facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 39 : อะไรคือสิ่งที่นายแพ้นะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 : อะไรคือสิ่งที่นายแพ้นะ

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 126.4k

ความคิดเห็น : 63

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 22:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 : อะไรคือสิ่งที่นายแพ้นะ
แบบอักษร


             3  เดือนผ่านไป  ณ  โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่มีเสียงร้องไห้งอแงของเด็กหลากหลายช่วงอายุมานั่งรอ

ในแผนกของกุมารเวชของโรงพยาบาลเช่นเดียวกับฮันนี่วันนี้ที่มาตรวจสุขภาพตั้งแต่เช้า

                  “  ฮันนี่หิวมั้ย  วีจะป้อนข้าวให้ก่อน  ”           วีถามหนูน้อยที่นั่งอยู่ในรถเข็น                   

  “  วี  ”                  

  “  ฮันนี่พูดว่าอะไรนะ  พูดใหม่อีกที ”                   

  “  กูได้ยินฮันนี่เรียกมึงว่าวี  ”          มาเฟียมองลูกสาวแล้วบอกกับวีว่าลูกพูดว่าอะไร                    

  “  ฮันนี่เรียกวีเหรอ  เรียกใหม่ วีอยากได้ยินเร็วๆ  ”                   

  “  ออ   แอ   อา  ปา  ”       หนูน้อยส่งเสียงคำอื่นมากมายและสนใจผู้คนมากมายรอบข้างแทน                   

  “  ดีนะที่ฮันนี่ไม่งอแงเหมือนเด็กคนอื่น  กูคงรำคาญแย่เลย  ”       มาเฟียยิ้มเล็กๆอย่างปลื้มใจ                   

  “  นั่นสิครับ  ฮันนี่ไม่ค่อยงอแง  ร่าเริงยิ้มแย้มซะมากกว่า ”                   



  “  น้องวีรปริยาค่ะ  ”             พยาบาลเดินออกมาจากห้องตรวจแล้วเรียกชื่อคิวต่อไปอย่างดัง                     

  “  ไปพยาบาลเรียกแล้ว  ”

      อิทธิเดินตามวีที่อุ้มฮันนี่เข้าไปพบหมอในห้อง พลางโยกหัวเล่นกับหนูน้อยที่ซบบ่าวียิ้มแย้มส่งกลับมา


                  “  สวัสดีค่ะน้องฮันนี่ แข็งแรงดีนะคะ ”       คุณหมอเอ่ยทักทายแล้วยิ้มอย่างเป็นมิตร                   

 “  จะมีเป็นหวัดบ้างนิดหน่อย  แต่เช้ามาก็หายครับ  ”      วีจับฮันนี่มานั่งที่ตักแล้วตอบหมอกลับ                  

 “  ไม่เป็นไรค่ะ เด็กๆก็แบบเนี้ยแหละ ไหนให้พยาบาลชั่งน้ำหนักหน่อยนะ  ”


        ฮันนี่นั่งลงบนเครื่องชั่งน้ำหนัก ปรากฏว่าหนัก 8.2 กิโลกรัม สูง  70 เซนติเมตรซึ่งถือว่าปกติ ของเด็กอายุ 12 เดือน  หัวใจและปอดปกติดี แข็งแรงกว่าที่ควรด้วยเนื่องจากฮันนี่เองเกิดก่อนกำหนดไปค่อนข้างมาก


  “  ผมควรให้ลูกหัดทำอะไรเสริมพัฒนาการบ้าง  ”         อิทธิเป็นฝ่ายถามหมอบ้าง                    

  “   ตอนนี้ก็สอนให้เค้าหัดพูดเป็นคำ  เรียกพ่อ แม่  ป้า อา หรือคำง่ายๆ   หัดให้ลองยืน แล้วก็เดินได้แล้วค่ะ  

แต่ต้องค่อยๆฝึกเค้านะคะ ไม่ต้องไปเร่งรัด ให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ  ” หมอตอบอย่างช้าๆชัดๆ                   


   “  เรื่องอาหารล่ะครับ  ให้ทานเนื้อนมไข่  ผักใช่มั้ยครับ  ”       วีถามพลางรอฟังอย่างตั้งใจ                    

   “  ใช่ค่ะ โปรตีนจะช่วยในด้านการเจริญเติบโตของน้อง  ”                    

   “  อ่อครับ  ”                   

   “  ตอนนี้เริ่มพูดอะไรเป็นคำๆบ้างรึยังคะ  น้องดูเป็นเด็กร่าเริงจังเลย  ”                        

   “  เค้าก็เรียกนี่แหละครับ  คนเลี้ยงเค้ามาตั้งแต่ออกจากตู้อบ  ”                    

   “  ถือว่าพวกคุณดูแลเธอดีนะคะ เพราะว่าฮันนี่เองเกิดก่อนกำหนดหลายสัปดาห์  มีภาวะเสี่ยงหลายอย่างแต่กลับแข็งแรงมากเลย  เป็นเด็กร่าเริงมากๆด้วย  ”    หมอชื่นชมและจับมือหนูน้อยอย่างเอ็นดู


    “  ผมจะดูแลเค้าให้ดีที่สุดอยู่แล้ว  ”                     

    “  วันนี้จะฉีดวัคซีนให้ฮันนี่มั้ยครับ  ”                     

    “  อ๋อ เดี๋ยวคุณหมอฉีดให้ค่ะ  ”       พยาบาลละสายตาจากหนูน้อยมาตอบวีอย่างนุ่มนวลเบาๆ                     

    “  เดี๋ยวพาน้องไปนอนตรงนู้นเลยค่ะ  ”                     

    “  มึงอุ้มลูกไป  ”

วีหันมามองอิทธิเล็กน้อยและอุ้มฮันนี่ไป  ฮันนี่เองก็พอรู้ว่าจะโดนฉีดยาจึงไม่ยอมออกจากอ้อมอกของวี กอดแน่นจากนั้นก็เบะปากร้องไห้ออกมาในทันที     แง้   แง้     แง้   ฮึ่กกกกกกกกกก       


        แง้                            แง้


    “  ร้องทำไม คุณหมอยังไม่ได้ทำอะไรเลย  ”         วีบอกกับฮันนี่แล้วเช็ดน้ำตาให้                     

    “  นิดนึงนะฮันนี่  หมอฉีดแปปเดียวนะคะ  ”                     

    “  ฮันนี่  ไม่ร้องลูก โอ๋ๆๆ  ”                     

    “  ชู่วววว  เงียบๆ  เสร็จแล้วเนี่ย  ไม่ร้องนะเด็กน้อยของวี  ”


    หมอค่อยๆบรรจงมือกดเข็มฉีดยาอย่างเบาที่สุด กระทั่งเมื่อเสร็จสิ้น วีจึงอุ้มฮันนี่มากอดปลอบ  แล้วพาเดินออกมาข้างนอกห้องเพื่อรอชำระเงิน  ในระหว่างที่รอ วีเลยโบกมือเรียกกรรณเพื่อให้ไปเอาข้าวของฮันนี่มาให้  เพื่อที่จะป้อนให้ฮันนี่กินไปในมื้อเที่ยง ซึ่งเสร็จพร้อมกับนายที่ไปรอจ่ายเงินพอดี


   “  มาครับผมถือให้  ”            วีส่งตะกร้าของให้กับกรรณที่อาสาถือ                      

   “  ไปฮันนี่  เรียบร้อยแล้ว  ”                            

    “  อุ้มฮันนี่ให้หน่อย  ”                      

    “  ฮึ้บบ  เก่งมากเลยวันนี้   ”       อิทธิก้มลงไปรับลูกสาวมาอุ้มแล้วหอมไปที่แก้มฟอดใหญ่ แล้วเดินนำออกมาขึ้นรถที่มาจอดรอ ระหว่างการเดินทางกลับวีก็ได้บอกให้ไปส่งตนที่บ้านจะได้ไม่ต้องไปรับไปส่งหลายรอบ แต่อิทธินั้นไม่ยอมอ้างว่าเหลือเวลาอีกมากกว่าครึ่งวันอยากให้ไปอยู่ที่บ้านดูแลฮันนี่ก่อน                



     “  ไปทุกวันเลย  คนเค้าจะมองผมยังไงเนี่ย  ”                 

     “  ก็บอกให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันก็ไม่มา  ”                 

     “  งั้นไปบ้านนายก็ได้ครับ ”                  

     “  นายจะไปไหนมั้ยครับ  ”          กรรณหันหน้ามาถามคนเป็นนายที่มองคนข้างๆอยู่ไม่วางสายตา                

     “  กาเบียลอยู่ไหน  ”                

      “  อยู่บ้านครับ เห็นบอกผมว่าเพิ่งกลับมาจากบริษัท  ”      อิทธิขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้ว่ากาเบียล ไปบริษัทในตอนเช้าแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรกลับไปแล้วหันมาถามคนข้างๆว่าอยากจะไปไหนหรือซื้ออะไรหรือเปล่า แต่ก็ได้คำตอบว่าไม่ จึงให้ขับรถมุ่งตรงมาที่บ้านเลยในทันที





     และเมื่อรถมาจอดเทียบหน้าบ้านวีก็อุ้มฮันนี่ลงจากรถอย่างเบาที่สุดเนื่องจากฮันนี่หลับแล้วค่อยๆ เดินพาขึ้นมานอนที่ห้อง โดยอิทธิเองเดินถือของตามวีมาติดๆ

    “  ปล่อยลูกนอนแล้วตามกูมา  ”                  

    “  ไปไหนครับ ”                  

     “  เออ ตามมาเหอะ ถามอยู่ได้  ”      วีรอจนสาออกมาจากห้องน้ำ  จากนั้นจึงเดินไปหานาย ที่ห้องทำงานตามนายบอกและเมื่อเข้ามาถึงอิทธิก็ยื่นซองๆหนึ่งให้วีทันที


     “  เปิดดูสิ ”                   

     “   สวิตเซอร์แลนด์เหรอ  ”                           

     “  อือ  กูจะเร่งเคลียร์งาน ไปเที่ยวกับกูนะ  ”       อิทธิบอกคนตรงข้ามที่ยิ้มกว้างมองตั๋วอย่างดีใจ

     “  ทำไมจู่ๆพาไปเที่ยวต่างประเทศล่ะ ”        วีดึงเก้าอี้แล้วทิ้งตัวลงนั่งแล้วถามอิทธิกลับ                   

      “  ทำไม  หรือว่าไม่อยากไปกับกู  ”                   

      “  เปล่า...ขอบคุณนะครับ  ”                  

      “  เตรียมอะไรให้เรียบร้อยด้วย  ”                   

     “  ครับ  เอ่อ...มีอะไรจะคุยอีกมั้ย  ผมจะกลับไปหาฮันนี่ ”                   

      “  หลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ จะกลับไปนอนเฝ้ารึไง  ”         อิทธิพูดพลางหยิบแฟ้มมาเปิดดูไปด้วย                   

      “  แล้วจะให้ผมอยู่กวนนายทำงานทำไม  ”                  

      “  ใครบอกกวน ไม่เห็นกวนเลย  ”    อิทธิยังคงเปิดหน้าแฟ้มไล่อ่านต่อแม้ไม่ให้คนตรงหน้าออกจากห้องไป แถมยังไม่ยอมให้เค้าอ่านให้ฟังเหมือนอย่างที่เคยทำเมื่อครั้งหนึ่งและยังบอกด้วยว่ามีไม่กี่หน้าอ่านเองได้จึงทำให้วีไม่เข้าใจ กับการที่ต้องมานั่งเฉยๆโดยไม่ได้ทำอะไร



      “  ตกลงจะให้ผมนั่งตรงนี้เฉยๆอ่านะ  ”                  

      “  หรือว่าอยากทำอะไรล่ะ  ”        อิทธิหมุนปากกาในมือแล้วช้อนตามองคนตรงหน้ารอคำตอบ                   

      “  อยาก... ”            วีพูดพลางเว้นไว้เสมือนกำลังคิดทำให้อีกฝ่ายพูดแทรกขึ้นมาอย่างเข้าใจผิด

      “  ช่วงบ่ายนี่เลยเหรอ  ”                   

     “  ใช่  นายยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า ผมลงไปช่วยข้างล่างทำกับข้าวดีกว่า  เสร็จแล้วจะให้คนมาเรียกนะครับ  ”                   

     “  กูก็คิดว่าจะได้กิน...  ”       อิทธิหยุดการหมุนปากกาในมือแล้วพูดออกมาอย่างเสียดาย                   

      “  โนวว  ไม่ได้กินหรอกอย่างนั้นน่ะ  ฮ่าๆๆ ”                   

     “  จะไปก็ไป ทำงานละ วุ่นวาย  ”          อิทธิทำเป็นไล่จนวีลุกเดินออกจากห้องไป จากนั้นก็นั่ง ทำงานต่อจนเสร็จพอเหมาะกับลูกน้องคนสนิทอย่างกรรณเดินขึ้นมาบอกว่าอาหารพร้อมแล้วอิทธิจึงพยักหน้ารับ เก็บปากกาแล้วเดินลงมาข้างล่างเพื่อรับประทานอาหารกลางวันในตอนบ่ายนิดๆ



      “  นายครับ ผมรู้สึกว่า โจธานคิดไม่ซื่อกับเรา  ”        กาเบียลยืนอยู่ไม่สุขอยู่สักพักเมื่อเห็นนาย เดินลงมาจากข้างบนจนเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารก็ตัดสินใจเดินเข้าไปบอกในทันที

     “  เค้าเพิ่งส่งน้องมาติดต่อซื้อขายกับผมเมื่อคืน จะเป็นไปได้ไง  ”      อิทธิตอบพลางมองหาวี                      

     “  มันอาจจะเป็นการหลอกล่ออะไรบางอย่างก็ได้  ”                     

     “  ป้าภา วีไปไหน  ตามมาทานข้าวกับผมที  ”         อิทธิไม่สนใจกาเบียลและยังบอกป้าให้ไปตาม คนที่กำลังทำขนมหวานอยู่มานั่งทานข้าวด้วยกัน เมื่อวีเดินออกมานั่งร่วมโต๊ะกับอิทธิ กาเบียลก็ยังคงยืนอยู่ไม่ออกไปไหน อิทธิก็ยังไม่สนใจทานข้าวตามปกติพร้อมทั้งตักกับข้าวให้วีเป็นระยะๆจนเริ่มรำคาญตา



      “  กาเบียลคุณไปทานข้าวก่อนไป  แล้วเราค่อยมาคุยกัน  ”                      

      “  ครับนาย  ”                      

      “  นายแพ้อะไรบ้างรึเปล่าครับ  ”            วีมองอาหารแล้วนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามอิทธิไป                       

      “  แพ้นะ...แพ้อยู่อย่างหนึ่ง แต่ชอบกิน อยากกินบ่อยๆด้วย  ”                      

      “  อะไรครับ แพ้แล้วจะกินทำไม  ”    

 อิทธิไม่ตอบพลางยิ้มให้กับความซื่อของวีที่ไม่รู้ความหมายในสิ่งที่ตนพูดและไม่วายถูกมองโดยบรรดา สาวใช้ที่ยืนคอยบริการและรับใช้อยู่                       

       “  ดูสายตานายที่มองคุณวีสิ  ”          อินกระทุ้งแขนอรให้มองนาย                      

      “  เห็นแล้ว!!  หวานเยิ้มเลย  เคยเห็นว่าหวานๆละนะ ครั้งนี้หวานกว่าเดิมอีก  ”                      

     “  นี่แหละที่เค้าว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ  ”        ป้าภาบอกกับสองสาวใช้ ที่ยืนบิดตัวเขินแอบมองนายทานข้าวอย่างมีความสุขจนกระทั่งนายทานเสร็จและลุกเดินแยกตัวขึ้นไปคุยงาน กับกรรณและกาเบียลที่ห้องทำงานด้านบน ส่วนวีนั้นอยู่ช่วยเก็บโต๊ะและครัวเช่นเดิมแม้ว่าจะพ้นสภาพลูกหนี้ไปแล้ว




    “  จะไม่มีใครเชื่อผมเลยว่างั้น  ”    กาเบียลเริ่มบทสนทนาทันทีที่คนเป็นนายใหญ่เข้ามานั่งลงตรงข้ามนาย

    “  แล้วโจธานจะคิดไม่ซื่อกับผมทำไม ในเมื่อธุรกิจเรากำลังสร้างร่วมกันอยู่  อีกไม่นานก็จะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ  ”              อิทธิยกขาขึ้นมาไขว่ห้างมองมือขวาตัวเองอย่างตั้งใจ                      

    “  ถึงแม้โจธานจะไม่ได้เป็นพวกของเฉลิม แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเค้าจะเป็นพวกของเรานี่ครับนาย ”                      

     “  ผมเห็นด้วยกับข้อนี้ครับ ”      กรรณสนับสนุนเหตุผลข้อนี้ของกาเบียล                      

    “  งั้นคุณบอกมาสิ  ว่าเค้าจะทำไปเพื่ออะไร  ”                      

    “  เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของผม  เค้าต้องการดูแลกิจการคนเดียวเมื่อกิจการมันบูม  รวมถึงทำให้บางกิจการของนายบางกิจการต้องปิดตัวลง  เนื่องจากสาเหตุอะไรบางอย่าง  ”    กาเบียลพูดอย่างตึงเครียด

     “  กรรณให้คนของเราไปแฝงในกลุ่มของโจธาน  คอยส่งข่าวให้เรา  ”                      

     “  แล้วต้องให้คนเข้าไปตามติดคุณเจลลาด้วยมั้ยครับ  ”                       

     “  ก็ดี  ”

  อิทธิสั่งการลูกน้องมือซ้ายให้เฝ้าระวังตามเซ้นส์ของมือขวาที่รู้สึกว่าจะมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น อีกทั้งยังรับฟังคำเตือนเรื่องเอกสารที่ต้องอ่านและดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะเซ็นทุกครั้งจนทำให้มือขวาอย่างกาเบียลพอใจ


     “  กระต่ายตื่นตูมน่ะกาเบียล  ”                       

     “  เดี๋ยวนายจะเชื่อผมไม่นานหรอก  ”                      

     “  แล้ว...เข้าไปบริษัททำไมตอนเช้า  ”         อิทธิขยับเก้าอี้แล้วนั่งท่าใหม่เพื่อรอฟังคำตอบ                       

      “  เอ่อ...  ”      จนทำให้กาเบียลกระอึกกระอักที่จะตอบและอิทธิก็ได้พูดต่ออีก                       

      “  ผมจำได้ว่า...ไม่ได้สั่ง  แล้วกรรณก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณไปทำไม  ”                       

      “  อ๋อ  เข้าไปเอาแฟ้มรวบรวมบัญชีเดือนนี้น่ะครับ  ”                       

      “  แล้วไหนล่ะแฟ้ม?                      

      “  แฟ้มนี้ไงครับนาย ”      กาเบียลรีบยื่นมือมาดันแฟ้มด้านข้างมือตัวเองให้กับนายและรายงาน ผลรวมบัญชีให้กับนายฟังอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นกว่า 3 เปอร์เซ็นและรายจ่าย


      “  วันนี้พาคุณหนูไปตรวจสุขภาพเป็นไงบ้างครับ  ”   เมื่อรายงานบัญชีจบกาเบียลก็ถามถึง ลูกสาวตัวน้อยของนายที่นายพาไปโรงพยาบาลก่อนที่จะมานั่งทำงานกับตนในตอนนี้                    

       “  หมอบอกแข็งแรงกว่าที่ควรด้วย เพราะฮันนี่เกิดก่อนกำหนด เป็นเด็กร่าเริง  น้ำหนักอะไร ก็ปกติ ไม่มีไรน่าห่วง แต่ให้หัดพูดและทานของมีประโยชน์  ”                     

       “  ดีครับ คุณแยมกับคุณอัทมองลงมาจะได้ดีใจที่ลูกแข็งแรง ร่าเริงแจ่มใส  ”                     

       “  อือ...นี่ผมจะพาฮันนี่กับวีไปสวิตเซอร์แลนด์สัปดาห์หน้า  ”       อิทธิปิดแฟ้มเลื่อนกลับคืนไป                    

       “  ถ้าผมจะขออยู่ดูแลทางนี้ให้  ไม่ไปกับนายได้มั้ยครับ  ”     กาเบียลเอ่ยเป็นการขออนุญาต ไม่ไปด้วย อิทธิเองก็ชวนให้กาเบียลไปพักผ่อนและไปเปิดหูเปิดตาโดยไม่ต้องไปคอยดูแลตนก็ได้ ถึงแม้กระนั้น กาเบียลก็ยังคงปฏิเสธและขอพักอยู่ไทยและดูแลงานแทน จนอิทธิยอมและไม่เซ้าซี้กลับไปอี

        “  งั้น...ผมขอตัวเลยนะครับนาย  ”

                  อิทธิพยักหน้าตอบกลับพร้อมมองกาเบียลที่เดินออกจากห้องทำงานไปพลางนึกถึงสิ่งที่กาเบียลบอก... หลังจากศัตรูหมายเลขหนึ่งอย่างเฉลิมตายไป  ทุกอย่างก็เหมือนจะอยู่ในสถานการณ์ปกติดี ไม่มีกลิ่นไม่ดี บ่งบอกได้ เลยว่าจะมีภัยเข้ามา อีกทั้งคนมีอำนาจหลายคนต่างก็ขอเข้าพบเพื่อสมานมิตรเชื่อมไมตรีกับอิทธิ รวมถึงโจธานและ น้องสาวที่พบกันอยู่บ่อยๆ แต่กาเบียลนั้นเตือนให้ระวังซึ่งฟังแล้วมันดูขัดแย้งกันมาก






















#  กาเบียลคิดอะไรรึป่าว?


#  ผู้คนคิดว่าสิ่งที่อิทธิแพ้คืออะไร  55555  แพ้ไรท์แน่เลยอ่า  เขินจุง อิอิ


#  ขอบคุณคอมเม้ท์  คนไลค์ และคนอ่านทุกคน


#  ฮันนี่ 1 ขวบแล้ว หนูน้อยของไรท์


#  อ่านกันต่อๆไปนะ พลีสสส  กำลังแก้ไขให้นะ รอประเดี๋ยวนึง อิอิ






ความคิดเห็น