ปีศาจโด
email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อ้อน(อ่อย)รักน้องรหัส ตอนที่4

ชื่อตอน : อ้อน(อ่อย)รักน้องรหัส ตอนที่4

คำค้น : อ้อน(อ่อย)รัก...น้องรหัส กุลณัฐ เยอบีร่า นักเขียน นิยายธัญวลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2561 17:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อ้อน(อ่อย)รักน้องรหัส ตอนที่4
แบบอักษร


ผมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างยากลำบาก รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ มาทับอยู่ที่ท้อง ทำไมมันร้อนอย่างนี้นะ แล้วนี้ผมมานอนอยู่ในห้องตัวเองได้ไง ถ้าจำไม่ผิด ผมยืนอยู่หน้าห้องน้อยหน่าแล้วภาพมันก็ดับไป

“ขี้เกียจชะมัด” ผมบิดขี้เกียจแต่เอ๊ะ หลังของผมไปชนเข้ากับอะไรแข็งๆ ที่นอนผมไม่มีหมอนข้างนะ

“อย่าดิ้นสิครับ” ผมหันหลังไปมองเมื่อได้ยินเสียงของไอ้พี่โชน มันกระชับวงแขนที่บังอาจมากอดผมไว้ นะ นี้มันมานอนอยู่ข้างผมได้ไง ละ...แล้วที่สำคัญ มันแม่งไม่ได้ใส่เสื้อ ผมรีบสำรวจร่างกายตัวเอง เสื้อผ้าก็อยู่ครบ ที่เพิ่มเติมก็จะมีเพียงรอยผื่นขึ้นเล็กๆ น้อยๆ แล้วทำไมไอ้พี่โชนถึงได้มานอนแก้ผ้าอนาจารอยู่ในห้องของผม

“เชี่ย” ผมสบถเมื่อได้สติ ออกแรงดิ้นจนหลุดพ้นแล้วรีบลุกลงจากเตียง “มานอนห้องกูได้ไงเนี่ย” ผมถาม พี่โชนนอนตะแคงหันมาทางผม พร้อมกับยกมือขึ้นมาท้าวศรีษะอย่างสบายใจ

“จำไม่ได้หรอครับ ว่าเมื่อคืนเรามีความสุขกันมากแค่ไหน” มันถามอย่างกวนๆ

“สุขเชี่ย!!!!”

“เอาๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้” พูดจบ พี่โชนก็ลุกขึ้นมาแต่งตัว ดีนะที่ท่อนล่างของมันยังมีกางเกงปกปิด “เมื่อคืนข้าวแพ้ฝุ่นจนไข้ขึ้น นี้พี่ดูแลทั้งคืนเลยนะ ไม่คิดจะขอบคุณพี่บ้างหรอ” พี่โชนเล่ารายละเอียดให้ผมฟัง พร้อมกับพูดทวงบุญคุณ ใครใช้ให้มาดูแลไม่ทราบครับ

“ไม่ได้ขอ” ผมยักไหล่ ก่อนจะเหลือบไปมองนาฬิกาที่บ่งบอกว่าตอนนี้เพิ่งจะหกโมงกว่า

“เดี๋ยวพี่ไปหาอะไรมาให้กินนะครับ” พี่โชนบอกพร้อมกับเดินออกไป ผมหยิบผ้าเช็ดตัวก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ

“ไอ้เชี่ยโชนนนนนน” ผมตะโกนเสียงดังลั่นไม่เกรงกลัวว่าใครจะได้ยิน ก็รอยแดงรอบคอผม ถ้าไม่ใช่ฝีมือมันแล้วจะเป็นใคร มันไม่ใช่รอยผื่น แต่มันคือรอยดูด คอยดูนะ ถ้ามันกลับมาจะอัดให้เละ

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมกำลังนั่งรอตัวต้นเหตุที่ทำให้คอผมมีรอยน่าอับอาย มันบอกจะลงไปหาอะไรให้ผมกิน อีกสักพักก็คงขึ้นมา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ผมเดินไปเปิดประตู กำหมัดแน่นหมายจะต่อยตัวการ โทษฐานลวงละเมิดทางเพศ ผมไม่แจ้งความก็ถือว่าบุญแค่ไหนแล้ว

“ว๊ายยยยย” พลอยร้องเสียงหลงพร้อมหลับตาปี๋ เมื่อเห็นกำปั้นที่พุ่งเข้ามาหา แต่โชคดีครับที่ผมยั้งไว้ทัน เรียกว่าเกือบไม่ทันดีกว่า เพราะระยะมือของผมกับหน้าของเธอห่างกันเพียงแค่0.000001เซนติเมตร

“ขะ ข้าว” น้ำเสียงตะกุกตะกักบวกกับหน้าตาขยาด พลอยยกมือขึ้นมาจับหน้าตัวเองทั้งสองข้าง ตรวจดูใบหน้าว่าเธอรู้สึกเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

“เราขอโทษนะพลอย” ผมยื่นมือไปจับหน้าสวยให้เงยขึ้นมามองผม “ข้าวไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่เป็นไร” เธอส่งยิ้มหวานมาให้ผมเป็นเชิงปลอบ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นที่ได้อยู่ใกล้ชิด หรือเห็นรอยยิ้มหวานๆ ของพลอยใกล้แบบนี้คงรู้สึกหวั่นไหว หรือไม่ก็ละลายติดพื้นไปแล้ว แต่ทำไมนะ ผมถึงไม่เคยมองผู้หญิงตรงหน้าในฐานะคนพิเศษได้เลย มีเพียงความรู้สึกห่วงใยในแบบของเพื่อน หรืออาจจะมากกว่านั้นในฐานะ ‘พี่ชาย’

“ไหนดูสิ ยังสวยเหมือนเดิมอยู่เลย” ผมบอกพร้อมจับหน้าเธอหันซ้ายหันขวาไปมาเป็นเชิงแกล้ง

“อื้อ ข้าวนี่” พลอยว่า เธอจับมือผมทั้งสองข้างให้แนบไปกับแก้มของเธอ

“ชอบจัง”

เธอบอกเสียงอ่อนโยนพร้อมกับปิดเปลือกตาราวกับกำลังซึมซับความรู้สึก ณ ช่วงเวลานี้ไว้ ผมมองเธออย่างรู้สึกผิด หากวันนั้นผมตอบปฏิเสธเธอไป เธอคงไม่ต้องเจ็บปวดมาจนถึงวันนี้ ผมกล้ายอมรับกับทุกคนเลยครับ ‘ผมมันเลว’

“กล้า พลอยชอบกล้า เป็นแฟนกันนะ” ผมมองหน้าพลอยที่พูดขึ้นด้วยความเขินอาย เธอเป็นเพื่อนที่มาเรียนแลกเปลี่ยนพร้อมกัน แถมยังพักอยู่ที่เดียวกันด้วยครับ สามเดือนที่ผ่านมา ผมกับเธอกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ทุกครั้งที่ผมเศร้าเพราะคิดถึงใครบางคนจากที่ๆ จากมา พลอยเป็นคนที่ทำให้ผมยิ้มได้เสมอ

“กล้า” พลอยเรียกผมเมื่อเห็นผมนิ่งไป “ตอนนี้ข้าวอาจจะยังไม่ได้มองพลอยในฐานะคนรัก แต่พลอยขอเวลาหน่อยได้ไหม พลอยจะทำให้ข้าวรักพลอยให้ได้ แต่ถ้าวันนั้นมาถึง ถ้าพลอยทำไม่สำเร็จ พลอยจะเป็นคนเดินออกมา” พลอยอธิบายพร้อมกับขอร้อง

“แต่...”

“พลอยสัญญาว่าเราจะกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม กล้าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้นะ” พลอยบอกในจุดที่ผมกลัว ใช่แล้วครับ ผมกลัวเสียเพื่อน พลอยเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง ผมกลัววันนั้นจะมาถึง หากพลอยทำไม่สำเร็จแล้วเราต้องเลิกกัน ผมไม่อยากให้เธอเกลียดผม เหมือนที่ผมกำลังเกลียดใครบางคนอยู่ตอนนี้

“ครับ คุณแฟน” ผมตัดสินใจตอบตกลง บางที่พลอยอาจจะเป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยนใจของผม ผมอาจจะมองเธอในฐานะคนพิเศษในอนาคต อาจจะมีสักวัน!

พลอยยิ้มกว้าง แววตาแห่งความสุขฉายขึ้นในดวงตาคู่สวย เธอจับมือทั้งสองข้างของผมขึ้นไปแนบกับแก้มทั้งสองข้างของเธอ แล้วปิดเปลือกตาลงช้าๆ

“ชอบจัง”


“พลอย” ผมเรียกเธอเสียงแผ่วเบา อยากจะเอ่ยคำขอโทษออกไปเป็นล้านๆ ครั้ง ผมอยากให้เธอรู้สึกเกลียดผม แก้แค้นผม บางที ทุกอย่างมันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ เธอทำตามสัญญาที่พูดหลังจากที่เราเลิกกัน เรากลับมาเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม พลอยไม่เคยแสดงท่าทางหวงผมเวลามีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาคุยหรือจีบ แต่ผมก็ปฏิเสธไปนะครับ ไม่ใช่ว่าผมจะเลวขนาดนั้น ที่พอเลิกกับเธอแล้วไปคบกับคนโน่นทีคนนี้ทีโดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของเธอเลย

“ขออีกสามนาทีได้ไหมข้าว” พลอยขอเวลาเมื่อรู้สึกว่าผมกำลังจะชักมือออก ผมไม่ได้ว่าอะไรเลยยืนอยู่นิ่งๆ

“ปล่อย” เสียงเข้มดุๆ ของพี่โชนดังมาแต่ไกล พร้อมกับกระชากพลอยให้ออกห่างจากผม พลอยอึ้งกับการกระทำของพี่โชน ผมเองก็เช่นกัน พลอยมองผมด้วยแววตาเศร้าก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองอย่างเงียบๆ

“มึงทำเชี่ยไรเนี่ย” ผมหันกลับไปถามมันที่กำลังยืนจ้องผมตาเขม็ง

“แล้วข้าวละทำอะไร ถ้าพี่กลับมาช้ากว่านี้…”

ผลั๊ว

ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ หมัดหนักของผมก็ลอยไปกระทบกับหน้ามันอย่างแรง จนหน้าหันไปตามแรงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“นี้สำหรับที่มึงลวนลามกู”

ผลั๊ว

“นี้สำหรับที่มึงทำกับพลอย”

ผมซัดหมัดใส่มันอีกครับ บอกตามตรงเลยว่าตอนนี้โกรธมันมาก

ไอ้พี่โชนยืนอึ้งกับการกระทำของผม ไม่รู้ว่ามันรู้สึกเจ็บบ้างไหม เพราะเท่าที่ผมเห็น มันเอาแต่ทำหน้านิ่ง ดีนะครับที่มันไม่ได้สวนมา ไม่งั้นผมคงมีสภาพไม่ต่างจากมัน

“ข้าวเกลียดพี่ขนาดนี้เลยหรอ” พี่โชนถามเสียงแผ่วเบา ผมเหลือบไปเห็นแววตาของมันที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวด จนผมต้องรีบเบือนหน้าหนี รู้สึกไม่ดีที่เห็นมันเป็นแบบนี้

ผมไม่ตอบครับ แต่คว้าถุงที่ไอ้พี่โชนถืออยู่มาด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเดินเข้าห้องไปแล้วรีบปิดประตู

“ทำเชี่ยไรวะ” ผมถามตัวเอง พร้อมกับยกถุงขึ้นมาดู วันนี้เป็นโจ๊กครับ มันคงอยากให้ผมกินข้าวกินยา “เอาไปคืนดีไหมวะ” ผมไม่น่าทำเรื่องแบบนี้เลยครับ มันจะคิดว่าผมใจอ่อนหรือเปล่า

ส่วนโชนที่ยืนอยู่หน้าห้องรู้สึกอึ้งเข้าไปใหญ่กับการกระทำของข้าว ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะมีรอยยิ้มผุดขึ้นมาเมื่อสมองเริ่มประมวลเหตุการณ์อย่างเป็นระบบ อย่างน้อย ข้าวก็ไม่ได้รังเกียจที่เขาซื้ออาหารมาให้ทุกวัน


“ไงมึง เมื่อคืนเป็นไรหลับไว เบี้ยวนัดพวกกูนะ” ซันถามขึ้นทันทีที่เจอหน้าผม จริงด้วยครับ ผมลืมไปสนิทเลยว่ามีนัดไปฉลองที่น้อยหน่าย้ายมาอยู่ที่หอ จะได้ไม่ต้องเดินทางไปกลับลำบาก วันนี้ผมขับรถมาเรียนคนเดียวครับ พลอยมากับน้อยหน่า พอดีว่าเธอมีรถ

“มึงมีผื่น แพ้ไรมาวะ” คริสที่นั่งอยู่ข้างๆ กับซันถาม เมื่อผมเดินมานั่งที่ประจำ นั้นก็คือข้างหลังพวกมัน โดยมีพลอยนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างๆ เธอไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาคุยกับผมเลยครับ เธออาจจะกำลังโกรธผมเรื่องเมื่อเช้าอยู่ก็ได้

“กูแพ้ฝุ่น เมื่อวานทำความสะอาดห้องเสร็จก็กลับไปนอนเลย” ผมพูดความจริงนะ ก็ไอ้พี่โชนพาผมไปนอน แต่ไม่รู้ว่ามันแบกผมไปท่าไหน

“ที่คอนี้ แดงมากเลยนะ” น้อยหน่าที่นั่งอยู่ข้างพลอยอีกทียื่นมือมาดันหน้าผมหลบ เพื่อให้เธอและเพื่อนๆ เห็นรอยแดงชัดๆ ผมรีบสะบัดมือเธอออก กุส่าทาแป้งทับหลายชั้น ยังจะตาไวเห็นอีกนะแม่คุณ

“ฮั่นแน่!!!” ไอ้ซันทำเสียงแซวผมครับ ผมว่ามันน่าจะรู้ว่าคือรอยอะไร แต่วันนี้โชคดีครับที่ผมมีผื่นขึ้นเต็มตัว ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะยุบไปเยอะแล้วก็ตาม มีหรือที่ผมจะยอมรับความจริง

“แน่พ่อง กูคันแล้วเกาแรงไปหน่อย มันก็เลยแดงกว่าที่อื่น”

“มันเหมือนรอย...”

“เฮ้ย!! อาจารย์มาแล้ว” ผมรีบพูดตัดบทเมื่อเห็นอาจารย์ยืนอยู่หน้าประตูห้องเรียน ขอบคุณสวรรค์ที่ช่วยผมไว้ได้ทัน ทุกคนหันไปสนใจครูผู้สอนกับเนื้อหาที่ต้องเรียนในคลาสนี้จนลืมสนใจเรื่องรอยแดงที่คอผม


โรงอาหารคณะบริหาร

“ไอ้ซัน มึงรู้หรือยังว่าพี่รหัสมึงเป็นใคร” คริสถามขึ้นหลังจากที่พวกเราไปซื้ออาหารกลางวันมานั่งกินกันที่โต๊ะ

“กูหาเจอแล้ว ว่าแต่มึงเถอะไอ้เชี่ยคริส” ซันถามกลับ

“กูก็เจอแล้ว” คริสบอกยิ้มๆ

“ใครอ่ะ” น้อยหน่าถามด้วยความอยากรู้

“พี่บี” คริสตอบเสียงแผ่วเบาจนพวกผมต้องเงี่ยหูฟัง ซันที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับหัวเราะขึ้นมาแทบจะทันทีเพราะมันได้ยินคำตอบเสียงดังชัดแจ๋ว

“ฮ่าๆๆ กูว่าแล้ว ดีกรีความแซบทะลุทะลวงหัวใจต้องยกให้พี่บี ใครเด็ดกูรู้หมดแหละ”

ปัก

ทันทีที่ซันพูดจบ มือหนาของคริสก็ลอยไปตบกะบาลเพื่อนรักเข้าอย่างจัง

“พูดอะไรให้เกียรติผู้หญิงหน่อยไอ้ซัน” คริสปราม

“มึงนี้แม่ง สุภาพบุรุษตลอด อย่าให้กูรู้นะว่ามึงกับพี่บีเขา...” ซันลากเสียงยาวก่อนจะตักข้าวเข้าปาก ทำเป็นไม่สนใจเรื่องของคริส

“แล้วมึงล่ะไอ้เชี่ยซัน พี่นอนวัดอะไรของมึงอ่ะ ใครวะ” คริสเป็นฝ่ายถามซันบ้าง

“พี่เก้า ที่น่ารักๆ” ซันพูดเคลิ้มๆ "แต่ชอบทำตัวแปลกๆ"

“พี่เขาเป็นผู้ชายไม่ใช่หรอวะ” ผมถามขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบอยู่นาน ในเมื่อพี่เก้าเขาเป็นผู้ชาย แล้วทำไมเพื่อนผมถึงบอกว่าเขาน่ารัก

“ก็ใช่ไง แต่คนเชี่ยไร น่ารักเกินคำบรรยาย ถึงจะแปลกไปหน่อยก็เถอะ แม่ง อยากได้วะ” ซันพูดขึ้น ใบหน้าอันหื่นกระหายที่อยากได้พี่เขาจนตัวสั่น เล่นทำผมขึ้นลุกซู่ ไอ้นี่แม่งโรคจิต

"ว่าแต่ ทำไมมึงถึงคิดว่าพี่เขาแปลก"คริสถาม ผมเองก็สงสัย

"ไม่รู้ดิ ความรู้สึกของกูมันบอกว่าพี่เขาแปลก"

"อ้าว ไอ้ห่า!" ผมสบถ

“แต่ซันชอบผู้หญิงไม่ใช่หรอ” พลอยที่นั่งอยู่ข้างน้อยหน่าถามขึ้น ผมคิดว่าเธอจะไม่สนใจบทสนทนาบนโต๊ะอาหารเสียแล้ว เพราะวันนี้เธอพูดแทบจะนับคำได้ จนเพื่อนๆ ต่างพากันสงสัย เธอตอบกับเพื่อนไปว่าเจ็บคอ แต่ผมรู้ดีครับว่ามันคือข้ออ้าง

“เราแค่บอกว่าพี่เขาน่ารัก ว่าแต่พลอยเถอะ เราเห็นนะ” ซันบอกพร้อมกับมองหน้าพลอยอย่างมีเลศนัย สองคนนี้มีความลับอะไรกัน แล้วไอ้ซันมันเห็นอะไรที่เกี่ยวกับพลอย

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ” พลอยบอกปฏิเสธ “เออ น้อยหน่า แล้วพี่ธีร์ของแกล่ะ” พลอยพูดเปลี่ยนเรื่องถามถึงพี่ธีร์ พี่รหัสของน้อยหน่า ที่ถามเพื่อนไปแบบนั้นก็เพราะ พี่เขากำลังตามจีบน้องรหัสอย่างน้อยหน่าอยู่ครับ

“ก็ไม่รู้สิ” น้อยหน่าตอบก่อนจะกินข้าวต่ออย่างไม่สนใจ แบบนี้เขาเรียกว่างอนหรือเปล่า เพราะก่อนที่พวกเราจะมากินข้าว ก็เจอเข้ากับพี่ธีร์ที่กำลังเดินคุยอยู่กับพี่บีอย่างสนิทสนมอยู่ข้างหน้าพวกเรา

“แล้วมึงล่ะไอ้กล้า ถอดรหัสได้ยังวะ” ไอ้ซันถามผมบ้าง

“กู อื้อ” ยังไม่ทันที่ผมจะตอบไอ้ซัน จู่ๆ ก็มีอะไรเย็นๆ มาโดนแก้มผม พวกเราทุกคนเงยหน้าขึ้นไปดูก็พบเดือนมหา'ลัยปีที่แล้วยืนอยู่ข้างหลังผม ในมือถือแก้วชาไข่มุกยื่นมาแนบแก้มผมไว้ ผมรีบผลักออกเพราะมันเย็น ราวกับว่าแก้มของผมข้างที่โดนเพิ่งถูกฉีดยาชามา

“ไอ้เชี่ยพี่โชน” ผมร้องขึ้นอย่างตกใจ

“สวัสดีค่ะ/ครับ” พวกเพื่อนๆ ผมยกมือไหว้รุ่นพี่ ซึ่งต่างจากผมที่กำลังส่งค้อนวงใหญ่ไปให้มัน

“ขอบคุณนะครับที่ยังมีคำว่า ‘พี่โชน’” มันรับไหว้น้องๆ ก่อนจะหันมาพูดจิกกัดผม พร้อมกับยื่นแก้วชาไข่มุกที่อยู่ในมือของมันใส่มือผม

“กินด้วยนะครับ ร้านนี้อร่อยที่สุดในมอแล้ว” มันบอกพร้อมกับยื่นมือมาขยี้หัวผม ผมมองไปรอบๆ ด้วยความเขินอาย ไม่กล้าสบตากับมันในระยะประชั้นชิดก่อนจะอายหนักเข้ากว่าเดิมเมื่อเห็นสายตาของคนในโรงอาหารที่มองมาที่พวกผม ลืมไปซะสนิท ก็ไอ้พี่โชนมันเป็นถึงเดือนมหา'ลัย มันก็ต้องหล่อสะดุดตาใครหลายคน ไม่ว่ามันจะทำอะไรหรือไปที่ไหนก็ต้องมีคนมองตลอดเวลา

หลังจากที่พี่โชนเดินจากไป ผมก้มหน้าก้มตากินข้าวอีกครั้ง ทำราวกับว่าข้าวราดแกงตรงหน้าเป็นอาหารรสเลิศ แต่เปล่าเลยครับ ผมแทบจะกินมันไม่ลง แต่ผมไม่กล้าพอที่จะเงยหน้าขึ้นมามองทุกคน หลายสายตาจับจ้องมาที่ผม ให้ตายเถอะ อายชิบหาย

“อะไรกัน มึงกับพี่โชน คบกันหรอวะ” ซันเริ่มเปิดประเด็นเมื่อรู้สึกว่าบทสนทนาในโต๊ะเงียบนานเกินไป

“เชี่ย กูไม่ได้คบกับพี่มัน” ผมรีบปฏิเสธ “พี่รหัสไง” ผมตอบแค่นั้น ทุกคนก็ถึงบางอ้อ


หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนโกหก วันนี้เป็นวันที่พวกรุ่นพี่เรียกรวมรุ่นน้องปีหนึ่งครับ เป็นวันสิ้นสุดการตามหาพี่รหัส ทุกคนนั่งรวมกันอย่างเป็นระเบียบ หยอกล้อพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน กลุ่มของผมเองก็เช่นกัน ลืมบอกไปครับว่าพลอยกับมาคุยกับผมแล้ว เพียงแค่ใช้หน้าตากับเสน่ห์ปลายจวัก ทำของโปรดให้เธอกิน แค่นี้เธอก็ยอมยกโทษให้ผมแล้วครับ

“เอาละค่ะน้องๆ เงียบกันก่อนนะ ที่พวกพี่เรียกมาวันนี้ ทุกคนรู้กันแล้วใช่ไหมคะว่าเรื่องอะไร” พี่นกถาม

“รู้แล้วค่ะ/ครับ” น้องปีหนึ่งช่วยกันตอบ

“ไหนใครยังไม่รู้ว่าพี่รหัสของตัวเองเป็นใคร ลุกขึ้นมาเลยครับ” พี่เอ็มแฟนพี่นกพูดเสริมพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ผมเองก็เช่นกัน แต่ไม่มีนักศึกษาปีหนึ่งคนไหนลุกขึ้นเลย แสดงว่าทุกคนเจอพี่รหัสของตัวเองกันหมดแล้ว

“รู้กันทุกคนแล้วนะ งั้นทุกคนลุกขึ้นแล้วยืนกระจายๆ กันไปนะ เดี๋ยวพี่รหัสจะเอาของขวัญให้น้องรหัส” พี่เอ็มพูดจบ ปีหนึ่งทุกคนลุกขึ้นยืนรวมกันเป็นกลุ่มๆ รุ่นพี่ปีสองถือของต่างๆ มาให้กับน้องรหัสของตน บางคนหอบหนังสือกองโตมาให้น้อง บางคนเป็นพวกขนมนมเนย บางคนเป็นตุ๊กตา

ซันได้หนังสือกองโตจากพี่เก้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่เก้าเป็นเด็กเรียนขนาดไหน ขนาดเรียนปีหนึ่ง หนังสือเยอะกองโตเท่าภูเขา ชีวิตของไอ้ซันหลังจากนี้ รับรอง ติวกันตาแฉะแน่

คริสได้บัตรวีไอพีร้านยก(เหล้า)ซด ส่วนลดห้าสิบเปอร์เซ็นตลอดทั้งปีจากพี่บี  ผมเพิ่งรู้ครับว่าร้านนี้เป็นของพี่บีกับพี่ธีร์ และมีเรื่องที่น่าแปลกใจอีกหนึ่งเรื่อง คือเขาทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

น้อยหน่าได้ตุ๊กตาหมีคู่รักตัวใหญ่จากพี่ธีร์ ถ้าผมจำไม่ผิด หลายวันก่อนพวกเราไปเที่ยวกัน น้อยหน่าถ่ายรูปกับตุ๊กตาแบบนี้แล้วโพสต์ลงอินสตาร์แกรมว่าอยากได้ แล้ววันนี้เธอก็ได้มันมาจริงๆ หน้าเธอนี้บานเป็นกระด้ง

พลอยที่ผมเพิ่งรู้ไม่นานมานี้ว่าพี่รหัสของเธอคือ ‘พี่เสือ’ เพื่อนสนิทในคณะของพี่โชน เธอกำลังยืนกอดอกหน้ามุ้ยมองพี่รหัสตรงหน้าอย่างไปพอใจ

“นี้พี่กะไซด์เราผิดหรอ” พี่เสือถามอย่างสงสัย ผมที่ยืนอยู่ข้างๆ พลอยยื่นมือไปหยิบถุงกระดาษแบรนด์ดังมาเปิดดูต้องตลึงกับสิ่งของที่อยู่ข้างใน มันคือชุดชั้นในเซ็กซี่เลิฟ ผมมองหน้าพี่เสือสลับกับพลอย ก่อนจะถลาไปกระชากคอเสื้อพี่รหัสของเพื่อนด้วยความโกรธเคือง นี้มันจะดูถูกพลอยมากเกินไปแล้วนะ

“มึงแม่งเชี่ยวะ” ผมตะโกนใส่หน้ามัน เพื่อนๆ ผมรีบเข้ามาห้าม

“กล้าแม่งใจเย็นก่อนดิวะ” ไอ้ซันดึงตัวผมออก ส่วนไอ้คริสเข้ามาแกะมือของผมจากคอเสื้อของไอ้พี่เสือ

“ข้าว พลอยอยากกับแล้ว” พลอยที่ยืนอยู่ข้างๆ บอกผมเสียงแผ่วเบา เธอมองผมด้วยแววตาขอร้องก่อนจะเหลือบไปมองพี่รหัสอย่างตัดพ้อ

ผมโอบไหล่พลอย พร้อมกับพาเธอเดินออกมาจากตรงนั้นโดยไม่คิดที่จะหันหลังกลับหรืออยู่ร่วมจนกว่ากิจกรรมจะจบลง เพื่อนของผมเองก็เช่นกัน เรียกได้ว่ากลุ่มของผมห้าคน ไม่มีใครอยู่ต่อแล้วครับ


“เกิดอะไรขึ้นวะมึง” ซันถามเมื่อทุกคนเดินมาหยุดยืนอยู่หน้ารถของผม

“ช่างแม่ง กูกับพลอยจะกลับแล้ว และพวกมึงล่ะ”

“กูนัดเลี้ยงข้าวพี่เก้า” ซัน

“พี่บีนัดกูไปดื่มคืนนี้” คริส

“พี่ธีร์ชวนไปเดินเล่น” น้อยหน่า

“ดูแลตัวเองนะมึง” ผมบอก ก่อนจะแยกย้าย


ผมพาพลอยกลับมาที่หอครับ เธอน่าจะอยากพักผ่อน ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เพราะพักหลังๆ เธอดูเปลี่ยนไป ดูเหม่อๆ ยังไงไม่รู้

“มีอะไรไม่สบายใจเล่าให้ข้าวฟังได้นะ” ผมบอกกับพลอยเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องเธอ เธอหันมายิ้มให้ผมเล็กน้อย

“พลอย” ผมเรียกเธออีกครั้ง จู่ๆ เธอก็โผล่เข้ามากอดผมไว้แน่นพร้อมกับปล่อยโฮออกมา ผมตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยกมือขึ้นมาลูบหัวเธออย่างแผ่วเบาเป็นเชิงปลอบ

“ไม่เป็นไรนะครับคนเก่ง” ผมบอกเสียงแผ่วเบา ยืนอยู่นิ่งๆ เป็นหลักให้เธอพักพิง

เมื่อร้องไห้จนหนำใจ พลอยผลักผมออกพร้อมกับปาดน้ำตาทิ้งอย่างลวกๆ

“พลอยขอเวลาหน่อยนะ” ผมพยักหน้ารับ อยากรู้ว่าเธอเป็นอะไร ไปเจอเรื่องอะไรมาถึงขั้นที่ต้องร้องห่มร้องไห้ เท่าที่ผมรู้จักเธอ เธอเป็นผู้หญิงร่าเริง สดใส และเข้มแข็ง แสดงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอมันต้องหนักพอควร

“พี่ขอเข้าไปในห้องนะ” เสียงทุ้มนุ่มหูดังขึ้นจากด้านหลัง เรียกความสนใจให้กันเราทั้งคู่ ก่อนที่มือหนาของพี่รหัสของผมจะแย่งกระเป๋าผมไปถือ ควานหาคีย์การ์ดในกระเป๋าอย่างรู้ดีว่าผมเก็บมันไว้ตรงไหน เดินเข้าห้องไปอย่างเงียบๆ ก็แน่หล่ะครับ พี่โชนมาห้องผมไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว

“ข้าวไปหาพี่โชนเถอะ” พลอยบอกพร้อมกับเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูกระแทกหน้าผมเสียงดัง

ผมยืนเกาหัวด้วยความงุนงง ใจหนึ่งนึกเป็นห่วงพลอย แต่อีกใจกลับรู้สึกแปลกที่วันนี้พี่โชนไม่โวยวายหรืออาระวาดอะไรที่เป็นผมกับพลอยกอดกัน แต่มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง ผมสลัดความคิดทิ้งแล้วเดินเข้ามาในห้องของตัวเอง

“พลอยเป็นไงบ้าง” พี่โชนถามแทบจะทันทีที่ประตูปิดลง

“ห๊ะ!!!” ผมอุทานด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจสิ่งที่พี่โชนพูด เมื่อกี้หูผมฝาดไปหรือเปล่าที่ได้ยินพี่โชนถามถึงพลอย

“พี่ถามว่าพลอยเป็นยังไงบ้าง ไม่เข้าใจตรงไหนครับ” พี่โชนทวนคำถาม แต่เดี๋ยวนะ พี่รู้หรอว่าพลอยเป็นอะไร

“มึงรู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับพร้อม” ผมถาม พี่โชนทำหน้าตกใจ พร้อมหลบสายตาของผม ชัวร์เลยครับ

พี่มันต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ไม่งั้นมันไม่ถามแบบนี้ ที่สำคัญ วันนี้มันดูไม่เหวี่ยงไม่วีนใส่พลอยเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาเวลามันเจอหน้าเธอ

“ไม่มีอะไร”

“ถ้ามึงไม่บอกก็ออกไปจากห้องกูเดี๋ยวนี้เลย” ผมเริ่มโวยวาย

“โถ่!!! ข้าวครับ เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับพี่”

“แต่มึงก็รู้ กูเป็นห่วงพลอยนะโว๊ย” ยิ่งมันพูดแบบนี้ผมยิ่งอยากรู้ครับ เป็นห่วงพลอยใจจะขาด

“แล้วข้าวเป็นห่วงพี่บ้างไหมครับ” เอ๊ะ! ไอ้นี้ ยังจะมาพูดเล่นอีก ความอดทนผมเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ

“มันใช่เวลามั๊ย” ผมบอกเสียงเข้มพร้อมกับจับบ่าของมันทั้งสองข้าง จ้องมองพี่มันตาเขม็ง จนพี่โชนยกมือยอมแพ้ ยอมเล่าความจริงทุกอย่างให้ฟัง

ผมอึ้งกับความจริงที่ได้รับรู้ โกรธตัวเองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องบ้าๆ

“แล้วมันว่ายังไง” ผมถามเสียงแข็ง จนพี่โชนกลืนน้ำลายลงคอ หน้าตาขยาด

“พี่เริ่มกลัวข้าวขึ้นมาแล้วนะ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าข้าวจะน่ากลัวขนาดนี้เวลาโกรธ” พี่โชนบอกเสียงแผ่วเบา พร้อมกับกลืนน้ำลาย ผมจ้องมองพี่เขาตาเขม็ง เนื่องจากพี่มันยังไม่ได้ตอบคำถามของผม “ไอ้เสือมันรู้สึกดีกับพลอย มันบอกว่าอยากรับผิดชอบ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง”

“รับผิดชอบเชี่ยๆ ด้วยการซื้อชุดชั้นในมาให้แทนตัวเก่าที่ทำขาดหรอ แม่งเหี้ยมาก” ผมบอกอย่างโกรธจัด

“ห๊ะ!!!” พี่โชนถึงกับตะลึงกับข่าวใหม่ที่ได้รับ “ข้าวว่าไงนะ”

ผมไม่ตอบ แต่กับทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนข้างๆ กับพี่โชน พลางคิดหาวิธีแก้ไข

“พี่ว่า ข้าวไปอยู่เป็นเพื่อนพลอยดีกว่านะ ตอนนี้พลอยคงต้องการกำลังใจ” พี่โชนบอกพร้อมกับลุกขึ้นยืน จับหัวผมให้ซบไปกับหน้าท้องแกร่ง ผมขืนตัวเล็กน้อยแต่ไม่เป็นผล

พี่โชนลูบหัวผมด้วยความอ่อนโยน ผมหลับตาลงช้าๆ รู้สึกเหนื่อยกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมรู้สึกผิดที่เป็นตัวตนเหตุ

“คนที่ผิดคือพี่เอง ข้าวไม่ต้องรู้สึกอะไรทั้งนั้น” พี่โชนพูดขึ้นอย่างอ่านความคิดของผมได้


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ผมเคาะประตูห้องพลอย รอไม่นานเธอก็เปิดประตูให้ผมเข้าไปครับ

“ข้าวรู้เรื่องหมดแล้วนะ” ผมบอกเสียงแผ่วเบาอย่างรู้สึกผิด “เพราะข้าว พลอยถึง...”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้าวหรอก พลอยพลาดเอง” พลอยรีบบอก เธอคงรู้ดี ถ้าผมรู้เรื่องนี้เข้า ผมจะโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง เธอจึงเลือกที่จะไม่บอกผมแล้วเก็บเงียบไว้คนเดียว

“พลอย” ผมคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่นเชิงปลอบใจ

ถ้าผมไม่ดึงเธอเข้ามาในชีวิตตั้งแต่แรก เรื่องบัดซบแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นกับเธอ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

​คุยกันหน่อย

ไรท์เพิ่งปั่นเสร็จ ตอนนี้สั้นหน่อยนะ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลย กิจกรรมเยอะมากกกกกกกกกกกกกก

อย่าเพิ่งิ้งไรท์ไปไหนนะ อดทนรอถึงสามทุ่มไม่ไหว ไรท์เลยรีบมาลงให้

อ่านจบช่วยคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ PLEASEEEEEEEEE


ความคิดเห็น