แมลงหวี่

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์น๊าาา อาจไม่ได้ตอบแต่ได้อ่านทุกคอมเม้นท์ค่ะ : )

บทเรียนที่ 1 การรับมือกับชีวิตใหม่

ชื่อตอน : บทเรียนที่ 1 การรับมือกับชีวิตใหม่

คำค้น : บทเรียนที่ 1 การรับมือกับชีวิตใหม่

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 90.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2561 23:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนที่ 1 การรับมือกับชีวิตใหม่
แบบอักษร

บทเรียนที่ 1 การรับมือกับชีวิตใหม่


        มหาวิทยาลัยชื่อดัง ประเทศไทย

        รถโฟล์คสีเหลืองวิ่งแล่นในมหาวิทยาลัยชื่อดังเพื่อพาหญิงสาว ไม่สิ! ภรรยาของเขา เขาต้องเรียกเธอว่า ‘ภรรยา’ ถึงจะถูก เพราะตอนนี้เราสองคนแต่งงานกันแล้ว! และไม่ต้องสงสัยว่าทำไมหญิงสาววัยสิบแปดถึงย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยได้

        เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับทุกคน… เราสองคนจดทะเบียนสมรสกันที่ประเทศญี่ปุ่นโดยลายเซ็นยินยอมจากผู้ปกครอง (นั่นคือคุณย่า) มิกิถึงมาอยู่ที่ประเทศไทยได้ในฐานะ ‘ภรรยา’ โดยที่มิกิเองไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะมันเป็นความประสงค์ของคุณย่า

        ขอกล่าวถึง ‘คุณย่าเอโกะ’ สักเล็กน้อย ผมเกิดที่ประเทศญี่ปุ่นและโตที่ประเทศญี่ปุ่นโดยมีคุณแม่กับคุณย่าเอโกะเป็นคนเลี้ยงผมมากับมือ คุณย่ารักผมเหมือนหลานทั้งๆที่เราสองคนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด

        คุณแม่เลิกกับคุณพ่อตั้งแต่ผมอยู่ในท้อง คุณแม่ลำบากมากในการทำงานคนเดียวในต่างแดน ถ้าไม่ได้คุณย่าช่วยเลี้ยงก็ไม่รู้ว่าป่านนี้เราสองคนแม่ลูกจะลืมตาอ้าปากแบบนี้ได้หรือเปล่า ผมกับมิกิรู้จักกันอยู่แล้วแต่ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดนั้น เพราะเธอเด็กกว่าผมแปดปี

        หลังจากผมอายุได้สิบห้าปี เราสองคนแม่ลูกจึงกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยเพื่อทำธุรกิจเล็กๆ ส่วนผมเองก็เบนเข็มไปทางนักกีฬาจนติดทีมชาติ และไม่ได้มีเวลาให้คุณย่าเหมือนเมื่อก่อนจนกระทั่ง...

        ‘มิกิ’ เป็นเด็กสาววัยสิบแปด สูงประมาณร้อยหกสิบ เรือนผมสีน้ำตาลเข้ม ร่างผอมบาง ผิวขาวราวกับหิมะ ถ้าเธอไม่แต่งหน้าคงเหมือนผีดิบเลยแหละ ซึ่งตอนนี้เธอกำลังมองออกไปข้างนอกรถเพื่อสำรวจมหาลัยที่เธอกำลังจะเข้าไปศึกษาด้วยความตื่นเต้น

        “ที่นี่อาหารอร่อยนะ...” ผมพูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศเงียบภายในรถ มิกิหันหน้ามาทำตาลุกวาวด้วยความพึงพอใจ เพราะผมรู้ดีว่าของกินมักจะคู่กับผู้หญิงเสมอ

        “จริงเหรอคะ” มิกิถามเสียงหวาน

        “พี่เรียนจบจากที่นี่แหละ” ผมพูดพลางเลี้ยว “จบมาสามปีแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังเหมือนเดิม”

        “มิกิชอบที่นี่มากเลยค่ะ สวยดี” สาวญี่ปุ่นยิ้มกว้าง นี่ก็เป็นเวลาหนึ่งเดือนหลังจากคุณย่าเสีย มิกิสภาพจิตใจดีขึ้นมาก เธอเก็บความรู้สึกเก่งมากเช่นกันแต่ดีหน่อยตรงที่เธอสนิทกับแม่ของผม สภาพจิตใจถึงได้ฟื้นฟูเร็วขนาดนี้

        หลังจากพาทัวร์มหาลัยจนทั่วแล้วผมต้องพาเธอไปเรียนรู้เกี่ยวกับรถไฟฟ้าเพราะที่บ้านเราไม่เหมือนในญี่ปุ่นซึ่งเจ้าตัวเองก็ตื่นเต้นพอสมควร เพราะนี่เป็นการมาเปิดตาในต่างประเทศซึ่งกำลังจะกลายเป็นบ้านของเธอ

        เรากลับบ้านยังบ้านของผมซึ่งได้กลิ่นอาหารหอมฟุ้งมาจากในห้องครัว มิกิเดินเข้าไปช่วยแม่ทำอาหารด้วยความคล่องแคล่ว ปกติผมอยู่ที่บ้านหลังนี้คนเดียวเพราะบ้านหลังนี้ใกล้กับสนามแข่งรถและสนามยิงธนูจึงเดินทางสะดวกมากกว่าบ้านของแม่

        เมื่อก่อนเราสองคนแม่ลูกไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่นัก แต่เพราะการเก็บออมรอมริบของแม่ทำให้เรามีเงินก้อนโตกลับมาทำธุรกิจเล็กๆที่ประเทศไทยจนกลายเป็นธุรกิจใหญ่โตไปแล้ว ทุกวันนี้เราทั้งสองคนไม่ได้เดือดร้อนเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วเพราะผมก็มีรายได้เป็นของตัวเอง

        อาหารมากมายถูกนำมาวางเรียงอยู่บนโต๊ะอาหารก่อนที่เราสองคนจะลงมือจัดการอาหารมากมายที่อยู่บนโต๊ะ

        “อาหารไทยอร่อยไหมลูก” แม่หันไปถามมิกิซึ่งนั่งกินเงียบๆโดยไม่พูดอะไร

        “อร่อยมากค่ะ” มิกิตอบ

        “แล้วไปดูมหาลัยเป็นยังไงบ้าง” แม่ถาม และมิกิก็เล่าทุกอย่างที่เธอเจอให้แม่ฟังจนหมดทุกอย่างรวมถึงพูดเรื่องอาหารอร่อยที่ผมเล่าให้เธอฟังด้วย

        คงจะสมใจอยากแม่เขาล่ะ (=_=;;) แม่อยากได้ลูกผู้หญิงแต่ผมดันออกมาเป็นผู้ชายซะนี่ แต่ตอนนี้ความฝันของแม่เหมือนจะเป็นจริงแล้วล่ะ

        “งั้นมิกิก็พักอยู่บ้านพี่ชินเขาเลยนะลูก” แม่พูดพลางหันหน้ามามองผม “เราคงไม่มีปัญหาใช่ไหมจ๊ะ”

        “ผมเป็นผู้ชายจะให้อยู่บ้านกับผู้หญิงสองต่อสองได้ยังไงล่ะแม่” ผมพูดเสียงลั่น

        “แหม...ทำมาเป็น” แม่เหน็บทันทีก่อนจะส่งสายตาอาฆาตมาให้ “ก่อนหน้านี้พาใครมาบ้านบ้าง อย่าว่าแม่ไม่รู้นะ”

        “แต่น้องเป็นผู้หญิง จะให้มาอยู่บ้านผมได้ไง (-3-)” ผมพูดเข้มพร้อมกับทำตัวงอแงเหมือนกับเด็กๆเผื่อแม่จะสงสารผมบ้าง

        “เป็นน้องก็จริง แต่จดทะเบียนสมรสกับแกแล้วหนิ” แม่พูดความจริง

        “.....”

        “บ้านก็อยู่ใกล้ๆมหาลัย สะดวกจะตายไป”

        “เดี๋ยวมิกิไปอยู่หอก็ได้นะคะ” มิกิพูดเสียงเรียบพลางยิ้มออกมาบางๆ “มิกิไม่อยากรบกวนคุณป้ากับพี่ชินเลย”

        “เห็นมั้ยแม่ ผมบอกแล้ว” ผมรีบสนับสนุนทันทีแต่กลับถูกปาเศษผักกลับมาด้วยความหมั่นไส้จากแม่ของผมเอง (T^T) ใจร้าย

        “แกนี่จริงๆเลยนะชิน” แม่พูดเสียงแข็งก่อนจะหันหน้าไปพูดกับมิกิ “อยู่บ้านนี้กับพี่นี่แหละ อยู่หอคนเดียวคงจะเหงาแย่”

        “.....” มิกินั่งเงียบก่อนจะหันมาสบตากับผม

        “ให้น้องอยู่นี่แหละ โอเคมั้ยคะคุณพี่ชิน...” แม่พูดเน้นเสียงพลางมองผมด้วยสายตากดดัน ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบกลับไปพร้อมกับพยักหน้าเออออ ผมเถียงแม่ซะเมื่อไหร่ล่ะ... เพราะเถียงทีไรก็ไม่เคยชนะสักที (=_=;)

​________________________________________________________________


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น