กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : เงามืด 1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : เงามืด 1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 487

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2561 08:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : เงามืด 1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้

​ต่อจากตอนที่แล้ว...

เด็กชายตัวน้อยวัยเกือบหนึ่งขวบ กำลังนอนหลับตาพริ้มโดยที่ริมฝีปากแดงแจ๋นั้นอ้าครอบอกอุ่นของมารดาไว้อย่างหวงแหน อานนท์เปิดแง้มประตูบานสีฟ้าเขียวเล็กน้อย พอทำให้คนด้านในรับรู้การมาของเขา ก่อนชายหนุ่มจะปิดประตูลงตามเดิม แล้วเดินย้อนกลับยังห้องนั่งเล่น เจ้าหลานชายตัวอ้วนของเขากำลังกินนมนอน อีกประเดี๋ยวคงหลับ นาทยสุรีคงตามลงมาสมทบ

ในครัวมีนมแจ่มกับลูกมืออีกสามคน เป็นบรรณาการของคุณแม่ ท่านให้มาช่วยกันทำอาหาร เพื่อกินเลี้ยงเล็กๆภายในครอบครัวค่ำนี้

เมื่อวันนี้เขา ซึ่งพร้อมด้วยบิดาและมารดา ต่างอพยพจากบ้านใหญ่มาหาน้องสาวยังบ้านริมน้ำ เป็นบ้านหลังใหม่เอี่ยมอ๋องที่มีเขาพี่ชายที่แสนดี เป็นผู้เนรมิตจัดขึ้นมาตามความต้องการของคุณแม่มือใหม่ เพื่อเป็นการรับขวัญเจ้าหลานชายตัวอ้วนไปในตัวด้วย

นาทยสุรีไม่ต้องการกลับเข้าอาศัยคฤหาสน์บูรณกำจร หลังจากคลอดเจ้าตัวเล็ก หลานชายสุดรักสุดดวงใจของครอบครัว น้องนิ่มขอย้ายมาอาศัยบ้านหลังใหม่ทันทีหลังจากกลับจากโรงพยาบาล  เพราะกลัวปวีณจะตามมาพบเข้าในสักวัน หลังจากเขากับไอ้เสือหันหน้าเปิดอกพูดคุยกันถึงปัญหาขัดแย้งที่ปล่อยให้คาราคาซังมานาน ปัญหาที่มันกัดกินความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนรักจนเกิดเป็นรอยแหว่งโหว่ ในวันที่ตัวปัญหาของเรื่องทั้งหมดนี้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หลังจากเจ้าหล่อนคลอดหลักฐานชิ้นสำคัญออกมา และเขาพ้นมลทินจากข้อกล่าวหา ปวีณถึงกับไหล่ตก ทรุดกองลงกับพื้น ใบหน้าของมันดูเศร้า หมองคล้ำจนไม่เหลือเค้าโครงปวีณคนเดิม มันหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาต่อหน้าเขา มันขอโทษและอ้อนวอนขอให้เขาบอกที่อยู่ของน้องนิ่ม

และนั่นเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขาไม่อาจทำตามคำขอร้องอ้อนวอนของมันได้ เขาเป็นพี่ชายที่รักน้องสาวมาก  สิ่งเดียวที่เขาทำได้ คือการให้กำลังใจทั้งสองฝ่าย

“นิ่มกำลังให้นมตานันท์อยู่ครับ อีกเดี๋ยวคงตามลงมา” ชายหนุ่มเดินลากขาเข้ามาสมทบกับบิดามารดา พลางหย่อนสะโพกนั่งลงข้างบุพการี คุณหญิงละไมวางผลแอปเปิลลงจานกระเบื้อง แล้วเลื่อนส่งให้สามี ท่านเจ้าสัวนาทเงยหน้าขึ้นมามองลูกชายเล็กน้อยพยักหน้าลงเพื่อตอบรับ ก่อนก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ในมือต่อ

“ปีกว่าแล้วนะครับที่น้องนิ่มใจแข็ง ไม่ยอมอ่อนลงให้ไอ้เสือมันสักที” อานนท์พูดพร้อมระบายลมหายใจ เขาเอนหลังพิงพนักโซฟา สีหน้าเป็นกังวล

“ยิ่งตานันท์โขรกพิมพ์เดียวออกมาเหมือนไอ้เสือไม่ผิดเพี้ยน ผมนี่อดรู้สึกคันปาก อยากยกหูโทรศัพท์ขึ้นโทรหามันทันที อยากบอกที่อยู่ของน้องนิ่มให้ไอ้เสือมันตามมาให้รู้แล้วรู้รอดไป สงสารมันนะครับ ถ้าได้มาเห็นเจ้าตัวยุ่งของพวกเราตอนนี้ คงรักคงหลงยิ่งกว่าเราน่าดู”

“ขืนนนท์ทำแบบนั้น หนูนิ่มจะโกรธเอานะสิลูก ใช่ว่าแม่ไม่อยากเห็นครอบครัวสมบูรณ์ของน้องเสียเมื่อไหร่ แต่ในเมื่อพวกเราตกลงกันเอาไว้อย่างนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการของหนูนิ่ม ดังนั้นพวกเราทุกคนต้องเคารพในการตัดสินใจของน้อง” คุณหญิงส่ายหัว ดวงตาผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหม่นลง ในเมื่อตัวนางเองนั้นมีความคิดไม่ได้ต่างไปจากลูกชายคนโตสักนิดนี่นา

“อย่ามัวแต่พูดถึงพ่อเสือ เดี๋ยวหนูนิ่มลงมาได้ยิน จะทำให้คิดมากเข้าไปกันใหญ่” คราวนี้ประมุขของบ้านเอ็ดขึ้นเสียงเบา ท่านมองเลยไปยังบันได กลัวบุตรสาวจะลงมาได้ยิน แล้วเก็บเอามาคิดมาก

“ว่าแต่เรื่องพี่เลี้ยงของตาหนูคนใหม่ หนูนิ่มเขาหามาได้แล้วหรือยังหึ คุณหญิง”

“น่าจะยังนะคะ น้องเองก็กำลังพยายามช่วยหนูนิ่มประกาศหาอยู่อีกทางเหมือนกันค่ะ”

เนื่องจากคนเก่าขอลาออกกะทันหัน เพื่อกลับไปแต่งงานกับหนุ่มในหมู่บ้าน เลยทำให้นาทยสุรีขาดพี่เลี้ยงลูกชายวัยหนึ่งขวบ ตัวช่วยในบางครั้งยามเธอต้องปลีกตัวทำธุระส่วนตัว ถึงเธอจะยังมีป้าแจ่มคอยช่วยเลี้ยงอีกแรง ทว่าด้วยวัยที่เพิ่มสูงมากขึ้น ทำให้นาทยสุรีไม่อยากเพิ่มภาระให้แม่นมผู้สูงวัยเหน็ดเหนื่อยมากกว่าเดิม 

“แล้วเราล่ะตานนท์ เรื่องของหนูพิต้า สรุปจะให้พ่อเข้าไปคุยกับไอ้ภพมันเมื่อไหร่ เห็นช่วงนี้ทำตัวติดกันยังกับปาท่องโก๋ ไปไหนมาไหนด้วยกันออกบ่อย ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็ขยันลงกันครึกโครม พ่อกลัวฝั่งโน่นเขาจะเสียหาย จัดการตบแต่งให้มันเป็นเรื่องเป็นราวเสียทีก็ดีเหมือนกัน พ่อไม่อยากถูกถอนหงอกเอาตอนแก่” อานนท์เลิกคิ้วเข้มพลางถอนใจ วกเข้าเรื่องนี้อีกจนได้

เจ้าสัวนาทพับหนังสือพิมพ์ในมือ วางบนโต๊ะกระจก เมื่อท่านอ่านจนครบหมดทุกหน้า พร้อมเอื้อมมือหยิบชิ้นแอปเปิลเนื้อขาวส่งเข้าปากเคี้ยวตุ่ยๆ ด้วยท่าทางผ่อนคลาย แต่ท่านยังไม่ลืม เอ่ยปากถามเรื่องสำคัญ ซึ่งตัวท่านนั้นถูกทางฝั่งเพื่อนซี่มันเร่งเร้าถามไถ่มาอีกทีหนึ่ง มากกว่าเหตุผลที่ใช้อ้างเจ้าลูกชายออกไปเมื่อสักครู่ เขาไม่เคยสนใจเรื่องข่าว มากกว่าฟังจากปากของคนในครอบครัว เพราะข่าวย่อมเป็นข่าว จริงแท้อย่างไรขึ้นอยู่กับคนเขียน 

อานนท์ผ่อนลมหายใจยาว ขยับร่างใหญ่โตอึดอัด เขาไม่มีทางแต่งงานกับผู้หญิงอย่างพิต้า นั่นคือความคิดของเขาเพียงฝ่ายเดียว แต่เขาไม่อาจบอกพวกท่านออกไปตอนนี้ได้ เขายังเห็นแก่มิตรภาพยาวนาน โดยเฉพาะทางฝั่งของผู้ใหญ่ บิดาของเขากับบิดาของพิชยา ท่านทั้งสองเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาตั้งแต่ตอนเป็นหนุ่ม ถ้าจะมาผิดใจกันเพราะมีเขาเป็นสาเหตุ เขาก็รู้สึกไม่ดีสักเท่าไหร่เหมือนกัน

 แล้วอีกอย่างไอ้ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์พวกนั้น มันก็เป็นฝีมือของพิต้าทั้งนั้นด้วย เจ้าหล่อนเป็นคนลงมือจ้างมาทุกครั้ง หลังจากที่ลากเขาออกไปไหนต่อไหนด้วยสำเร็จ เขาไม่ได้โง่ เพียงแต่เขาไม่พูดออกมาแค่นั้น แล้วที่ไม่ออกมาปฏิเสธข่าวลือ เพราะเขาไม่อยากทำร้ายจิตใจใครในตอนนี้

ถ้าถึงเวลานั้นจริง พวกท่านอาจจะอึ้งกับสิ่งที่เห็นก็ได้...

“นั่นสิแม่ก็อยากให้นนท์จัดการอะไรให้มันถูกต้องเสียที”

อานนท์กลอกตา

“คงยังไม่ถึงเวลานั้นมั้งครับคุณพ่อคุณแม่ เอาไว้ถ้าถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ ผมจะบอกพ่ออีกทีก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ผมยังหวงความโสด ยังไม่อยากรีบแต่งงาน...”

“อ้าวไอ้นี่ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้ายังไม่ถึงเวลาตอนนี้ แล้วแกจะรอให้ถึงเวลาตอนไหนกันวะ หรือจะรอให้พ่อกับแม่ตายกันก่อนถึงจะคิดเรื่องแต่งงานได้” ท่านเจ้าสัวนาทขึ้นเสียงดังใส่ลูกชาย อายุมันก็ใช่น้อย ยังนั่งเป็นทองไม่รู้ร้อนทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยลอยชาย แทนที่จะรีบเร่งผลิตหลานให้เขาออกมาเยอะๆ จะได้ช่วยกันบริหารงานในเครื่องบูรณกำจร

“แต่งงานตอนอายุห้าสิบก็ยังเตะปี๊บดังอยู่น่าพ่อ จะเร่งให้ผมหาบ่วงผูกคอเร็วๆทำไมละครับ เอาไว้รอให้น้องนิ่มคืนดีกับไอ้เสือเมื่อไหร่ ไม่แน่ ช่วงนั้นผมอาจอยากมีครอบครัวเป็นตัวเป็นตนกับเขาขึ้นมาบ้าง ” อานนท์พูดเล่น เพื่อเย้าแหย่บิดา คุณหญิงละไมอดหมั่นไส้เจ้าลูกชายตัวดีไม่ไหว ท่านจึงยกฝ่ามือฟาดลงบนลำแขนกำยำ เสียงดังเพี๊ยะ!

“โอ๊ย! คุณแม่ตีผมทำไมครับเนี่ย” คนถูกตีแกล้งร้องเสียงดัง พลางอ้าวงแขนโอบรอบร่างอวบรั้งเข้ามากอดไว้หลวมๆ เป็นการประจบ

“หมั่นไส้นะสิ แหม่...พูดออกมาได้ ไม่อยากหาบ่วงผูกคอ แล้วไอ้การที่เราออกไปไหนมาไหนกับน้องเขาบ่อยๆนั่น ไม่เท่ากับเราให้ความหวังเขาไว้หรือไง บ่วงอย่างหนูพิต้าน่ะ ออกจะสวย ฉลาด แล้วก็เก่งอีกต่างหาก มีอะไรบ้างที่ทางฝั่งนั้นเขาไม่คู่ควรเหมาะสมกับทางเรา ระวังเถอะพ่อตัวดี เล่นตัวมากๆ สวยแถมเก่งรอบด้านแบบหนูพิต้า จะถูกมือดีคว้าเอาไปกิน” อานนท์แทบอยากจะยกมือขึ้นท่วมหัว ถ้าหากมีมือดีคว้าเอาผู้หญิงสวยครบทุกอย่างตามคำเยินยอของมารดาเขาไปกินจริง นั่นเขาถือเป็นการหมดเวรหมดกรรมเสียมากกว่า  

“คราบคุณแม่...” อานนท์ลากเสียงยาวรับคำมารดาเพื่อตัดบท

ตอนนี้หัวใจเขาว่างเปล่า ไม่รู้สึกรู้สา หรือมีกระจิตกระใจจะนึกถึงสาวคนไหนได้อีก เมื่อตรงนี้ ตรงหน้าอกด้านซ้ายของเขานี่ มันมีเงาดำมืดของผู้หญิงคนนั้นครอบคลุมไว้ทุกซอกทุกมุม

 หลายเดือนมานี้เขาไม่ยอมปล่อยตัวเองให้ทำตามหัวใจ ฝืนรั้งมันไว้สุดกำลัง เมื่อมันเฝ้าเอาแต่คอยเรียกร้อง ตะโกนให้เขาไปหาหนูหริ่ง เขาไม่ได้กลัวจะถูกเจ้าหล่อนจับตามคำพูดของเจ้าหล่อนวันนั้นสักนิด อยากจับก็จับ ถ้าเขาไม่เล่นด้วย ใครหน้าไหนก็จับเขาไม่ได้ ทว่ากลับการที่เขาถอยห่าง หันหลังให้กับเจ้าหล่อน เหมือนไม่เคยเกิดเรื่องอะไรต่อกันเลยนั้น เป็นเพราะเขากลัวหัวใจตัวเอง กลัวว่ามันจะถลำลึกไปมากกว่านี้ต่างหากละ...

โปรดติดตามตอนต่อไป...


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น