akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 : บทที่ 41

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 85

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ค. 2561 18:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 : บทที่ 41
แบบอักษร

41

            “น้ำ”

                เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้ๆหู คิ้วสวยทั้งสองขมวดเข้าหากันเล็กน้อย  เด็กน้อยขยับกายเหมือนรำคาญสิ่งก่อกวน

                “ตื่นได้แล้ว”

                ไม่ใช่แค่เสียงเท่านั้น แต่ฝ่ามือร้อนกลับลูบไล้สัมผัสไปตามร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแดงช้ำเพราะการดูดและขบกัด  น้ำปรือตามองโทระ  แว่นตาเขาถูกชายหนุ่มจับวางไว้ที่โต๊ะใกล้ๆกับเตียง เพราะโทระรู้สึกว่ามันเกะกะเวลาที่พวกเขามีอะไรกัน

                “มีอะไรหรือเปล่าครับรุ่นพี่”

                น้ำเหนื่อยเกินกว่าที่จะลืมตา  เมื่อคืนโดนรุกเร้า เขาโดนร่างสูงเอาแต่ใจจนแทบไม่ได้หยุดพัก เสียงที่จะพูดยังแทบไม่มี เพราะครางจนเจ็บคอไปหมด

                “ฉันจะต้องไปสนามบิน”

                “เอ๊ะ?”

                ความสงสัยเกิดขึ้นทันที โทระลูบกลุ่มผมนิ่ม

                “วันนี้อาฉันเดินทางกลับมา  ฉันก็เลยจะไปรับ”

                หลังจากที่ได้มานอนที่บ้านของน้ำอยู่หลายครั้ง  โทระก็ได้ทิ้งเสื้อผ้าไว้ที่ห้องของเจ้าเด็กตัวเล็กไว้อยู่หลายชุด ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากถ้าเขาจะอาบน้ำแต่งตัวแล้วเปลี่ยนชุดออกจากห้องของน้ำไปเลย

                “อ่า…อย่างนั้นเองเหรอครับ”

                น้ำลืมตา พยักหน้ารับรู้  โทระขยับตัวนั่งลงข้างๆกับน้ำ

                “ไปด้วยกันสิ”

                “หมายถึง…ให้ผมไปด้วยเหรอครับ”

                เจ้าตัวค่อยยันกายลุกนั่ง  โทระพยักหน้า น้ำไม่เข้าใจสักเท่าไหร่นัก ว่าทำไม

โทระถึงอยากให้เขาไปด้วย

                “ทำไมรุ่นพี่ถึงให้ผมไปด้วยล่ะครับ”

                “ฉันจะพานายไปแนะนำให้ทุกคนที่บ้านรู้จักไง”

                ไม่รู้ว่าโทระกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สำหรับน้ำ เขาเริ่มใจเต้นแรง หัวใจมันอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าโทระจะพูดแบบนี้กับเขา  แต่เพียงครู่ก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา

                …โทระจะแนะนำเขาในฐานะอะไร…

                “เอ่อ…รุ่นพี่จะแนะนำผม…”

                “ก็นายเป็นรุ่นน้องที่ฉันมาค้างด้วยบ่อยๆ ที่บ้านก็เลยอยากจะเจอน่ะสิ เห็นบอกว่าฉันมารบกวนนาย แต่ที่จริงมันไม่ใช่สักหน่อย”

                ชายหนุ่มบ่นพึมพำอย่างคนหัวเสีย เมื่อนึกถึงตอนที่โดนบิดาต่อว่าบอกว่าเขาไปรบกวนคนอื่น เขาไปรบกวนที่ไหน เจ้าของห้องยังไม่เห็นพูดสักคำ  ในขณะที่น้ำเงียบไปทันที  เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ…เพราะเหมือนกับว่าระหว่างเขาและโทระยังเป็นแค่เพียงรุ่นพี่รุ่นน้องเท่านั้นสำหรับอีกฝ่าย

                “เป็นอะไร…เจ็บตรงไหนหรือไง”

                เพราะเห็นใบหน้าของน้ำดูเศร้าๆ โทระจึงต้องถาม เขาคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเขาเอาแต่ใจเกินไปหน่อยในช่วงเวลาที่ผ่านมา

                “เปล่าครับ ผมไม่ได้เจ็บตรงไหน”

                “งั้นก็ดีแล้ว เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน  นายนอนต่อเถอะ  เดี๋ยวฉันปลุก”

                ฝ่ามือหนาลูบศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยน  น้ำได้แต่นั่งนิ่งๆ ยอมรับคำกล่าวของโทระ  เขามองตามร่างสูงที่เดินหายไปในห้องน้ำ  ได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาตัวเองไม่ให้ไหลออกมา

                …นี่เขากำลังคาดหวังอะไรอยู่…

                เป็นผู้ชายเหมือนกัน แถมเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ก่อนหน้านี้รุ่นพี่โทระก็ไม่ได้มีทีท่าเหมือนว่าจะชอบเขาสักนิด

                …รุ่นพี่อาจจะแค่เล่นสนุกกับเขาเท่านั้นเอง…

                เจ้าตัวไม่อาจจะคิดเข้าข้างตัวเองได้เลย เขาไม่ได้หล่อเหมือนกับพี่วายุ  ไม่ได้น่ารักเหมือนกับผู้หญิง แถมยังดูเฉิ่มขนาดนี้ แค่รุ่นพี่หันมาสนใจเขาบ้าง มันก็น่าจะเพียงพอแล้ว

                น้ำได้แต่ถอนหายใจให้กับตัวเองอย่างแผ่วเบา เขาคิดมากเกินไปแล้ว เขาไม่ควรจะคิดมากขนาดนี้  ควรจะมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ

                …แต่ทำไมหัวใจของเขามันถึงได้ปวดหน่วงมากขนาดนี้…

-------+++++-------

                วายุนอนลืมตาอยู่บนเตียง  เขานึกทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืน  ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแล้ว แต่เขายังอยู่บนเตียง

                ทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน เพราะร่างของเขาโดนไทกะโอบกอดเอาไว้  ชายหนุ่มเหลือบตามองไทกะ  ตอนนี้ไทกะเหมือนกับมนุษย์ปกติทุกอย่าง แต่วายุจำเรื่องเมื่อคืนได้ไม่มีวันลืม

                …ไทกะเป็นเหมือนกับเขา…อีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์

                เสือ….

                ใช่แล้ว  สิ่งที่เขาเห็นคือเสือโคร่งที่ซ้อนทับอยู่ในตัวของไทกะ  มันน่าแปลกใจที่เขาไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิดเดียว  ทั้งๆที่เสือเป็นสัตว์ดุร้าย  อาจจะเป็นเพราะสายตาของไทกะที่มองเขามันอ่อนโยนและอบอุ่นจนเขาลืมไปเลยว่าอีกฝ่ายเป็นเสือ

                ถ้าเป็นอย่างนั้น…เสือโคร่งตัวใหญ่ที่เขาเห็นตอนที่นอนอยู่ในห้องของไทกะ ก็คือตัวของไทกะเองอย่างนั้นหรือ…

                ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง…ไทกะก็ต้องกลายร่างเป็นเสือโคร่งได้ แล้วเขาล่ะ…จะกลายร่างเป็นนกด้วยหรือเปล่า

                วายุยกมือตัวเอง เขาดูแหวนเงินที่สวมใส่อยู่  พลังอำนาจบางอย่างของแหวนวงนี้คงจะช่วยไม่ให้เขากลายร่างไปเป็นสัตว์อย่างแน่นอน  ถ้าทุกอย่างที่เขาคิดเป็นจริง เขาต้องรักษาแหวนวงนี้ให้ดีที่สุด เขาจะไม่ยอมถอดมันออกมาเด็ดขาด

                ร่างที่นอนหลับอยู่เริ่มขยับตัว  ไทกะค่อยๆลืมตาขึ้น พอเห็นว่าคนที่นอนอยู่ข้างเขาตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่หายไปไหน ชายหนุ่มก็อดดีใจไม่ได้  ความพึงพอใจนั้นแสดงออกมาทางสายตาจนเห็นได้ชัด

                “ตื่นแล้วเหรอ”

                “แล้วนายล่ะ…ตื่นนานหรือยัง”

                ทั้งคู่เปล่าเปลือยอยู่ใต้ผ้าห่ม  วายุขยับกายถอยห่างเล็กน้อย เพราะเขารู้สึกเขินขึ้นมา  ตอนแรกก็ไม่ทันได้เขินอะไร แต่พอไทกะลืมตามาคุย จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกแบบนี้  ใจเขารู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลยจริงๆ

                “ก็สักพักแล้วล่ะ…”

                เพราะท่าทางของวายุดูเหมือนจะอึดอัด  ไทกะเลยคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเขาเปิดเผยตัวตนกับอีกฝ่าย จึงทำให้วายุคิดมาก

                “นายกลัวฉันใช่หรือเปล่า”ไทกะถามขึ้นทำลายความเงียบ

                “หมายถึงเรื่องที่นายเป็น…”

                วายุหายใจติดขัด  ไทกะจึงตอบแทน

                “เสือ”

                ดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกเล็กน้อย ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับเป็นปกติ เขาพรูลมหายใจเบาๆ มองหน้าไทกะ

                “นายบอกฉันมาก่อนสิ ว่าเมื่อคืนฉันไม่ได้ฝันไป ฉันเห็นนายกลายร่างจริงๆ”

                “นายไม่ได้ฝัน”ไทกะยืนยัน

                “ถ้าเป็นอย่างนั้น  ฉันก็ไม่กลัวนายหรอก”

                วายุตอบไปอย่างมั่นใจ เห็นเขาเป็นอย่างนี้ แต่จริงๆ เขาก็เป็นคนที่เข้มแข็งมากคนหนึ่ง  ถ้าหากไม่เคยเจอสภาพตัวเองกลายร่างเป็นสัตว์แล้วล่ะก็…เขาอาจจะกลัวไทกะก็เป็นได้ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้หวาดกลัวเลยสักนิด

                “แน่ใจนะ”ไทกะถามย้ำ เพราะกลัวสติของวายุจะเตลิดไปเพราะกลัวเขา

                “ถ้าไม่แน่ใจ  ฉันคงไม่ปล่อยให้นายทำเรื่องแบบนั้นกับฉันหรอก”

                พูดไปก็หน้าแดงไป  ไทกะอมยิ้ม พยักหน้าเข้าใจทันที เพราะดูจากท่าทางของวายุแล้วก็รับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังเขินอายมากกว่ากลัวเขา

                “พอเป็นแบบนั้น…ฉันก็เลยอยากรู้เรื่องของนายขึ้นมา”

                บางทีการรับรู้เรื่องของไทกะ อาจจะทำให้เขาเข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น ไทกะยกมือลูบกลุ่มผมนิ่ม

                “ได้…แต่คงไม่ใช่ตอนนี้  เอาไว้ว่างๆ ฉันจะเล่าให้นายฟังทุกอย่างที่นายอยากรู้”

                เพียงเท่านั้น รอยยิ้มสวยก็ปรากฏบนใบหน้าของวายุทันที มันเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้ใจเต้นแรงเสียเหลือเกิน  ไทกะอดใจไม่ไหว ก้มลงไปสัมผัสแก้มนิ่ม

                “นี่นาย”

                วายุยกมือจะตีร่างสูง แต่ไทกะก็จับมือนั้นเอาไว้ แล้วดึงมากดจูบ มันทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยนจนพาลให้ใจของวายุเต้นไม่เป็นจังหวะ

                “อย่าทำอะไรแบบนี้สิ”

                “นายเขิน?”

                “เปล่าสักหน่อย”

                คนปากแข็งเมินหน้าไปทางอื่น เขาไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองมาเขินง่ายๆ ราวกับเป็นเด็กวัยรุ่นที่เขินรุ่นพี่  ไทกะอายุน้อยกว่าเขาอีก

                “ฉันไปอาบน้ำดีกว่า”

                อยู่นานกว่านี้เดี๋ยวคงได้โดนเจ้าเด็กคนนี้ปีนเกลียวกลั่นแกล้งอีกแน่  วายุจะเปิดผ้าห่มแต่นึกขึ้นได้ว่าทั้งตัวล่อนจ้อน  เขาจึงได้แต่กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ มองซ้ายมองขวา  ไทกะเห็นท่าทางนั้นแล้วก็หยิบผ้าขนหนูที่พื้นให้กับอีกฝ่าย

                “รับไปสิ”

                วายุรับมาโดยไม่ขอบคุณเพราะความหมั่นไส้ไทกะ  ชายหนุ่มพันผ้ารอบเอว เขาหย่อนขาลงพื้น พอยันกายลงพื้นเท้านั้น  ใบหน้างดงามก็บูดเบี้ยวทันที

                น้ำสีขาวขุ่นไหลลงมาจนเปรอะต้นขา เขาหันไปมองไทกะตาขวาง

                “อ่า…”

                ไทกะเองก็เริ่มเขินขึ้นมา ไม่คิดว่าตัวเองจะอัดอั้นความต้องการไว้มากขนาดนี้ ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

                “ให้ฉันช่วยประคองนายไหม”

                “ไม่ต้อง! ฉันไปเองได้”

                วายุนึกเคืองเจ้าเด็กแก่แดด ที่บังอาจทำกับเขาถึงขนาดนี้ ที่จริงเขาก็ควรจะหักห้ามตัวเองบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ไทกะได้ทำตามใจมากถึงเพียงนี้ แล้วดูสภาพเขาในตอนนี้สิ  ราวกับไปโดนรุมโทรมมา ทั้งๆที่คนที่กระทำเขามีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

                เจ้านั่นก็มีเรี่ยวแรงผิดมนุษย์ แต่จะว่าไป…ไทกะก็ไม่ใช่มนุษย์จริงๆ

                ชายหนุ่มได้แต่นึกต่อว่าไทกะในใจ แล้วก็ต่อว่าตัวเอง  ในขณะที่ไทกะนั่งมองวายุที่เดินอย่างทุลักทุเล  ยิ่งเดิน  ของเหลวในกายก็ยิ่งไหลลงต่ำเรื่อยๆ จนแทบจะถึงข้อเท้าสวย

                “ถ้านายไม่ไหว นายก็บอกฉันสิ”

                ทนดูไม่ไหว จึงลุกจากเตียงไปประคองร่างของวายุ  วายุหันมามองตาขวาง

ไทกะชะงักไป

                “ถ้าไม่อยากให้ฉันโมโห  ก็อยู่เฉยๆเถอะน่า”

                ตอนนี้อารมณ์ขุ่นมัวเกิดขึ้นในใจ เนื่องจากเจ้าตัวยังไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้  ไทกะได้แต่พรูลมหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่เองก็ไม่อยากทำให้วายุอารมณ์เสีย เพียงแต่เป็นห่วงร่างกายของอีกฝ่ายก็เท่านั้น ถ้าปล่อยให้เข้าไปในห้องน้ำคนเดียวก็กลัวจะลื่นล้มแล้วเป็นอะไรไปอีก

                “แต่ว่า”

                “คิดว่าฉันจะอ่อนแอจนล้มลงไปหรือไง  ฉันไม่เป็นอะไรหรอก”

                พอเห็นสายตาห่วงใยจากไทกะ  วายุจึงใจเย็นลง เขารู้ว่าไทกะเป็นห่วงเขา แต่เขาก็อยากอยู่เงียบๆตั้งสติของตัวเองสักหน่อย อย่างน้อยก็แค่ช่วงเวลาอาบน้ำแต่งตัวก็ยังดี

                “ถ้างั้น…ก็ไม่ต้องล็อกประตูห้องน้ำ”

                “เอ๊ะ…นายนี่”อ้าปากจะต่อว่า แต่ท่าทางห่วงใยก็ทำให้เขาเงียบลง

                “ถ้านายเป็นอะไรไป ฉันจะได้ไม่พังประตู…ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะแอบดูนายอาบน้ำหรอกน่า”

                เหตุผลที่ให้กลับมานั้นน่าฟัง  วายุถอนหายใจเบาๆ แล้วพยักหน้า เขายินยอมรับความห่วงใยนั้น ไทกะจึงยอมให้วายุเดินเข้าไปอาบน้ำตามลำพัง

-------+++++-------

                “เสร็จแล้วครับ”

                แม้จะเหนื่อยล้า แต่น้ำก็สดชื่นขึ้นมากหลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวใหม่เรียบร้อยแล้ว  โทระเดินเข้าไปหาน้ำ

                “เดี๋ยวออกไปหาอะไรกินก่อน แล้วค่อยไปสนามบินแล้วกัน”

                “ครับ”

                เด็กตัวเล็กพยักหน้าอย่างว่าง่าย ไม่ว่าโทระจะให้ทำอะไร เขาก็จะตามใจอีกฝ่ายอยู่เสมอ จะเรียกว่าแพ้ทางคนที่ตัวเองรักก็คงจะใช่

                “รุ่นพี่ครับ  ให้ผมไปด้วย  จะดีเหรอครับ”

                ถึงจะพอเข้าใจว่าโทระอยากจะพาเขาไปแนะนำกับทุกคน แต่ให้พาไปรับญาติที่สนามบินด้วยแบบนี้ มันไม่ดูเป็นการส่วนตัวมากไปหน่อยหรือไง เขาเองก็ไม่ได้อยากจะก้าวก่ายเรื่องของโทระมากจนเกินไป

                “เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ”

                คนที่กำลังก้มหน้าทานก๋วยเตี๋ยวมัวแต่เคี้ยวเส้น แทบไม่ได้ฟังที่น้ำบอก  น้ำหายใจออกมาอย่างเซ็งจัด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขามองหน้ารุ่นพี่ตัวสูงที่กำลังเติมพลังก่อนจะออกเดินทาง

                พวกเขาทั้งสองเดินทางด้วยรถแท็กซี่อีกตามเคย เพราะโทระขี้เกียจโทรเรียกคนขับรถที่บ้าน

                “อ้าว…คุณภูก็มาด้วยเหรอครับ”

                ทางด้านครอบครัวของไทกะนั้น มารอรับวิรุจน์ที่สนามบินได้สักพักหนึ่งแล้ว  มากันทั้งครอบครัวกันเลยทีเดียว  กรณัฐเองก็แปลกใจที่เห็นภูมินทร์น้องชายของสามีมารอรับวิรุจน์ด้วยเช่นกัน

                “ก็พี่รุจน์น่ะสิครับ บอกว่าถ้าไม่มา  จะงอน”ภูมินทร์อธิบาย

                “แล้วก็เชื่อ”พยัคฆ์เอ่ยอย่างเอือมระอา

                “แล้วเจ้าโทระมันไปเถลไถลที่ไหนอีก ทำไมยังไม่มา”

                คนตัวใหญ่บ่นอย่างหงุดหงิด  กรณัฐจับแขนของสามี เขาส่ายหน้าไปมาเบาๆ เป็นเชิงบอกให้พยัคฆ์นั้นใจเย็นๆก่อน

                “คุณปู่ครับ  คุณย่าครับ”

                เสียงที่คุ้นเคยทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง  โทระมาถึงแล้ว แถมยังจูงเจ้าเด็กตัวเล็กมาด้วย

                “นี่แกพาเด็กที่ไหนมา”

                น้ำรู้สึกตัวเล็กลงไปถนัดตาหลังจากเจอกับพยัคฑ์ที่ตัวสูงใหญ่ กรณัฐเดินเข้ามาคุยกับอีกฝ่าย

                “น้ำ…ใช่ไหม”

                เจ้าตัวรีบพยักหน้าหงึกๆทันที  อย่างน้อยก็มีคนใจดีคุยกับเขา  กรณัฐระบายยิ้มแล้วหันคุยกับสามี

                “น้ำครับคุณเสือ  ที่ไทกะเล่าว่าเป็นรุ่นน้องที่โทระไปนอนค้างที่หอพักด้วยไงครับ”

                พอรู้ว่าเด็กตรงหน้าเป็นใคร ใบหน้าที่บึ้งตึงก็ค่อยๆเปลี่ยนไป ตอนนี้น้ำรู้แล้วว่าโทระได้รับความน่ากลัวมาจากผู้ชายคนนี้นี่เอง

                “ต้องรบกวนเราหน่อยล่ะนะ  ลูกชายฉันคงไปก่อเรื่องไว้เยอะเลยล่ะสิ”

                คำว่าก่อเรื่องทำให้น้ำพูดไม่ออกบอกไม่ถูก การที่เขาถูกโทระกลืนกินนี่นับว่าเป็นการก่อเรื่องของโทระหรือเปล่า

                “อาภู”

                โทระคลี่ยิ้มเมื่อเห็นคุณอาอีกคน  เขาไม่ค่อยได้เจอภูมินทร์สักเท่าไหร่นัก พอได้เจอก็อดไม่ได้ที่จะพุ่งเข้าไปกอด

                “โตขึ้นเยอะ  เหมือนไทกะจริงๆ ต่างแค่ตรงแว่นล่ะนะ”

                เพราะภูมินทร์ได้พบไทกะอยู่บ้าง แต่ทว่าไม่ค่อยได้เจอโทระเลย  การได้เจอ

ไทกะก็ไม่ต่างกับได้เจอโทระไปด้วย เพราะยังไงทั้งคู่ก็เป็นแฝดกันอยู่แล้ว

                “คุณรุจน์มาแล้วครับ”กรณัฐหันไปเห็นพอดี

                วิรุจน์ไม่ได้เดินมาคนเดียว แต่ด้านหลังยังมีพรรคพวกอีกหลายคน  ล้วนแต่เป็นเจ้าตัวเล็กทั้งนั้น

                “คุณตาค๊า!!!”

                เด็กหญิงตัวน้อยที่โตสุดในกลุ่มแต่ก็ยังอายุน้อยกว่ากานต์รีบวิ่งเข้าไปโอบกอดศาลทูรผู้เป็นตา

                “ว่าไงคนสวยของตา”

                ชายชราหอมแก้มซ้ายขวาของหลานสาว  พยัคฆ์หันไปมองน้องชายที่เดินจูงมือเด็กผู้ชายหน้าตาคล้ายกับพอลอายุประมาณห้าขวบกำลังยกขวดนมดูดอย่างไม่สนใจโลก ส่วนด้านหลังคือผู้ชายตัวโตที่อุ้มเด็กผู้หญิงที่อายุเท่ากันซึ่งกำลังกอดคอแกร่งของพอลเอาไว้  ส่วนมือหนาที่ว่างอีกข้างก็จูงมือลูกชายที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายวิรุจน์เดินมาด้วย

                “แม็กซ์  โตขนาดนี้เลยเหรอลูก”

                ดาวิกาย่อตัวลง  พอลยอมปล่อยมือลูกชายวัยเจ็ดขวบให้วิ่งไปหาคุณยาย

                “อารุจน์ครับ  คิดถึงจัง”

                เด็กติดคุณอารีบโผเข้าไปหาวิรุจน์  โทระโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้ แล้วกดหอมแก้มด้วยความคิดถึง น้ำหายใจติดขัด เพราะรับรู้ได้ถึงสายตาน่ากลัวจากชายผมสีเงินที่ยืนอยู่ด้านหลังวิรุจน์ที่กำลังมองไปทางโทระ

                “ไทกะล่ะ”

                “ไม่รู้เหมือนกันครับ”

                “แล้วนั่น…ลูกแฝดของพวกนายสินะ”

                พยัคฆ์มองอย่างพิจารณา  ดูๆไปแล้ว  ทั้งลูกสาวคนโต  ลูกชายคนเล็ก แทบจะถอดแบบพอลมาเสียหมด  เขาก็อยากจะหวังว่าลูกแฝดชายหญิงอีกสองคนจะเหมือนมาทางฝั่งเขาบ้าง แต่ดูเหมือนเลือดพ่อมันจะแรงเกินไปหน่อย ถึงได้เพียงบางส่วนจากวิรุจน์มาเท่านั้น

                ….มันน่าโมโหจริงๆ…

                “ฮึก….แง!!!”

                “เอเดน  ไม่ร้องสิลูก”

                วิรุจน์ก้มมาดูลูกชายตัวเล็ก เขาเขย่าตัวอีกฝ่ายเบาๆ  ดูเหมือนว่าเอเดนจะกลัวพยัคฆ์ที่กำลังทำหน้าดุ 

                “งื้อ….แดดดี๊…ฮือ”

                กลายเป็นว่าแฝดอีกคนในอ้อมกอดของพอลร้องขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพราะเห็นแฝดพี่ร้องไห้

                “พอล  ดูนาเดียที….ลูกร้องใหญ่แล้ว”

                แม้จะเป็นพ่อคนที่มีลูกถึงสี่คนแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะจัดการทุกอย่างได้  พอลหันไปมองพยัคฆ์อย่างไม่ค่อยพอใจ เขาพอจะรู้ว่าลูกชายกลัวพยัคฆ์ 

                “คุณเสือครับ  อย่าทำหน้าดุสิครับ”

                ภรรยาพยายามบอกเตือน พยัคฆ์พยายามปรับสีหน้า ในสมองมัวครุ่นคิดว่าเขามีลูกน้อยไปหรือเปล่า ดูสิ…เจ้าน้องชายตัวแสบ แต่งงานทีหลังเขา แต่มีลูกเล็กเป็นโขยง

                “คุณรุจน์ครับ  เดี๋ยวผมช่วยนะครับ”

                กรณัฐเดินเข้าไปหาวิรุจน์  เขาช่วยรับตัวเด็กชายเอเดนมาอุ้ม  ปล่อยให้วิรุจน์หันไปดูนาเดียที่พอลอุ้มอยู่

                น้ำได้แต่มองอย่างงุนงง ทำไมเขาฟังถ้อยคำที่คนในครอบครัวของไทกะพูดแล้วรู้สึกแปลกๆ

                พอเอเดนมาอยู่ในอ้อมกอดกรณัฐได้ไม่นาน เจ้าตัวก็เลิกงอแง  ลิซ่าผู้เป็นพี่สาวคนโตของครอบครัวระบายยิ้มออกมาอย่างดีใจ

                “น้องเอเดนหยุดร้องแล้วค่า”

                พอเอเดนหยุดร้อง  นาเดียที่เคยงอแงก็เริ่มจะสงบลง ในขณะที่แม็กซ์ผู้เป็นลูกชายคนรอง มองซ้าย มองขวา เงยหน้าขึ้น

                “ใครค้าบ”

                เพราะไม่เคยน้ำมาก่อน เด็กน้อยจึงชี้นิ้วไปทางน้ำ 

                “อ๋อ…พี่น้ำครับ”

                กานต์ก้มลงมาตอบแล้วอุ้มน้องชายตัวเล็กขึ้นมา  เอเดนเกาะไหล่ของกานต์ แล้วคลี่ยิ้มหวาน

                “คุณพ่อครับ  เจ้าภู  คิดถึงมากๆเลย”

                พอเด็กเริ่มสงบ  วิรุจน์ก็เข้ามากอดบิดาและน้องชายด้วยความคิดถึง 

ศาลทูรตบไหล่ลูกชายเบาๆ ก่อนจะหันไปคุยกับเด็กๆ

                “ตาว่า…พวกเราไปขึ้นรถกันเถอะ”

                ศาลทูรผู้มีอายุมากสุดเอ่ยขึ้น ลิซ่าคลี่ยิ้มหวาน  เข้าไปหาคุณตาของเธอทันที

ทุกคนเห็นด้วย เพราะกลัวว่าเด็กๆจะงอแงไปมากกว่านี้ 

                “นั่นจะไปไหน”

                พอลจับแขนของวิรุจน์ เมื่อเห็นเจ้าตัวจะพุ่งเข้าไปนั่งในรถตู้ที่มีครอบครัวตัวเองอยู่  วิรุจน์หันไปมองพอล

                “มีอะไร”

                “คันนี้ต่างหาก”

                เขาเองก็ให้ลูกน้องเอารถมารับเช่นกัน เพราะรู้ว่าครอบครัวของวิรุจน์มีหลายคน ไหนจะพวกหลานๆอีก

                “ทำไมจะให้อารุจน์นั่งคันนี้ไม่ได้”

                โทระมองหน้าพอลอย่างไม่พอใจ เขาคิดถึงคุณอาของเขาจะแย่  แต่พอลไม่คิดจะยอมเหมือนกัน

                “นายจะปล่อยให้ลูกอยู่กับฉันคนเดียวหรือไง”

                พอลจ้องหน้าภรรยา  วิรุจน์หันไปมองโทระ ถึงยังไงวิรุจน์ก็ไม่อยากทิ้งเด็กๆกับพอลให้อยู่ตามลำพัง

                “ลิซ่าขอนั่งกับคุณตานะคะแด๊ดดี้”

                เด็กน้อยหันมาบอกกับพอล แล้วรีบขึ้นรถไปกับคุณตา พอลไม่ได้ห้ามอะไร  ตอนนี้ทั้งเอเดนและนาเดียที่เป็นลูกแฝดชายหญิงนั้น พอลกำลังอุ้มอยู่

                “แม็กซ์จะมากับมะมี๊ไหมครับ”

                วิรุจน์ก้มลงไปถามลูกชาย  แม็กพยักหน้าหงึกๆ   

                “งั้นโทระขอขึ้นคันเดียวกับอารุจน์นะ”

                โทระถามวิรุจน์  ผู้เป็นอาพยักหน้า อย่างน้อยเขาก็อยากจะนั่งสนทนาคุยกับคุณอาของเขาระหว่างเดินทางกลับบ้าน  พอลขึ้นรถไปก่อนพร้อมกับลูกทั้งสอง

                “อารุจน์ครับ นั่งข้างๆโทระนะครับ”

                เจ้าตัวอ้อนคุณอาเต็มที่จนน้ำยังคิดไม่ถึงว่ารุ่นพี่ที่แสนดุดันคนนี้จะกลายเป็นเด็กขี้อ้อนเวลาอยู่กับวิรุจน์

                โทระนั่งข้างกับวิรุจน์  ส่วนพอลนั่งข้างๆกับแม็กซ์ และมีนาเดียนั่งตักอยู่ ส่วนเอเดนนั่งตักของผู้เป็นแม่  เด็กน้อยขยับตัวเคลื่อนมานั่งตักโทระ

                “โอ๊ะ…” 

                โทระก้มหน้ามอง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะเหมือนเห็นเจ้าพอลตัวน้อยบนตักของเขา  เอเดนขยับตัวไปมา จนยืนบนตัก  โทระพยายามจะจับเจ้าตัวไว้เพราะกลัวร่วงลงมา

                “เอเดน เป็นอะไรไปลูก”

                “จะนั่งตรงนี้”

                เอเดนชี้ไปยังด้านหลัง ที่มีน้ำนั่งอยู่คนเดียว เจ้าตัวปีนลงมาด้านล่าง  จนโทระจับตัวไม่ทัน

                “จะนั่งกับพี่ชาย”

                เอเดนบอกอย่างเอาแต่ใจแล้วเกาะขาของน้ำ  น้ำอมยิ้มกับใบหน้าที่หล่อน่ารักแต่เยาว์วัย  หน้าตาของเอเดนค่อนไปทางชาวต่างชาติ หรือดูคล้ายกับพอลมากเลยทีเดียว  โทระขมวดคิ้วทันที  เขาหันขวับไปมองน้ำที่กำลังอุ้มเอเดนมานั่งข้างๆ

                “เอเดนง่วง…”

                เจ้าตัวบอกความต้องการ  น้ำพอจะเข้าใจอยู่จึงประคองร่างของเด็กตัวเล็กให้นอนตักเขา  ศีรษะเล็กวางซบกับตักของน้ำ

                “เป็นอะไรไปโทระ”

                รถยนต์เคลื่อนที่มาพักใหญ่แล้ว แต่โทระยังเอาแต่จ้องไปทางด้านหลัง น้ำเองก็แปลกใจว่ารุ่นพี่เป็นอะไร

                “เปล่าครับอารุจน์”

                นี่เขากำลังหงุดหงิดเพราะเด็กตัวแค่นี้งั้นเหรอ  ชายหนุ่มไล่ความคิดบ้าๆของตัวเองออกแล้วหันมาพูดคุยกับวิรุจน์

                “ฉันขอถามหน่อย”

                อยู่ๆพอลก็เอ่ยขึ้น วิรุจน์เองก็สงสัยว่ามีอะไรหรือเปล่า

                “ที่ไทกะมาไม่มารับพวกฉัน…เจ้านั่นไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม”

                “ถามแบบนี้หมายความว่ายังไง!”

                โทระถามกลับทันที เขาไม่เข้าใจเจตนาของพอลเลยสักนิด ใบหน้าของพอลยังคงเย็นชา  เขาเอ่ยเสียงเรียบ

                “ถ้าไม่เป็นอะไรก็แล้วไป”

100%                 

ติดตามการอัพได้ที่เพจ Akikoneko17

หากต้องการซื้อเล่มนิยายสามีผมเป็นเสือ ภาค 1,2,3 หรือนิยายเรื่องอื่นๆของอากิ ติดต่อสอบถามได้ที่เพจเฟส Akikoneko17 ค่า

https://www.facebook.com/akikoneko17

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}