greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 11 : ธงขาว

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 : ธงขาว

คำค้น : ัy yaoi ภรรยาที่ดี เฮียเหวินน้องหลิว สายกาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.1k

ความคิดเห็น : 89

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2561 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 : ธงขาว
แบบอักษร

ตอนที่ 11 : ธงขาว



ยอมแพ้แล้ว

เสี่ยวหลิวยกธงขาว เขาไม่อยากคุยกับหวังหย่งเหวินแล้ว หน้าก็ไม่อยากจะมอง ในหัวมีแต่เรื่องที่อยากกลับประเทศไทย กลับเลยดีไหมนะ ?  กระเป๋าเดินทางก็อยู่ข้างตู้เสื้อผ้า ที่จริงไม่ต้องเก็บมันก็ได้ ให้เทียนฉีจองตั๋วแล้วไปรอที่สนามบินเลย แต่เสี่ยวหลิวรู้ว่ามันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ ให้ตาย เขาเพิ่งจะขอให้คนใจร้ายจัดงานเลี้ยงต้อนรับไปเอง ถ้าเขาไม่อยู่แล้วคงโดนด่าไปถึงบรรพบุรุษ ทั้งทีมงานและแขกที่มา โดยเฉพาะคนรันคิวคงสาปส่งเขาไปถึงชาติหน้า ไม่น่าเลย ควรจะยอมแพ้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว ไม่น่าคิดว่าตัวเองมันจะมีความสามารถพอที่จะทำให้เฮียหลงใหลได้

คืนนั้นเฮียเหวินผลักเขาเต็มแรง น่าจะเป็นแรงทั้งหมดที่อีกฝ่ายมี ถ้าไม่ใช้ศอกยันไว้คงได้หัวกระแทกพื้นสมองไหล เสี่ยวหลิวยังจำความเจ็บนั้นได้ขึ้นใจ ถ้าจะให้บรรยายก็คงต้องขอสักสามหน้ากระดาษเอสี่ มันเกินจะพรรณนา เขารู้สึกว่ามีของเหลวไหลออกมาเจิ่งบนพื้น พอแตะขึ้นมาดูก็พบว่ามันเป็นเลือด คนทำน่ะเหรอ ?  ไม่มีแม้แต่จะหยุดดู ขอโทษน่ะเหรอ? มีแต่คำว่า ‘พอสักที ! ’ เดินถือผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปง่าย ๆ  เยื่อใยที่มีหมดแล้วสินะ ศูนย์ ไม่มีอีกแล้วกับสิบปีที่รู้จักกัน

‘เฮียจะไม่มีวันทำร้ายเสี่ยวหลิว’ ที่เคยพูดเอาไว้ก็โกหกสินะ คนบ้า ถ้าพูดแล้วไม่เคยคิดจะรักษาสัญญาก็อย่าพูดออกมาดีกว่า !

ลืมมันไปเสียให้หมดกับไอ้เรื่องหวาน ๆ พวกนั้น มันก็แค่ลูกกวาดหลอกเด็ก สามีเขาแท้จริงก็แค่คนที่พูดไม่คิด จะไปหวังอะไรกับคนที่บอกว่าจะรักแล้วก็เลิกรักไปง่าย ๆ ล่ะ  

แววตานั่น... นึกว่ามันจะเหมือนภาพยนตร์ที่เคยดู เวลาที่แฟนเก่าสับสนในความรู้สึก เรียกว่าอะไรนะ หวั่นไหวกับความรักในอดีต ?  ตอนแรกเสี่ยวหลิวดันเข้าใจไปอย่างนั้นเพราะคิดเข้าข้างตัวเอง แต่จริง ๆ เฮียเหวินไม่ได้รู้สึกอะไรอีกแล้ว แววตานั้นมีแต่ความเย็นชา ไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งอีกต่อไป มีแต่ต้องแยกจากกัน ตัดขาดกันไปเลย 

ที่บอกว่าจะเอาคืนน่ะ สุดท้ายมันก็วนมาอยู่ที่เดิมอยู่ดี เสี่ยวหลิวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินวนเป็นวงกลม ตอนแรกดีใจแทบตายที่เจอทางแยกเพื่อที่จะไปสู่เส้นชัยที่สวยงามกว่า แต่สุดท้ายก็เชื่อมกลับมาที่เส้นทางเก่า แถมระหว่างทางยังมีแต่ขวากหนามมากมาย ล้มลุกคลุกลานกัดฟันสู้เพื่อที่สุดท้ายจะมาเจอจุดจบแบบนี้ ข้อศอกที่กระแทกพื้น บั้นท้ายก็ด้วย เหมือนกับปลุกเขาให้ตื่นขึ้น กระชากสติที่มีแต่ความอยากเอาชนะให้คิดได้สักที

ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายเหมือนโดนลวดหนามเส้นใหญ่รัดแน่น มันปวดไปหมด  

เสี่ยวหลิวคนนี้ยังต้องทำอะไรอีกงั้นเหรอ ?

ที่เขายังไม่ได้ทำคือการพยายามฆ่าตัวตาย หยิบคัตเตอร์มากรีดข้อมือ เผื่อคนไร้หัวใจจะหันมาสนใจกันบ้าง แต่ว่าเรื่องแบบนั้นมันไม่เกินไปหน่อยเหรอกับการขอให้ใครสักคนกลับมารักน่ะ ถึงหลิวจะรักเฮียมาก แต่หลิวก็ยังรักชีวิตตัวเองมากกว่า ช่างมันปะไร เอาคืนไม่ได้ก็ช่างมัน ยอมรับว่ารนหาที่เองเจอแบบนี้ก็สมแล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็จะบอกตัวเองว่าพอแล้วล่ะ ไม่ต้องสู้อีกแล้ว ผลลัพธ์หนึ่งปีครึ่งที่ไล่ตามคือการคว้าน้ำเหลว เขาอยากกลับไปหาม๊ากับป๊าที่เมืองไทย ใครจะเรียกเขาว่าเสี่ยวหลิวเจ้าลูกแหง่ก็เชิญ

เรื่องที่รักเฮียเหวินอยู่หรือไม่รักแล้วไม่สำคัญ คิดไปก็รังแต่จะปวดหัว ถึงจะต้องใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปีเพื่อลืมคน ๆ นี้เขาก็จะทำ จะตัดความทรงจำของคนที่ชื่อหวังหย่งเหวินออกไปจากสมองให้หมด เหมือนกับสาดโคลนออกจากพื้นพรมให้สะอาด กวาดฝุ่นผงขยะเน่าเหม็นออกจากประตูหน้าบ้าน !  

สุดท้ายแล้วก็สมใจหวังหย่งเหวิน ฟางเส้นสุดท้ายของคนตัวเล็กขาดสะบั้น เสียงคำรามที่ได้ยินมีแต่ความเกลียดชัง เหมือนโดนตบหน้าซ้ำ ๆ แล้วเหยียบด้วยฝ่าเท้าหนัก ๆ อีกหลายที  กับการยั่วยวนของเสี่ยวหลิวมันเป็นได้แค่สิ่งที่ทำให้คนตรงหน้ารำคาญมากกว่าเดิมก็เท่านั้น 

กามสูตรตระกูลหวัง เสี่ยวหลิวไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้จะมีกี่ร้อยกี่พันคนที่ใช้แล้วมัดใจสามีตัวเองได้ ตอนนี้นักปราชญ์ผู้รวบรวมเคล็ดวิชาถ้าได้มองลงมาจากฟ้าคงจะนึกสมเพชเขาอยู่ไม่น้อย สูตรลับก็บอกหมดแล้ว ภาพก็วาดให้ดู บอกหมดทุกองศาทุกจังหวะจะโคน แต่ถึงอย่างนั้นภรรยาที่พยายามเชี่ยวชาญเรื่องอย่างว่าก็ยังโดนสามีผลักตกเตียงอยู่ดี เวทนาเหลือเกิน ต้องโดนเกลียดถึงขนาดไหนถึงจะโดนทำร้ายได้ขนาดนี้

คิดไว้ตั้งแต่คืนนั้น เขายอมรับทุกอย่าง ยอมแพ้แล้วจริง ๆ 

หลังจบงานเลี้ยงวันนี้ เสี่ยวหลิวจะคุยกับหวังหย่งเหวินให้รู้เรื่อง 

เขาจะหย่า !

“สรุปว่าหลิวหลิวจะไปกับเฮียใช่ไหม”

“น้อย ๆ หน่อย”

“ไม่ใช่ไปด้วยกันทั้งหมดเหรอ ที่บอกว่าห้าคนน่ะ”

“พวกนายมันส่วนเกิน ฉันกับหลิวหลิวสองคนก็พอแล้วล่ะ”

“ลู่เสียนคนหน้าด้าน ! ”

“นี่น้องหลิว” เสียงเจิ้งตงมู่ทำให้เจ้าของใบหน้าเล็กดึงสติกลับมา มือที่กำแน่นอยู่คลายออกจากกัน พอมีโอกาสให้นั่งเงียบ ๆ ก็เผลอคิดเรื่องที่ตัดสินใจไปแล้วอีกครั้ง เสี่ยวหลิวยิ้มซื่อ 

“สองสามวันนี้เราว่างไหม จะได้นัดแนะสถานที่กันไปเลย” ไม่มีใครสนใจลู่เสียนที่กำลังโวยวาย เหอซั่วเกอปวดหูจนต้องใช้มืออีกข้างจับหัวเขากดลงบนโซฟา

ที่เสี่ยวหลิวบอกว่าหลังจากนี้คงจะมีเวลาว่างนั้นหมายถึงช่วงที่ ‘หย่า’ กับหวังหย่งเหวินแล้ว เลยอยากให้เฮียแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้พักใจ แต่ไม่คิดว่าจะโดนผู้ชายสี่คนพยายามอาสาเป็นไกด์พาเที่ยวแทน ประทับใจก็ประทับใจอยู่หรอก แต่ถ้าหลังจากนี้รู้ว่าเขาหย่ากับเฮียเหวินแล้วพวกเฮียยังอยากจะเที่ยวกับเขาอยู่รึเปล่านะ

โดยเฉพาะกับลู่เสียน เสี่ยวหลิวไม่รู้ว่าเฮียจะยังอยากคุยกับเขาอยู่ไหมถ้ารู้ว่าเสี่ยวหลิวคนนี้ทำให้ชีวิตคู่ของเพื่อนรักพังพินาศภายในระยะเวลาแค่สามเดือน อ้อมกอดอุ่น ๆ เมื่อกี้อาจจะไม่ได้รับอีกต่อไปแล้วก็ได้ คิดถึงตรงนี้แล้วก็เศร้าขึ้นมา  

คนที่ตอนนี้เหมือนลูกแมวน้อยในฝูงเสือตัวใหญ่ไม่รู้จะตอบอย่างไร ใบหน้ายุ่งเหยิงเรียกร้อยยิ้มจากแก๊งเสือร้ายได้เป็นอย่างดี ไอ้เหวินมันโง่ เมียสวยน่ารักขนาดนี้ยังจะเกลียดได้ลงคอ กับเรื่องในอดีตน่ะลืม ๆ มันไปซะบ้างเถอะ มีความสุขกับปัจจุบันดีกว่า เป็นพวกเขาน่ะเหรอถึงจะไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันขนาดอยากแต่งงานด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่ารูปร่างหน้าตาและเรือนร่างของเสี่ยวหลิวทำให้ต้องมองข้ามข้อจำกัดพวกนั้นไปอย่างเต็มใจ

ก็เคยคิดอยู่นะว่าไหน ๆ เพื่อนเขาคนนี้ก็ไม่อยากแต่งงานตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จะเป็นไรไหมนะถ้าพวกเขา... 

“ที่หลิวพูดไปเมื่อกี้ พอมาคิดอีกทีไม่น่าจะว่างแล้วน่ะครับ หลิวนึกขึ้นได้ว่ามีอ่านเตรียมสอบออนไลน์” หางคิ้วตกเล็กน้อยเหมือนที่ทำเวลาหลีกหนีความผิดกับมารดา เขาโกหก “หลิวไม่อยากรบกวนพวกเฮียด้วย แต่ละคนคงมีงานต้องสะสาง แค่นี้หลิวก็ดีใจมากแล้ว ต้องขอโทษด้วยนะครับ” 

ทุกคนมองแมวน้อยตัวสีขาวที่ทำหน้าซึมลงก็อยากคว้าจับมานั่งตักโอ๋เอ๋ไม่ร้องนะ แน่นอนว่าลู่เสียนต้องเป็นคนแรก ชายหนุ่มสะบัดตัวจากมือเหอซั่วเกอ  

“ถ้างั้นหลังจากนั้นล่ะครับ เราต้องสอบต่อเลยใช่ไหม หลังจากนั้นล่ะ” เพื่อหลิวหลิวของเฮียเสียนแล้วจะเทงานทั้งหมดจนถูกเลขาด่าไปสามวันก็ยอม เพื่อนเขามันใช้ไม่ได้ ภรรยามาหาก็ไม่พาเที่ยวเปิดหูเปิดตาอะไรบ้างเลย ต้องให้เขาลงมือเองแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน

“ยัง...ไม่แน่ใจครับ หลิวต้องกลับไปดูตารางก่อน แต่ถึงอย่างนั้นหลิวก็ไม่อยากรบกวนจริง ๆ  ไว้ถ้ามีโอกาสพวกเราคงได้ไปเที่ยวด้วยกัน” เอ่ยขอโทษอีกครั้งและก้มหัวให้ เขายังมีเรื่องต้องสะสาง การหย่าอาจจะยืดเยื้อก็ได้ใครจะไปรู้ มันเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบทั้งสองตระกูล  

ทุกคนมองเสี่ยวหลิวที่ขอโทษแล้วก็รู้สึกกระอักกระอ่วน คนตัวเล็กดูจะรู้สึกผิดมากจริง ๆ  จนพวกเขาที่จู่ ๆ ก็มาสนิทสนมแถมยังพยายามรบเร้าต้องรีบพูด

“อย่ากังวลเลยนะ พวกเฮียก็แค่ถามเราดูน่า ไม่ได้ซีเรียสอะไร” ซุนไป่หานอธิบาย เสี่ยวหลิวมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มกลับมาอีกครั้ง

หันไปมองซ้ายขวาหน้าหลังไอ้เพื่อนตัวดียังไม่กลับมา แผนแรกที่วางไว้ใช้การไม่ได้แล้ว คงต้องใช้แผนสอง ว่าแต่แผนสองที่คุยกันไว้มันคืออะไรนะ ชายหนุ่มพยายามส่งสายตาให้เจ้าของปฎิบัติการ ‘ล่อเสือให้หลงแมว’   ลู่เสียนเข้าใจในความหมายนั้น เขาหันไปหาเหอซั่วเกอ รายนั้นจ้องมาก่อนแล้ว ส่งโทรจิตโดยไม่ต้องเอ่ยปากอะไรพวกเขาสองคนก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งโซฟาของเจ้าของงานทันที

เสี่ยวหลิวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไส้กรอกที่โดนขนมปังแข็งสองชิ้นขนาบข้าง ไม่มีที่นั่งให้สามีที่เดินไปตักอาหารเย็นให้แล้ว ขนมปังสองชิ้นตีเนียนเมื่อเสี่ยวหลิวไม่เอ่ยปากท้วง

ไม่ได้โกรธหรือโมโหอะไร เขากลับ...โล่งใจ

แม้จะสงสัยอยู่ว่าทำไมพวกเฮียจู่ ๆ ก็หุนหันทำอะไรแปลก ๆ ตั้งแต่เมื่อกี้ หักหน้าเพื่อนตัวเองแบบโจ่งแจ้ง แถมคนอื่นที่ไม่ใช่ลู่เสียนยังปกป้องเขาเหมือนรู้จักกันมานาน กระนั้นถ้ามันทำให้เสี่ยวหลิวไม่ต้องใกล้ชิดเฮียเหวินทั้งงานได้ เด็กหนุ่มจะยอมตามน้ำไปก่อน อยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ในใจ 



หวังหย่งเหวินที่กำลังตักอาหารอยู่อีกด้านของห้องไม่รู้เลยว่าเพื่อนทั้งสี่คนที่มางานคิดจะทำอะไร เขาทั้งสงสัยทั้งโมโห 

เขาเป็นเพื่อนพวกมันไม่ใช่เหรอ ? รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ชอบเสี่ยวหลิว

แล้วไอ้การเข้าข้างเด็กคนนั้นน่ะหมายความว่ายังไง !

มือใหญ่ตักเสต็กปลาแซลมอนสำหรับตัวเอง อีกจานหนึ่งตักมักกะโรนีผัดซอสไก่ ยังจำได้ว่าเป็นเมนูที่คนตัวเล็กชอบทานตั้งแต่ยังเด็ก เขาไม่ได้ฉุกคิดกับการกระทำตัวเอง แค่ทำไปตามที่สมองสั่งอัตโนมัติก็เท่านั้น

“อ้าว คุณหวัง” มีคนเรียกเขา หย่งเหวินหันไปหา หน้าคุ้นตา แต่จำไม่ได้ว่าคือใคร คงเป็นเพื่อนที่ห่างมาก ๆ สักคนที่เขาสุ่มชวนมา

“ผมจินเว่ย รุ่ยจินเว่ย” ร่างที่สูงพอ ๆ กันแนะนำตัวเองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งค้างไป ไม่แปลกหรอก กับหวังหย่งเหวินแล้วจินเว่ยเคยเจอกันไม่เกินสองครั้ง เป็นเพื่อนทางธุรกิจที่รู้จักผ่านเจิ้งตงมู่อีกที ที่ได้รับการ์ดเชิญงานเลี้ยงก็ยังแปลกใจอยู่ไม่ใช่น้อย

หวังหย่งเหวินพยักหน้า เขานึกออกแล้ว รุ่ยจินเว่ยที่เปิดบริษัททำเว็บไซต์จองโรงแรม มีชื่อเสียงพอสมควร แต่ก็ยังไม่ใช่อันดับหนึ่ง “ครับ ไม่ได้เจอกันนานเลย คุณสบายดีไหม” ยิ้มตามมารยาท ทั้งที่ในใจอยากจะรีบเดินกลับไปที่โต๊ะจะแย่

“สบายดีครับ ที่จริงจะเข้ามาทักทายคุณเสียหน่อยตั้งแต่เริ่มงานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักที” จินเว่ยหลีกทางให้คนอื่นเข้ามาตักอาหารได้สะดวก เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลา รีบพูดหัวข้อที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนได้รับการ์ดเชิญ “ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณหวัง คุณน่าจะพอรู้มาบ้างว่าช่วงนี้รัฐบาลกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ถ้าองค์กรไหนปฎิบัติตามนโยบายได้ก็จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือว่าตอนนี้บริษัทผมกำลังคิดจะทำแคมเปญร่วมกับโรงแรมหรูสักโรงแรมหนึ่งเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวในประเทศ แล้วเห็นว่าต้าจี๋ฉายที่บริหารโดยคุณเหมาะสมที่จะเข้าร่วมด้วย”

หวังหย่งเหวินเงียบฟังสิ่งที่คนตรงหน้าบอก ในหัวนึกถึงสัญญาที่ยังตกลงไม่ได้กับบริษัทหนึ่งอยู่พอดี หรือว่านี่จะเป็นโอกาส ? บริษัทของรุ่ยจินเว่ยก่อตั้งมาได้สักระยะ หุ้นของบริษัทขึ้นตลอด ไม่มีข่าวเสียหาย ทั้งประธานและคณะกรรมการต่างก็เป็นพวกรุ่นใหม่ไฟแรง จุดด้อยอย่างเดียวคือยังไม่ใช่อันดับหนึ่งก็เท่านั้น

“น่าสนใจมากครับคุณรุ่ย” หวังหย่งเหวินเห็นว่านี่น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากบริษัทแรกลงสัญญาไม่ได้ กับบริษัทของรุ่ยจินเว่ยก็ไม่เลวนัก 

คนที่ได้รับคำตอบแบบนั้นก็ดีใจ “หลังจากงานเลี้ยงครั้งนี้ ผมหวังว่าเราจะมีโอกาสพูดคุยเรื่องนี้กันให้เห็นภาพมากขึ้น อาจจะเป็นที่ภัตราคารห้าดาวสักร้าน ถ้ายังไงผมจะให้เลขาติดต่อคุณเมื่อหาสถานที่ได้นะครับ” รุ่ยจินเว่ยยิ้มส่งมือไปข้างหน้า หวังหย่งเหวินจับมือนั้นเขย่าเบา ๆ กะว่าจะขอตัวกลับไปที่โต๊ะ ผู้บริหารไฟแรงก็พูดขึ้นมาก่อน 

“ผมอยากให้ภรรยาของคุณมาด้วย ร่วมรับประทานอาหารกัน เมื่อกี้ผมเองได้ทักทายแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นเอง ถือว่าจะได้ทำความรู้จักกันไปด้วย คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ”

คำพูดนั้นทำให้หย่งเหวินชะงักเล็กน้อย แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องปกติที่ผู้บริหารจะพาภรรยาไปทานข้าวกับคู่ค้า สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน เรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ทำก็เท่านั้น 

ไม่อยากให้มายุ่งเรื่องธุรกิจเลย แต่หย่งเหวินก็พยักหน้าและตอบตกลงไปอย่างช่วยไม่ได้ 

รุ่ยจินเว่ยยิ้มกว้างกับคำตอบ มองประธานของงานที่ขอตัวเดินถือจานข้าวสองใบจากไป ในใจก็ได้แต่คิดถึงใบหน้าของภรรยาผู้บริหารโรงแรม ตั้งแต่ที่ร่างในชุดสีขาวปรากฎขึ้นบนเวที เขาก็ละสายตาไปไม่ได้จริง ๆ

อยากจะทำความรู้จักมากกว่านี้



ผู้บริหารหนุ่มที่กลายเป็นบริกรเดินกลับมาแล้ว เมื่อกี้ที่พอจะอารมณ์ดีขึ้น เพียงแค่เห็นภาพตรงหน้าก็ต้องเกิดกองไฟขึ้นในอก โหมกระพรือจนแทบจะไหม้ออกมาด้านนอก ที่นั่งข้างภรรยาโดนเหอซั่วเกอกับลู่เสียนจับจองทั้งสองข้าง เสี่ยวหลิวกำลังหัวเราะต่อกระซิกกับเพื่อนเขา มีความสุขจนน่าหมั้นไส้

เสียงกระแทกจานบนโต๊ะที่มีขวดเหล้าและเบียร์วางอยู่อย่างแรงเรียกความสนใจเหมือนกับเด็กที่เขวี้ยงของเล่นเพื่อให้พ่อแม่หันมาถามว่า ‘เป็นอะไร ?’  เขานั่งลงบนโซฟาข้างซุนไป่หาน เจิ้งตงมู่ที่อยู่โซฟาตัวที่สองทำท่าจะหยิบมักกะโรนีมาทานก็โดนปัดมือ

“ของเสี่ยวหลิว” พอเลื่อนมือไปอีกจาน “ของฉัน อยากทานเองก็ไปตัก” เมื่อกี้มันก็รวมหัวกันว่าเขา ยังมีหน้ามาแย่งกินอีก เจิ้งตงมู่เบะปาก ยอมนั่งนิ่ง ๆ เขาทานมาแล้วล่ะ แค่อยากกวนประสาทไปงั้น

"อาหารมาแล้ว ๆ  หลิวหลิวทานก่อนนะ” เพราะถ้าไม่มีอะไรตกถึงท้อง ดื่มเหล้าไปก็ต้องอาเจียนออกมาหมดอยู่ดี ลู่เสียนคิดในใจโดยไม่รู้ว่าเสี่ยวหลิวไม่เคยลิ้มรสของแอลกอฮอล์มาก่อน เด็กหนุ่มมองมักกะโรนีของชอบของตัวเอง ของโปรดของเขาเฮียยังจำได้อยู่เหรอ ?

แต่แล้วไงล่ะ

พวกเขาจะหย่ากันแล้ว

เสี่ยวหลิวปัดความคิดนั้นทิ้ง หยิบช้อนส้อมขึ้นมาตักอาหารในจานส่งเข้าปากพอดีคำ ระหว่างที่เคี้ยวมักกะโรนีลู่เสียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็คอยลูบหัวเป็นครั้งคราว “เด็กดี ทานเยอะ ๆ นะ” 

เพราะการกระทำนั้นจึงเรียกสายตาน่ากลัวจากโซฟาที่เยื้องกัน เหลือบตามองดูถึงรู้ว่าเป็นหวังหย่งเหวินที่กำลังเคี้ยวเสต็กอย่างไม่สบอารมณ์  

หวงเพื่อนจนอยากจะบีบคอเขาแน่ ๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมีคนมองอยู่สินะ  

แก๊งเสือร้ายที่ทำเป็นคุยเล่นกันแน่นอนว่าลอบสังเกตอาการเพื่อนอยู่ตลอด ต่างก็แทบกลั้นขำไว้ไม่อยู่ เจ้าตัวจะรู้ตัวไหมว่าแรงที่ส่งไปยังฟันที่เคี้ยวปลาน่ะมันมากขนาดไหน ค่อย ๆ ทานก็ได้นะไม่มีใครแย่ง สายตานั่นก็ด้วย  

ถ้าไม่บอกว่าเกลียดเสี่ยวหลิวหนักหนา คงคิดว่ากำลัง ‘หึง’ อย่างออกนอกหน้าอยู่แน่ ๆ

เจ้าตัวไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อภรรยาน่ะมันโคตรตรงข้ามกับสิ่งที่แสดงออกอยู่ตอนนี้เลย

ไม่นานหลังจากที่สองสามีภรรยาทานมื้อเย็นเสร็จ แม้ต่างคนแทบจะไม่ได้สัมผัสถึงรสชาติเลยก็เถอะ เหล้าและเบียร์ชั้นเลิศที่วางอยู่ก็ถูกเปิดเพื่อเฉลิมฉลอง แน่นอนว่าคนที่ไม่เคยแตะอบายมุขอย่างเสี่ยวหลิวต้องรีบปฎิเสธ

“อายุเท่านี้ควรจะเริ่มหัดได้แล้วนะ เด็กสมัยนี้ไม่มีใครทานน้ำส้มในงานปาร์ตี้หรอก”

“เผื่อต้องออกงานกับหย่งเหวินในอนาคตด้วย ถ้าดื่มไม่เป็นยังไงก็ต้องดื่มอยู่ดี”  

ไม่ เขาจะหย่าแล้ว

“ถ้าโดนคนอื่นมอมจะได้ไม่เมาไงครับ พวกเฮียก็อยู่ด้วยไม่เป็นไรหรอก” 

เหตุผลเหมือนจะฟังขึ้น แต่ว่ายังไงก็ไม่อยากลองอยู่ดี เสี่ยวหลิวเคยได้ยินว่ามันทั้งขมทั้งไม่อร่อย แค่คิดก็ไม่อยากแล้ว

เด็กมันไม่อยากดื่มก็คะยั้นคะยอกันจัง หวังหย่งเหวินที่เงียบเกือบตลอดทั้งงานได้แต่หยิบเหล้าขึ้นมาดื่มไม่พูดอะไร ตอนนี้อะไรก็ห้ามไม่อยู่แล้วล่ะ เพื่อนเขามันไม่ฟังเลยสักคน อยากทำอะไรก็ทำ ไว้รอเคลียร์หลังงานทีเดียว จะด่าให้ยับเป็นรายคน

ซุนไป่หานส่งแก้วน้ำผลไม้ให้เสี่ยวหลิว “เพราะเรื่องรสชาติใช่ไหม ถ้าผสมกับน้ำผลไม้โซดาคงดีขึ้น ลองดูนะ”

เสี่ยวหลิวรับแก้วน้ำมาอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งกดดันไปอีกเมื่อเจอสายตาคาดหวังของเพื่อนสามีทั้งสี่ ยังไงถ้ายังไม่ได้หย่า เขาก็ยังทำอะไรที่น่าเกลียดโจ่งแจ้งไม่ได้ ถ้าดื่มสักนิดคงไม่เป็นไร รักษาน้ำใจไปเพราะยังไงก็เป็นคนรู้จักกัน

ดื่มนิดหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ?



“เติมอีกนะ”

“หลิวไม่อยากดื่มเยอะเลยครับ”

“เอาน่า อีกนิดแล้วกัน แก้วเดียวเฮียสัญญา”

“ก็ได้ครับ”


ตอนแรกบทสนาเป็นในรูปแบบนี้ 


“อีกแก้วนะครับ”

“แต่เฮียบอกว่าแก้วเดียว”

“หืม เฮียไม่เคยพูดนะ”

“อา ครับ อีกแก้วก็ได้”


สักพักคนเป็นเหยื่อก็เริ่มโอนอ่อนง่ายดาย คว้าแก้วบนโต๊ะเข้าปากไม่เลือก


“เฮ้ย !  น้องหลิว นั่นแก้วเฮีย”

“ค่อย ๆ ดื่มก็ได้ หลิวหลิว ยังเหลืออีกเยอะเลย”

“เอ้า ชน ! ”

“ใครก็ได้สั่งเหล้ามาอีกดิ๊ เร็ว เบียร์ด้วย น้องมันดื่มเหมือนกรอกเลย”


จนสุดท้าย


“น้องลุกไปเต้นแล้วว่ะ”

“โคตรคึก ฮะ ๆ ”

“ไม่คิดว่าเมาแล้วจะน่ารักงี้”

“หย่งเหวิน ดูภรรยานายสิ”


ชายหนุ่มที่ตอนนี้เรียกได้ว่านิ่งเหมือนกลายเป็นรูปปั้นประดับโต๊ะแล้วมองตามนิ้วชี้ นั่นคือฟู่เสี่ยวหลิว กำลังเต้นอยู่บนฟลอร์ที่มีคนอยู่แน่นไปหมด ใบหน้าเล็กแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ขยับตัวตามจังหวะที่ร้อนแรง ผู้คนรอบข้างดูจะสนใจภรรยาที่ดูภายนอกใสซื่อ แต่ตอนนี้พอได้น้ำเมาก็เปิดเผยตัวตนอีกด้านออกมา 

“ยั่วชิบ” ซุนไป่หานเมาเรียบร้อย ผิวปากหวือ จิบเบียร์ในแก้วขณะที่ตาก็มองร่างเล็กไม่กระพริบ เพราะเสียงเพลงที่ดังมากจึงทำให้บทสนทนาทั้งหมดได้ยินแค่คนที่ร่วมโต๊ะกัน สายตาเจ้าชู้เริ่มสำรวจเอวเล็กภายใต้กางเกงสีขาวแนบเนื้อ จ้องสัดส่วนที่ดูพอดีมือส่ายตามทำนองอย่างลืมตัว เขาเห็นดวงตาเรียวทรงเสน่ห์นั้นฉ่ำเยิ้มไปด้วยความสนุกสนานจนอยากลุกขึ้นไปเต้นเป็นเพื่อน คิดว่าหลายคนก็คงอยากทำเช่นนั้น แต่เพราะเป็นภรรยาของท่านผู้บริหารที่เข้มงวดและจริงจัง แม้จะยั่วยวนให้อยากใกล้ชิดแค่ไหนก็ต้องอดใจไว้

หวังหย่งเหวินยังคงไม่ปริปาก เขาทำเป็นใจเย็น สงบนิ่งเหมือนสายน้ำ มือหนาส่งเหล้าในมือเข้าปากอย่างเดียว เขาจะให้โอกาสพวกมันพูด ให้โอกาสพวกมันทำอะไรตามใจชอบ 

“ไอ้หนุ่มนั่นมองน้องหลิวใหญ่เลยว่ะ ไม่ลุกไปห้ามหน่อยเหรอไง” เจิ้งตงมู่หยั่งเชิง เมื่อเห็นว่าสามีจอมเย็นชายังไม่ขยับก้นเสียที

ใจมันได้ว่ะ จะเก๊กไปอีกนานแค่ไหน

“เอวน้องดีแบบนั้น ถามจริงบนเตียงเด็ดไหมวะ ? ” เหล้าเข้าปาก สันดานก็เริ่มออก วงเหล้าทำเป็นคุยเรื่องทั่วไปแค่ไหนก็ต้องวนกลับมาเรื่องประเภทนี้ทุกทีสิน่า

อดที่จะคิดตามที่เพื่อนพูดไม่ได้ เด็ดไหมน่ะเหรอ ?  ยังไม่เคยลอง แต่เอาเป็นว่าแค่พรีวิวคืนนั้นก็จำไม่ลืมแล้วกัน 

“ผิวก็โคตรขาว ขาวกว่าผู้หญิงบางคนที่ฉันเคยเจออีก”

ใช่ ขาว ขาวไปหมด ทั้งหน้าอก ทั้งหน้าท้อง ขาก็ขาว ยิ่งขาอ่อนด้วยแล้ว...

“เคยคิดมาก่อนหน้านี้ว่าน้องมันเหมือนแมว ไม่คิดว่าทำผมสีนี้แล้วจะเหมือนมากจริง ๆ แมวตัวสีขาว” 

ใช่ เสี่ยวหลิวเหมือนลูกแมวน้อยตัวสีขาว นั่นคือสิ่งที่เขาเองก็คิดมาตลอด ตอนเด็กเสี่ยวหลิวขี้อ้อน แม้จะพยายามไม่สนใจ แต่ก็เพราะดวงตาหวาน ๆ นั่นอ้อนเขาจนต้องยอมทุกทีสิน่า 

“เห็นตัวเท่านี้แล้วอยากจับมานั่งตักฟัดให้หายหมั่นเขี้ยวจริง ๆ ”

ใช่ อยากจับมานั่งตัก...

เดี๋ยวก่อนนะ

คนที่ปล่อยความคิดล่องลอยตามคำพูดเพื่อนหันไปมอง สายตาเคลือบแคลงสงสัย “นายคิดแบบนั้นกับเสี่ยวหลิว ? ”

ซุนไป่หานยักไหล่กวน ไม่ตอบอะไร เพื่อน ๆ ที่ผสมโรงก่อนหน้านี้ก็ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทำเสียงอ้อแอ้ประมาณว่าฉันเมาแล้วนะ ที่พูดไปน่ะมันเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์

หวังหย่งเหวินขมวดคิ้วแน่น พอได้ยินสิ่งที่มันพูดแบบนี้ก็เหมือนจะปะติดปะต่อกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้

ทั้งการตีสนิทแบบมีพิรุธ ทั้งการพยายามกันตัวเขาออกห่างจากภรรยา ทั้งการเอาอกเอาใจเป็นพิเศษอย่างออกนอกหน้า 

หรือว่าจริง ๆ แล้วที่พวกมันมางานเลี้ยงไม่ได้หวังว่าจะมาช่วยเขา

หย่งเหวินละสายตาจากซุนไป่หานและพ้องเพื่อน ค่อย ๆ หันไปหาเจ้าของงานเลี้ยงที่เดินไปยังทางออก คิดว่าคงจะไปเข้าห้องน้ำเพราะเล่นดื่มไปเยอะขนาดนั้น

หันมามองเพื่อนทั้งสี่คนอีกที ก็เห็นว่ามันมองเสี่ยวหลิวทุกจังหวะการก้าวเดิน จ้องตาเป็นมัน พอเห็นเขามองมาก็ทำเป็นคุยกันเหมือนเดิม ไม่ก็ยกแก้วขึ้นดื่มต่อ

ชัดเจนแล้ว หวังหย่งเหวินเข้าใจทุกอย่างในวินาทีนั้น


ที่พวกมันมางานเลี้ยงครั้งนี้ จริง ๆ แล้วหวังจะตีท้ายครัวเขา !









------------------------


สวัสดีชาวโต้รุ่งทุกคนน555555555 ขอบคุณนักอ่านที่ยังอยู่เป็นเพื่อน และหลายคนที่นอนฝันดีกันอยู่นะคะ 

ไม่รู้ว่าที่ลงพรีวิวในทวิตจะมีใครเดาเรื่องหย่าออกไหม น้องตัดสินใจแล้วค่ะ เขาเกลียดขนาดผลักลงเตียงก็ไม่ขออยู่ให้ทำร้ายอีก ต่อไปฮืออ ส่วนน้องจะหนีไปได้ง่าย ๆ ไหมต้องติดตามมมม แอบมาหย่อนตัวละครเพิ่ม รุ่ยจินเว่ย ขอโทษด้วยนะคะถ้าชื่อจีนมัน เยอะจนตาลาย คนแต่งก็เริ่มตาลาย แต่คิดว่าตอนนี้ผ่านไปก็คงไม่แล้ว555555 

เฮียตอนนี้สงบไว้ก่อนค่ะ รอด่าเพื่อนทีเดียว ยิ่งรู้ว่าเพื่อนจะมาตีท้ายครัวแบบนี้อีก5555555 ก็ไม่ได้รักเขาคงไม่เดือดร้อนอะไรหรอกใช่ไหมเฮีย ยกหลิวให้เพื่อนไก็ได้เนอะ555555555

ขอบคุณทุกคอมเมนท์ ทุกคำติชม ทุกกำลังใจนะคะ ดีใจมากเลยที่ทุกคนอ่านแล้วสนุกกัน เป็นไปไม่ได้เลยที่นิยายเรื่องนี้จะมา ได้ไกลขนาดนี้ถ้าไม่มีคำแนะนำของทุกคน รักซัมเหมอออออออออออออออ พักผ่อนกันเยอะๆนะคะะ รักๆๆๆๆๆ เจอกันตอนหน้าค่า เดี๋ยวตื่นมาเช็คคำผิดกับประโยคอีกที ฝันดีนะคะ

ความคิดเห็น