หอหมื่นอักษร

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 22 ตระเตรียมผู้มีฝีมือ

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 ตระเตรียมผู้มีฝีมือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2561 16:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 ตระเตรียมผู้มีฝีมือ
แบบอักษร

จนถึงสิ้นเดือนเจ็ด เสิ่นอวี๋ซื่อพาพวกเสิ่นหนิงไปร่วมงานเลี้ยงรองเสนาบดีกระทรวงโยธาตระกูลหยวนกับอธิบดีกระทรวงขุนนางตระกูลเฉิน กล่าวโดยรวมแล้ว งานเลี้ยงที่จัดของเหล่าฮูหยินขุนนางเมืองหลวงก็ใกล้เคียงกัน ฟังคณะละครขับร้อง กินอาหารอร่อยตามฤดูกาล จุดประสงค์หลักคือเชื่อมสัมพันธไมตรี เพิ่มความสัมพันธ์แต่ละตระกูล เสิ่นหนิงก็รู้จักเด็กสาวตระกูลอื่นหลายคน แต่ก็แค่เพียงผิวเผิน ไม่มีอะไรมาก อีกทั้งเสิ่นอวี๋ซื่อพักนี้เบื่ออาหาร เทียบเชิญที่ได้รับมาตระกูลเสิ่นล้วนตอบปฎิเสธไปหมด เสิ่นหนิงจึงรู้สึกสงบดี

จนถึงเดือนแปดวันที่หนึ่ง ได้ยินข่าวว่าเส้าฟู่ซื่อมาแจ้งกำหนดการหมั้นที่ตระกูลเฉิงแล้ว แต่คนตระกูลเสิ่นมิได้สนใจเรื่องนี้มากนัก กลับมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ทุกคนสนใจและยินดียิ่งกว่า

 ที่แท้เสิ่นอวี๋ซื่อตั้งครรภ์ได้ร่วมสองเดือนแล้ว! เสิ่นอวี๋ซื่อสามสิบกว่าแล้ว นางไม่คิดว่าจะตั้งครรภ์อีก แม้แต่หลานก็มีแล้ว เด็กที่คลอดมายังอายุน้อยกว่าหลานเสียอีก พอคิดๆแล้วชักรู้สึกเขิน

 เสิ่นเจ๋อจิ้งได้ยินข่าวก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่รู้สึกดีใจ อายุปูนนี้ ยังได้ลูกชายหรือลูกสาวจากภรรยาเอก แสดงว่าร่างกายยังแข็งแรง  พาให้หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสไปอีกหลายวัน แม้แต่ขุนนางกรมการสอบทุกคนยังรู้ว่าเหตุใดเขาจึงดีใจขนาดนี้ เสิ่นอวี๋ซื่อที่ให้ลูกชายหญิงภรรยาเอกเสิ่นเจ๋อจิ้งแล้วห้าคนก็ยังท้องอีก สมาชิกตระกูลเสิ่นช่างเจริญดีจริงๆ ขุนนางเมืองหลวงมีทั้งชื่นชม มีทั้งอิจฉาริษยา มีคนแอบถามเสิ่นเจ๋อจิ้งว่ามียาดีอะไร จนเขาพูดไม่ถูก

 นอกจากดีใจแล้ว เรื่องที่เสิ่นอวี๋ซื่อมีครรภ์แล้วยังนำผลกระทบอย่างอื่นมาสู่ตระกูลเสิ่น ถึงแม้เสิ่นอวี๋ซื่อเคยมีลูกหลายคนแล้ว แต่อายุไม่น้อยแล้ว การบำรุงครรภ์จึงเป็นเรื่องสำคัญสุด ดังนั้นงานดูแลบ้านโดยส่วนใหญ่จึงให้เสิ่นอันซื่อรับช่วงต่อ มีเสิ่นหูซื่อคอยช่วยเหลือ นอกเสียจากว่ามีเรื่องสำคัญที่เสิ่นอวี๋ซื่อต้องตัดสินใจ นอกนั้นพวกนางทำเองได้หมด ยังดีว่าชิ่งเต๋ออายุหลายเดือนแล้ว เสิ่นอันซื่อยังรับได้ไหว

พวกเสิ่นอวี๋หงกับเสิ่นหนิงได้ข่าวว่าตัวเองจะมีพี่น้องชายหรือพี่น้องสาวเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง ต่างก็ดีอกดีใจ โดยเฉพาะเสิ่นหนิง หลังจากดีใจก็หนักใจ ชาติที่แล้วเสิ่นอวี๋ซื่อไม่ได้คลอดอีก นี่เป็นการบอกให้รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงได้ปรากฏแล้วใช่หรือไม่? แล้วเสิ่นอวี๋ซื่อตั้งครรภ์คราวนี้จะปลอดภัยดีหรือไม่?

ดังนั้นจำนวนครั้งที่เสิ่นหนิงวิ่งไปเหอหมิงเชียนจึงถี่ขึ้นอีก กลางวันเดินเล่นคุยเล่นกับเสิ่นอวี๋ซื่อ กลางคืนปรนนิบัติเสิ่นเจ๋อจิ้ง ด้านมดงานก็ไม่มีข่าวคราวอะไรมา วันเวลาผ่านไปอย่างมีคุณภาพ

งานบ้านชิ้นแรกที่เสิ่นอันซื่อรับมาก็คือ เพิ่มคนรับใช้สาวใช้ให้บ้านตระกูลเสิ่น เรื่องนี้อันที่จริงแล้วเสิ่นอวี๋ซื่อต้องทำนานแล้ว ตั้งแต่เสิ่นเจ๋อจิ้งมาอยู่เมืองหลวง มีพวกคนใช้ที่ออกไปเพราะเจ็บป่วยหรือแก่ชรามากแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงต้องเพิ่มคนทำงาน เรื่องนี้นางได้สั่งให้หยาผอตระกูลเซี่ยที่อยู่ในเมืองหลวงคอยดูอยู่ก่อนแล้ว  รอจนถึงเวลานี้ค่อยจัดการ

เสิ่นอันซื่อเติบโตในจวนผู้ว่า เรื่องดูแลบ้านจึงคุ้นเคยยิ่งนัก ช่วงที่รับหน้าที่มาแรกๆ นางระมัดระวังมาก จึงไม่มีเรื่องผิดพลาดอะไร วันที่เซี่ยหยาผอพาคนรับใช้สาวใช้มา นางเชิญคนของแต่ละเรือนให้พวกเขามาคัดเลือกเอง จะได้ไม่เกิดความไม่พอใจ

เสิ่นอวี๋หงจำเรื่องที่เสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อจิ้งสั่งไว้ใส่ใจ คัดเลือกอย่างละเอียดรอบคอบ เลือกคนรับใช้ได้แปดคน  เป็นเด็กคล่องแคล่วว่องไว ล้วนแต่ทำสัญญาอยู่จนตาย ส่วนเสิ่นอันซื่อก็ได้รับคำสั่งจากเสิ่นเจ๋อจิ้งพ่อสามีว่า  ไม่ต้องยึดตามกฏระเบียบเดิม ให้เสิ่นอวี๋หงเลือกเอง ด้วยรู้ว่าคนพวกนี้ต้องมีงานสำคัญอื่น จึงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวมาก

ส่วนเสิ่นหวั่นปลายปีนี้ก็จะต้องแยกเรือนไปอยู่แล้ว จำเป็นต้องมีสาวใช้กับสาวใช้ชรา ดังนั้นเหออี๋เหนียงจึงเลือกสาวใช้อาวุโสสองคน สาวใช้เด็กๆ อีกสองคน สาวใช้ชราอีกสองคน เป็นไปตามแบบแผนของตระกูลเสิ่น

เนื่องจากเสิ่นอวี๋ซื่อมีครรภ์จึงไม่ได้เลือกคนใช้คนใหม่ เสิ่นมี่กับหลี่อี๋เหนียงต่างเลือกสาวใช้ชราคนละคน ทดแทนคนเดิมที่ขาดหายไปเพราะป่วยไข้

เสิ่นหนิงมีความคิดของตัวเอง ได้ขออนุญาตเป็นพิเศษกับเสิ่นอวี๋ซื่อว่านางขอสาวใช้เพิ่มอีกหลายคน เสิ่นอวี๋ซื่อตอบตกลง เสิ่นอันซื่อจึงแล้วแต่นาง

การคัดเลือกสาวใช้ของตระกูลชั้นสูงพิถีพิถันมาก เป็นการทดสอบสายตาของผู้เป็นนาย แววตาหลุกหลิกไม่รับ แต่งหน้าทาปากไม่รับ ไม่รู้หนังสือไม่รับ มีอาการป่วยไข้ไม่รับ...

แต่เสิ่นหนิงเป็นใครกัน ลูกสาวภรรยาเอกคนโตของเสิ่นเจ๋อจิ้งแห่งตระกูลอู่เยวี่ยเสิ่น อีกทั้งยังเป็นเจ้านายวังคุนหนิงอยู่สามปี เพียงครู่เดียวนางชี้ไม่กี่ที ก็มีสาวใช้เล็กห้าคนถูกเลือก อายุราวเจ็ดแปดปี ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติเป็นไปตามความต้องการของเสิ่นหนิง นางจึงพอใจมาก

ส่วนเสิ่นอันซื่อก็เลือกคนรับใช้ สาวใช้และสาวใช้ชราให้ตัวเองกับตระกูลเสิ่นอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งหมดยี่สิบกว่าคน ทำเอาเซี่ยหยาผอดีใจจนบอกไม่ถูก ตระกูลเสิ่นคัดคนทีเดียวเกือบห้าสิบคน เป็นการค้าขายรายใหญ่จริงๆ หลายปีมานี้ยังไม่เคยเจอขนาดนี้ ครั้งที่แล้วตอนที่เสนาบดีกลาโหมตระกูลเฉินเพิ่งมารับตำแหน่งโน่น  เซี่ยหยาผอถึงแม้พยายากลั้นยิ้มมากเพียงใด แต่ดวงตาก็ยังยิ้มดีใจจนตาหยี

ปกติบ้านหนึ่งจะไม่เพิ่มเติมคนทำงานครั้งเดียวมากมายขนาดนี้ แต่สภาพบ้านตระกูลเสิ่นพิเศษหน่อย คนที่เสิ่นอวี๋ซื่อจะใช้งานต้องมีเวลาค่อยๆสั่งสอนอบรม และคิดว่าต่อไปอีกหลายปีจะไม่ต้องเพิ่มคนอีก ทำให้เซี่ยหยาผอได้งานใหญ่ครั้งนี้

จากการที่เสิ่นเจ๋อเอี่ยนทำกิจการค้าขายได้ดี อีกทั้งเหยียนซางก็ช่วยได้มาก ดังนั้นการเลี้ยงบ่าวไพร่เพิ่มอีกห้าสิบกว่าคนไม่ได้เป็นปัญหา จากนั้นบ้านเสิ่นทุกคนต่างนำคนของตัวเองกลับไปสั่งสอนอบรม เสิ่นอวี๋หงเหลือไว้แต่ผู้ติดตามตัวเองแค่คนเดียว นอกนั้นถูกส่งอย่างลับๆไปอบรมยังที่อื่น  ส่วนทางด้านเสิ่นหนิง นางนำสาวใช้ห้าคนที่เลือกได้กลับมาเรือนชิงจู๋

นางแบ่งสาวใช้เล็กสี่คนให้ชุนเซี่ยชิวตงสี่คน ให้พวกนางต่างคนต่างอบรมสั่งสอนสิ่งที่เป็นหน้าที่ตัวเอง นับว่าเตรียมไว้สำหรับเป็นตัวสำรองจวีเจิ้ง จวีเหยียนต่อไป แล้วตั้งชื่อตามนามของพวกนางว่าชุนฉิน เซี่ยฉี ชิวซูและตงฮว่า เหลือคนที่เด็กสุด ซึ่งจะเป็นคนที่นางพาติดตัวไปด้วย นางยังไม่ได้ตั้งชื่อ เรียกแค่เสี่ยวอู่ นอกจากพวกชุนซือสี่สาวใช้ใหญ่แล้ว ก็ไม่ค่อยมีใครได้พบเห็นนาง รู้แต่เพียงว่าข้างกายเสิ่นหนิงมีเด็กชื่อเสี่ยวอู่

ผ่านไปไม่กี่วัน เสิ่นหนิงก็น้ำตาคลอ ไปแจ้งเสิ่นอวี๋ซื่อกับเสิ่นอันซื่อ ว่าเสี่ยวอู่เป็นโรคปัจจุบัน  ดูท่าทางจะไม่หายแล้ว ถือว่าคนเคยเป็นนายบ่าว ให้ชิวเกอส่งออกไปจากบ้าน รออีกสองวันคงสิ้นใจ พูดด้วยความเสียอกเสียใจ เสิ่นอวี๋ซื่อกับเสิ่นอันซื่อถึงแม้จะรู้สึกอับโชค แต่คิดว่านายบ่าวก็เป็นวาสนา ปลอบใจเสิ่นหนิงว่าไม่ต้องเสียใจจนเกินไป จนถึงวันที่สอง ก็มีข่าวมาว่าเสี่ยวอู่สิ้นใจแล้ว ทุกคนก็ถอนใจกันพักหนึ่ง แต่เนื่องจากไม่มีความคุ้นเคยกับเสี่ยวอู่แม้แต่นิด อีกไม่นาน ทุกคนก็ลืมไปว่าเสิ่นหนิงเคยมีสาวใช้เล็กข้างกายชื่อเสี่ยวอู่ รู้แต่ว่ามีสาวใช้ใหญ่ชุนเซี่ยชิวตงสี่คน กับสาวใช้เล็กฉินฉีซูฮว่าอีกสี่คน เท่านั้นเอง

“ส่งคนไปที่หน่วยมดงานแล้วหรือยัง” ภายในเรือนชิงจู๋ จันทร์กระจ่างราตรีเงียบสงัด สี่สาวใช้เล็กที่เพิ่งมาต่างกลับไปพักผ่อนแล้ว เสิ่นหนิงถอดเสื้อคลุมออก ค่อยถามชิวเกอ

“ใช่ พี่ชายบอกว่าอีกสองวันก็จะมีโอกาสส่งเข้าบ้านเฉินซิวฉี” ชิวเกอตอบ นายบ่าวสองวันนี้ก็ยุ่งอยู่แต่เรื่องนี้ ต่างเป็นกังวลเรื่องผลลัพธ์ พอเสิ่นหนิงถาม ชิวเกอก็รีบตอบทันที

ได้ยินคำตอบของชิวเกอ เสิ่นหนิงจึงค่อยวางใจหลับลงได้

ท่ามกลางความเงียบงันยามดึกสงัด ตระกูลเสิ่นกำลังมีความเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ ความเปลี่ยนแปลงนี้ ครั้งแรกเกิดจากความคิดที่อาจหาญของเสิ่นเจ๋อจิ้ง ระหว่างนั้นก็มีการตัดสินใจที่อาจหาญของเสิ่นหวาซั่น เวลานี้ได้ผ่านการบ่มเพาะและสั่งสมมาได้ระยะหนึ่ง พอมีรูปร่างหน้าตาที่เป็นจุดเริ่มต้นแล้ว นี่คือการก่อตั้งของหน่วยหรูหลิวชู่และการจัดวางกำลังคน

“ท่านพ่อ ทำแบบนี้ได้แน่หรือ คนของสถานสำนึกผิด...” ในห้องหนังสือของเสิ่นหวาซั่น  เสิ่นเจ๋อจิ้งทำหน้าสงสัย สงสัยว่าเรื่องนี้ทำได้แน่หรือ  ดึงคนในตระกูลกับบ่าวไพร่ส่วนหนึ่งออกมาจากสถานสำนึกผิด เป็นหน่วยปฎิบัติงานชุดแรกของหรูหลิวชู่  การกระทำนี้เสี่ยงอันตรายมากเกินไป  คนในสถานสำนึกผิด ล้วนเป็นเพราะทำความผิดหรือทำผิดระเบียบตระกูล จึงถูกเนรเทศเข้าไป หรูหลิวชู่ก็สำคัญมากขนาดนี้  น่าจะใจกล้ามากเกินไป

เสิ่นอวี๋หงก็ประหลาดใจกับวิธีการของผู้เป็นปู่  ปล่อยคนสถานสำนึกผิดออกมา ทำเช่นนี้ได้หรือ?

“คนเหล่านี้ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลเสิ่นชนิดแยกจากกันไม่ได้ คนในสถานสำนึกผิดมีสักกี่คนที่ไม่ใช่คนสำคัญของตระกูลหรือคนรับใช้ที่อยู่มาหลายชั่วอายุคน?  ไม่เช่นนั้นก็ขับไล่ออกจากตระกูลเสิ่นนานแล้ว หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า เพื่อปกป้องพวกเขาจึงไล่พวกเขาเข้าไปอยู่ในสถานสำนึกผิด อาจจะพูดได้ว่า พวกเขาถึงเป็นกองกำลังลับสุดยอดของตระกูลเสิ่น ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่มีเหตุผลทรยศตระกูลเสิ่น เจ้าลองดูนี่ก็จะรู้เอง” เสิ่นหวาซั่นอธิบายความสงสัยของเสิ่นเจิอจิ้งเล็กน้อย พลางยื่นกองเอกสารหนาเตอะให้เขาเล่มหนึ่ง  นี่เป็นสิ่งที่เขาร่วมกับเสิ่นฉงซ่างสั่งสมตลอดหลายมานี้  เสิ่นฉงซ่างอยู่ในสถานสำนึกผิดถึงสามสิบกว่าปี  ทุกคนในสถานสำนึกผิดเข้าไปด้วยเหตุใด อุปนิสัยเป็นอย่างไร มีฝีมืออะไร  เขาเข้าใจทั้งหมด แน่นอน เสิ่นหวาซั่นก็เข้าใจ  เหล่านี้ก็คือบันทึกของพวกเขาในสถานสำนึกผิด

เสิ่นเจ๋อจิ้งรับกองเอกสารนั้นพลิกดู จึงรู้ว่าทำไมเสิ่นหวาซั่นถึงได้พูดเช่นนั้น

“เสิ่นจีเหอ อายุห้าสิบแปดปี ออกความเห็นให้ตระกูลเสิ่นมีที่มั่นที่ซีเอี้ยน เกิดขัดแย้งกับเสิ่นเจียเฉิงหัวหน้าตระกูล เพราะบันดาลโทสะจึงเข้าสถานสำนึกผิด  นิสัยเถรตรงมั่นคง  ท่องทั่วซีเอี้ยนสิบปี มีพรสวรรค์ด้านภาษา ภาษาซีเอี้ยนยอดเยี่ยม...

“เสิ่นชู่ซ่าง อายุสี่สิบแปดปี เห็นด้วยกับบทความเสิ่นฉงซ่าง สั่งสอนหลายครั้งไม่แก้ไขจนเข้าสถานสำนึกผิด  นิสัยหัวดื้อยึดหลักตายตัว เก่งทางเลียนแบบ โดยเฉพาะลายมือมีพรสวรรค์ด้านเลียนแบบ...”

“เสิ่นฉี คนรับใช้ อายุสามสิบห้าปี วิวาทกับเจียงปู้เหวินน้องชายฮองเฮา ตระกูลเสิ่นแจ้งตายกะทันหัน ย้ายเข้าสถานสำนึกผิด นิสัยคล่องแคล่ว  เก่งรอบด้าน ท่องจำวงศ์ตระกูลขุนนางได้แม่นยำ...

กองเอกสารหนาเตอะ  บันทึกเรื่องราวสถานสำนึกผิดหลายสิบปี  ราวกับเป็นบันทึกประวัติตระกูลเสิ่นอีกเล่มหนึ่ง คนเหล่านี้ไม่ว่าถูกขับเข้าสถานสำนึกผิดด้วยสาเหตุประการใด ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่งนัก ภายในคนเหล่านี้มีคนที่เก่งกาจหลายด้านมากมาย กลับต้องตายไปหลังถูกคุมขังหลายสิบปี คนที่ยังเหลืออยู่ มีฝีมือทั้งด้านบุ๋นด้านบู๊  เก่งเกินคนทั่วไป  ที่แท้ตระกูลเสิ่นมียอดฝีมือซ่อนอยู่มากมาย เสิ่นเจ๋อจิ้งยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ

คนเหล่านี้ สามารถใช้ได้ที่หรูหลิวชู่แน่นอน เสิ่นเจ๋อจิ้งก็เห็นด้วยกับวิธีการของเสิ่นหวาซั่น เมื่อเป็นเช่นนี้ จากอุปนิสัยฝีมือของคนเหล่านี้ หกหน่วยใหญ่ของหรูหลิวชู่ก็มีหัวหน้าหน่วยแล้ว เพียงแต่ ก่อนอื่น จะต้องแก้ไขปัญหาหนึ่งก่อน  พวกเขา จะให้หรูหลิวชู่ใช้ได้จริงหรือ

“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าได้เลือกคนมาแล้วแปดคน บอกเรื่องหรูหลิวชู่ให้พวกเขาฟังแล้ว ให้เข้าไปหรูหลิวชู่ลองดูก่อน หงเอ๋อร์ เจ้าแบ่งคนรับใช้แปดคนที่เจ้าเลือกมาให้พวกเขา แบ่งตามความถนัดแต่ละคนให้ไปแต่ละที่ ส่วนจะมีประโยชน์อะไรหรือไม่นั้น ให้รอดูไปก่อน นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ถือว่าเป็นการเตรียมการแล้วกัน”  เรื่องนี้เสิ่นหวาซั่นได้คิดไว้แล้ว  เชื่อว่าคนจำนวนมากในสถานสำนึกผิดสามารถคิดออกมาได้เช่นเดียวกับเขา เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตนเองเลือกนั้นไม่ผิด

สิบหกคนนี้  ก็คือขุมพลังยุคแรกของหรูหลิวชู่...


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น