เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

45.4 ท่ามกลางความทรงจำมีสิ่งใดซุกซ่อนนะ

ชื่อตอน : 45.4 ท่ามกลางความทรงจำมีสิ่งใดซุกซ่อนนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 120

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ค. 2561 19:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
45.4 ท่ามกลางความทรงจำมีสิ่งใดซุกซ่อนนะ
แบบอักษร

​ความทรงจำคือกระดาษที่ภายในขีดเขียนเรื่องราว ความรู้สึก สิ่งต่างๆที่พานพบ บางครั้งอาจชัดเจนเป็นรูปภาพเจ็ดสี บางคราวอาจเป็นภาพวาดสีดำและขาวซึ่งบ่งบอกว่าความทรงจำนั้นมิสวยงามสดใสอย่างที่คิด ตัวอักษรร้อยเรียงเป็นประโยค จากหนึ่งเป็นสอง และยาวเรื่อยๆกระทั่งจบย่อหน้า คราวนั้นมันเริ่มขีดเขียนย่อหน้าใหม่ กระทั่งชีวิตหนึ่งจบลง ตัวอักษรหมื่นล้านจึงหยุดเขียนอธิบาย ชีวาแห่งบันทึก[สมุดจดยังมีชีวิต]

กระดาษแห่งความทรงจำมิได้เก็บรวบร่วมในรูปแบบเล่มหนังสือ สมุด ตำรา หรือม้วน มันเป็นแผ่นกระดาษที่รายล้อมและลอยโคจรรอบอะไรนะ อ่อหัวใจ อย่างไรล่ะ กระดาษนับล้านแผ่นปลิวไสวบินในวิถีโดยมีหัวใจเป็นจุดศูนย์กลาง ความทรงจำจักดำรงควบคู่บางสิ่ง ซึ่งไม่แน่คือหัวใจ แต่ส่วนมากชอบเคียงข้างคู่หัวใจล่ะนะ จักมีบ้างที่ความทรงจำอยู่คู่ สายเลือด จิตวิญญาณ วิญญาณ หรือที่คนธรรมดาเชื่อ สมอง

กระนั้นเมรัยรู้ดีว่าความทรงจำของวิญญาณอยู่ที่ไหน เพราะแน่แท้ คนตาย สมองตาย แล้วเหตุใดวิญญาณจึงยังมีความทรงจำ?

หมอผีน้อยฝึกหัดเริ่มทำวิจัยระบบความคิดวิญญาณ และค้นพบคำตอบที่ชวนตะลึง แท้จริงแล้วความทรงจำคือขุมพลังอย่างหนึ่ง!!

ความทรงจำมีอำนาจในตัวของมันซึ่งหากมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตขาดความทรงจำก็จักสูญเสียกระบวนการทางความคิด มิรู้จักใช้ชีวิตเช่นไร มิรู้ตนเองเป็นใคร ไม่แม้แต่จักเข้าใจความรู้สึก จนบางครั้งก็เผลอถามตนเองว่า นี่มันอะไร ทำไมข้าร้องไห้

เมรัยมองเห็นวิญญาณ และหากนางเพ่งสมาธิอย่างใจจดใจจ่อ นางจักมองเห็นสิ่งอื่นๆด้วย ตัวอย่างเช่น กระดาษแห่งความทรงจำนั้นเอง

กระดาษแห่งความทรงจำมีสีกระดาษแตกต่างกัน ลวดลาย ลายมือ ล้วนไม่เหมือนกัน

โคลยังมีกระดาษแห่งความทรงจำหลงเหลือในหัวใจ หากถามว่าทำไมกระดาษแห่งความทรงจำถึงอยู่ในหัวใจ เมรัยจักตอบอย่างเดาๆว่า กระดาษแห่งความทรงจำแน่นอนต้องอยู่นอกหัวใจ แต่ความทรงจำบางอย่างนั้นมีค่า สำคัญ  และความหมาย บางอย่างในชีวิตคนคนหนึ่งที่มีค่ามหาศาลขนาดที่ลั่นวาจา “มันจักอยู่ในใจข้าตลอดไป” ใช่ สิ่งนั้นคือพลังวิเศษที่ยากลบล้าง ความรักลึกซึ้ง ความฝันที่อยากทำสำเร็จ หนี้ที่ต้องจ่าย ความแค้นที่ยังไม่สะสาง ต่อให้ตายแล้วอย่างไร

ความปรารถนาเหล่านั้นมีพลังแรงกล้าไม่ยอมสิ้นสลาย ต่อให้ร่างกายจักดับสูญ ต้องให้ชีวิตนี้จักมอดไหม้เป็นเถ้าธุลี

ยัง

คำว่า ยัง สั้นๆที่มีพลังยืดชีวิตให้ยาวไปอย่างฝืนทน พยายามตะเกียกตะกาย คลานไปข้างหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ มันยังไม่จบ คำสัญญาที่ให้ไว้ยังไม่เป็นจริง ยังมีคนรออยู่ หากนั้นคือคำขอสุดท้ายของชีวิตมนุษย์ที่แสนสั้นและอ่อนแอ พวกเขาย่อมเอื้อมมือและคว้ามันสุดแรง

ยังไหว

สำหรับโคล วิญญาณสาวที่กระดาษแห่งความทรงจำใกล้แหลกสลายหมดสิ้น นางยังเหลือกระดาษความทรงจำสามสี่แผ่น หนึ่งแน่ชัดคือความสามารถ สองคือความปรารถนา และแผ่นที่สามคือ

ความหวัง

โคลระลึก เล่าเรื่องของนางด้วยเสียงไพเราะราวนางเงือก เมรัยไม่รู้โคลกำลังยิ้มหรือไม่ กระนั้นฟังเสียงแล้วนางแลมีความสุขยิ่งนัก เพราะอะไรกันนะ เมรัยพลอยมีความสุขไปด้วย ทุกๆครั้งที่นึกถึงอดีต เมรัยรู้ว่าท่ามกลางความมืดนั้นยังมีแสงสว่าง วันที่โชคร้ายยังมีโชคดีคอยปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน เมรัยยิ้มไม่ออกหรอก ให้นางยิ้มนั้นเหมือนฝืนยกริมฝีปากด้านๆ หัวเราะแห้งๆและยิ่งเจ็บปวดมากมายดุจสายฝนที่ซัดเทกระหน่ำซ้ำเติมให้หนาวเหน็บ

“อยากรู้หรือไม่ ข้าอยากกลับบ้านไปหาใคร”

“ผัวเจ้าหรือ”

ถ้าไม่คุณแม่ ก็คนรัก สองคนนี่ล่ะ เมรัยเบ้ปาก

“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง”โคลตอบเสียงแผ่ว ฟังแล้วเดาไม่ถูกว่านางรู้สึกเช่นไร เศร้า เจ็บ ยินดี ดีใจ หรือไม่ถูกสักข้อ เมรัยกอดเข่า วางอุปกรณ์ หมอผีน้อยซุกหน้าแนบหัวเข่านุ่มพลางลอบมองโคลที่หยุดเล่ากลางคั้น หมอผีน้อยกลัวอีกฝ่ายท้อแท้ “เขาเป็นผู้ชายแบบไหนรึ” เมรัยไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหรอกนะ เพราะนางรู้ตัวว่าตนเองเป็นคนคิดมาก แต่อีกสันดานก็อยากรู้เรื่องโคลมากกว่านี้

“นางเป็นผู้หญิง สวยเหมือนเจ้าเลย”

“…เอ๊ อ อือ งั้นหรือ”

จู่ๆโดนชมอย่างไม่เตรียมกล่องเก็บคำชมที่นานๆจักมีครั้ง เมรัยลนลาน คราวบอกตนเองให้สงบสติแล้วเงี่ยหูฟังโคลเล่าต่อ วิญญาณสาวจำมิได้ว่าหน้าตาคนรักเป็นเช่นไร มิรู้ด้วยนางชื่ออะไร “เหมือนรู้จัก แต่ก็เหมือนคนแปลกหน้า”โคลกล่าวเช่นนั้นด้วยความรู้สึกยากแยกแยะว่ามันอยู่ฝั่งความสุขหรือความทุกข์ เมรัยเปิดตางงัน มองช่อดอกมะลิ อยากยกมือตบบ่าโคลและบอกว่า อีกเดี๋ยวก็จำได้น้า

กระมัง เมรัยไม่อยากบอกความจริงให้โคลทราบ เพราะบางครั้งความจริงก็โหดร้าย ดังเช่นที่มีคนเคยบอกเมรัยว่า อย่ารู้เลยดีกว่า

“ข้าจักกลับไปหานาง”

“ต่อให้เจ้าไม่รู้จักนางหรือ”

“ใช่”

.

..

… คนคนนี้

“ทำไม..”

ไม่รู้จัก ไม่มีข้อมูล ไม่มีอะไรที่สามารถชี้ตัวคนรักโคล แล้วทำไมนางพูดอย่างมั่นใจเช่นนั้น ราวกับว่านางเชื่อมั่นว่าจักเจอคนรักสักวันหนึ่ง โคลไม่เหมือนเมรัย หากเป็นหมอผีน้อยให้ไล่ตามหาคนที่ตนไม่รู้หน้าค่าตา ไม่มีเบาะแสอะไรเลย เมรัยบอกคำเดี๋ยวว่ายาก คำว่ายากเย็นทำให้เมรัยยอมแพ้ เพราะมันต้องฝืนกัดฟันอดทนอดกลั้น พยายามก้าวข้ามกำแพงไปให้ได้ กระนั้นเมรัยไม่เหลือแรงแล้ว หมอผีน้อยจึงตกใจและมองโคลอย่างมองตัวประหลาด จู่ๆก็มีคำถามผุดในใจเมรัย และไม่นาน คำตอบก็ปรากฏ

ทำได้สิ

“คนรักยังรอข้า ข้าจักกลับไปหานางที่บ้านเกิด เมืองฟาเวอร์ที่บอก”

โคลมีแผน หลักการเป็นผู้นำคือต้องมีแผนเสมอไม่ว่าจักเผชิญปัญหาใด นางต้องคิดอย่างมีเหตุผล บวกกับความเชื่อมั่นว่าแผนจักสำเร็จ ต่อให้แผนนี้ล้มเหลว ก็ต้องมีแผนสำรอก และหากนางคนเดียวทำมิไหวล่ะก็ “ข้าจึงขอพรกับดวงดาวตก” โคลไม่เคยหมดหวังกับโลกใบนี้ วิญญาณสาวหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาม และบอกกับเมรัยด้วยเสียงที่ทรงพลัง “เพราะโลกใบนี้คือโลกที่ทุกความฝันสามารถกลายเป็นจริง เจ้าก็รู้นิ”

โลกที่อำนาจมาโฮทำลายล้างกฎสมการทั้งปวง โลกที่มนุษย์มีจำนวนน้อยนิด โลกที่ธรรมชาติยังปรานีและช่วยให้สิ่งมีชีวิตเติบโตอย่างแข็งแรง

ปราศจากมลพิษ ไม่มียมทูตใจร้าย ชะตากรรมของชีวิตสามารถกำหนดด้วยมือของตนเอง  

“มั่วแล้วแม่นาง โลกนี้แย่จะตาย”

เมรัยค้านทันที แม้นจักหาเหตุผลโต้มิเจอก็เถอะ เพราะหมอผีน้อยรู้ตนรักโลกนี้มากเพียงใด ชอบมากกว่าโลกที่นางเคยอยู่เสียอีก ฮาๆ

“ฮาๆ”

ทันใดนั้นสองสตรีหัวเราะ โคลบอกเมรัยอีกว่า นอกจากคนรักแล้ว นางยังอยากกลับไปหาครอบครัวด้วย คุณพ่อคุณแม่ พี่ชายน้องสาว ทุกๆคนเฝ้ารอโคลอยู่ที่บ้านหลังนั้น บ้านที่โคลเติบโตและใช้ชีวิตอย่างสุขสงบ แม่น้ำสะอาด ลำธารใส รั้วหินมีหญ้าสูง และต้นสนกับกระรอก เมืองฟาเวอร์ในความทรงจำโคลมีอยู่ในกระดาษแห่งความทรงจำแห่งความหวัง ซึ่งทุกๆความทรงจำเกี่ยวกับโคลนั้นมีแต่ความหวังอบอวลประหนึ่งดินแดนแห่งแสงเทียน

คำสัญญา

คำบอกลา

คำมั่นที่จักกลับไม่ว่าจักอย่างไร

จู่ๆโคลก็สัมผัสถึงบางสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ภาพในอดีตค่อยๆปรากฏและย้ำเตือนให้โคลรู้ว่าตนเองเป็นใคร จากบ้านทำไม และทำไมถึงไม่ได้กลับ..

“ข้าตาย…”โคลกล่าวเศร้าๆต่อให้มีใจแรงเพียงใด ย่อมมีช่วงเวลาที่หมดบ้าง วิญญาณสาวบอกเมรัยว่าโคลตายในตอนที่นางออกไปทำธุระเรื่องการค้าระหว่างเมือง คืนนั้นนางกำลังขับรถขนส่งสินค้า บังเอิญมีฝนตก ประกอบกับมีกองโจรไล่ล่าหมายขโมยสินค้าหลังรถ โคลกับสหายร่วมทางอีกสองคนจึงช่วยกันนำรถม้าหนีเข้าป่า กระนั้นด้วยถนนขรุขระ หญ้ารกชัน โขดหิน หลุมลึก และอุปสรรคต่างๆนาๆท้ายที่สุดโคลและสหายไม่รอด

สหายโคลโดนโจรฆ่า ส่วนนางก็พุ่งทะยานไปกับรถม้า ท่ามลกางสายฝนเย็นเยียบและความมืดสีรัตติกาล

“…”

โคลเงียบกริบด้วยไว้อาลัยให้ชีวิตตนเอง นางตกม้าตาย บ่าโดนธนูยิง หัวดันหล่นไปกระแทงก้อนหินซ้ำ ต่อให้พยายามร้องเรียกคนช่วยแล้ว แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน สายฝนกระเซ็นโปรยปรายจนร่างกายโคลเปียกปอน วิญญาณสาวจำภาพท้องฟ้าวันนั้นได้ดี กระนั้นนอกจากความเจ็บปวดรวดร้าว และความหนาวเย็นที่ๆค่อยกัดกินนิ้วมือ นิ้วเท้า กระทั่งนางสิ้นใจ ตายอย่างเดี่ยวดาย

“ยากเหมือนกันนะ”

ทำใจเรื่องที่รู้ว่าตนเองตายแล้ว…

โคลยิ้มเจื่อน เมรัยรู้ว่าวิญญาณสาวเข้มแข็งพอยอมรับความจริง หมอผีน้อยก้มมองพุงย้อยและเงยหน้ามองดวงเดือน ค่ำคืนนี้เริ่มเย็นยะเยือกด้วยสัมผัสลมหนาว เมรัยถอนหายใจ “กาลเวลาจักทำความสะอาดความทรงจำของวิญญาณ…”เมรัยบอกสาเหตุที่ความทรงจำโคลค่อยๆหมดสิ้น ยามนี้โคลจำเรื่องเกี่ยวตนเองได้น้อยมาก กระนั้นจู่ๆโคลกลับนึกเรื่องตอนที่นางเสียชีวิตได้เสียอย่างนั้น

เมรัยมือเกี่ยวปอยผม ไม่รู้จักวางสีหน้าเช่นไรจึงซุกหน้าไว้แนบช่องเข่า “หากเจ้าอยากรู้ว่าตนเองเป็นใคร อยากรู้คนรักอ้วนหรือไม่…”

หมอผีน้อยอยากรู้เช่นกัน ว่าความจริงและเรื่องราวบทนี้จักลงเอ่ยเช่นไร

“ลองมองดอกไม้สิ..”

“ดอกไม้?”

“มีลดย่อมมีเพิ่ม”กฎนี้ให้ตายก็ไม่มีวันตาย เมรัยบอกวิธีเพิ่มความทรงจำหรือกู้คืนความทรงจำช่วงตอนยังมีลมหายใจ วิธีการจักแตกต่างกันไปตามแต่ดวงวิญญาณดวงนั้น วิธีการฟื้นคืนความจำโคล เมรัยแนะนำให้โคลลองนึกและมองสิ่งรอบๆตัวให้มาก สังเกตจุดต่างๆที่สำคัญคือให้โคลมองหาดอกไม้ เพราะเมืองฟาเวอร์คือเมืองดอกไม้ โคลย่อมต้องมีสายสัมพันธ์กับดอกไม้ บุปผา  

บางทีความทรงจำของวิญญาณอาจถูกซ้อนไว้ในของสำคัญ สิ่งที่วิญญาณนั้นรัก และห่วงถวิลหา  

หากมองเห็น ยินเสียง สบตาคนคนนั้น โคลอาจได้ความทรงจำคืน

“จริงหรือ!!”

“…ข้าไม่หลอกเจ้าหรอก”เมรัยแก้มป่องใช้เท้าเขี่ยช่อดอกไม้มะลิ โคลร้องดีใจพลางร้องกรีดเมื่อโดนนิ้วเท้าเมรัยสะกิดถีบตกแม่น้ำ หมอผีน้อยยิ้มเย็นพลางจุ่มมือช่วยชีวิตโคล วิญญาณสาวสำลักน้ำ แคกๆ กระนั้นก็มีแค่เสียงทรมานชวนสยิว หมอผีน้อยสลัดน้ำเหมือนสลัดผ้าขี้ริ้ว และกลับไปนั่งพิงที่เดิม “ระวังอย่าตายก่อนกลับบ้านนะ”เมรัยหัวเราะเสียงใส โคลมองค้อนหนึ่งที ข้าจักตายเพราะเจ้านั้นแหละ

ตายซ้ำตายซ้อน ตายของตายอีกที

“ยังจำอันใดได้อีกรึเปล่า”

“คนรักข้าเป็นผู้หญิง คลับคล้ายนางจักมีคู่หมั้นด้วย”

“เจ้านกแน่…”

“อย่าได้ฝัน ข้าจำเกี่ยวกับคู่หมั้นของนางได้ เพราะข้าสู้กับเขาเพื่อแย่งตัวนางบ่อยแน่ๆ”

มันเป็นความรู้สึกที่ท้าทาย ดุเดือด และเต็มไปด้วยกลอุบาย แผนพิชิตใจสาว โคลและชายหนุ่มคนนั้นมีฐานะต่างกัน อีกฝ่ายไม่รู้หน้าตาดีหรือไม่ แต่ต้องหน้าขี้เหร่เหมือนปีศาจหมู นิสัยสันดานปัญญานิ่ม ตะกละตะกลาม มาดผู้ร้าย ลักษณะเหมือนตัวโกง “ข้าว่าเจ้ามโนไปเองมากกว่านะ”เมรัยชี้แจ้งหน้าตาย ไม่เชื่อ เพราะฟังเสียงโคลนี้ มันเสียงตัวร้ายที่พยายามบอกพระเอกเป็นคนร้ายชัดๆ วิญญาณสาวสูดหายใจเถียงเมรัย ชายที่คิดแย่งผู้หญิงโคล ถือเป็นศัตรู วิญญาณสาวไม่ยอมมองพวกมันสวยกว่าตนเองเด็ดขาด ใช่ อีกฝ่ายต้องอ่อนและกระจอก

แม้นความจริงโคลรู้ดีว่า ชายคู่หมั้นหล่อและรวยกว่าก็เถอะ

“ปล่อยไว้นางไม่รอดแน่ ข้าต้องรีบกลับบ้าน”

โคลไม่อยากสิงช่อดอกไม้มะลิแล้ว นางอยากกลายร่างเป็นวิญญาณแล้วบินทะยานกลับเมืองเดี๋ยวนี้

“อย่างน้อยสิบห้าวัน”

สมัยนี้เสียอย่างที่ไม่มียานพาหนะความเร็วสูง ไปไหนก็ต้องใช้เวลาเดินทางหลายวัน หลายเดือน

“…ช่วยมิได้”โคลไร้ความสามารถ ยามนี้ต้องพึ่งพาพวกเมรัยเท่านั้น วิญญาณสาวยอมเก็บงำความแค้นเพื่อเป้าหมาย นางจักครุ่นคิดและฟื้นความทรงจำให้ไว อย่างที่เมรัยบอก พอกลับบ้านแล้ว นางจักพุ่งไปกอดคนรักทันที แผนเยี่ยม

เมรัยเห็นโคลเงียบซุ่มวางแผน หมอผีน้อยยกปากยิ้มโล่งอกสบายใจ คราวมือเริ่มวาดเขียนอักษรโบราณ ตอนแรกเมรัยเขียนอาคมให้โคลมีเสียงพูดเหมือนคนปกติ แต่หลังฟังเรื่องราวของโคล เมรัยพลั่งมีหวัง และเริ่มลงมือเขียนสร้างอาคมอีกอย่างคือ อาคมที่จักช่วยให้โคลฟื้นความทรงจำเร็วๆ หมอผีน้อยอยากรู้ว่าโคลจักเจอคนรักหรือไม่

เรื่องราวนี้ยังไม่จบ…มันพึ่งเริ่มต้นเท่านั้น…

“คนรักสินะ…”

เมรัยจรดปลายพู่กัน พึมพำเสียงเบายากมีใครสดับฟัง เมรัยไม่อยากทำลายความหวังของโคล แม้นหมอผีน้อยอยากลองถาม อยากรู้ว่าโคลจักตอบเช่นไร หากว่ามัน

‘เจ้ารู้หรือไม่ นับจากวันนั้นที่เจ้าตาย…มันผ่านไปกี่วัน กี่ปีแล้ว’

‘หากบ้านของเจ้า..ไม่มีใคร’

‘นี่…ถ้าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เจ้าหวัง’

เมรัยกำพู่กัน อีกมือกุมอก หมอผีน้อยไม่อยากเชื่อเช่นนั้น นางอยากให้ความหวังนั้นมีพลังและความจริงคือไม่เป็นไร แต่เมรัยรู้ว่าบางครั้งเรื่องช่างเลวร้าย และยากทนรับ หมอผีน้อยกลัวเหลือเกิน สำหรับช่วงเวลาที่อุ้มชูความหวังไว้ในมือ เปลวเพลิงของมันร้อนแรงจนแผดเผามือนาง เมรัยเจ็บแสบร้อนและหนาวเหน็บ นางอยากบอกว่า ไม่เป็นไร กระนั้นมันบอกยากยิ่งนัก

เรื่องของนารีกับเรไร เรื่องอดีต เรื่องอนาคต ปัจจุบันที่เหมือนจักฝืนเดินไปข้างหน้า เมรัยสับสนและกล้าๆกลัวๆที่จักมีความหวังเพื่อลุกอีกครั้ง

ไม่เวลาจักผ่านไปนานเท่าใด นางจักรอข้า**…และข้าจักกลับไปหานางเสมอ**”

          ท่ามกลางค่ำคืนมีเสียงวิญญาณสาวดังกังวานกลบสรรพเสียงแห่งความสิ้นหวังทั้งปวง เมรัยรู้ว่าโคลรู้สึกเช่นไร ยามเดินไปบนถนนสีดำที่มองไม่เห็นสิ่งใด มีเพียงแสงตะเกียงส่องริบหรี่ มันน่ากลัว และเหมือนทางข้างหน้าจักไม่มีประตู กระนั้นยังมีแสงสว่างในมือนี้ โคลเชื่อ วิญญาณสาวบอกตนเองและบอกเมรัย

          “มันจักมีหนทางเสมอ”

          เจ้าแค่ลงมือ และเริ่มก้าวจากจุดเดิม  

          และที่สำคัญ อย่ายอมแพ้นะ

          --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น