Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 13 : มีสิทธิ์อะไร [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 13 : มีสิทธิ์อะไร [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2561 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 13 : มีสิทธิ์อะไร [100%]
แบบอักษร

13

มีสิทธิ์อะไร


“มานี่เลย” พี่แซคลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนจะเดินเข้ามาดึงตัวฉันออกจากเพื่อนของเขา

“เฮ้ยๆ คนนี้กูหามานะ” ชายที่พาฉันมาอยู่ตรงนี้โวยวายทันทีที่ฉันโดนพี่มันลากไป นี่บางทีฉันก็เป็นคนไหมล่ะไม่ใช่รถเลื่อน ดึงไปดึงมาแบบนี้ก็เจ็บอยู่นะเว้ย

“ไม่ต้องมาเสือก นี่น้องกู” พี่แซคเอ่ยกับเพื่อนตัวเองจากนั้นก็พาฉันออกมาจากบริเวณนั้น เราสองคนเดินมาเรื่อยๆ จนถึงด้านหน้าร้านซึ่งเป็นที่ที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเหมือนด้านใน

...อีกคนจ้องหน้าฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจนคนโดนจ้องอย่างฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างบอกไม่ถูก

“มาอยู่ที่นี่ได้ไง แล้วนี่แต่งตัวอะไรเนี่ย” เขาเป็นคนเริ่มพูดก่อน

พอก้มมองการแต่งตัวของตัวเองแล้วก็เผลอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ฉันแต่งตัวแปลกตรงไหน? ก็แค่เสื้อเปิดไหล่กับกางเกงเอวสูงขาสั้นเอง เขาจะให้ฉันใส่ชุดนอนออกมาสถานที่แบบนี้หรือยังไงกัน

“ก็ปกตินี่” ฉันพูดเกี่ยวกับเสื้อผ้าของตนเอง

“ทั้งแม่กูแล้วก็แม่มึงฝากให้กูดูแล ทำตัวงี้จะบอกแม่ว่ายังไง” พี่แซคบ่นออกมาราวกับว่าเรื่องที่ฉันกำลังทำอยู่มันผิดร้ายแรงมากนัก

“ฉันดูแลตัวเองได้น่า อีกอย่างนี่ก็มาหาเพื่อน” ปีนี้อายุฉันสิบเก้าแล้วนะ! ไม่ใช่เด็กห้าขวบหกขวบจะได้ดูแลตัวเองไม่ได้ขนาดนั้น

“มาหาเพื่อนแต่จะได้ผัวกลับไปแทนน่ะสิ”

โอ้โห...ฉันแค่มาเที่ยวเอง ทำไมเขาถึงเป็นผู้ชายที่ปากร้ายขนาดนี้เนี่ย ทำไมเขาต้องพูดเหมือนฉันผิดขนาดนั้นด้วยเล่า ทีตัวเองก็ยังมาเหมือนกันนั่นแหละ ทำไมไม่ด่าตัวเองบ้างล่ะ

“ก็แล้วมันยังไงอะ ได้ผัวแล้วมันยังไง? แล้วทีพี่มาพี่ก็ได้เมียกลับไปเหมือนกันเหรอ” ฉันย้อนกลับไปบ้าง ตอนนี้ฉันเองก็เริ่มมีความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว

“ถ้ากูตอบว่าใช่?” คราวนี้คำตอบของอีกฝ่ายทำให้ฉันรู้สึกอึ้งไปสักพัก แต่พอลองคิดอีกทีแล้วพี่มันอาจจะแค่พูดให้ฉันยอมรับผิดก็ได้

“นั่นมันก็เรื่องของพี่” ฉันถอนหายใจออกมา ตั้งใจจะเดินกลับเข้าไปด้านในเพราะกลัวพายอาร์ออกมาจากห้องน้ำแล้วไม่เจอฉันแต่ว่าก็โดนคนห่ามเข้ามาดึงมือเอาไว้เสียก่อน

“ยังพูดไม่จบอย่าเดินหนี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงดุๆ

“ก็พูดให้จบสิ จะฟัง เร็วๆ ด้วย” ฉันเหนื่อยจะต่อล้อต่อเถียงกับผู้ชายคนนี้แล้วล่ะ บางทีเขาก็ใจดี บางทีเขาก็ชอบหาเรื่อง บางทีก็กวนประสาท ถ้าผู้ชายสามารถมีประจำเดือนได้ฉันก็คงคิดไปแล้วว่าพี่มันอยู่ในช่วงเป็นเมนส์น่ะ เฮ้อ...

“กลับ”

แต่แทนที่จะเป็นประโยคบ่นยาวๆ กลับกลายเป็นประโยคคำสั่งสั้นๆ แทน

“ทำไมฉันต้องทำตามที่พี่บอกด้วย” คราวนี้ฉันหันกลับไปเพื่อประจันหน้ากับอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ “พี่ไม่ใช่พ่อฉันนะ”

“เออ อยากทำอะไรก็ตามใจกูไม่ห้ามมึงแล้ว” คราวนี้พี่แซคยอมปล่อยมือออกจากแขนของฉัน แต่ท่าทีของเขากลับไม่ได้อ่อนลงเลย

“ส่วนเรื่องได้ผัวน่ะพี่ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ช้าไม่เร็วฉันก็จะหาอยู่แล้ว พี่น่ะเอาเวลาไปหาเมียเถอะ” ยอมรับว่าประโยคนี้พูดไปเพราะหงุดหงิด แต่ว่าก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกไปทำได้แค่ตีหน้านิ่งไว้เท่านั้น ถ้าฉันจะหาผัวจริงๆ นะ ฉันคงไม่มาหาเอาตามสถานที่พวกนี้หรอกน่า

“ก็แล้วแต่” เขาพูดแค่นั้นก็เดินผ่านร่างของฉันไปราวกับว่ายอมปล่อยจริงๆ

“แล้วนั่นพี่จะไปไหน” ฉันถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าอีกคนกำลังเดินกลับเข้าไปข้างในเหมือนเดิม

“ไปหาเมียไง”

โอ๊ย...ไอ้พี่เวรเอ๊ย!

“เดี๋ยวนะ...สรุปว่าระหว่างกูกับมึงใครเครียดกว่าใครกันแน่วะ” พายอาร์ที่กลับมาจากห้องน้ำและเริ่มจะสร่างเมาขึ้นมานิดหน่อยพูดขึ้น

“ก็มึงสิ กูจะเครียดเรื่องอะไรเล่า” ฉันตอบมันแล้วก็ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด

“แต่หน้ามึงดูหนักใจกว่ากูอีกนะอบ”

“ไม่ใช่โว้ย กูไม่ได้เครียดหรือหนักใจอะไรทั้งนั้น” ฉันหันไปว่าใส่มัน

“นี่มึงไม่พอใจอะไรกูหรือเปล่า” ผู้เป็นเพื่อนเอียงคอเล็กน้อยและหรี่ตามองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจ อย่าว่าแต่มันเลยที่ไม่เข้าใจ ขนาดฉันเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

“ไม่ใช่ เลิกถามได้แล้ว”

“อ่า โอเคๆ” มันพยักหน้าหงึกๆ แล้วก็เลิกสนใจฉัน “นี่พี่ค้าาาา เอาแบบนี้อีกสามแก้ว”

ขวับ!

ฉันรีบหันหน้าไปมองนังตัวดีทันทีที่ได้ยินแบบนั้น นี่มันกำลังจะดื่มอีกแล้วเหรอ?!

“กูไม่แบกมึงกลับนะนังผี” คิดแล้วก็รีบพูดดักคอไว้ก่อนเลย ดูขนาดตัวมันกับขนาดตัวของฉันซะก่อน จะไปมีความสามารถแบกมันกลับได้ยังไง!

“เอาน่า~~ มีคนมารับอยู่”

“ใคร?”

“เดี๋ยวก็รู้เองงงง” มันพูดแล้วก็หัวเราะคิกคักกับตัวเอง ฉันเองก็จนใจไม่รู้จะพูดยังไงก็เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลยมันไป

1 ชั่วโมงผ่านไป

“ดูจากสภาพศพแล้วน่าจะเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 3 วัน ผู้ตายเคยมีปัญหาอะไรกับใครมาก่อนหรือเปล่าครับ...”

“พี่คะ มันยังไม่ตาย”

“อ๋อ...ขอโทษครับ พอดีสภาพอืดมาก”

ฉันแอบหลุดหัวเราะเมื่อพี่แอลมาถึงที่จีด้าไนท์ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของพายอาร์ที่เรียนอยู่ที่นี่ซึ่งโดนเพื่อนตัวดีโทรเรียกให้มารับเมื่อสิบนาทีก่อนหลังจากที่เมามายจนไม่สามารถกลับเองได้ และพอพี่แอลมาถึงเขาก็ต้องตกตะลึกในสภาพเละเทะของญาติผู้น้องตัวเอง

อย่าว่าแต่พี่เขาเลย ขนาดฉันเองเป็นเพื่อนมันยังตกใจ ยอมรับเลยว่าตลอดการนั่งเป็นเพื่อนมันฉันไม่แตะเครื่องดื่มสักหยดเพราะกลัวว่าจะเป็นบ้าไปกับมันด้วย

“ตัวหนักฉิบหายเลย” เขาบ่นเมื่อพยายามจะแบกร่างของพายอาร์ขึ้นจากโต๊ะ

“ช่วยไหมคะ”

“ไม่เป็นไรหรอก น้องตัวแค่นี้เอง” ทั้งที่พี่เขาก็ไม่มีท่าทีแข็งกร้าวแต่ทำไมฉันรู้สึกเหมือนกำลังโดนด่าว่าเตี้ยอยู่อ้อมๆ วะ

ในที่สุดแล้วพี่แอลก็สามารถแบกร่างควายๆ ของพายอาร์มาจนถึงรถที่จอดอยู่ด้านหน้าร้านจนได้ แม้ว่าจะทุลักทุเลมากแค่ไหนแต่อุปสรรคก็ไม่เคยทำให้เราย่อท้อ

ยิ่งกว่าไปแข่งโอลิมปิกก็คือการแบกนังตัวดีนี่ไงล่ะ

“เฮ้อ เหนื่อย” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อพาเพื่อนของฉันมาถึงที่รถ จากนั้นก็หันหน้ามาคุยกับฉัน “แล้วเราล่ะ กลับด้วยกันไหมพี่ไปส่ง”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หออยู่ไม่ไกลเดี๋ยวกลับเองก็ได้” ฉันปฏิเสธ เพราะตอนมาก็มาเองและตอนกลับฉันก็ไม่ได้เมาถึงขั้นจะกลับเองไม่ได้

ในขณะเดียวกันที่ฉันกำลังมองรถของพี่แอลและพายอาร์ที่ขับออกไปจากหน้าร้านนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาที่กำลังเดินผ่านไป ผู้ชายที่ฉันเพิ่งจะหงุดหงิดใส่ไปเมื่อไม่นานมานี้ไง เขาออกมาจากด้านในด้วยเวลาไล่เลี่ยกับฉันเลย แต่พี่แซคเดินผ่านไปโดยไม่ทันสังเกตเห็นฉันด้วยซ้ำ

ข้างกายของเขามีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาด้วย ฉันไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นหรอกนะแต่ดูท่าทางแล้ว...คำพูดที่พี่มันบอกกับฉันก็ดังขึ้นในหัวทันที

‘ไปหาเมียไง’

ฮึ่ย...จะทำอะไรก็ทำไปเลย! ฉันไม่สนใจแล้ว จะไม่ยุ่งไม่ย่ามอะไรกับเขาอีกต่อไป!

...

“ยังไม่กลับอีก?”

ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าไอ้ที่บอกว่าจะไม่สนใจไม่ยุ่งนี่มันหมายความยังไง แล้วทำไมถึงได้มาโผล่อยู่ตรงหน้าพี่แซคกับผู้หญิงคนนั้นไปซะแล้ว

“รอพี่ไง” ใช่...ฉันโกหก ตอนแรกก็ว่าจะไม่ยุ่ง แต่พอเห็นหน้าตาน่าหมั่นไส้แบบนั้นแล้วมันเลยอดใจไม่ไหวน่ะสิ

“รอกูทำไม?” เขาถามและเลิกคิ้วใส่

“ก็พี่นัดฉันไว้แล้วอะ ทำไมผิดนัดงี้ ละนี่ไปควงชะนีที่ไหนมาฮะ” ฉันดัดเสียงตัวเองให้เล็กลงจนกลายเป็นเสียงสองเสียงสี่เสียงแปดแล้วก็ทำทีเข้าไปควงแขนข้างหนึ่งของพี่มัน

“นี่เธอ เลิกเพ้อเจ้อแล้วกลับไปกินนมนอนเถอะ” ผู้หญิงคนที่เดินมากับเขามองหน้าฉันแล้วพูดใส่อย่างไม่พอใจ

โหๆๆๆ แรงอะ ชอบผู้หญิงแบบนี้ก็ไม่บอก รู้งี้ไม่พยายามช่วยพี่หยาดมาตั้งนานหรอก เหอะ!

“อ้าวๆ เธอนั่นแหละต้องกลับไป มาทีหลังแล้วยังทำซ่าอีกนะเนี่ย” ฉันแสร้งทำหน้าเหม็นเบื่อใส่หญิงสาวตรงหน้าก่อนจะเอนหัวลงไปซบไหล่ร่างสูงด้านข้าง “วันนี้พอดีว่าฉันกับพี่แซคเรามีนัดกันก่อนอีก”

“นี่อบเชย” พี่แซคที่กำลังทำหน้างงสุดๆ เริ่มจะหันมาต่อว่า แต่ฉันไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนั้นหรอก

“ทำไมอะ ไหนพี่บอกเองว่าผู้หญิงคนนี้หน้าเหมือนจานข้าวหมาไม่น่าไปเล่นด้วยหรอกไง” ฉันพูดขัดขึ้นก่อนที่จะโดนพี่มันทำลายแผน

“โอ๊ย!” อยู่ๆ ยัยคนนี้ก็หวีดร้องขึ้นมา “จะทำอะไรก็เชิญ ฉันไปก็ได้แล้วอย่ามาเจอกันอีกนะยะ”

เจ้าหล่อนด่าเสร็จก็สะบัดบ๊อบเดินหนีไปด้วยท่าทีขัดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พอเป็นเช่นนั้นฉันก็ยิ้มกริ่มอย่างภูมิใจที่แผนแกล้งชาวบ้านมันสำเร็จ ดูสินั่น หนีไปแล้วหนึ่งราย

“อบเชย!” โอ๊ะ...แต่ยังเหลืออีกหนึ่งรายนี่หว่า ลืมไป

“ทำแม่ะๆๆๆ” ฉันปล่อยมือจากแขนของอีกฝ่ายก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปต่อกรกับเขา

“นิสัยเสีย” พี่แซคต่อว่าสั้นๆ ก่อนจะเดินออกไปอีกทาง โดยไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับฉันให้มากความอย่างที่มันควรจะเป็น

“นี่! อย่าเดินหนีสิ ไม่ได้หิ้วสาวกลับแค่นี้ทำเป็นเฟล”

น่าหมั่นไส้ที่สุดเลย คนอะไรวะ

ขวับ!

ได้ผล เพราะทันทีที่พูดออกไปแบบนั้นเจ้าของร่างสูงก็หันกลับมามองหน้าฉันทันที นอกจากจะหันมามองแล้วเขายังเดินกลับมาอยู่ตรงหน้าฉันเหมือนเดิมอีกด้วย

“ใครบอกว่ากูไม่ได้?” เขาบอกแล้วก็ยกยิ้มมุมปาก

“ฉันไงบอก พี่น่ะกลับคนเดียวไปเลย”

“จริงๆ ก็มีสาวอยู่คนนึงให้กูหิ้วกลับนะ” พี่แซคพูดแล้วก็เข้ามาดึงมือฉันขึ้น เป็นเชิงบอกว่าฉันก็คือสาวคนนั้นของพี่มัน

“เฮ้! ปล่อยนะ” ฉันโวยวายทันทีเมื่อโดนอีกฝ่ายจับตัวแบบนี้ พยายามจะดึงข้อมือออกมาแต่ก็อย่างที่รู้กัน ฉันมันสู้คนใจห่ามนี่ไม่ได้หรอก

เดี๋ยวก่อนนะ...พี่มันจะลากฉันไปไหน!!

“ปล่อยนะพี่! ไม่ไป!” ฉันดิ้นสุดกำลังเมื่อเขาออกแรงดึงข้อมือของฉันจนร่างปลิวตามไปด้วย แต่พอยิ่งขืนพี่มันก็ยิ่งออกแรงมากกว่าเดิม

“อยู่เฉยๆ ไอ้ตัวแสบ” อีกฝ่ายหันหน้ามาดุฉันเป็นระยะ

“จะพาไปไหน ฉันจะกลับแล้ว”

“ก็จะพากลับนี่ไง”

เหรอวะ? จะพากลับก็บอกดีๆ ได้นี่นา ไม่เห็นต้องใช้แรงเยอะเลย พูดแบบนี้แต่แรกฉันก็ไม่โวยวายหรอก

10 นาทีต่อมา

ไอ้ที่พากลับน่ะ...เหมือนฉันจะเข้าใจผิด ถ้าเปรียบเป็นการทดลองก็คงประมาณผลการทดลองคาดเคลื่อนกับสมมติฐานนั่นเอง

คือใช่...เขาพาฉันกลับห้อง แต่ไม่ใช่ห้องฉัน

“พี่พาฉันมาที่นี่ทำไมเนี่ย!?”


Castle-G's Talk

เออเนี่ย อิพี่แกจะมาน้องมาทำอะไรที่นี่!

___________________________________

ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

อย่าลืมเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย

ติดตามได้ที่ Facebook : Castle-G | Twitter/IG : @castleglint


ความคิดเห็น