Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่49 “แก้วตาดวงใจ”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่49 “แก้วตาดวงใจ”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ค. 2561 08:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่49 “แก้วตาดวงใจ”
แบบอักษร

คุณหมออนุญาตให้มนสิชาและเด็กชายนราธิป หรือน้องนักรบกลับบ้านได้แล้ว ธนาธิปเป็นคนไปรับภรรยาและลูกกลับบ้านด้วยตัวเอง โดยธนาธิปให้ลูกน้อยนั่งในคาร์ซีทที่เตรียมไว้เพื่อความปลอดภัยตั้งแต่แรกเกิด ตอนนี้ทุกๆ คนที่บ้านรอคอยการกลับบ้านของคุณหนูตัวน้อยกันทั้งนั้น

รถยนต์ของธนาธิปจอดสนิทที่บันไดบ้านริมน้ำของเขาและมนสิชา ธนาธิปช่วยประครองมนสิชาออกมาจากรถจากนั้นจึงหิ้วตะกร้าคาร์ซีทของลูกน้อยออกมาถือไว้แล้วค่อยๆ เดินประครองภรรยาให้เดินไปด้วยกัน

“คุณหนูนักรบช่างน่าเกลียดน่าชังเหมือนคุณพ่อคุณแม่เลยนะคะ” ป้าสายหยุดพูด

“โอ้โห ป้าสายหยุดบอกว่าผมไม่หล่อหรือครับ” ธนาธิปแกล้งพูดหยอกล้อ

“โถ คุณจอมทัพ ป้าไม่ได้ว่านะคะ” ป้าสายหยุดรีบท้วง

“ฮ่าๆๆ ครับๆ ผมรู้ครับป้า” ธนาธิปหัวเราะทันที

“คุณหนูนักรบจ้ำม่ำจังเลยนะคะ” มะลิพูดบ้าง

“อืม เมื่อแรกคลอดคุณหนูของพวกเราหนักตั้งสามพันห้าร้อยกรัมแหนะ” ธนาธิปรีบบอก

“โอ้โห น้องมะปรางเก่งจังค่ะที่คลอดเองได้ เพราะคุณหนูตัวใหญ่มาก” พี่หวานเอ่ยชมมนสิชาทันทีเช่นกัน

“ใช่ครับ ผมนี่ยังกลัวแทนเลย แต่มะปรางก็เก่งมากจริงๆ แหละครับ เธออดทนตั้งหลายอย่าง” ธนาธิปตอบ

“ไหนๆ ตานักรบมาให้ย่าอุ้มหน่อยสิลูก” คุณอารดาที่นั่งฟังบทสนทนาอยู่พูดขึ้นบ้าง

“ค่ะคุณป้า” มนสิชาพูดตอบรับแล้วส่งลูกชายให้คุณอารดาที่เป็นคุณย่าอุ้ม

“อื้อ หน้าตาน่าเกลียดน่าชังขึ้นทุกวันนะหลานย่า” คุณอารดาเอ่ยชมหลานชาย

“อืม หลานปู่ เลี้ยงง่ายๆ โตเร็วๆ นะลูก” คุณธนาคมยื่นหน้าเข้ามาพูดกับหลานตัวน้อยเช่นกัน

ทุกคนที่บ้านจารุพิชญายังคงให้ความสนใจกับคุณหนูตัวน้อยอยู่สักพักจึงค่อยแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่มนสิชาและเด็กชายนราธิปจะได้พักผ่อนบ้าง

ช่วงเย็นวันนี้เพื่อนๆ ของธนาธิปรวมตัวกันมาเยี่ยมหลานชายคนแรกของกลุ่ม เพื่อนๆของเขาซื้อของที่ช่วยบำรุงคุณแม่หลังคลอดมาให้มนสิชาและซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับทารกแรกเกิดมาให้เด็กชายนราธิปด้วย

“โอโห้ พวกมึงซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย” ธนาธิปถามเพื่อนๆ

“อ้าวว พวกกูก็ซื้อของมาให้น้องมะปรางกับหลานกูสิวะ” เอกสิทธิ์ตอบ

“ไอ้เอกมึงอย่ากวนส้นตีน นั่นเมียและลูกกูครับ” ธนาธิปตอบแบบไม่พอใจ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า อะไรวะ แค่นี้ก็หึง ลูกหนึ่งแล้วนะมึง” เอกสิทธิ์ตอบ

“เออ กูหึง กูหวง จบมั๊ย” ธนาธิปตอบทันที

“ไอ้เอกมึงก็ชอบแหย่ไอ้จอมทัพมัน” นพนัยพูดว่าเอกสิทธิ์

“กูก็แค่อยากเห็นคนปากแข็งหมดท่าสักที ฮ่า ฮ่า” เอกสิทธิ์ตอบ

“มึงอะต้องอิจฉาจอมทัพมันนะไอ้เอก มันยังหาเมียได้ แถมมีลูกน่ารักๆ แล้วด้วย แล้วมึงหละกูเห็นยังไม่มีใครเอา กูว่าเพราะปากหมาๆ ของมึงนี่แหละมั้ง” วาทิตพูดบ้าง

“ฮ่าๆๆ กูกดไลก์ไอ้ไบร์ท พูดถูกใจกูมาก” ธนาธิปพูด

“อ้าวไอ้ห่าไบร์ทมึงมาด้วยกันกับกูมั๊ยเนี่ย แม่งแทนที่จะอยู่ข้างกู” เอกสิทธิ์ต่อว่าวาทิตทันทีเช่นกัน

“ฮ่าๆๆๆ พอเลยพวกมีง เลิกกัดกันได้แล้ว ไปดูหลานกันเถอะ” นพนัยบอกเพื่อนๆ ให้หยุดทะเลาะกัน

“พวกมึงไปล้างมือก่อนที่จะอุ้มหลานนะเว้ย” ธนาธิปบอกเพื่อนๆ

“รับทราบครับพ่อลูกอ่อนอนามัย” เอกสิทธิ์ตอบ

ทั้งสามคนเข้ามาเยี่ยมมนสิชาและเด็กชายนราธิปที่ห้องนอน

“น้องมะปรางเป็นยังไงบ้างครับ” เอกสิทธิ์ถามมนสิชาทันทีที่เข้ามาในห้อง

“ปรางสบายดีแล้วค่ะพี่เอก” มนสิชาตอบเอกสิทธิ์

“แล้วหลานพี่หละ เป็นยังไงบ้างครับ” เอกสิทธิ์ยังคงถามต่อ ยิ่งทำให้ธนาธิปหน้าตึงมากขึ้นไปอีก

“ตาหนูแข็งแรงดีค่ะพี่เอก” มนสิชาตอบ

“พวกพี่ขอดูหลานใกล้ๆ ได้มั๊ยครับน้องมะปราง” นพนัยขออนุญาตจากมนสิชาก่อน

“ได้ค่ะ” มนสิชาพูดจบก็อุ้มลูกน้อยขึ้นจากที่นอน

“ส่งลูกมาให้พี่ครับมะปราง เดี๋ยวพี่อุ้มตาหนูเอง” ธนาธิปรีบบอกภรรยาทันที

“ค่ะ” มนสิชาส่งบุตรชายให้กับสามี

“อื้อหือ หลานพี่หน้าตาน่าเกลียดน่าชังจริงๆเลย” นพนัยเอ่ยขึ้น

“ใช่ๆ โตขึ้นสงสัยหล่อไม่แพ้พวกน้าๆ แน่เลย” เอกสิทธิ์รีบพูด

“เออ ไอ้เอกพูดดีก็ได้ด้วย” วาทิตเอ่ย

“ตาหนูเลี้ยงยากมั๊ยครับน้องมะปราง” วาทิตเอ่ยถามมนสิชา

“ตาหนูเลี้ยงง่ายค่ะ ตื่นเฉพาะเวลาหิวเท่านั้น ถ้าเป็นช่วงกลางคืนจะนอนหลับสนิทจนถึงช่วงเช้าเลยค่ะ” มนสิชาตอบคำถามของวาทิต

“อืม ดีจริงๆ เลย ตาหนูของน้า เลี้ยงง่ายๆ โตเร็วๆ นะครับ” วาทิตหันมาพูดกับหลานชายที่อยู่ในอ้อมกอดของบิดา

เพื่อนๆ ของธนาธิปรู้ว่ามนสิชาและหลานชายตัวน้อยต้องการเวลาในการพักผ่อนพวกเขาจึงไม่อยากอยู่รบกวนนานเกินไป เมื่อพูดคุยได้สักพักจึงแยกย้ายกันกลับบ้านไป

มนสิชาตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยตนเองจนกว่าลูกน้อยจะเข้าเรียนซึ่งมนสิชาได้พูดคุยกับสามีเรียบร้อยแล้ว ธนาธิปเองก็เห็นด้วยและอนุญาตทันที ดังนั้นตอนนี้เป็นธนาธิปที่ต้องไปทำงานคนเดียวซึ่งก็โชคดีที่เขาสามารถหาผู้ช่วยคนใหม่มาช่วยทำงานได้แล้วเช่นกัน


...สามเดือนผ่านไป...

ตอนนี้เด็กชายนราธิป จารุพิชญาหรือน้องนักรบ อายุได้สามเดือนแล้ว ในทุกๆ วันหลังจากเลิกงานธนาธิปจะกลับมาช่วยมนสิชาเลี้ยงลูก ธนาธิปสามารถอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อมให้กับบุตรชายได้เพราะเขาผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว

“วันนี้คุณพ่อคิดถึงคุณแม่และคุณลูกจังเลยครับ” ธนาธิปบอกกับภรรยาเมื่อเข้ามาในห้องนอน

“ปรางกับลูกก็คิดถึงพี่จอมทัพค่ะ” มนสิชาตอบ ทำให้ธนาธิปเองก็รู้สึกชื่นใจ

“พี่จอมทัพทำงานเหนื่อยมั๊ยค่ะวันนี้” มนสิชาถามสามีด้วยความห่วงใยเหมือนเช่นทุกวัน

“ไม่เหนื่อยครับ” ธนาธิปตอบ

“พี่จอมทัพอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวปรางเตรียมชุดให้” มนสิชาบอกสามีอีกครั้ง

“ครับผม” ธนาธิปรับคำ

ธนาธิปรีบเปลี่ยนเสิ้อผ้าแล้วไปอาบน้ำทันทีเพราะเขาเองก็อยากกอดลูกน้อยแล้วเหมือนกัน มนสิชาเลี้ยงลูกโดยรักษาเรื่องความสะอาดเป็นหลัก เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆที่อาจจะทำให้ลูกน้อยของเธอเจ็บป่วยได้ เรื่องนี้ทุกๆ คนในบ้านต่างยอมรับและปฏิบัติตาม

เมื่อธนาธิปอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย จึงหยิบเสื้อผ้าที่มนสิชาเตรียมไว้ให้มาใส่

“พี่จอมทัพจะทานข้าวเลยมั๊ยค่ะ วันนี้มีเส้นหมี่ผัดกระเฉดกุ้งค่ะ ถ้าพี่จอมทัพทานเลยเดี๋ยวปรางจะได้ออกไปเตรียมให้ค่ะ” มนสิชาถามสามี

“พี่ทานเลยก็ได้ครับ” ธนาธิปบอกภรรยา

“งั้น ปรางรบกวนพี่จอมทัพไกวเปลให้ตาหนูสักครู่นะคะ” มนสิชาบอกสามี

“ครับ” ธนาธิปรับคำ

มนสิชาใช้เวลาทำอาหารไม่นานก็เข้ามาตามสามีไปรับประทานอาหารเย็นที่เตรียมไว้ เมื่อธนาธิปกลับเข้ามาในห้องมนสิชาเองก็ขอตัวไปอาบน้ำเช่นกัน ระหว่างรอมนสิชาอาบน้ำธนาธิปก็ทำหน้าที่เลี้ยงลูกไปก่อน โชคดีที่ตาหนูเลี้ยงง่ายแถมยังเป็นเด็กอารมณ์ดีอีกด้วยทำให้ธนาธิปสามารถดูแลคนเดียวได้

“พี่จอมทัพตาหนูโยเยมั๊ยค่ะ” มนสิชาถามสามีที่กำลังกล่อมบุตรชายให้นอน

“ไม่ครับ มะปรางดูแลตัวเองก่อนเลย เดี๋ยวพี่ดูลูกให้” ธนาธิปตอบ

“ขอบคุณนะคะ” มนสิชาตอบสามี

ความสุขในทุกๆ วันของมนสิชาและธนาธิปคือการได้ช่วยกันเลี้ยงดูลูกน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจให้เจริญเติบโตแข็งแรง ลูกเปรียบเหมือนส่วนที่มาเติมเต็มให้ชีวิตคู่ดูมีความหมายขึ้นมาอีกมากมายจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น