facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 41 : มีแผนการอะไร

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 : มีแผนการอะไร

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 99.9k

ความคิดเห็น : 62

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 23:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 : มีแผนการอะไร
แบบอักษร


        เช้าวันต่อมาอิทธิตื่นมานั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว  รีบปั่นงานเพื่อในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะไปเที่ยวกับวีและฮันนี่ที่สวิตเซอร์แลนด์  ซึ่งอิทธิเองตั้งแต่เข้ามาสู่วงการนี้แทนพ่อไม่เคยได้ไปเที่ยวหรือทำอะไร ตามใจตัวเองเลยสักครั้ง เพราะต้องรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่างและไม่อยากจะไปไหนกับใคร                  

“  กาแฟครับนาย  ”                  

“  กาเบียลอยู่ไหน  ”                 

 “  อยู่ที่โต๊ะทำงานครับ  ”


       หลังจากที่ทราบว่ากาเบียลอยู่ที่ห้องทำงานอิทธิก็ถามถึงผลของการติดตามความเคลื่อนไหวของโจธานและ น้องสาวซึ่งก็ไม่พบพิรุธหรือสิ่งที่ส่อถึงการหักหลังเลย ยิ่งน้องสาวของโจธานที่เป็นสายปาร์ตี้ตัวยง รวมๆแล้ว ไม่น่า จะมีพิษมีภัยอะไร แต่ถึงอย่างนั้นอิทธิก็ไม่ชะล่าใจให้ตามติดสองพี่น้องนั่นต่อไปก่อน                   

“  นัดพบโจธานให้กูที่บาร์ก็ได้หรือถ้าทางนั้นเสนอว่าให้กูบินไปหาเค้าก็ตามนั้น  ก่อนทริปเที่ยวสวิตกูนะ อย่าลืมล่ะ  ”                     

“  นัดทำไมครับนาย  ”         กรรณพิมพ์บันทึกไว้เตือนความจำก่อนที่จะเงยหน้าถามนายกลับ                    

“  เออ...ทำตามที่กูสั่ง  เรื่องนี้ไม่ต้องบอกกาเบียล  ”                    

“  แต่นาย...  ”                    

“  นี่เป็นคำสั่งจากปาก...กู  ”        อิทธิเน้นคำชัดๆด้วยน้ำเสียงอย่างดุๆกรรณจึงยอมทำตาม อย่างไม่ขัดอะไรต่อแล้วลุกเดินออกจากห้องทำงานนายกลับไปที่ห้องทำงานตัวเองซึ่งไม่ไกลจากห้องนายนัก



                   “  ไปหานายมาเหรอ  ”      เมื่อกรรณเดินเข้ามานั่งลงที่โต๊ะทำงานตัวเองกาเบียลที่นั่งอยู่โต๊ะ ร่วมห้องกันก็ส่งเสียงทักขึ้นมาทันที                   

 “  เอากาแฟไปให้นายน่ะพี่  จะเอาซักแก้วมั้ย จะไปชงให้  ”                   

 “  ไม่ต้อง  เรียบร้อยแล้ว  ”                    

“  เออ ที่พี่มาบอกนายว่าโจธานจะหักหลังนายอะ พี่ไปรู้มาจากไหน  ”   กรรณหมุนเก้าอี้หันไปถามกาเบียลอย่างจริงจังพลางคอยจับพิรุธ                    

“  เออน่ะ เอาเป็นว่ากูแอบรู้มาก็แล้วกัน  ”     กาเบียลไม่ยอมปริปากบอกอะไรจนทำให้กรรณ จ้องมองเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัวจนโดนกาเบียลบ่นเล็กน้อยจึงหันเก้าอี้กลับไปนั่งแบบเดิม

“  เมื่อกี้นายถามหาพี่ ไม่เข้าไปหานายหน่อยล่ะ  ”                           

“  เออ  ไปก็ได้ วันนี้ยังไม่ได้เข้าพบนายเลย  ”  กรรณฟุบหน้าลงนอนที่โต๊ะ กาเบียลจึงลุกขึ้น แล้วเดินไปหานายที่ห้องทำงานเมื่อได้รับคำอนุญาตจึงเดินเข้าไปด้านใน           





“  กรรณบอกว่า...นายถามหาผม มีอะไรเหรอครับ  ”    กาเบียลเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานอิทธิ                

“  นั่งก่อนสิ  ไม่มีอะไรหรอก  ก็หายหน้าหายตาตั้งแต่เช้า  ”                         

“  ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ อยู่ที่นี่กับบ่อนนั้นแหละ  ”                

“  คุณทำงานกับผมและพ่อผมรวมกันมากี่ปีนะ  ”   อิทธิปิดแฟ้มหมุนปากกาในมือจ้องไปที่กาเบียล                

“  ก็...เกือบ 23  ปีแล้ว ทำไมเหรอครับ  ”                

“  นานเหมือนกันเนอะ  คุณคงรู้นิสัยของพ่อและผมเป็นอย่างดีสินะว่าเวลาที่โกรธ โมโหตอนโดนหักหลัง หรือถูกหลอกนี่มันเป็นยังไง  ”                

“  นายจะพูดอะไรก็พูดเถอะครับ  ”    กาเบียลรู้ว่าการที่นายตัวเองพูดแบบนี้ต้องมีอะไรในหัวแน่ๆ               

“  ผมเชื่อใจคุณมากนะกาเบียล  ไม่มีคุณผมคงไม่ได้อยู่ ณ จุดๆนี้  ”                

“  ผมทำอะไรให้นายไม่พอใจรึเปล่า  ”                        

“  แล้วคุณคิดว่าคุณได้ทำอะไรที่ทำให้ผมไม่พอใจ  ”       อิทธิเล่นลิ้นหว่านล้อมเพื่อจับผิดกาเบียล

จนทำให้กาเบียลนั่งนิ่งแล้วหลบตาจากคนเป็นนายไป                



“  มีอะไรก็บอก  ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องงาน  เข้าใจมั้ย  ”                 

“  ครับ  ”         กาเบียลตอบกลับพลางพยักหน้าเล็กน้อยแต่สายตานั้นมองมือตนที่กุมอยู่ที่ตัก

                 “  เนี่ย...เสร็จแล้วกองเนี้ย  เอาไปได้เลย  ”    อิทธิเห็นว่าสถานการณ์ดูเงียบไปสักพักจึงบอกกับ กาบียลและชี้ไปที่โต๊ะด้านข้างซึ่งมีแฟ้มวางกองอยู่ 5 – 6 แฟ้มรอการตรวจสอบอยู่ให้กาเบียลเอาไปตรวจ                

“  หมดนี่เลยเหรอนาย  ”                

“  อือ เอาไปให้หมด  ”                

“  งั้นผมยกไปทำที่โต๊ะทำงานผมนะครับ  ”                

“  ตามสบาย  ”          อิทธิวางปากกาแล้วดื่มกาแฟไปอีกหนึ่งอึก ลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงาน ลงมาด้านล่างเพื่อเดินชมแผนกต่างๆของบริษัท  ก่อนจะแวะมานั่งอยู่โซนที่มีโซฟาไว้รับรองแขกที่จะเข้ามาติดต่อหรือนั่งพัก




                “  รับอะไรมั้ยคะ  ฉันจะไปเอามาเสิร์ฟให้  ”      พนักงานที่ล็อบบี้เดินมาก้มถามนายใหญ่ของบริษัท แต่นายใหญ่นั้นกลับปฏิเสธบอกไปว่ามานั่งเล่นดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งกวักมือเรียกลูกน้องคนหนึ่งที่เดินอยู่ แถวนั้นให้เข้ามาพบตน

                “  กูมีงานให้มึงทำ  คอยตามกาเบียล ไม่ว่าเค้าจะไปไหนทำอะไร แล้วรายงานกู  อย่าให้กาเบียลรู้ตัว มึงจะเจอดีจากกาเบียลแล้วก็กู  ”                 

“  ครับนาย ”        ชายชุดดำยืนก้มหน้าลงรับคำสั่งอย่างว่าง่าย                 

“  มึงชื่อจ้อยใช่มั้ย  ”    ถึงแม้ว่าอิทธิจะมีลูกน้องเยอะแยะมากมาย แต่อิทธิเองก็พอจะจำได้ ลางๆว่าใครชื่ออะไร หลังจากสั่งงานเสร็จอิทธิก็ลุกเดินออกจากบริเวณนั้นไปทั่วบริษัท พนักงานมากมาย ต่างเข้ามาทักทายยกมือไหว้กันยกใหญ่ นานๆทีนายใหญ่จะปรากฏตัวโดดเดี่ยวและนานขนาดนี้


                “  ไปไหนครับนาย  ”           กรรมการบริษัทคนหนึ่งเห็นเข้ารีบเดินเข้ามายกยิ้มให้                 

“  เดินเล่น มีไรทำก็ไปทำ  ”                 

“  ผมไม่เห็นนายเดินตรวจงานนานแล้วนะครับ  ส่วนใหญ่เห็นแต่กาเบียลเป็นคนเดินตรวจแทน ”                 

“  แล้วมีงานให้ตรวจรึยัง ”          อิทธิถามพร้อมเอามือล้วงกระเป๋าก้างเกงไว้ข้างหนึ่ง                

 “  เอ่อ...ยะ...ยังครับ ขอตัวครับนาย  ”

      อิทธิส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วออกเดินต่อไปอีกสักพัก กรรณก็เดินมาบอกว่า 5 โมงเย็นแล้วซึ่งเป็นเวลาที่ต้องไป รับวีจากที่ทำงานเหมือนทุกๆวัน



                “  กูขี้เกียจไปรับวีละ มึงโทรบอกวีให้ที  ”                 

“  นายโทรเองดีกว่าครับ  เดี๋ยวนายเห็นเบอร์ผมในเครื่องคุณวี นายจะมาไม่พอใจผมอีก  ”            เคยมีเหตุการณ์ที่อิทธิเช็คโทรศัพท์วีแล้วเห็นเบอร์โทรเข้าออกเป็นกรรณ ทำเอาอิทธิไม่พอใจไปหลายวัน  จนตอนนี้กรรณไม่อยากจะโทรหาคนสำคัญของนายเท่าไรถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

                 “  เออ กูโทรเองก็ได้  ”                  

“  นายจะมาหึงผมกับคุณวีทำไม  ”         กรรณพูดกับนายอย่างไม่เข้าใจ                   

“  บางทีมันก็เกินหน้าเกินตาไง  ”      อิทธิเงยหน้าจากโทรศัพท์มองกรรณนิดๆ                  

“  ถ้าผมคิดจะชอบคุณวี ผมคงไม่ช่วยนายให้ได้รักกับคุณวีหรอกครับ  ”                  

“  แม้ว่าเป็นคำสั่งจากกูก็ไม่ทำ?  ”                  

“  เรื่องของหัวใจ บังคับกันไม่ได้หรอกครับ  ”        กรรณยิ้มกว้างให้กับนายจนโดนสั่งให้เงียบเสียง เนื่องจากปลายสายที่คนเป็นนายโทรไปนั้นรับแล้ว อิทธิบอกกับคนปลายสายว่าจะไม่ไปรับโดยจะส่งคนรถไปรับวีแทน แต่วีนั้นปฏิเสธบอกว่ากลับเองได้ จึงทำให้อิทธิเอ่ยถามต่ออีกนิดหน่อยว่าวีจะไปที่บ้านตนหรือไม่ซึ่งวีบอกว่าไปโดย จะไปสอนฮันนี่เดินต่อ อิทธิจึงยิ้มอย่างลืมตัวแล้วบอกให้วีรอตนหลังจากเลิกงานเสร็จจะรีบกลับไปหาแล้วทั้งคู่ก็วางสาย เหลือไว้เพียงรอยยิ้มบนใบหน้าที่ยังคงมีอยู่เหมือนกัน


                 “  รถมารอแล้วครับนาย  ”     อิทธิเก็บรอยยิ้มนั้นไว้แล้วเดินไปขึ้นรถมุ่งตรงไปที่บ่อนและแวะที่ห้องเชือด เพื่อไปจัดการกับลูกหนี้รายล่าสุดที่ได้รับการแจ้งมาโดยทั้งกาเบียลและกรรณก็ตามมาติดๆ ภายในห้องเชือดนั้นมีชายวัย ประมาณ 35 เนื้อตัวฟกช้ำ ปากและหัวแตก ถูกมัดมือให้นั่งอยู่ที่พื้น



                “  นายครับทวีศักดิ์ไม่จ่าย  7 แสนครับ  ”                 

“  ก็กูไม่มีเงิน จะเอาที่ไหนจ่าย ปล่อยกูไป  ”                 

“  แล้วปล่อยให้แม่ง 7 แสนเลยเหรอ ”         อิทธิหันไปตวาดถามลูกน้องที่อยู่ประจำบ่อน                

 “  เอ่อ...  ”

     พัวะ!!  ตุ้บบบบบบบ  เสียงฝ่ามือตบลงไปที่หน้าของลูกน้องอย่างหงุดหงิดแล้วก็ตามด้วยเท้าย่ำไปอีกหนึ่งที


                “  กี่รอบเนี่ย  7 แสน ”             กรรณถามเนื่องจากเห็นว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะพอสมควร                 

“  2 ครับพี่  ”                 

“  กูก็คิดว่าจะได้คืนเลยลงไปเยอะ แม่ง..ไม่ได้อะไรกลับมาเลยมีแต่เสีย  ”   ทวีศักดิ์บ่นเสียงดัง                 

“  กูได้ยินคำนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่ะ  ”              อิทธิมองลูกหนี้ตรงพื้นอย่างเวทนาและลูกน้อง ก็เหมือนจะรู้หน้าที่เดินเอาปืนมาส่งให้นายไว้เตรียมการปลิดชีพคนผิดคำพูด

                “  อย่าฆ่ากูเลย  กูขอเวลาได้มั้ย จะหาเงินมาคืนให้  ”                 

“  เวลาเหรอ  กูเป็นคนไม่ค่อยมีเวลาด้วยสิ ขี้เกียจรอ ไม่ชอบ!!  ”                 

“  กูยังไม่อยากตาย ”                

“  เคยได้ยินมาบ้างมั้ย ถ้าครบกำหนดคืนแล้วไม่มีคืน จะโดนอะไรยังไง  แล้วเคยมีใครได้รับโอกาสจากนายกูบ้างมั้ยฮะ  ”             กาเบียลเดินไปพูดกับทวีศักดิ์ใกล้ๆ                  


“  มึงทำงานอะไรเงินเดือน 20000 บวกมั้ย  ”               อิทธิถามเอ่ยถามลูกหนี้ตรงหน้า      

“  ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชน  ”                  

“  นายถามทำไมครับ เสียเวลาเปล่าๆ  ”                  

“  ไม่ต้องยุ่ง  ตอบกู!!!  ”                      

“ ……………. ”                  

“  พ่อแม่มึงตายรึยัง  ”             อิทธิยังคงรัวคำถามใส่ลูกหนี้ตรงหน้าอย่างช้าๆชัดๆ                   

“  ยัง  มีลูกด้วยหนึ่งคน  ”                  

“ หึ!  ”


              ปั้งงงงงงงงงงงง!!  

      เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดทำให้ทวีศักดิ์นั่งหลับตาเกร็งสุดฤทธิ์แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นเมื่อพบว่ากระสุนนั้นเฉียดขาตัวเอง ไปเล็กน้อยแล้วค่อยๆเงยหน้ามองคนที่จ่อปืนมาที่ตัวเองอย่างสงสัย ไม่เพียงแค่ทวีศักดิ์ลูกน้องทุกคนที่อยู่ในห้อง ก็ประหลาดใจเพราะไม่มีเลือดสักหยดกระจายเมื่อนายยิงปืนออกไป

                   “  นายครับ รออะไรอยู่  ”                   

 “  มึงคิดว่าชีวิตมึงมีค่ามากกว่าเงิน 7 แสนนี้มั้ย  ”         อิทธิลดปืนลงไว้ข้างขาตัวเองแล้วถาม ลูกหนี้ออกไปเสียงดังลั่นห้องและลูกหนี้อย่างทวีศักดิ์ก็ได้แต่พยักหน้าเบาๆตอบมาเฟียสุดโหดตรงหน้า                    

“  กูให้เวลามึง 6 เดือน  กูต้องได้ 7 แสนคืน มึงทำได้มั้ย  ”                    

“  นาย!!  ”           กาเบียลเรียกคนเป็นนายที่จู่ๆจะปล่อยคนที่จับมาไป                    

“  หุบปาก  ”                อิทธิหันไปตะคอกใส่กาเบียลไม่ดังนัก                   

 “  6 เดือนเลยเหรอ  ”         ทวีศักดิ์ถามซ้ำเพราะคิดว่าไม่เคยมีใครให้เวลานานขนาดนี้มาก่อน                    

“  หรือว่ามันนานเกินไป  ”                       

“  ไม่นานๆ กูจะรีบหาเงินมาคืนให้เร็วที่สุด สาบานเลย  ”                    

“  กรรณไปทำร่างสัญญาให้แม่งเซ็น  ”                   

 “  ครับนาย ”

         มือซ้ายมาเฟียรับคำสั่งจากนายก็รีบกลับไปที่ห้องทำงานเพื่อจัดการทำสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมา ในระหว่างที่ รอใบสัญญา อิทธิยังคงพูดคุยกับลูกหนี้คนนี้ของตัวเองต่อ เพื่อสั่งสอนอะไรเพิ่มเติม                    


“  ลองคิดดูนะว่าถ้าครอบครัวมึงขาดมึงไปพวกเค้าจะอยู่กันยังไง  เงิน 2 หมื่นกว่าในแต่ละเดือน หล่อเลี้ยงคนได้กี่ชีวิต แล้วมึงเอาเงินมาลงทุนกับสิ่งลมๆแล้งๆ  เกิดมากี่ปีหัดใช้สิ่งที่มีอยู่ในหัวคิดบ้าง  ”

คำพูดของอิทธิทำให้ทวีศักดิ์สลดลงไปก้มหน้าก้มตาไม่ตอบโต้จนกระทั่งกรรณเดินถือสัญญามาให้เซ็น ทวีศักดิ์จึงเอ่ยคำขอบคุณที่ไว้ชีวิตตนและพูดให้ตนได้คิดถึงคนที่อยู่ข้างหลังไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่และลูกตัวเอง       หลังจากเสร็จสิ้นอิทธิก็สั่งปล่อยตัวทวีศักดิ์ไปแล้วตัวเองก็เดินออกมาจากห้องเชือดท่ามกลางสายตาจากลูกน้องที่มอง นายอย่างประหลาดใจไม่หายเพราะนายของพวกเค้าให้โอกาสคนซึ่งเป็นสิ่งที่นายไม่เคยทำ


                “  นายครับ  นายทำแบบนี้แล้วเราจะไม่ขาดทุนเหรอครับ  ”        สองหัวหน้าลูกน้องประจำบ่อนเอ่ยถามนายอย่างกล้าๆกลัวๆ                

 “  มึงลองมองดูสิ  คนที่เข้ามาเล่นพนันในแต่ละวันมันลดลงหรือเพิ่มขึ้นทุกวันๆ  ”                 

“  เพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับนาย  ”                 

“  แต่นายไม่เคยปล่อยใครรอดกลับไปสักคนเลยนะครับ  ”           กรรณเลิกคิ้วถามต่อ                 

“  กูให้โอกาส กูเองก็ได้เงินคืน กูฆ่าไปกูไม่ได้อะไรเลยสักบาทเดียว  แถมชีวิตคนๆหนึ่ง ยังมีประโยชน์ต่อคนๆอื่นอีกหลายชีวิต ก็คุ้มที่กูจะปล่อยไปไม่ใช่เหรอ คนที่ทำกูเท่านั้นแหละสมควรตาย  ”                

 “  นะ...นายสุดยอดไปเลยครับ  ”                 

“  แยกย้ายกันไปได้ละ ถ้ามีอะไรก็ให้กรรณมาบอกกู  ”                 

“  ครับนาย  ”

     อิทธิเดินกลับขึ้นมาที่ห้องทำงาน แต่ขณะที่กำลังจะเดินผ่านทางแยกไปทางห้องอื่นก็ได้ยินเสียงเหมือน เสียงกาเบียลคุยโทรศัพท์อยู่  จึงเดินอย่างเงียบๆเข้าไปแอบฟังว่ากาเบียลคุยอะไรกับใครจนได้ยินนิดหน่อยว่า




                 “  จับมา!!  จับให้ได้  ”                  


“  จับได้แล้วเอาไปขังไว้ที่คอนโดกู  ”                  


“  เออ...ทำตามที่กูสั่ง   คืบหน้ายังไง โทรหากูด่วน  แค่นี้แหละ  ”



       เมื่ออิทธิเห็นว่ากาเบียลวางสายแล้วกำลังหันกลับมา จึงรีบเผ่นเดินเข้าห้องทำงานตัวเองไปก่อนและกาเบียล เองก็เดินเข้ามาเคาะประตูห้องทำงานตนเพื่อขอเข้าพบ อิทธิจึงรีบอนุญาตและนั่งนิ่งไม่มีพิรุธอะไร

                 “  ผมได้ยินเสียงนายปิดประตูเมื่อครู่  เพิ่งเข้ามาเหรอครับ  ”       หูตาเร็วและดีต้องยกให้กาเบียลมือขวาสุดเก่งและแกร่ง ใครทำอะไรยากที่จะรอดพ้นปฏิภาณไหวพริบของกาเบียลไปได้                 

 “  อือ  ไปห้องเชือดมา  ”                อิทธิตอบกลับไปและยังคงนั่งนิ่ง                  

“  อ๋อ  ครับ  ”                 

“  มะรืนคุณไปประชุมแทนผมหน่อยได้มั้ยที่ญี่ปุ่น  ”                  

“  ทำไมนายไม่ไปด้วยตัวเองล่ะครับ มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่า  ”      กาเบียลคิดสงสัย เพราะปกติงานทุกงานนายจะไปเองตลอด แต่ก็ได้คำตอบมาว่าอีก 2 วันอิทธิจะบินไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ กับวีและลูกสาวจึงไม่อยากบินไปบินกลับเลยให้กาเบียลไปประชุมแทนและกาเบียลก็ตอบตกลงไปแทนนาย


                  “  หรือถ้าคุณมีธุระก็ให้คุณเลขาไปคนเดียวก็ได้นะ  ”                   

“  ปะ...ปล่าว  ไม่มีธุระอะไรหรอกครับ ผมไปได้  ”                  

 “  อืม...ดี  ”                   

“  ไปเที่ยวก็ระวังตัวไว้ด้วยนะครับนาย  ”                   

“  บอกให้ระวังตัวแล้วทำไมไม่ไปด้วยกันซะล่ะ  ”                   

“  ถ้าผมไปใครจะไปประชุมแทนนาย  ให้ผมอยู่ไทยคอยจับตาดูอะไรๆดีกว่า  ”                   

“  หึ! ”            อิทธิยกยิ้มมุมปากแล้วหยิบแฟ้มมาเปิดอ่านก่อนที่จะกลับบ้านไปหาคนที่นัดเอาไว้










#  ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน  มาเม้นท์  มาถูกใจนะคะ


#  หลายคนบอกว่ากาเบียลมีแฟนแน่เลย  ใครล่ะ อาจจะมี ไม่มี


     หรือว่าอีกไม่นานจะมีก็ได้นะ  555555  หญิงชายก็คอยดูเอา


#  สำหรับคนที่เข้ามาอ่านใหม่  ยินดีต้อนรับเสมอจ้าาา


#  คุณ Add  บอกไรท์ว่ารออยู่ปากซอย 5555 ดูเดอะแรปเปอร์ช้ะ


     ไรท์ก็ชอบดู  ไว้เจอกันที่ปากซอยนะจ๊ะ  กริ๊   กริ๊  กริ๊


#  คุณนางฟ้ากับแสงจันทร์  ไรท์คิดถึงรี๊ดทุกคนแหละ อย่าหายไปสิ


     หายไปไรท์ไม่คิดถึงนะ 555  แต่ตอนนี้คุณ D'Dew  


      และหลายคนหายไป   อยากบอกว่า  กลับมา!!!!



ความคิดเห็น