facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 40 : อย่างมึงอะหาที่ไหนไม่ได้แล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 40 : อย่างมึงอะหาที่ไหนไม่ได้แล้ว

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 115.6k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 23:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 40 : อย่างมึงอะหาที่ไหนไม่ได้แล้ว
แบบอักษร



        ช่วงใกล้ๆ 5 โมงเย็นของการทำงานการผลิตและประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัทแห่งหนึ่งที่พนักงานและลูกจ้างยังไม่เลิกสนใจงานที่ตนกำลังทำอยู่ทั้งๆที่ใกล้จะถึงเวลาเลิกงาน เช่นเดียวกับวีที่ขมวดคิ้วหน้านิ่ว ไม่เข้าใจกับสิ่งที่ตัวเองกำลังประกอบอยู่

                 “  ไอ้นนท์มึงมาดูอันนี้ให้หน่อย  ทำไมกูเปิดไม่ติดวะ  ”                    

“  ไหน  ”                                    

“  เนี่ยๆ ดูสิ  ถ้าอันนี้ไม่เสร็จกูไม่เลิกอะ  ”

        นนท์วางงานของตัวเองแล้วเดินมาหาเพื่อนที่เรียกให้มาช่วยดูตัวเครื่องให้พอมาถึงนนท์จับพลิกดูนิดๆ หน่อยๆพร้อมทั้งแกะฝาครอบออกดูก็รู้ถึงสาเหตุทันที

                 “  ไอ้สัส เนี่ย...สายมันสลับกัน  ”        พัวะ!!  ฝ่ามืออรหันต์โบกไปที่หัววีอย่างแรง                     

“  เจ็บ!  กูก็ตรวจดูดีแล้วมั้ยล่ะ ใครจะไปรู้วะ  ”   วียกมือลูบหัวตัวเองแล้วผลักนนท์ออกห่างตน                     

“  เจ็บมากมั้ยเพื่อนรัก  ไหนมาดูซิ สมองกระทบกระเทือนเปล่า  ” วีโดนเพื่อนสนิทอย่างนนท์เอามือคล้องคอแล้วลากเข้ามาชิดกับตัวแล้วนนท์ก็เอามือตีหัววีอีกหลายที


                   “  ไอ้เหี้ยนนท์  ปล่อยกู มันเจ็บไอ้ห่า  ”                       

  “  หยอกกันเป็นเด็กไปได้ไอ้สองคนนี้  ”          หัวหน้าแผนกเดินเข้ามาพอดีก็บ่นนิดๆ ที่เห็นชายหนุ่มสองคนยืนหยอกกันสนุกสนาน                       

  “  พวกผมอายุยังไม่เท่าหัวหน้าไง หยอกกันได้  ”       นนท์ปล่อยแขนออกจากคอวีแล้วยิ้ม ให้หัวหน้าจนโดนชี้หน้าคาดโทษว่าจะไม่ป้อนงานให้  วีจึงทำหน้าล้อเลียนนนท์และบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยวด้วย จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นอิทธิที่ยืนกอดอกจ้องตนตาเขม็งอยู่ทางเข้าแผนก วีจึงรีบบอกเพื่อนและลา หัวหน้าเก็บของใส่กระเป๋าแล้ววิ่งออกมาหาอิทธิอย่างเร็วไว โดยอิทธินั้นไม่รอเดินนำออกไปแล้วเช่นกัน


                  “  รอด้วยยยยย!!  นาย...  ”                     

  “  นายยืนรอคุณนานแล้ว  ”        กรรณผู้ยืนอยู่ตรงประตูทางขึ้นเอ่ยบอกให้วีรู้ว่านาย มารอนานมากแล้ว วีจึงรีบก้าวขาขึ้นรถไปอย่างเงียบๆรู้สึกผิดนิดหน่อยที่มัวแต่เล่นไม่รู้อะไรเลย


                  “  นาย...มารอนานแล้วเหรอครับ  ”                         

 “ ………….  ”             อิทธิไม่ตอบทั้งยังหันหน้าองศาพอดีมองด้านข้างจนรถเคลื่อนออกไป                      

 “  ขอโทษ...ผมไม่ได้มอง ไม่คิดว่านายจะมารับแล้ว  ปกติก็จะไลน์มาบอกก่อนไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้มาเลยล่ะ ไม่บอกไม่กล่าวกันสักคำเลย  ”                             

  “  ถ้าไลน์มาจะเห็นมึงใกล้ชิดกับเค้าขนาดนั้นเหรอ  ”                       

  “  ใกล้ชิดอะไรครับ?  ”          วีถึงกับงงในสิ่งที่อิทธิพูดออกเมื่อครู่ด้วยเสียงที่เย็นชาสุดๆ                      

  “  ถึงกับกอด หยอกล้อกันขนาดนั้น ไม่เรียกว่าใกล้ชิดรึไง  ”                       

  “  ที่โกรธนี่...ไม่ได้โกรธเรื่องมารอนานหรอกเหรอเนี่ย  ”                      

  “  นายไม่ได้โกรธหรอกครับคุณวี นายหึง!  ”      กรรณหันมาเล็กๆเพื่อบอกวีให้เข้าใจแต่ไม่วายที่จะโดนคนเป็นนายแผดเสียงดังกลับจนต้องรีบหันกลับไป                      


  “  หุบปาก  ”                      

  “  นาย...ผมกับนนท์เป็นเพื่อนกันนายก็รู้นี่...  ”                      

  “  ไปส่งวีที่บ้าน  ”      อิทธิทำเป็นไม่สนใจและสั่งให้คนขับไปส่งวีที่บ้านแทนที่จะไปบ้านตน อย่างที่เคยไป แต่วีนั้นปฏิเสธที่จะไม่กลับและให้เหตุผลว่าจะไปหาหนูน้อยฮันนี่ ซึ่งอิทธิก็ไม่ได้ขัดหรือพูดสั่งอะไร กรรณจีงบอกกับคนขับมุ่งตรงไปที่บ้านของนาย




        ไม่นานนักรถก็เคลื่อนเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน อิทธิลงจากรถทันทีเมื่อลูกน้องเปิดประตูให้แล้วรีบเดิน ขึ้นไปที่ห้องทำงานตัวเองทันที ส่วนวีนั้นเดินแยกไปหาฮันนี่ที่ห้องของเล่น ไม่ตามง้อเนื่องจากปล่อยให้คนเป็นนาย อารมณ์เย็นลงก่อนจึงค่อยตามไปคุยเอาทีหลัง


                  “  พี่ไปพักนะคุณวี  ”          สาลุกขึ้นยืนแล้วบอกกับคนที่เพิ่งเข้ามาในห้อง                         

  “  ครับ  ”                       

  “   วี  วี  ”           หนูน้อยที่นั่งเล่นลูกบอลอยู่ส่งเสียงดังแล้วชูลูกบอลไปมา                       

  “  ฮันนี่เรียกวีจริงๆด้วย  เก่งจังเลย  มาให้รางวัลหน่อย  ”

 วีขยับเข้าไปใกล้ฮันนี่ อุ้มหนูน้อยมานั่งบนขาโอบเอาไว้หลวมๆแล้วหอมไปที่แก้มหนูน้อยดังฟอดใหญ่ๆ

   “  พูดตามวีนะฮันนี่  ดี  พูดดี  ”                       

   “  ดี  นี  อี  วี   อี  ”             ฮันนี่พูดตามแล้วถามมาอีกหลายต่อหลายคำดี พูดดีก่อน  ดี   ดี                       

   “   ดีจ้า   ดีจ้า  ”                       

   “  จ้า  จ้า     แอ้ะๆๆ   ”        หนูน้อยพูดแล้วส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี                       

   “  พ่อ    พ่อ  ”                       

   “  อ้อ  ออ  อ๋อออออ อ้ากกกกกกกก  ”                       

    “  ฮันนี่  เรียกพ่อก่อน  พ่อ  ไหนพูดซิ  ”                       

    “  ซิ ”

      วีส่ายหัวเล็กน้อยอย่างเอ็นดู จากนั้นก็สอนฮันนี่พูดไปนานสองนาน ทั้งเรียกชื่อตัวเอง เรียกคนในบ้าน ทำตามที่คุณหมอแนะนำ ซึ่งตอนนี้ฮันนี่เองก็พอรู้เรื่องบ้างแล้วในบางอย่าง เวลาวีดุหรือไม่พอใจก็ชอบเข้ามา ซบและกอด อ้อนไม่ให้วีดุหรือบ่น  และจะมีบ้างที่ร้องไห้งอแงเอาแต่ใจ แต่ทั้งหมดก็ตามวัยของเด็กนั่นเอง


                     “  หนูชื่ออะไรคะ  ”                      

    “  อ้อ  อี  แอ  กรี๊ดดดดดดดดดด                      

    “  ฮันนี่  ชู่วววว  ไม่กรี๊ดๆ เสียงดัง  ”        ฮึ้บบบบบบ  วีบ่นเล็กน้อยแล้วอุ้มฮันนี่ขึ้นมา จากนั้นก็อุ้มดินลงมาด้านล่าง  ออกไปหน้าบ้านพาไปดูท้องฟ้าดูอะไรที่แปลกตา สูดกลิ่นธรรมชาติ พอเห็นว่าอากาศดี จึงให้อินกับอรไปเอาเสื่อและที่รองมาปูเพื่อที่จะสอนให้ฮันนี่หัดตั้งไข่  โดยป้าภาเองก็มาช่วยดูแลและสอนหลานน้อยเช่นกัน     


   “  คุณวีจับให้ยืนค่ะ ให้ลองเลย  ”                      

   “  อ้าว ตั้งไข่ต้ม  ต้มไข่กิน  ไข่ตกดิน อดกินไข่จ้อยยยย  ”                      

   “  แง่ววววว  แพละ!  ฮ่าๆๆ  ”

     หนูน้อยยืนแล้วล้ม ทำท่าจะร้องแต่ทุกคนช่วยกันเชียร์และเฮฮาทำให้หนูน้อยทำได้เพียงเบะปากและกลับมายิ้มงง และคลานไปหาวีอยู่ตลอดๆ วีเองก็พยายามจับให้ลุกขึ้นยืน พูดหลอกล่อเอาใจช่วยเต็มที่


                   “  พื้นเจ็บมั้ยเนี่ย  ไปหาหมอนบางๆมารองอีกมั้ย                      

  “  ก็ดีค่ะ ไปเอามานางอร  ในห้องนั่งเล่นน่ะ เดี๋ยวค่อยซักก็ได้  ”                      

  “  จ้ะป้า คุณหนูรอแปปนึงนะ ”                      

  “   วี    วี      วี  ดู  ดู  ”          ฮันนี่ส่งเสียงเรียกวีแล้วทำตาถลนชี้นิ้วไปมาบนท้องฟ้า ที่กำลังเปลี่ยนสี  ซึ่งบรรดาสาวใช้รวมถึงป้าภานั้นมักได้ยินเสียงคุณหนูเรียกหาวีอยู่บ่อยๆตอนวีไปทำงาน                       

  “  เวลาสาอุ้มป้าก็ได้ยินเรียกคุณวีบ่อยๆ จริงมั้ยนางอิน  ”      ป้าภายิ้มอย่างปลื้มใจแทน                       

  “  ใช่ป้า  ได้ยินแล้วชื่นใจมั้ยคะคุณวี  ”                       

  “  ครับ  ได้ยินครั้งแรกตอนพาไปหาหมอ แต่ก็ได้ยินแค่ครั้งสองครั้ง  ”   วีลูบหัวหนูน้อยเบาๆ                       

  “  คุณหนูรักคุณวีมากเลยนะคะ  ”                       

  “  ป้ากับอรก็สอนให้เค้าเรียกนายบ้างสิ  สอนเค้าพูดบ่อยๆตอนผมไม่อยู่น่ะ  ”                      

  “  ป้าก็ให้เรียกพ่อ แต่ก็ไม่ยอมพูด แต่ไม่นานหรอกค่ะป้าว่า ถึงตอนนั้นนายจะคงดีใจเนอะ  ”             เมื่อพื้นถูกปูทับอีกทบหนึ่งแล้วทุกคนก็ต่างกลับมาลุ้นเอาใจช่วยคุณหนูน้อยฮันนี่ให้ตั้งไข่และเดินอีกครั้งหนึ่ง  แม้ว่าจะล้มแพละไปหลายรอบร้องไห้บ้างเพราะเจ็บ  แต่สุดท้ายก็สามารถยืนได้แม้ไม่ถึงนาทีก็ตาม                       



  “  พี่เตรียมน้ำไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ  ”            สาเดินมาเมื่อถึงเวลาอาบน้ำของฮันนี่                       

  “  งั้นพี่สาพาฮันนี่ไปอาบน้ำเลยก็ได้ครับ  ”                       

  “  คุณหนูเก่งมาก พรุ่งนี้มาฝึกกันใหม่นะ  ”                       

  “  นะ        นะ  ”                        

   “  ฮ่าๆๆ พูดตามท้ายพยางค์ที่เราพูดกันด้วย  คุณหนูน่ารักมากเลยอะ ฮึ่ย หมั่นเขี้ยวจัง  ”

     วีลุกขึ้นปัดไม้ปัดมือแล้วเดินแยกไปหาอิทธิที่ห้องทำงานเพื่อทำการง้อและอธิบายให้เข้าใจเพราะอิทธิ เงียบหายไปเลย ปกติจะต้องมาวอแวบ้าง ซึ่งบ่งบอกได้เลยว่าโกรธและงอนจริงๆ



                     ก๊อกๆๆ                       ก๊อกๆๆ



         เสียงเคาะประตูดังอยู่ 2 – 3 จังหวะแล้วกรรณก็เปิดออกมาบอกว่านายกลับไปพักที่ห้องนอนแล้ว วีจึงพยักหน้าเป็นการขอบคุณแล้วเดินไปที่ห้องนอนของอิทธิเคาะประตูเล็กน้อยจนเสียงปลดล็อกห้องดังขึ้น จึงเปิดประตูเดินเข้าไป อิทธิกำลังยืนอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้า หยิบผ้าขนหนูคล้องคอแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ทำให้วีเดินไปนั่งรออยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่างจนอิทธิเดินออกมาหลังจากอาบน้ำเสร็จ                     

 “  นายโกรธผมจริงเหรอ  ”                      

 “  แล้วทำไมต้องไปทำอะไรชิดใกล้กันขนาดนั้น ”                      

 “   มันแค่หยอก  ไม่ได้มีอะไรเลยจริงๆ  ”                      

 “ …………………  ”        อิทธิไม่พูดอะไรยืนเช็ดตัวเลือกเสื้อผ้าอยู่หน้าตู้                      

 “  เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผมทำมันเปิดไม่ติด ผมเลยเรียกนนท์มาดูให้  ผมใส่สายสลับกัน  มันเลยด่าผมโง่แล้วล็อคคอมาตบหัวเฉยๆ ทั้งหมดก็มีแค่เนี้ย  ”       วีตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดจนอีกคนหันกลับมามอง                      

 “  แน่ใจ?  ”                      

 “   บอกไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรสิ  ”                      

 “   ก็กูไม่ชอบ!!  อย่าให้เห็นอีก  ”      อิทธิกระแทกเสียงอย่างไม่พอใจแต่อีกคนกลับยิ้มไม่กลัว                      

 “  หึงผมเหมือนที่กรรณบอกเหรอ  ”                     

  “  เออ  ”                       

  “   นนท์มันมีแฟนแล้ว  มันรักแฟนมันจะตาย  ”                        

  “  มีแฟนไม่มีกูไม่สน  ถ้าเห็นคราวหน้าแบบนี้อีก  เพื่อนมึงจะเจ็บตัว คอยดู  ”                      

  “  นาย...อย่าถึงขั้นทำร้ายมันเลย  ”                      

  “  ห่วงมันมากเหรอ กูก็ไม่ได้จะทำอะไร  แค่เตือนไว้   ”


     ร่างบางค่อยๆลุกจากเก้าอี้เดินมาที่มาเฟียยื่นมือไปช่วยติดกระดุมเสื้อนอนให้พร้อมเอ่ยวาจาอย่างแผ่วเบา

                    “  หายโกรธนะ  ”                       

   “  อือ  ”                       

   “  เย้!!  ”       วียกแขนชูสองข้างอย่างคนดีใจพร้อมทั้งยิ้มร่าเริงมองคนตรงหน้าที่ยืนนิ่ง                       

  “  แบบมึงอะหาที่ไหนไม่ได้แล้ว  กูถึงหึงหวงรู้มั้ย  ”                        

  “  เคยหาเหรอ ถึงบอกว่าหาไม่ได้อ่า  ”                        

  “  ก็ว่าผ่านมาเยอะ  แต่ไม่เคยถูกใจแบบนี้สักคน  ”       ฟอดดดดดดดดด    อิทธิก้มมาหอมที่แก้มของวีอย่างจังพร้อมทั้งเอามือไปกระชับเอวของวีให้เดินไปนั่งที่ปลายเตียงด้วยกัน


                   “  ใส่ชุดนอนแล้ว  จะไม่ไปส่งผมที่บ้านใช่มั้ย  ”                        

  “  ก็ค้างที่นี่สิ  กูจะได้ไม่ต้องไปส่ง พ่อไม่ว่าหรอกน่ะ  พ่อมึงว่าเดี๋ยวกูไปคุยเอง  ”                        

  “  แหมมม  ก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย พูดอะไรนิดหน่อยพ่อก็เชื่อทันทีอยู่แล้วนี่เดี๋ยวนี้  ”

วีพูดพลางหมั่นไส้พ่อตัวเองที่เปลี่ยนไปมาก และมักจะเชื่อคำพูดของอิทธิมากกว่าตนเองเสมอ                     

  “  ไม่ค้างได้มั้ย  จะกลับไปนอนบ้าน  เพิ่งค้างไปเอง  ”                        

  “  อือ  อย่าลืมนะทริปสวิตของเรานะ  ”                        

  “  ไม่ลืมหรอก อยากไปแล้วเนี่ย อยากไปเที่ยว  ”                        

  “  หึๆๆ  ”           อิทธิยกยิ้มมุมปากพลางยกมือโอบวีแล้วหอมที่ไหล่และแขนอย่างเสน่หา                        

  “  ผมกลับเลยดีกว่า ให้คนขับมอไซต์ไปส่งก็ได้ครับ  ”                        

   “  ไม่ได้!  กูจะไปส่ง  ”                        

   “  งั้นตามใจ  ” 

        วีลุกจากเตียงเดินนำอิทธิลงมาข้างล่างเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน เช่นเดียวกับอิทธิที่สวมเสื้อคลุมทับ แล้วเดินตามวีลงมาสั่งลูกน้องให้เอารถออกเพื่อไปส่งวี


                   “  จริงๆให้ผมไปส่งก็ได้นะครับ นายจะได้ไม่ต้องไป  ”  กรรณเสนอเพราะเห็นว่านายจะได้พัก                       

   “  แล้วถ้ากูจะไปส่งวี มันหนักส่วนไหนของมึง  ”         อิทธิมองหน้ากรรณอย่างหาเรื่อง                       

   “  อุ้ย  ก็ไม่ได้หนักอะไรผมหรอกครับนาย  ”                      

   “  ผมก็บอกนายแล้ว ว่าไม่ต้องไปก็ได้ๆ ก็จะไปให้ได้เลย  ”       วีพูดเบาๆกับกรรณ                       

   “  แล้วมันเป็นอะไร กะไอ้แค่นั่งรถไปส่งเนี่ย มันดูลำบากมากเหรอ  ”    อิทธิบ่นเสียงดังจนกรรณรีบเปิดประตู เชิญวีให้รีบขึ้นไปและยืนคอยปิดประตูให้นายก่อนที่จะรีบขึ้นรถตามมา



        เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปได้สักพักและการออกจากบ้านครั้งนี้ไม่มีลูกน้องคนอื่นตามมาจึงเปิดโอกาสให้อิทธิ ได้คุยกับกรรณในบางสิ่งที่ตนรู้สึกสงสัยและได้กลิ่นความไม่ชอบมาพากลกับการกระทำของกาเบียล                       

“  กรรณ มึงรู้สึกอะไรมั้ยว่ากาเบียลดูแปลกๆช่วงนี้  "

” เรื่องอะไรครับ? "                    

" แปลกยังไงครับนาย  ”                         

“  หลายครั้งที่กาเบียลไม่ตามกูเวลาไปไหน  และยังไปที่บริษัทหรือบ่อนเองโดยที่กูไม่ได้สั่ง หรือบอกกูและมึงก่อน ทำตัวเหมือนมีพิรุธ  ”                       

“  ผมไม่เห็นรู้สึกว่ามันผิดปกติเลย  ”         กรรณหันมาตอบกลับนายแล้วหันกลับไป                      

 “  นายคิดมากไปหรือเปล่าครับ  คุณกาเบียลเนี่ยนะจะเปลี่ยนไป  เค้าคือคนที่อยู่เบื้องหลังนาย มาโดยตลอดนะครับ  คงไม่คิดจะทำอะไรไม่ดีหรอก  ”         วีเสริมทั้งๆที่เพิ่งรู้จักกาเบียลมาไม่นานเท่าอิทธิ แต่ก็คิดว่าตนเองมองคนออกและเชื่อมั่นในตัวกาเบียล                       

“  กูไม่ได้คิดแบบนั้น  แค่รู้สึกว่าเค้าเปลี่ยนไป  ”   อิทธิหันมาพูดกับคนข้างๆ                       

“  ผมจะลองสังเกตแล้วก็ดูๆให้นะครับนาย  ”                      

 “  อือดี  ยศ!!  ถ้ากูรู้ว่ามึงเอาเรื่องที่กูคุยตอนนี้ไปพูดต่อ มึงรู้ใช่มั้ยจะเจออะไร  ”                       

“  ไม่กล้าหรอกครับนาย ”         ยศมองนายผ่านกระจกแล้วก้มหัวให้เล็กน้อย                       

“  ขู่เก่งงงง  ”                       

“  ลองดูสิ  ว่ากูขู่หรือกูเอาจริง  หึๆ ”                       

“  ช่วงนี้จระเข้ในบ่อไม่ค่อยได้กินอาหารหวานพอดีเลยครับนาย มันคงโหยหารอคอยอยู่  ”                       

“  นี่...เอาให้จระเข้กินเลยเหรอ  ”     วีรู้แบบนั้นแล้วก็รู้สึกกลัวและสลดขึ้นมาทันที                      

 “  ครับ  ฟาร์มไม่ไกลจากนี้หรอก คุณวีอยากไปดูมั้ยล่ะบอกนายได้นะ  ”                       

“  เออ  อยากเห็นก็บอก จะพาไปดู  ”          อิทธิยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสีหน้ากลัวๆของวี                       

“  มะ...ไม่ดีกว่า  ดูอย่างอื่นน่าสนใจกว่าเยอะเลยผมว่า  ”   วีรีบปฏิเสธแล้วมองตาอิทธิกลับไป และไม่นานรถก็เคลื่อนมาจอดหน้าปากซอยทางเข้าบ้านวี เหมือนเดิมที่อิทธิและกรรณจะเดินลงไปส่งวีถึงหน้าบ้าน   แต่คราวนี้เหมือนกรรณจะรู้งานเดินเว้นระยะห่างและทำเป็นไม่มองให้นายและวีได้ทำอะไรหวานๆกันก่อนจะแยก จากกันอย่างเช่น จับมือถือแขน โอบไหล่เดินหยอกล้อกันไปจนถึงบ้านในที่สุด                      



“  ดูบอลเหรอลุงวัฒ  ”             อิทธิกล่าวทักทายพ่อของวีที่ยังไม่นอนนั่งอยู่กลางบ้าน                      

“  เอ้อ   ดูด้วยกันมั้ยล่ะคุณ  ”    ลุงวัฒหันมาตามเสียงทักทายแล้วเอ่ยชวนอย่างมีมารยาท                      

“  ไม่ต้องชวนเลยพ่อ  งานการเค้ามีทำเยอะแยะ   ”            คนเป็นลูกชายขัดไว้เดี๋ยวยาว                      

“  ไว้ผมจะมาดูด้วยวันหลังนะ  ขอตัวก่อน  ”                     

 “  อื้อๆ  ”              ลุงวัฒหันมายิ้มเล็กน้อยให้กับอิทธิแล้วรีบหันกลับไปดูบอลต่อ ทำให้วีรีบยกมือบ๊ายบายคนที่มาส่ง แต่คนที่มาส่งนั้นส่ายหน้าดื้อรั้นไม่ยอมไปแถมเอามือชี้ที่แก้มขวาตัวเองแล้วยิ้มนิดๆ

“  มะ  ไม่!! ”                                 

“  งั้น...กูไม่กลับนะ  ”                       

“  เรื่องของนายสิ  ”           วีกลัวโดนพ่อล้อและยังคงปฏิเสธไม่ยอมทำตามคำขอของอิทธิ อิทธิจึงเปลี่ยนจากชี้ที่แก้มเป็นอ้าแขนออกสองข้างเพื่อให้วีเดินเข้ามากอด แต่วีก็ยังคงยืนนิ่ง

                 “  เป็นฮันนี่เหรอฮะ  ชูแขนเนี่ย  ไม่เอาาา!!  ”                       

“  จะกอด จะหอม หรือว่าจูบ??  เลือก!!!!  ”                 อิทธิพูดด้วยเสียงแข็งแกมบังคับ                       

“  ง่าาา  ”        วีส่งเสียงงุ๊งงิ๊งเล็กน้อยแล้วดึงอิทธิให้พ้นประตูพร้อมทั้งเขย่งขาขึ้นไปหอมแก้ม อิทธิหนึ่งทีแล้วโถมตัวเข้ากอดอิทธิไปด้วยเลย                        

“  หึ!!  เหลืออีกอย่างไม่ทำเหรอ ”   ไหนๆก็ได้ทั้งหอม กอดเหลือเพียงจูบอิทธิจึงลองถามวีดู                        

“  พอละ  โลภมากลาภหายนะ  ”                        

 “  กลับก็ได้  ไปละ  ”















#  ไรท์ไม่ได้หายไปไหน  ขอโทษเมื่อวานหายไป 5555


#  ไรท์เอาใจช่วย 13 หมูป่าให้ออกมาเร็วๆ เกาะติดทั้งวันเอาใจช่วยอยู่


#  ขอบคุณเม้นท์  ขอบคุณคนอ่านทุกคน สำหรับใครที่เข้ามาใหม่ก็ยินดีต้อนรับจ้า


    มาอ่านกันเยอะๆนะ 55555   ไรท์ใจดี  น่ารัก  ใช่มั้ยรี๊ดจ๋า

ความคิดเห็น