Phat_sara

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : So What : EP. 4

คำค้น : พี่ฟรังซ์ เพลงขวัญ คนร่าน เจ้าชู้ น้องเพลง

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.5k

ความคิดเห็น : 139

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2561 02:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
So What : EP. 4
แบบอักษร

​“เธอกล้าว่าฉันขนาดนี้เลยเหรอเพลงขวัญ!” เขารู้จักชื่อและเรียกฉันเต็มยศแบบนี้มาเป็นครั้งที่ 2 แสดงว่าไม่ใช่แค่ติ่งร่องนมซีแนมแบบธรรมดาแล้วล่ะค่ะ แบบนี้ผัวชัวร์ๆ

“แล้วเรารู้จักกันเหรอคุณถึงได้กล้ากล่าวหาว่าฉันเป็นเด็กเสี่ย?” ฉันงงไปหมดแล้วว่าคนตรงหน้าฉันเขาเป็นผู้บริหารของบริษัทนำเข้ารถยนต์ที่ใหญ่ระดับประเทศจริงๆ เหรอ นึกว่าเด็กมหาลัยที่เพิ่งก้าวข้ามการเตะบอลกับเพื่อนจนตัวเหม็นเหงื่อมาเป็นหนุ่มมหาลัยร้อนรักที่หัดมีเมียเป็นครั้งแรก นี่ถ้าเป็นเพื่อนกันจะเดินไปตบหัวแรงๆ แล้วบอกว่า ...เฮ้ย! ไอ้ฟรังซ์เดี๋ยวนี้มึงติดหมีจนดูไม่ฉลาดแล้วนะเพื่อน อืมจะทำจริงๆ นะถ้าสนิท

แค่คำบอกเล่าจากซีแนมเขาก็กล้ามากล่าวหาฉัน ฉันเนี่ยนะเป็นเด็กเสี่ย ยิ่งเป็นเด็กคุณพอร์ชยิ่งไม่มีทาง เพราะเคยเจอคุณพอร์ชไหมก็ไม่เคย แค่รู้จักเพราะเขาเป็นคนดัง แถมเป็นเจ้าของบริษัทออแกไนซ์ที่เป็นสายงานใกล้ชิดกับอาชีพของฉันก็เท่านั้น

“ก็ถ้าไม่จริงทำไมคนที่ฉันบรีฟไว้ถึงโดนถอด? ลูกค้าระบุตัว MC ชัดเจนใครที่ไหนจะกล้าเปลี่ยนตัวถ้าคนที่มาเสียบแทนไม่ใช่คนพิเศษของเจ้าของบริษัท?” นี่โดนหมอเสน่ห์ที่ไหนมาคะคุณ อยากรู้ว่าน้ำมันพลายสำนักไหนทำไมถึงทำให้ผู้ชายโปรไฟร์ดีมาหาเรื่องกับศัตรูของตัวเองได้ขนาดนี้

“อันนี้คุณก็ต้องไปถามคนจัดงานนะคะ ฉันเป็นแค่พริตตี้ค่ะ รับจ้างเขามาอีกทอดเหมือนกัน เขาจ้างให้มาทำงานนี้ฉันก็มาเท่านั้น” ขออนุญาตแนะนำคุณฟรังซ์ให้ไปหาคำตอบที่อื่นก็แล้วกันค่ะ เพราะตอนนี้ฉันเจ็บที่เท้ามาก ตรงที่โดนรองเท้ากัดหนังมันถลอกจนเปิดแล้วแน่นอน ถ้าโดนถามมากกว่านี้หรือแซะหนักกว่านี้เพลงขวัญอาจจะทนเจ็บไม่ไหวจนถึงขั้นถอดรองเท้าส้นสูงมาถือ และเมื่อรองเท้าอยู่ในมือมันก็เปรียบเหมือนอาวุธ ปากแบบนี้ฉันกลัวแทนเขาค่ะ กลัวว่าเขาจะโดนรองเท้าฟาดปากได้ง่ายๆ

“หึ! ฉันรับรองว่างานต่อไปของบริษัทฉันจะต้องไม่มีเธอแน่” เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันใย~ ใครสน? มีลูกค้าแบบนี้ต้องอ้อนวอนมาของานเหรอคะ ไม่ต้องหรอกค่ะคนเราก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน

“ค่ะ บริษัทคุณก็ติดแบล็คลิสในสมองฉันแล้วเหมือนกัน เพราะเจ้าของบริษัทงี่เง่างอแงขี้แยเอาแต่ใจ ลาแล้วนะคะสวัสดีค่ะ” ฉันไหว้ลาเขาเพราะเขาทำงานแล้วก็ต้องเรียนจบและแก่กว่าฉัน ถึงแม้จะเป็นการแก่แบบกะโหลกกะลาก็ตามเถอะ มารยาทไทยสอนให้ไหว้คนที่อาวุโสกว่า จะน่านับถือหรือไม่น่านับถือก็ไหว้ๆ ไป ทำแล้วดีกับตัวเราทั้งนั้นไม่ใช่ดีกับตัวใครที่ไหน

“เพลงขวัญ!” ฉันได้ยินเสียงเรียกชื่อฉันแบบสบถด้วยความเข่นเขี้ยวดังไล่หลัง แต่แล้วยังไงคะใครสนใจ คนเราถ้าไม่รู้จักกันส่วนมากก็เจอกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ

“ฟู่ว~” หลังจากเดินออกมาจากโชว์รูมสุดหรูที่มีเจ้าของซังกะบ๊วยนิสัยห่วยเพราะหลงเมีย ฉันก็แทบจะถอดรองเท้าแล้วคลานไปตามฟุตบาท ทีแรกก็เจ็บแต่พอทนเดินได้ มันเริ่มจะทนเดินไม่ได้ก็ตอนที่เขากระชากไหล่ให้หันกลับไปจนเท้ามันเสียหลักพลิกนี่แหละ แผลมันไปโดนขอบส้นรองเท้าก็เลยหนังผลอกออกมาจนเลือดซึมนิดๆ

“เฮ้อ! เจ็บฉิบเลย กระชากได้ยังไงผู้หญิงทั้งคน” ตอนนี้ฉันทนฝืนยืนรอแท็กซี่แทบจะไม่ไหวแล้วเพราะรองเท้ามันโดนแผลหนักขึ้นเรื่อยๆ ป้ายรถเมล์ก็ไม่มีให้นั่ง แท็กซี่ก็หายไปไหนหมดก็ไม่รู้

ตื๊ดดดด ตื๊ดดด

...กาย

“ว่าไงจ้ะสุดหล่อ โทรมาหาเพลงขวัญทำไมคะมีอะไรให้รับใช้”

“เพลงอยู่ที่ไหน” ปลายสายไม่เล่นด้วยเลยสักนิด แต่กลับถามด้วยเสียงหล่อน่ารักตามแบบฉบับของเขา

“เพลงเหรอ อยู่ทองหล่อน่ะมาทำงานแต่เดี๋ยวจะกลับแล้ว”

“เดี๋ยวกายไปรับ”

“ไม่ต้องๆ นี่รอแท็กซี่อยู่”

“อยู่ที่ไหนเดี๋ยวไปรับรอแป๊บเดียว กายอยู่ทองหล่อพอดีห้ามปฏิเสธไม่งั้นจะบุกไปถึงหน้าคอนโด” เขาบอกกึ่งขู่มาแบบนี้ฉันก็เลยไม่อยากปฏิเสธเพื่อนสนิทที่เคยเป็นอดีตคนรัก เพราะเมื่อไหร่ที่เขาบอกว่าจะบุกถึงหน้าคอนโดก็คือบุกจริงๆ แล้วก็จะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้ฉันจนต้องปวดหัวทุกครั้ง

“ที่...” ฉันบอกสถานที่ให้เขารู้หลังจากนั้นเขาก็วางสายพร้อมกับสำทับมาว่า 5 นาทีถึงด้วยความมั่นใจ และก็เป็นอย่างที่ว่าจริงๆ ค่ะ รถสปอร์ตยี่ห้อดังพุ่งมาด้วยความเร็วแล้วก็จอดตรงหน้าฉันพอดีเป๊ะ

“มาถึงเร็วมากยิ่งกว่าเดอะฟาส” ฉันเข้าไปนั่งในรถแล้วก็หันไปยิ้มแซวเขาที่วันนี้ก็ยังแต่งตัวหล่อเท่ห์อยู่เหมือนเดิม

“ก็บอกแล้วว่า 5 นาที อีกอย่างจะปล่อยให้เพลงยืนรออยู่ข้างทางคนเดียวแบบนี้นานๆ ได้ไง กายรีบมาเพราะเป็นห่วง” โคตรจี๊ด ฮ่าๆๆ คำพูดกับแววตาที่แสดงความจริงใจของเขาในตอนนี้มันทำให้ฉันจี๊ดที่ใจเหลือเกิน ห่วงฉันมากแล้วทำไมตอนนั้นถึงทำเรื่องเลวๆ ได้ลงคอ

“ขอบคุณค่ะสุดหล่อ ไปได้รึยังเดี๋ยวไปรับผลัดอื่นไม่ทันนะ” ฉันข่มความรู้สึกจี๊ดในใจเอาไว้แล้วก็เปลี่ยนเป็นแซวเขาขำๆ แทน เขาเป็นคนเดียวที่ฉันไม่เคยปากร้ายใส่อย่างที่ใจต้องการเลยสักครั้ง ทั้งที่ความจริงอยากจะตะโกนด่าเขาสัก 3 วัน 7 วัน ให้สาสมกับการกระทำแต่ก็ทำไม่ได้ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

“ผลัดอื่นอะไรล่ะพูดไปเรื่อย” เขาหันมาดุเบาๆ ก่อนที่จะออกรถเพื่อพาฉันไปส่งที่คอนโด

“วันไหนทำงานเลิกดึกก็โทรบอกกายสิเพลง อย่าโบกแท็กซี่กลับเองมันอันตรายเข้าใจไหม” เขาชวนคุยระหว่างทาง แต่คนมันเป็นแค่เพื่อนกันจะให้ไปรบกวนได้ยังไงล่ะคะ

“ไม่เป็นไรหรอก เพลงก็กลับแท็กซี่คนเดียวบ่อยๆ ชินแล้วสบายมาก” ฉันยิ้มให้แล้วก็ทำหน้าชิลใส่เพื่อยืนยันให้รู้ว่าเรื่องแค่นี้สำหรับฉันมันสบายมาก

“เพลงเพิ่งชิน” เขามองหน้าแล้วก็พูดเสียงนิ่ง ใช่ค่ะเพิ่งชินเพราะเมื่อก่อนมีคนคอยรับส่ง เพิ่งจะชินเมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา และตอนนี้ก็ชินมากแต่เขาก็พยายามจะเข้ามาทำให้ฉันรู้สึกไม่ชินเหมือนอย่างเมื่อก่อนอีกครั้ง

“แต่เพลงจะชินกับมันแบบนี้ไปเรื่อยๆ กาย” ฉันหันไปบอกและยืนยันคำพูด ทำให้เขานิ่งแล้วก็หันไปสนใจกับการขับรถ ซึ่งมันก็ดีแล้วค่ะอย่ามาสนใจอะไรฉันเลย เพราะฉันไม่ต้องการความสนใจเอาใจใส่ที่มีให้ฉันอีกครั้งหลังจากที่โดนผู้หญิงคนอื่นทิ้งมา

“ส่งเพลงที่ซุปเปอร์ก็ได้กาย เดี๋ยวเพลงจะซื้อของใช้” ฉันพูดขึ้นหลังจากที่ภายในรถมันเงียบมาพักใหญ่ จนตอนนี้ถึงปากซอยเข้าคอนโดของฉันแล้ว ฉันก็เลยขอลงตรงซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดเท่าไหร่

“อื้ม เดี๋ยวกายรอ” เขาพยักหน้ารับแล้วก็หักรถเข้าไปจอดด้านหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ต แล้วก็ยังเดินตามฉันเข้าไปด้านในและตบท้ายด้วยการหยิบตะกร้ามาถือให้เสร็จสรรพ

“กายว่าเพลงเดินแปลกๆ นะ” อ่าส์ เดินปกติน่ะสิที่แปลก รองเท้ากัดขนาดนี้แต่ที่ต้องฝืนเข้าซุปเปอร์ก็เพราะจะมาหาซื้อของใช้กับอุปกรณ์ทำแผลนี่แหละค่ะ

“รองเท้ากัดน่ะ” ฉันก็บอกเขาไปตามปกตินั่นแหละค่ะ ไม่ได้เรียกร้องคะแนนสงสารจากเขาหรอก แต่เขาพอได้ยินแบบนั้นก็เดินไปทางอื่น ไม่ต้องให้เดาก็รู้ค่ะว่าเขาเดินไปหารองเท้าที่มีขายในนี้มาเปลี่ยนให้ฉัน ฉันรู้นิสัยการเอาใจใส่ดูแลผู้หญิงของเขาดี

“เอาขนมไปกินเล่นดีกว่าค่ะ” เอ๊ะใครไหนใคร ทำไมเสียงเซ็กซี่คุ้นๆ เสียงที่ใครๆ ก็บอกว่าเซ็กซี่มาก แต่ถ้าอยู่หลังเวทีและได้กรี๊ดใส่เพื่อนพริตตี้ด้วยกันเมื่อไหร่ทุกคนจะรีบวิ่งหนีเหมือนได้ยินเสียงคนมาเป่านกหวีด 10 อันข้างหู

“พี่มีขนมชิ้นโตอยู่แล้วครับ” อี๋~ ฟังแล้วแปลไม่ออกเลยค่ะว่าขนมชิ้นโตที่ว่าคือขนมอะไร เค้กรสนมฮอกไกโดไซต์ภูเขาไฟฟูจิแต่งหน้าด้วยสตอเบอร์รี่แน่นอนไม่ต้องสงสัย แต่ที่สงสัยคือใครเป็นผู้ชายที่จะกินขนมเค้กรสนมฮอกไกโดไซต์ภูเขาไฟฟูจิแต่งหน้าด้วยสตอเบอร์รี่ในคืนนี้

บอกตรงๆ ว่าเสียงที่ฉันได้ยินคือเสียงจากอีกด้านที่มีชั้นวางสินค้าขั้นระหว่างฉันกับสองคนนั้น แต่พูดกันดังมากจนได้ยินทุกประโยค ไม่อยากจะบอกให้รู้ว่าโลกมันกลมแค่ไหน มันกลมมากค่ะกลมชนิดที่ว่าซีแนมคนสวยอยู่คอนโดเดียวกันกับฉัน และกลมมากจนเรามาซื้อของที่เดียวกันเวลาเดียวกันตอนนี้

ถึงแม้ว่าเพลงขวัญจะอยากเห็นหน้าผู้โชคดีที่จะได้กินขนมเค้กรสนมฮอกไกโดไซต์ภูเขาไฟฟูจิแต่งหน้าด้วยสตอเบอร์รี่แค่ไหนก็ตามแต่การหลีกเลี่ยงไม่ต้องพบปะกับซีแนมก่อนนอนคือเรื่องที่ดีที่สุด การไม่พบหน้ายัยนั่นจะทำให้ฉันหลับสบายไม่นอนฝันร้ายไปตลอดทั้งคืน

“อุ้ย!”

หึ! จะบอกว่าโลกมันกลม หรือโลกมันโคตรกลม หรือโลกมันโคตรของโคตรกลมเลยก็ได้ เพราะนอกจากกำลังจะหนีหน้าแล้วหนีไม่พ้นน้องเพลงยังได้พบกับโจทย์รายล่าสุด เมื่อกี้ไม่น่าสงสัยเลยเพลงขวัญว่าผู้ชายที่จะกินขนมชิ้นโตเป็นใคร เพิ่งโดนอิทธิ์ฤทธิ์ของติ่งร่องนมและคนติดหมีมาหยกๆ มันก็ต้องเป็นเขาสิที่อยู่กับซีแนมจะเป็นใครไปได้ล่ะ

“อ้าวเพลงขวัญ” แหวะ! เสียงหวานมาก จะทำเสียงหวานใส่ฉันทำไมไม่เข้าใจ ฝันร้ายได้เดินทางมาหาเพลงขวัญแล้วล่ะค่ะ ฝันร้ายที่หวาดกลัวได้มาสแตนบายรอที่ห้องนอนเรียบร้อยแล้ว

“จ้าเพื่อนซี มาช็อปปิ้งเหรอจ้ะ” ฉันทักทายซีแนมกลับแต่สำหรับติ่งของยัยนี่ฉันทำเป็นไม่สนใจดีกว่า ถ้าทำเป็นสนใจทั้งสองคนก็เหมือนฉันมีศัตรูสองคนและโดนรุมสองน่ะสิ ตอนนี้เหนื่อยมากขอฟาดแค่หนึ่งนะคะ เอาไว้หายเหนื่อยแล้วบังเอิญเจอกันพร้อมหน้าทั้งคู่อย่างวันนี้เมื่อไหร่ค่อยจัดหนักทั้งผัวทั้งเมีย

“อื้ม ซีมาซื้อของกับพี่ฟรังซ์น่ะ เพลงน่าจะรู้จักนี่เพราะพี่ฟรังซ์เป็นเจ้าของโชว์รูมที่เพลงไปทำงานวันนี้ งานที่แย่งซีไปน่ะ” หืม~ แม่นางร้ายเบอร์รอง คิดจะร้ายต้องอย่าใส่หมดแม็กสิจ้ะ ใส่หมดก็หมดมุกนะอีซีแนม

“อ้อ~ สวัสดีค่ะ คุณ...อะไรนะคะ ฉันจำชื่อไม่ได้เลย คุณฟรังซ์ใช่ไหมคะ” ฉันก็แอ๊บแอ๊ทำตอแหลใส่ไปอย่างนั้นแหละค่ะ เราทั้งคู่หมายถึงฉันและอีตาคุณฟรังซ์อะไรนี่สบตากันก็จำได้แล้ว แถมตอนนี้เขาก็มองฉันเหมือนกำลังฟาดคำด่าใส่อยู่ตลอดเวลา

“ครับ” ทำเป็นเข้มนะคะกร้าวใจเหลือเกิน เกินจะทนมองนะ ฮ่าๆๆ พยักหน้ารับพูดว่าครับแบบสุภาพแต่สายตาไร้มารยาทมากจริงๆ เจอสายตาแบบนี้ฉันก็เลยมีอารมณ์อยากตอบโต้นิดหน่อย ทั้งที่ตั้งใจจะฟาดแค่ยัยซีแนมคนเดียวแท้ๆ เชียว

“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำตัวเสียมารยาทจำชื่อลูกค้าไม่ได้ พอดีชื่อห่วยแถมหน้ายังโหลมากอีกต่างหาก” 

__________________________________________________________

ขอบคุณทุกความเห็นค่า คำติเอามาเป็นพลัง เอามาปรับปรุง ส่วนคำชมเอามาเป็นกำลังใจ ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะค้า สรุปได้คล่าวๆ ว่า สำนวนคำพูดค่อนข้างเหมือนกัน งานยากแล้ว ฮ่าๆๆ เพราะติดนิสัยคำพูดแบบนี้ บอกตรงๆ ว่าเอามาจากนิสัยของตัวเองครึ่งหนึ่ง เป็นคนที่มีคำด่าคำว่าแปลกๆ ให้เฮียที่บ้านตะลึงบ่อยๆ  แต่จะพยายามนะคะ จะพยายามปรับเพื่อไม่ให้น่าเบื่ออาจจะยังไม่ดีขึ้นมาก ยังไม่เปลี่ยนแบบฉับไวในทันทีแต่จะพยายามปรับให้บุคลิกตัวละครชัดเจนกว่านี้ค่า แต่ก็ต้องเข้าใจกันน้าว่ามันตัวตนของไรท์จริงๆ อาจจะไม่ได้ปรับเยอะจนหมดความเป็นตัวตนของไรท์เด้อจ้า ขอบคุณทุกความคิดเห็นจากใจจริงค่ะ ^^


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น