส ||

หือ? พี่เอสเนี่ยนะ เขาโทรหาฉันทำไม

“สวัสดีค่ะ” ฉันกดรับสาย

[อบเชย อาทิตย์นี้ว่างหรือเปล่า]

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันไม่ได้ตอบไปทันทีเลยว่าว่างหรือไม่ว่าง เพราะอยากรู้ก่อนว่าเขาจะชวนฉันไปทำอะไรหรือไปไหน

[พี่ว่าจะชวนเราไปนิทรรศการที่คณะสถาปัตย์เขาจัด]

คำว่านิทรรศการนั่นจะไม่น่าสนใจเลยถ้าหากว่าไม่ใช่ของคณะนั้น... ฉันเคยบอกไปหรือยังว่าถ้าตัวเองไม่ได้มาเรียนวิศวะก็คงไปเรียนสถาปัตย์ อืม..ตอนมัธยมน่ะฉันชอบวาดรูปมากเลยนะ ฉะนั้นที่พี่เอสพูดมามันจึงน่าสนใจมากๆ เลยไง

“อืม..เวลาไหนคะ” ก็ถ้ามันตรงกับช่วงที่ฉันซ้อมก็คงไปไม่ได้หรอก

[สักเก้าโมงเช้าก็ได้น่าจะดีนะ]

“...” เก้าโมงเช้า...ไม่ตรงกับเวลาซ้อมของฉัน

[เดี๋ยวจะส่งภาพในงานบางส่วนไปให้ดูนะ เผื่อจะสนใจ]  เพียงเท่านั้นแจ้งเตือนโปรแกรมแชทก็เด้งขึ้นทันที เหมือนกับว่าปลายสายรอกดส่งอยู่แล้ว

ฉันกดคลิกเข้าไปดูอัลบัมภาพที่พี่เอสส่งมา ในนั้นมีประมาณสิบรูป..มีทั้งรูปโมเดลบ้าน ซุ้มการตกแต่งภายใน รวมถึงภาพวาดบางส่วน สารภาพเลยว่าฉันนั่งจ้องภาพเหล่านั้นอยู่นานมาก

[ว่ายังไงครับ เราจะไปด้วยไหม]

“พาเพื่อนไปด้วยได้ไหมคะ” ฉันกลับมาพูดกับคนปลายสายอีกครั้ง

[ได้ๆ]

“ถ้างั้น วันอาทิตย์เจอกันที่หน้างานเลยนะคะ”

หลังจากนั้นพี่เอสก็บอกว่าโอเค แล้วสายก็ถูกวางไปทิ้งฉันไว้กับรูปภาพสิบรูปในอัลบั้ม ฉันเลื่อนดูมันซ้ำๆ แล้วก็นึกในหัวไปด้วยว่าถ้าตัวเองเรียนอยู่นั่นจะเป็นยังไง อืม..

วันต่อมา

ถ้าถามว่าตั้งแต่เรียนมานี้ฉันไม่ถูกกับวิชาไหนมากที่สุด..ตอบเลยนะคะ เอาแบบไม่ลังเลคือนี่เลยค่ะ ‘แคลคูลัส’ จะไม่เรียนก็ไม่ได้เพราะมันเป็นวิชาบังคับที่นักศึกษาทุกคนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ต้องเจอ ไม่ว่าสาขาไหนก็ตาม พูดตรงๆ เลยนะคือเป็นวิชาที่อยากเห็นหน้าคนคิดฉิบหายเลย

จนฉันนี่อยากจะเดินออก ...ไม่ใช่ออกจากห้องนะ ออกจากมหาลัยเนี่ยแหละ ไม่รู้จะมาเรียนทำไม ไปนั่งโง่ๆ ช่วยแม่ขายของที่บ้านก็น่าจะดีแล้ว

หาวววว~

“อื้อหือ ใครตด..” ผู้เป็นเพื่อนที่นั่งด้านข้างพูดออกมาหลังจากที่ฉันหาวเมื่อครู่

“เวอร์ไป กูแปรงฟังอยู่” ฉันหันไปด่าพายอาร์ที่นั่งเรียนอยู่ด้วยกันพร้อมกับถอนหายใจใส่มันอย่างเบื่อหน่าย นี่วันนี้เหมือนฉันจะขี้เกียจไปหมดทุกอย่างเลยแฮะ

“เลิกคลาสไปกินปังเย็นกัน”

เนี่ย..ไม่ชวนไปส่องผู้ชายก็จะชวนไปหาอะไรกิน ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพักหลังๆ ตัวเองถึงได้อ้วนขึ้นขนาดนี้ สารอาหารที่กินเข้าไปมันไม่เคยจะต่อส่วนสูงเลยจริง เอามาออกข้างจนหมดเลย

“อืม” และใช่ ฉันควรโทษตัวเองด้วยที่ใจง่าย


หลังเลิกคลาส

ฉันรีบเก็บกระเป๋าของตัวเองทันทีเมื่อได้ยินอาจารย์สั่งเลิกคลาส ตอนนี้จิตใจฉันฝักใฝ่กับการกินปังเย็นมากๆ อากาศที่ร้อนแสนจะร้อนนี่เหมาะกับการทานอะไรแบบนั้นที่สุดแล้ว แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินลงจากตึกเรียนก็เจอร่างสูงเพรียวของผู้หญิงคนหนึ่งมายืนรอ

“เอ้า นั่นพี่หยาดนี่” พายอาร์ที่เดินตามลงมาเห็นเหมือนกันก็ยื่นหน้าเข้ามากระซิบ

“อือ รอแป๊บนึงนะ” ฉันหันหน้าไปบอกผู้เป็นเพื่อนก่อนจะเดินเข้าไปหารุ่นพี่สาวที่ยืนอยู่อีกไม่ไกล ใบหน้าเรียบนิ่งและดูซีเรียสนั่นทำให้ฉันรู้หวั่นใจนิดหน่อย ไม่กล้าทายว่าพี่เขาจะมาคุยเรื่องอะไร “เอ่อ สวัสดีค่ะพี่หยาด”

“อบเชย..”

“คะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ช่วงนี้เราได้อยู่กับแซคบ่อยหรือเปล่า” รุ่นพี่สาวถาม เธอไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางอะไรมากนัก นิ่งมากจนฉันฉันรู้สึกระแวง

“ก็ไม่ถึงขั้นบ่อยหรอกค่ะ” แต่ถึงจะไม่บ่อนแต่ฉันก็รู้สึกเบื่อหน้าพี่มันได้

“ถ้าพี่จะขออะไรอย่าง อบเชยทำได้ไหม”

อ่า..ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าเรื่องที่พี่หยาดขอจะเป็นเรื่องไม่ดีขนาดนี้นะ ไม่ดีจนฉันอยากจะตอบว่าไม่ได้ไปเสียตั้งแต่ยังไม่ฟังคำขอเลย

“อะไรคะ” แต่จะให้ปฏิเสธไปก่อนก็ดูจะเสียมารยาท

“ช่วยอยู่ห่างจากเขาได้หรือเปล่า”

ทันทีที่ได้ฟังคำขอนั้น ฉันก็นิ่งชะงักไปด้วยความตกใจ.. สาเหตุอะไรกันนะที่ทำให้รุ่นพี่ตรงหน้ามาขอในเรื่องแบบนี้กัน หรือว่าเธออาจจะสื่ออีกอย่างหนึ่ง

“หมายถึง..ให้ฉันอยู่ห่างจากพี่แซคน่ะเหรอคะ” ฉันเข้าใจถูกหรือเปล่านะ?

“ใช่ ช่วยเลิกติดต่อเลิกคุยไปเลยยิ่งดี” พี่หยาดขยายความให้ชัดเจนมากกว่าเดิม มันยิ่งยืนยันว่าสิ่งที่คิดในตอนแรกไม่ผิดไปจากที่รุ่นพี่สาวจะสื่อ

“ทำไมคะ” ฉันไม่เข้าใจจริงๆ

“หรือเธอชอบเขา?”

“เปล่าค่ะ ไม่..ม..ไม่ได้ชอบ..” ฉันตอบด้วยระดับเสียงที่แผ่วเบาราวกับว่าไม่มั่นใจในคำพูดของตัวเอง มือที่อยู่ข้างลำตัวค่อยๆ ประสานเข้าหากัน

“ถ้าไม่ได้ชอบก็ทำตามคำขอของพี่ได้ไหม”

พี่หยาดเป็นรุ่นพี่อีกคนที่ฉันรักและเคารพมาก เธอช่วยดูแลและเอาใจใส่ฉันตลอดเวลาที่ฝึกซ้อมหลีดด้วย เป็นรุ่นพี่ที่ฉันชอบมากอีกคนหนึ่ง ฉันสามารถช่วยพี่เขาได้ทุกเรื่องที่ทำได้ แต่วันนี้สิ่งที่เธอขอมันทำฉันรู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก เฮ้อ..ฉันต้องตัดสินใจสักที

“ค่ะ”

และสุดท้ายฉันก็รับปากไป พอเป็นเช่นนั้นฉันก็เห็นรอยยิ้มของพี่เขาประดับขึ้นบนใบหน้าสวยๆ เธอเดินเข้ามากอดฉันพร้อมกับเอ่ยปากขอบคุณ จากนั้นก็เดินออกไปกับกลุ่มรุ่นพี่คนอื่นๆ ที่ยืนรออยู่ด้านหน้าตึก

“มีอะไรเหรอมึง” หลังจากนั้นพายอาร์เดินเข้ามาหาฉันทันที  “พี่หยาดเขาคุยอะไรด้วย ทำไมดูหน้ามึงเครียดๆ”

“ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เรื่องซ้อม” ฉันเลือกจะโกหกออกไปก่อนจะปั้นหน้ายิ้ม “ไปกินปังเย็นกันเถอะ เอาร้านเดิมเพราะมันได้ท็อปปิ้งเยอะ”

“เออๆ งั้นไปกันเถอะ” พายอาร์ยอมเชื่อฉัน

ณ ร้านไอไลค์ (I Like)

เราสองคนพากันมาถึงร้านไอไลค์แล้วก็สั่งปังเย็นคาราเมล กับช็อคโทสต์มาอันละอย่าง พูดเลยนะว่าร้านนี้แอร์ก็เย็น บรรยากาศก็ดี ของกินก็อร่อย พนักงานบริการดี ดีจริงๆ ดีไปทุกอย่าง

ยกเว้นฉัน ตอนนี้ฉันคือสิ่งเดียวในร้านที่ไม่ดี

“เรียนหนักมากเหรอมึงน่ะ” เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดขึ้น จนฉันต้องเงยหน้าไปขมวดคิ้วใส่มัน “กูถามว่าเรียนหนักจนเบลอเหรอ? ดูมึงใจลอยๆ”

“เหรอ..สงสัยจะเบลอจริงๆ” ฉันพูดแล้วว่าหัวเราะพลางตักคุกกี้ที่วางอยู่หน้าของปังเย็นขึ้นมากิน รสชาติหวานของมันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย

“แต่กูว่าไม่..”

“อะไรของมึงเนี่ย” ฉันถอนหายใจใส่ผู้เป็นเพื่อน

“ก่อนหน้านั้นมึงก็ยังร่าเริงอยู่เลย แต่พอพี่หยาดมาคุยด้วยมึงกลับหงอยๆ ลง มึงบอกกูมานะว่าพี่หยาดคุยอะไรกับมึงอะ” ถึงพายอาร์มันจะดูบ้านิดๆ แต่เชื่อเหอะว่ามันเป็นคนที่ค่อนข้างฉลาดพอตัว

โกหกไปก็ไม่มีประโยชน์

“ไว้กูพร้อมกูจะเล่าให้ฟัง” ถ้าฉันบอกไปแบบนี้มันจะได้เลิกเซ้าซี้สักที ฉันเชื่อว่าเพื่อนต้องเข้าใจอยู่แล้ว

“อ่า..เคๆ แต่ถ้ามึงอยากเล่าต้องเล่ากูคนแรก ใจมะ” มันพูดจบก็ก้มลงไปกินโทสต์ตรงหน้าตัวเองต่อโดยไม่ได้สนใจอะไรฉันอีก มันดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือพายอาร์ไม่ทำให้ฉันหนักใจ

“นี่มึง กูถามอะไรหน่อยสิ” ฉันพูดขึ้น

“อ่าฮะ ถามมา” พายอาร์เงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน แต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดกับมันต่อคนเป็นเพื่อนก็ยกมือโบกไปมาเหมือนจะทักทายใครสักคนที่อยู่ด้านหลัง “อ้าวพี่แซคคค ทางนี้ค่า”

เฮือก!

ฉันสะดุ้งทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้นก่อนจะรีบหันหน้าไปยังทางประตูร้าน ปรากฏว่ามีร่างสูงของคนที่กล่าวถึงอยู่ตรงนั้นจริงด้วย ที่สำคัญก็คือเขากำลังเดินมาทางนี้

“กินอีกแล้วเหรอเอ๋อ เคยช่างน้ำหนักตัวบ้างไหม” เนี่ย..พอมาก็แซะเลย คนแบบนี้มันน่าหลีกเลี่ยงแบบไม่ต้องให้พี่หยาดมาบอกเลย...

หรือเปล่านะ? โอ๊ย! แล้วทำไมฉันจะต้องมาเถียงกับตัวเองด้วย

“นี่อบเชย พี่แซคมามึงเห็นไหมเนี่ย” พายอาร์สะกิดที่ขาของฉันผ่านปลายเท้าของมัน

“เออเห็น มาแล้วไงเล่า” ฉันตอบเพื่อนไปจากนั้นก็หันหน้าไปมองพี่แซคที่ตอนนี้นั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งขวามือของฉัน “แล้วนี่พี่มาได้ยังไงเนี่ย”

“ก็พายอาร์มันลงรูปแล้วเช็คอินว่าอยู่กับมึง”

คราวนี้ฉันหันกลับไปมองเพื่อนตัวดีทันที ซึ่งผลตอบรับที่ได้กลับมาก็คือมันส่งยิ้มแห้งๆ มาให้เท่านั้น หน็อย..จะลงอะไรก็ไม่เคยบอกสักคำ

‘ช่วยอยู่ห่างจากเขาได้หรือเปล่า’

“เดี๋ยวจะกลับแล้วหละ” ฉันว่าและก็หยิบเอาเงินจากกระเป๋าเป็นแบงค์ร้อยหนึ่งใบมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็พูดกับเพื่อนสนิท “อันนี้เงินค่าปังเย็น ทอนด้วยจะกลับแล้ว”

“อะ อ้าวเดี๋ยวสิอบ ยังกินไม่หมดเลย”

ฉันไม่สนใจเสียงของผู้เป็นเพื่อนแล้วลุกขึ้นจากเบาะที่นั่งเดินออกมาจากตัวร้าน ถ้ามีมาตราวัดจำนวนครั้งการถอนหายใจของฉันในวันนี้ มาตรานั้นก็คงจะพังไปแล้วแน่ๆ เพราะวันนี้มีเรื่องให้ฉันเหนื่อยใจจนต้องทำแบบนั้นอยู่หลายครั้ง ให้ตายสิ..ตอนแรกก็คิดว่ามันคงจะไม่ยากอะไรขนาดนั้น แต่พอได้ทำจริงๆ มันกลับรู้สึกอึดอัดใจไปหมด

ตึก! ตึก! ตึก!

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังขึ้นมาจากด้านหลัง ไม่นานข้อมือด้านซ้ายของฉันก็โดนใครบางคนเข้ามาจับดึงเอาไว้ทำให้ฉันเซถอยลงไปเล็กน้อย

“เอ๋อ จะไปไหน” คนที่ฉันกำลังหนีหน้าอยู่ตรงนี้แล้ว..

“ไป.เอ่อ กลับหอ” ฉันอ้ำอึงนิดหน่อยเพราะไม่ได้วางแผนไว้ว่าตัวเองจะไปไหน เมื่อกี๊ก็ทำเพียงเดินออกมาให้ห่างจากพี่แซคเท่านั้น

แต่ทำไมเขาถึงวิ่งเข้ามาหาฉันแบบนี้ล่ะ

“กลับยังไง ให้ไปส่งไหม”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะแวะทำธุระอย่างอื่นด้วย” ฉันตอบปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิด ก่อนจะดึงข้อมือตัวเองออกจากการจับกุมของอีกฝ่าย และก็รีบเดินหนีโดยเร็ว

“นี่เอ๋อ เดี๋ยวตอนเย็นจะโทรหานะ” เสียงของพี่แซคตะโกนไล่หลังมา

“ไม่ต้องหรอกพี่!” ฉันตอบกลับไปโดยไม่ได้หันหลังไปมอง สองขาก็รีบก้าวไปด้านหน้าให้เร็วมากขึ้น

เฮ้อ..ทำไมการอยู่ให้ห่างจากเขามันทำยากแบบนี้เนี่ย


Castle-G's Talk

ฮุ้ย ตัวมารเริ่มออกฤทธิ์แล้ววว

________________________________________________

Image result for junhoe ikon gif 2018

Image result for jennie blackpink gif

ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

อย่าลืมเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย

ติดตามได้ที่ Facebook : Castle-G | Twitter/IG : @castleglint


ความคิดเห็น