เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #35

ชื่อตอน : เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #35

คำค้น : พอร์ชโซ่ วายเด็กช่าง เขียนสือ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2561 18:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #35
แบบอักษร

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{35}



 แอ๊ด…ปัง!

ตุบ..

            “อื้อ~ ไอ้บ้าพอร์ช…เสียงดัง! ที่นี่ไม่ใช่ที่บ้านนะที่ทั้งชั้นจะมีแค่เรา” โซ่ดุเสียงเข้มทันทีที่ลอดพ้นจากการปล้ำจูบของคนรักที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัว ตอนที่ตนเองกำลังจดจ่ออยู่กับการไขประตูเปิดห้องที่เปิดค่อนข้างยาก เพราะลูกบิดตัวเก่าเริ่มขึ้นสนิม


            ฟอด..

            “ขอโทษครับพี่แค่คิดถึงโซ่มากไปหน่อย”


            “อะไรจะหื่นขนาดนั้น?” ตีหน้านิ่งเลิกคิ้วกรอกตาถามแก้เขิน เมื่อถูกจู่โจมด้วยสรรพนามคำพูดหอมหูที่มาพร้อมกับการหอมแก้มอีกฟอดใหญ่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่าด้วยเหตุใดคนรักของเขาจึงหื่นกามเช่นนี้ทั้งที่เขาทั้งสองคนก็ไม่เคยห่างหายเรื่องการทำรัก โดยเฉพาะช่วงหลังนี้ นับตั้งแต่พากันไปตรวจเลือดแล้วผลออกมาว่าปลอดภัย พอร์ชก็ยิ่งเอาแต่ใจ เพราะเขาเคยสัญญากับเจ้าตัวไว้ว่าจะ ‘ตามใจ’ ในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะขยันทำชนิดที่เรียกได้ว่า วันเว้นวัน คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจที่เผอเรอปล่อยให้คนรักอดหนักถึงขั้น หิวโซ แบบนี้


            “ก็…คิดถึง” ทำตาเยิ้มกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู


            จะไม่ให้โซ่โอนอ่อนผ่อนปรนได้อย่างไร ในเมื่อคนรักขยันหยอดคำหวานขนาดนี้


            “ก็ได้ แต่เบาๆ นะ…หลานนอนหลับอยู่ห้องข้างๆ”


            รู้อยู่แก่ใจว่าโดนหลอกแดก แต่ก็อดที่จะคล้อยตามไม่ได้ ก็คนห่ามๆ อย่างไอ้พอร์ชอะนะ ถ้าจะให้หวานจริงๆ (แบบไม่ปนความปัญญาอ่อนเวลาอยากแกล้ง) ก็มีแต่เวลาแบบนี้กับเวลาที่อยากจะขอเบิกเงินซื้อโมเดลซุปเปอร์ฮีโร่ตัวโปรดเท่านั้นแหละ อย่าหวังเลยว่ามันจะมาหวานแหววแต๋วจ๋าแบบนี้ได้ตลอดเวลา ส่วนมากก็จะโหดห่ามใส่กันเสียมากกว่า เพราะมันบ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา คบกันวันแรกเป็นยังไงทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น ไม่มีช่วงโปรโมชั่นให้สะท้อนใจ ถ้าหากว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนไปเพียงเพราะเบื่อที่จะสร้างความประทับใจให้แก่กันด้วยความอยากได้อยากครอบครอง จนต้องฝืนใจทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตนเอง


            มาถึงตรงนี้…ก็ต้องขอบคุณคนรักอย่างพอร์ชที่เลือกใช้ความจริงใจเข้าหากัน แม้ว่ามันจะห่ามเกินวิธีของคนปกติไปมากก็ตาม แต่เขาเองก็พร้อมที่รักในตัวตนของพอร์ชเช่นกัน


            “ยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ?” บางทีโซ่ก็นึกสนุก อยากจะแกล้งคนรักขึ้นมาบ้าง พูดบอกทั้งที่โดนอีกฝ่ายจัดการลอกคราบอาบน้ำด้วยน้ำลายจนเปียกไปทั้งตัว หลังจากโดนอุ้มมาทุ่มลงเตียงเมื่อหลายนาทีก่อน


            “ฮื่อ…รู้น่า” ตอบโต้ทั้งที่ยังซุกหน้าอยู่กับซอกคอของคนรัก


            “อะ…เจ็บ!” อย่าคิดว่าโซ่อ้อนแอ้นอ่อนแอหรืออ่อยเหยื่อเหมือนนางเอกเอวีที่คนรักชอบดูเด็ดขาด เพราะที่ร้องเสียงหลงออกมาอย่างนี้ก็เพราะโดนไอ้หมามันแกล้งกัดแรงๆตรงเนื้ออ่อนที่ไวต่อสัมผัสของร่างกายอย่างจุดแต้มบนนมต่างหากเล่า


            “ชมพู๊ชมพู…พี่พอร์ชชอบ” เงยหน้าขึ้นมาหัวเราะโรคจิตใส่ได้อย่างหน้าตาเฉย ไม่มีหรอกที่จะสำนึกผิด บอกเลยว่าตั้งใจทำให้เจ็บ


            “โอ้ย!”


            “หึๆ”


            ถึงคราวที่พอร์ชจะต้องร้องเสียงหลงบ้าง เมื่อโซ่โน้มคอเจ้าตัวลงมากัดหูเป็นการแก้แค้น แต่เพียงพริบตาเดียวเจ้าตัวก็เปลี่ยนมาป้อนจูบรสหวานเพื่อขอโทษและปลอบโยนไปในคราวเดียวกัน


            “สู้หรอ? เดี๋ยวรู้เลย!” กัดฟันพูดบอกเสียงเบา ก่อนจะก้มหน้าลงไปฝัดแก้มทั้งสองข้างของคนรักที่นอนอยู่ใต้ร่างด้วยความหมั่นเขี้ยว


            โซ่เชิดหน้าสูดปาก เมื่อรู้สึกถึงตัวตนของคนรักที่ผ่านเข้ามาในร่างกายด้วยความยากลำบาก เพราะพวกเขาไม่ได้พกตัวช่วยอะไรมาเลย แม้แต่ถุงยางอนามัยเพื่อนคู่ใจยามหื่นกามของพอร์ชก็ไม่มี เพราะเจ้าตัวเลิกพกตั้งแต่เขายอมใจอ่อนให้มันแนบชิดสนิทกาย หลังจากเหตุการณ์วันตรวจเลือดโน้นแหละ


            “อ้วนว่ะ” พูดแหย่ในขณะที่ใช้มือซุกซนของตัวเองแกล้งลูบคลำตรงเนินท้องน้อยของโซ่อย่างเบามือราวกับยั่วยวน เมื่อเห็นตัวตนของโซ่ตั้งตรงด้วยแรงอารมณ์


            “เอาหนอนน้อยมึงออกก็ผอม” ไม่พูดเปล่า แต่โซ่ทำท่าจะดันตัวหนี แต่พอร์ชรู้ทันคว้าหมับเข้าที่เอวของคนรักเข้าหาตัวทำเอาโซ่ถึงกับต้องเบ้หน้าด้วยความจุกเสียด เพราะการที่พอร์ชรั้งตัวเขาเข้าหาตนเองนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรจากการเพิ่มแรงบวกช่วยส่งแรงเสริมให้ตัวตนที่ฝังอยู่ในกายของโซ่เลยแม้แต่น้อย


            “อ๊ะ…ไอ้เหี้ยพอร์ช!”


            “ฮ่าๆ สมน้ำหน้า กล้าเรียกลูกรักของพี่ว่าหนอน้อยได้ยังไง ใหญ่แบบนี้ก็มีแต่หัวรบขนาดพิเศษรุ่นซุปเปอร์พอร์ชเท่านั้นแหละน้องเอ้ย!”


            ยิ่งเห็นหน้าเหยเกของคนรักมากเท่าไหร่ พอร์ชก็ยิ่งชอบใจอยากแกล้งมากเท่านั้น กว่าที่พอร์ชจะทดสอบขีปนาวุธรุ่นซุปเปอร์พอร์ชของตัวเองเสร็จก็เล่นเอาโซ่แทบหมดสลบ แต่ดีที่ว่าเป็นคนแข็งแรงเพราะออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่อย่างนั้นคงน็อคกลางอากาศไปแล้ว หลังจากที่พาหลานเที่ยวเล่นจนเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันตังแต่เช้ายันค่ำ


            “อย่าลืมไปรับพี่มณี” แม้ว่าจิตจะหลับไปแล้ว แต่โซ่ก็ยังฝืนลืมตาขึ้นมาพูดเตือนให้พอร์ชไปรับเจ้าเหมียวลูกรักจากพี่ชายอย่างเซฟที่เอาไปฝากไว้ตั้งแต่เช้า ก่อนที่จะพาจอมซนไปเที่ยว เพราะถ้าไม่ไปรับเจ้าเหมียวตัวแสบกลับมานอนด้วย พี่เลี้ยงจำเป็นอย่างเซฟได้คลั่งแน่ เพราะกลางวันพี่มณีจะอยู่เล่นกับใครก็ได้ แต่ตอนกลางคืนต้องได้นอนกอดกับพ่อจ๋ากับป๋าจ๋าหรือไม่ก็ปู่ใหญ่กับคุณย่าเท่านั้น เพราะถ้าไม่ใช่สี่คนนี้เจ้าเหมียวแสบจะงอแงร้องหม๊าวๆ กวนทั้งคืน เหตุการณ์เช่นนี้โฟล์คพี่ชายคนโตของพอร์ชได้ประสบพบเจอมาแล้วกับตัว หลังจากที่หลงสกิลความปลิ้นปล้อนหลอกกินขนมแมวของพี่มณีจึงคิดจะคว้าเอาไปนอนกอดด้วย แต่หลังจากที่พาเข้าห้องไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงคุณหมอคนเก่งที่ปราบพยศมาแล้วทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ตามอายุราชการของตัวเองก็ต้องยกธงยอมแพ้ ยอมเสียมารยาทเคาะประตูห้องน้องชายกลางดึกเพื่อที่จะส่งตัวเจ้าเหมียวจอมแสบคืนพ่อแม่มัน


            กริ๊ก...


            หม๊าว~

            มาถึงตอนนี้แม้แต่เสียงร้องเรียกจากพี่มณีลูกรักโซ่ก็แทบจะไม่ได้ แต่การตอบสนองของร่างกายมันเป็นไปตามความเคยชินที่ต้องคว้าเอาตัวเจ้าเหมียวลูกรักเข้ามาในอ้อมกอด ยามที่เจ้าปุกปุยมุดผ้าห่มเข้ามานอนขดในอ้อมแขน


            หม๊าว~

            “เออรู้แล้ว อย่าเสียงดัง แม่มึงจะนอน” ปิดไฟในห้องจนดับสนิทหมดแล้วพอร์ชเองก็ต้องรีบสอดตัวเข้าผ้าห่มผืนหนาเช่นกัน เมื่อลูกรักลูกชังอย่างเจ้าเหมียวมณีร้องเรียก ก็อย่างที่บอกไปว่ามันเหมือนเป็นความเคยชินที่สองคนหนึ่งแมวจะต้องนอนพร้อมกัน เช่นเดียวกันกับครอบครัวพ่อแม่ที่มีลูกเป็นมนุษย์ จะต่างก็ตรงที่ลูกของพอร์ชกับโซ่เป็นเจ้าเหมียวขนปุยที่ฉลาดและแสนรู้เกินเผ่าพันธุ์ของตัวเองก็เท่านั้น

..

..

..

            “น้องซนอยากไปด้วย” ก้มหน้าพูดบอกด้วยน้ำเสียงสะอื้น เมื่อตื่นเช้ามาแล้วพบความจริงที่ว่าคุณอาทั้งสองต้องกลับบ้านแล้วทิ้งให้ตนเองต้องอยู่กับครอบครัวใหม่ของคนเป็นพ่อตามลำพัง


            “เสร็จธุระแล้วอาจะกลับมารับ ถ้าซนยังอยากไปกับอาอยู่ละนะ” คว้าตัวหลานชายเข้ามากอด พูดบอกถึงเหตุผลที่ตนเองพาเจ้าตัวไปไม่ได้ ลำพังแค่กลับไปทำเรื่องลงทะเบียนเรียนในเทอมใหม่ เขาสามารถพาจอมซนไปด้วยได้อยู่แล้ว แต่เพราะธุระที่ว่านั้นมันสำคัญกับจอมซนมาก ในการที่เซนหรือพ่อแท้ๆ ของจอมซนจะยื่นเรื่องฟ้องศาลขอสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกจอมซนเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่เคยแพ้คดีมาแล้วหนึ่งครั้งตอนที่จอมซนเกิด แต่ตอนนี้ตัวแปรสำคัญคือตัวของจอมซนเอง โซ่จึงจำเป็นจะต้องทิ้งหลานชายไว้กลับพ่อแท้ๆ ของเจ้าตัวด้วยความเป็นห่วง แต่ก็หวังว่าพี่ชายอย่างเซนกับพี่สะใภ้จะใช้เวลาที่มีค่าอันน้อยนิดนี้ซื้อใจจอมซนได้สำเร็จ เพราะสำหรับคนเป็นลูกแล้ว ไม่มีใครมีค่าและสำคัญไปกว่าคนเป็นพ่อแม่หรอก สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ว่าเซนจะใช้เวลาที่มีอยู่ในมีได้คุ้มค่ามากแค่ไหน เพราะในสายตาคนนอกอย่างโซ่แล้ว พี่สะใภ้คนใหม่ถึงหน้าจะดูเหวี่ยงๆ ร้ายๆ แต่นิสัยใช้ได้ในระดับหนึ่งเลย ถ้าวัดเอาจากสายตาเอ็นดู วิธีการเข้าหา พูดคุย และดูแลช่วยเหลือตอนที่ลูกเลี้ยงอย่างจอมซนซุ่มซ่ามหกล้มจนเข่าแตกลับหลังคนอื่นตอนที่เจ้าตัวแสบวิ่งไปเข้าห้องน้ำที่ร้านอาหารคนเดียวอะนะ แต่ที่โซ่รู้ก็เพราะว่าเป็นห่วงกลัวว่าหลานจะหกล้มนั่นไง เลยตามไปดู แต่ก็ไม่ที่ว่าจะได้เห็นภาพอบอุ่นจากแม่เลี้ยงหน้าเหวี่ยงใช้ผ้าเช็ดหน้าแบรนด์ดังผืนสวยของตัวเองชุบน้ำทำความสะอาดแผลเปื้อนเลือดให้ลูกเลี้ยงด้วยความระมัดระวังอย่างเบามือในขณะที่ริมฝีปากสวยก็เฝ้าแต่พร่ำบอกว่าไม่เป็นไร คอยปลอบใจเด็กขวัญเสียให้หายกลัว เพราะเช่นนี้โซ่จึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เดินหันหลังกลับไปนั่งรอหลานที่โต๊ะอาหารด้วยความสบายใจ


            “สัญญานะฮะ” ชูนิ้วก้อยซ้ายขวาของตัวเองยื่นเข้าไปหาคุณอาทั้งสองขอคำยืนยัน ก่อนที่พอร์ชกับโซ่จะยื่นนิ้วก้อยของตัวเองมาเกี่ยวกับหลานคนละข้างแทนคำสัญญา


            “เตรียมตัวให้พร้อมนะเฮีย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็ตามที่ทนายบอก…ใช้เวลาให้คุ้มค่านะเฮีย” เพราะไม่อยากให้หลานต้องมีปมฝังใจในเรื่องครอบครัวเหมือนตัวเอง โซ่จึงไม่ลืมที่จะพูดทิ้งท้ายไว้ให้พี่ชายได้คิด เพราะมั่นใจว่าการฟ้องร้องในครั้งนี้จะไม่แพ้เหมือนก่อนหน้า เพราะทนายผู้ดูแลในคดีนี้คือลูกเลี้ยงคนเก่งที่ควบหน้าที่เมียเด็กของบิดาผู้ล่วงลับของโซ่เอง


            “เป็นเด็กดีนะ ถ้าดื้ออาจะไม่มารับ” พอร์ที่อุ้มพี่มณีอยู่พูดบอกกับจอมซนที่หน้างออยู่แล้วให้ยุ่งขึ้นไปอีก กว่าจะยิ้มได้ก็ตอนที่โซ่หันกลับมาหาหลังจากที่คุยกับเซนเสร็จ


            แล้วพูดว่า…


            “เดี๋ยวอามารับ”


            “น้องซนรักอาโซ่ที่สู้ดดดดด…” เพียงแค่นั้นเด็กหน้างอก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแป้น กระโดดกอดคนเป็นอาเสียเต็มรัก

..

..

..

            “ถ้าเมียกูจะหล่อขนาดนี้นะ” พอร์ชเอ่ยแซวทันทีเมื่อเห็นผมยาวรุงรังจนรวบจุกมัดได้ของโซ่ถูกตัดเป็นรองทรงตามกฎระเบียบของวิทยาลัย หลังจากที่เขาเคยบังคับให้เจ้าตัวเข้าร้านตัดผมมาตลอดระยะเวลาสองสามเดือนที่ปิดเทอม แต่นอกจากจะไม่ตัดผมทิ้งแล้ว โซ่ยังทำซ่าย้อมผมทั้งหัวเป็นสีฟ้าสดใสให้ดูซะเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโซ่ไม่ได้ต้องการจะประชดคนรักหรอกนะ เพียงแต่ทุกๆ เปิดเทอมใหญ่โซ่จะชอบทำตัวเซอๆ ด้วยการไว้ผมยาว ไม่ก็ย้อมสีผม แล้วหนีความวุ่นวายขึ้นเขาเที่ยวดอย เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่อายุสิบสี่แล้ว เพียงแต่ปีนี้มันต่างออกไปก็ตรงที่มีพอร์ชก้าวเข้ามา ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไป แต่ก็ใช่ว่าเขาจะละทิ้งตัวตนของตัวเองหรอกนะ เพียงแต่เขายังจัดสรรตารางชีวิตที่มีพอร์ชเข้ามาผูกติดอยู่ด้วยไม่คล่องเท่านั้นเอง เอาไว้เขาตั้งตัวได้เมื่อไหร่…เมื่อนั้นไอ้หมาพอร์ชได้พบเจอกับความบันเทิงแน่นอน


            “ไอ้พวกนั้นมายัง?” โซ่ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่คนรักที่เอาแต่พูดไร้สาระแล้วถามหาเพื่อนๆ ที่นัดเจอกันผ่านไลน์กลุ่มแทน เพราะทันทีที่เดินทางมาถึงพิจิตรพอร์ชกับโซ่ก็เอาพี่มณีไปฝากไว้กับเสี่ยใหญ่และคุณนายปลื้มจิตที่ร้าน ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เจ้าเหมียวลูกรักเผลอหันหลังให้บิดน้องแมนหนีออกมาร้านตัดผมทันที


            “ไปรอที่ร้านแล้ว เหลือแค่มึงนี่แหละครับเมียที่ช้า” เพราะต้องย้อมผมกลับมาเป็นสีดำดังเดิมเลยใช้เวลานานนับชั่วโมง คนที่ตัดผมเสร็จตั้งแต่สิบนาทีแรกอย่างพอร์ช จึงอดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บให้เจ็บแสบ แต่มีหรือที่โซ่จะสน?


            “ก็ไปสิ จะมานั่งหน้าแก่อยู่ทำไม?” พูดจบก็หันหลังเดินหนีทันที ไม่รอให้พอร์ชได้ตั้งตัวทัน ซึ่งกว่าที่พอร์ชจะรู้สึกตัวว่าโดนหลอกด่า โซ่ก็หนีเข้าร้านบิงซูที่อยู่ถัดจากร้านตัดผมไปอีกสองร้านเสียแล้ว เพราะที่นั่นคือสถานที่นัดแนะรวมตัวในวันนี้


            “มึงว่าเขามองอะไรกันวะ?” แวนชะโงกหน้าเข้ามากระซิบถามเพื่อนๆ ที่กำลังล้อมวงจ้วงบิงซูสามถ้วยใหญ่ตรงหน้าด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย


            “แล้วคุณคิดว่าหน้าอย่างพวกเรามันเหมาะกับร้านแบบนี้หรอครับ” สุดท้ายแล้วกลายเป็นบุญล้อมที่ช่วยไขข้อคล้องใจให้กับคนรัก หลังจากที่คนอื่นๆ พากันยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ


            แวนไล่มองหน้าเพื่อนทีละคนจนครบ ก่อนจะพูดบอกออกมาว่า…


            “เออว่ะ! โดยเฉพาะมึงกับไอ้พอร์ชนี่หน้าโคตรไม่ให้เลยวะมหา ว่าแต่ใครนัดร้านนี้วะ?” หัวเราะคิกคักให้กับความคิดตลกๆ ในหัวตัวเอง แต่พอนึกขึ้นได้ก็ถามหาตัวต้นคิดในทันที


            สมาชิกทั้งห้าคนหันหน้ามองกันไปมาอย่างหาคำตอบ จนกระทั่งอีกสี่คนที่เหลือเห็นสายตามีความหมายของพอร์ชจ้องมองไปที่โซ่เท่านั้นแหละ ทุกคนก็ร้องอ๋อแบบไม่มีเสียงขึ้นมาทันที เว้นแต่พอร์ชกับตัวต้นเรื่องอย่างโซ่เท่านั้นเองที่เอาแต่ก้มหน้าตักบิงซูเข้าปากอย่างไม่สนใจอะไร เพราะกำลังปล่อยอารมณ์ให้ดื่มด่ำไปกับเกร็ดน้ำแข็งหวานๆ เย็นในปากที่นึกอยากกินมาหลายวัน





TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}