แมลงหวี่

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์น๊าาา อาจไม่ได้ตอบแต่ได้อ่านทุกคอมเม้นท์ค่ะ : )

บทเรียนที่ 5 การใช้ชีวิตในที่ที่ไม่มีคนรู้จัก

ชื่อตอน : บทเรียนที่ 5 การใช้ชีวิตในที่ที่ไม่มีคนรู้จัก

คำค้น : บทเรียนที่ 5 การใช้ชีวิตในที่ที่ไม่มีคนรู้จัก​

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 81.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2561 21:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนที่ 5 การใช้ชีวิตในที่ที่ไม่มีคนรู้จัก
แบบอักษร

.

บทเรียนที่ 5 การใช้ชีวิตในที่ที่ไม่มีคนรู้จัก


[Miki’s said]

การใช้ชีวิตคนเดียวในรั้วมหาลัยของฉันดำเนินไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ค่อยน่าเบื่อเท่าไหร่นัก ถึงแม้ฉันจะไม่มีเพื่อนเยอะเหมือนคนอื่นๆแต่อย่างน้อยก็มีเพื่อนที่เข้าใจฉันได้

“วันนี้ทำไมมาเช้าจัง” เสียวของเพื่อนที่ฉันหมายถึงดังขึ้นพร้อมเก้าข้างตัวถูกดึงออกไป

“ฉันกลัวรถติดเลยมาเร็วไง” ฉันตอบพร้อมกับยิ้มให้

‘โอตะ’ เป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกับฉันและเขอยู่ไทยเกือบสี่ปีแล้วทำให้เข้ากับคนที่นี่ได้ง่าย ถึงฉันจะพูดไทยได้แต่ฉันเข้ากับคนไม่เก่งเท่าไหร่นัก แต่เพราะมีโอตะมีเพื่อนเลยทำให้อะไรๆมันง่ายขึ้นมากว่าเดิมมาก

“แล้วคอร์สเรียนทำขนมเป็นไง”

“ก็โอเคนะ ครูใจดีมาก” และนั่นเป็นงานอดิเรกของฉันที่ฉันอยากจะทำ ปกติแล้วหลังจากเลิกเรียน ฉันจะกลับบ้านซึ่งมันทำให้ฉันเริ่มเบื่อเลยหาอะไรทำเพื่อเพิ่มทักษะในตัวเอง จนกระทั่งไปลงคอร์สทำขนมซึ่งได้คำแนะนำจากโอตะนี่แหละ

“สวยจังเลยน้องมิกิ” เสียงพูดของผู้หญิงด้านข้างทำให้ฉันหันไปมอง

“ขอบคุณนะคะพี่โบตั๋น” ฉันยิ้มให้หญิงสาวด้านข้าง ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในคลาสทำขนมที่ฉันสมัครเอาไว้ ทุกคนที่นี่ดูเป็นมิตรเป็นพิเศษและครูยังใจดีมากๆ ไม่ใจร้อนกับคนเข้าใจยากอย่างฉันเลยสัก แถมพี่ขมิ้นยังดูเป็นกันเองสุดๆทั้งๆที่เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก “คัพเค้กพี่โบตั๋นก็น่ารักเหมือนกันค่ะ”

“แต่รสชาติไม่รู้จะทานได้ไหมน่ะสิ ฮ่าๆๆ” พี่โบตั๋นหัวเราะออกมาก่อนจะเริ่มชิมคัพเค้กของตัวเอง “แล้วน้องมิกิกลับยังไงเหรอคะ ให้พี่ไปส่งไหม?”

“มิกิขี่รถมาเองค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันเก็บคัพเค้กของตัวเองลงกล่องเพื่อนำกลับบ้านไปให้พี่ชินลองชิม เอ่อ... พอพูดถึงพี่ชินทำให้ฉันรู้สึกเขินขึ้นมา จนนึกถึงวันนั้น... (=//////=)  ฉันไม่เคยเป็นแบบวันนั้นมาก่อนจนกระทั่งถูกขโมยจูบแรกโดยพี่ชิน...

เขินง่ะ (=/////=)

ฉันส่ายหน้าไล่ความเขินอายออกไปจากหัวก่อนจะเก็บคัพเค้กจนเสร็จและเดินไปยังลานจอดรถของห้างกับพี่ขมิ้น

“ขับรถมาเองด้วย เก่งจังเลยนะเรา” พี่โบตั๋นพูดแซว “มีแฟนหรือยังเนี่ย”

“ก็...คงเรียกแฟนได้มั้งคะ (^_^;)” ฉันตอบ

“เป็นคนญี่ปุ่นแต่พูดไทยได้ชัดมากเลย พี่ยังพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้สักคำ”

“ลองฝึกบ่อยๆนะคะ เดี๋ยวก็ได้เอง” ฉันพูดพลางหยุดที่รถโฟล์คสีเหลือง “แล้วเจอกันรอบหน้านะคะ”

“จ่ะ...” หญิงสาวสวยโบกมือให้เธอก่อนจะเดินตรงไปยังรถของตัวเอง การใช้ชีวิตโดยที่ไม่มีคนรู้จักมันก็ไม่ได้แย่มากขนาดนั้น เพียงแค่เราต้องรู้จักการเข้าหาคนอื่นและรู้จักสังเกตอะไรอีกหลายๆอย่าง เหมือนกับที่คุณย่าบอกเลย...

รถโฟล์คสีเหลืองแล่นออกจากลานจอดรถของห้างใหญ่เพื่อตรงไปยังบ้านของตนเอง เสียงหวานร้องเพลงคลออยู่ในรถด้วยความสนุกสนาน ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงรถโฟล์คคันสวยก็วิ่งเข้าจอดในบ้านเหมือนอย่างทุกวันแต่วันนี้แปลกไปกว่าทุกวันเพราะตอนนี้บ้านมืดไปหมด

ไฟดับหรือไงนะ

แกร๊ก...

หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปในบ้านพบกับความมืดจนเธอต้องเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแฟลชเพื่อให้ความสว่าง เธอกดเปิดไฟแต่กลับพบกับความมืดเช่นเดิม

“ไฟดับเหรอเนี่ย” เธอบ่นพึมพำก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องนอนและไม่ลืมที่จะล็อคประตูอย่างแน่นหนา ถ้าตอนนี้เจ้าขนปุยนั่นยังอยู่เธอคงไม่เหงาเหมือนกับทุกวันนี้ เจ้าขนปุยนั่นเป็นสุนัขของซอยถัดไปซึ่งมันยังเด็กและจำทางกลับบ้านตัวเองไม่ได้ พอเห็นเขาประกาศตามหา เธอจึงเอาเจ้าขนปุยไปคืนแม้จะแอบเสียดายนิดๆก็ตาม

แต่เมื่อขึ้นมาบนห้องก็พบว่าไฟรอบข้างบ้านของเธอไม่ได้ดับเลยแม้แต่ดวงเดียว แล้วทำไมบ้านเธอถึงไฟดับอยู่หลังเดียวล่ะ

แอ๊ด...

เสียงบันไดดังขึ้นจากชั้นล่างเริ่มดังขึ้นมาใกล้เรื่อยๆ ความคิดฟุ้งซ่านทำให้เธอเกิดความกลัว เธอรีบวิ่งเข้าไปหลบอยู่ใต้เตียงอย่างรวดเร็วและพยายามทำเสียงให้เงียบที่สุดเท่าที่ทำได้ ตอนนี้เธอคิดแค่ว่าต้องมีใครสักคนอยู่ในบ้านแน่ๆและคงจะไม่ใช่พี่ชินแน่นอน

เธอพยายามเลื่อนหาเบอร์ชายหนุ่มจากไอโฟนอย่างบ้าคลั่งจนลืมไปว่าเธอไม่มีเบอร์เขาตั้งแต่ทีแรกและตอนนี้เธอไม่รู้จะโทร.ขอความช่วยเหลือจากใคร

แกร๊ก...

เสียงบิดลูกกุญแจห้องเธอดังขึ้นยิ่งทำให้เธอกลัวมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า น้ำตาเริ่มไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอจะตายตอนนี้ไม่ได้นะ! เธอจะตายตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด และทันใดนั้นเสียงบิดลูกบิดก็หายไปพร้อมกับความสว่างที่สาดเข้ามาใต้ประตู

“มิกิมาแล้วเหรอ” เสียงคุ้นหูดังขึ้นที่หน้าประตูทำให้หญิงสาวรีบคลานออกมาจากใต้เตียงก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตูด้วยความรวดเร็ว ชายหนุ่มมีความตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวอยู่ในสภาพร้องไห้น้ำตานอง

“ฮะ...เฮ้ย!” ชายหนุ่มอุทานออกมาด้วยความตกใจเพราะอยู่ๆหญิงสาวก็วิ่งเข้ามากอดตนแน่นและร้องไห้เหมือนกับเด็กๆ

“พี่ชินจริงๆด้วย ฮื้อ...” มิกิร้องไห้โฮมากกว่าเดิม ตัวของเธอสั่นเทาเหมือนลูกนกบ่งบอกถึงความกลัวขีดของเธอ เขากอดตอบเธอก่อนจะค่อยๆลูบผมนุ่มเพื่อปลอบโยน

“พี่อยู่นี่แล้วค่ะ...” ชินพูดและปลอบเธอไปเรื่อยๆจนหญิงสาวหยุดร้องไห้ก่อนจะค่อยๆเช็ดน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้มใสให้คนตัวเล็กตรงหน้า

“.....” มิกิก้มหน้าหลบสายตาของเขาก่อนเธอเองจะเช็ดน้ำตาอีกรอบ

“เกิดอะไรขึ้น” ชายหนุ่มถามพร้อมเขยิบเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นจนเธอรู้สึกได้ มือใหญ่ของเขาถือวิสาสะเชยคางคนตัวเล็กขึ้นเพื่อสบตากับเธอ

“มิกิกลัวโจรค่ะ...ฮึก” ฉันตอบพลางสะอื้น

“เดี๋ยวพี่จะปลอบใจมิกิเองนะคะ...” ชายหนุ่มลอบยิ้มออกมาด้วยความเจ้าเล่ห์ก่อนจะเคลื่อนหน้าเข้ามาหาเธอเหมือนกับเหตุการณ์วันนั้น แต่ครั้งนี้เธอยินยอมให้เขาลิ้นรสความหวานจากเธอด้วยความเต็มใจ

[Miki’s End]

​_____________________________________________________________________


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น