Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 12 : ไม่รู้ก็อยู่เฉยๆ [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 12 : ไม่รู้ก็อยู่เฉยๆ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2561 14:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 12 : ไม่รู้ก็อยู่เฉยๆ [100%]
แบบอักษร

12

ไม่รู้ก็อยู่เฉยๆ

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ ห้องซ้อม

“อะ เดี๋ยวพี่ขอวัดรอบอกอีกรอบนะคะ”

ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ที่ห้องๆ หนึ่งซึ่งมีผู้คนเต็มไปหมด พวกพี่เขาบอกว่าวันนี้เราจะต้องมาทำการวัดสัดส่วนเพื่อไปตัดชุดเชียร์กัน แน่นอนว่ามันมีค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว ตอนแรกที่เห็นชุดฉันอยากจะออกจากหลีดไปซะเดี๋ยวนี้เพราะมันค่อนข้างโชว์หลายจุด และเป็นส่วนที่ฉันเองไม่ค่อยมั่นใจอีกต่างหาก

“เสร็จแล้วค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่จะส่งไปให้ดูในแชทกลุ่มอีกทีนะ” พี่หยาดบอกยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปอีกมุมหนึ่งของห้อง ส่วนฉันที่วัดตัวเสร็จแล้วก็เดินไปนั่งรอตรงเก้าอี้ด้านหน้าเพื่อเล่นโทรศัพท์รอคนอื่นไปพลางๆ

เวลาผ่านไปสักพัก จากที่คนในห้องมีอยู่หลายชีวิตก็เหลือเพียงสองสามชีวิต และฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ยังไม่ได้ออกไปไหน

“อบเชย” พี่หยาดเอ่ยชื่อฉันก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างๆ

“คะ” สาเหตุที่ฉันยังไม่ออกไปไหนก็คือเรื่องนี้นี่เอง พี่หยาดบอกว่ามีอะไรจะคุยกับฉันนิดหน่อยก็เลยจำเป็นต้องรอก่อน

“เรามีเบอร์ของแซคหรือเปล่า”

ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นเรื่องนี้ แต่เอ๊ะ...พี่เขาไม่มีเบอร์ของไอ้พี่แซคหรือยังไง?

“ฉันเห็นพี่สองคนไปด้วยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็นึกไปว่าจะกลับไปติดต่อกันแล้วซะอีกค่ะ” จะว่าไปเมื่อวานฉันว่าก็ไม่ได้จำผิดคนเสียหน่อย หรือยังไงอะ? งงไปหมดแล้ว

“อ๋อ พอดีพี่แค่ขอให้เขาไปช่วยเลือกของให้รุ่นน้องน่ะ น้องคนนั้นเป็นน้องรหัสแซคพอดีก็เลยตกลง ยังไม่ได้กลับไปคุยกันเหมือนเดิมหรอก” เธอบอกยิ้มๆ

มันเลยทำให้ฉันเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างเล็กน้อย..ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง แต่ว่านะ ถ้าอยู่ๆ ฉันเอาเบอร์พี่แซคให้กับพี่หยาดไปจะเป็นยังไง ฉันจะโดนโกรธหรือเปล่าเนี่ย

แต่แค่เบอร์เอง ไม่เป็นไรหรอกมั้งนะ

“งั้นเดี๋ยวส่งเบอร์ไปให้ทางแชทนะคะ” ฉันบอกกับรุ่นพี่สาวตรงหน้าพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดค้นหารายชื่อของพี่มัน และเมื่อเจอแล้วก็กดส่งไปทางข้อความให้กับพี่หยาดทันที

“ขอบใจมากนะ งั้นเดี๋ยวพี่ซื้อขนมมาเลี้ยง” เธอยกยิ้มอย่างใจดี

จริงๆ แล้วพี่หยาดก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายเลยนะ เธอเป็นคนที่น่ารักด้วยซ้ำไปแถมใจดีอีกด้วย..ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าตัวถึงไม่ควงผู้ชายคนอื่นไปซะเลย เบ้าหน้าแบบนี้หาใหม่ไม่ยากหรอก ทำไมต้องตามตื๊อไอ้พี่ใจห่ามคนนั้นด้วย พี่มันมีดีอะไรนักหนาะวะ -_-;;;

ฉันลุกขึ้นเก็บกระเป๋าของตัวเองก่อนจะเดินออกไปจากห้องเพราะว่าต้องกลับไปนั่งเขียนงานต่อ โดยก่อนจะกลับหอฉันแวะไปร้านน้ำผลไม้ปั่นที่อยู่ตรงข้ามกับร้านเครื่องเขียนเสียก่อน อากาศร้อนมันเริ่มทำให้ฉันหงุดหงิดขึ้นมาซะแล้ว ในระหว่างที่กำลังเลือกเมนูที่ตัวเองต้องการอยู่นั้น

“ผลไม้รวมแก้วนึงครับ” เสียงคุ้นเคยที่ฉันไม่ค่อยได้ยินในหลายวันนี้ก็ดังขึ้นอยู่ด้านข้าง

เมื่อหันไปมองก็เจอกับเจ้าของร่างสูงที่กำลังยืนล้วงกระเป๋าอย่างชิลๆ และก็กำลังมองหน้าฉันเหมือนกัน บางทีฉันก็คิดนะว่าพี่มันตั้งใจมาสั่งน้ำที่ร้านนี้หรือเปล่า

“พี่กินผลไม้รวมปั่นด้วยเหรอ” พอเห็นหน้าของพี่แซค เมนูที่เขาสั่งเมื่อครู่ก็แว้บเข้ามาในหัวทันที

“ไม่ได้กินเอง สั่งให้มึงอะ..” เจ้าตัวตอบและพูดต่อไปว่า “เห็นยืนมองอยู่ตั้งนาน เลยสั่งให้จะได้ไม่เสียเวลา”

แบบนี้ก็ได้เหรอ?

ฉันไม่ได้พูดตอบอะไรอีกคนไปแต่กลับหันหน้ามาให้ความสนใจกับน้ำผลไม้ปั่นตรงหน้าแทน แต่ถึงจะพยายามเงียบคนที่ชวนคุยก็เป็นเขาอยู่ดี

“ทำไมพักนี้กูไม่ค่อยเห็นมึง เอ๋อ”

“แล้วทำไมพี่ต้องมาเห็นฉันด้วยอะ?” อันที่จริงมันมีคำตอบที่ดีกว่านี้ นั่นก็คือช่วงนี้ฉันไม่ค่อยออกไปไหนนอกจากห้องเรียนกับห้องนอนเท่านั้น

“อยากเห็น..ไม่ได้ไง” อีกฝ่ายบอก

ฉันรับแก้วน้ำผลไม้รวมที่พี่แซคสั่งให้พร้อมกับยื่นเงินให้คนขายโดยมันเป็นจำนวนพอดีไม่ต้องทอน จากนั้นก็หันมาคุยกับพี่มันต่อ “เห็นแล้วนี่ไง”

เราสองคนเดินออกมาจากร้านน้ำปั่นมาตามทางฟุตบาทที่ผ่านร้านขายของมากมาย ซึ่งพอเห็นร้านเครื่องเขียนที่อยู่ตรงข้ามแล้วก็มีความคิดอยากจะแวะขึ้นมา จึงชวนพี่แซคเดินเข้าไปด้วยกันซึ่งเขาก็ไม่ได้ขัดอะไร ภายในร้านที่เครื่องเขียนครบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นดินสอ ปากกา สี แฟ้ม กระดาษ และอีกมากมาย ทำให้คนที่บ้าสะสมของพวกนี้แบบฉันอยากจะควักเงินจ่ายซื้อทั้งหมดนี่ไปเลย

“พี่..อันนี้เขียนดีไหม” ฉันหยิบปากกายี่ห้อหนึ่งขึ้นมาและหันไปถามคนที่มาด้วยกัน ซึ่งปรากฏว่าเจ้าตัวกำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกับโทรศัพท์อยู่

“นี่เอ๋อ” อยู่ๆ พี่มันก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าและเงยหน้ามาคุยด้วย “เอาเบอร์กูให้หยาดเหรอ?”

ทำไมรู้เรื่องเร็วจังง่ะ?

“อ้อ ใช่” เพราะคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นอะไรมากฉันจึงยอมรับแบบไม่ต้องอ้อมโลก

“ให้ทำไม?”

“ก็พี่เขาอยากได้นี่ จริงๆ พี่หยาดนิสัยดีออก พี่ไม่ลองให้โอกาสเขาดูอีกรอบอะ” ฉันพูดไปก็เลือกปากกาสีไปด้วย ไม่ได้สนใจสีหน้าของคนข้างกายสักเท่าไหร่

“อยากให้กูกลับไปคบกับเขาว่างั้น?”

“ใช่” คราวนี้ฉันละความสนใจจากคอนโดปากกาตรงหน้าแล้วหันไปมองคนอายุมากกว่าที่กำลังทำหน้าเหนื่อยใจใส่ฉันอยู่ “ทำไมอะ พี่มีปัญหาอะไรหรือเปล่าบอกฉันได้นะ”

เอาจริงๆ ก็แค่อยากเผือกเท่านั้น

“ไม่มี แต่กูแค่จะบอกไว้ว่าไม่ต้องพยายามจับคู่ให้กูหรอก” พี่แซคพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากๆ เหมือนกับใบหน้าของเจ้าตัวในตอนนี้

“ก็..บางทีมันอาจจะดีขึ้นก็ได้นะพี่” ฉันเริ่มอึกอักเล็กน้อยเมื่อเจอสายตาแบบนั้น ตอนนี้ชักเริ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้

“มึงเป็นใครมารู้ดีกว่ากู”

“...” นั่นน่ะสิ หรือฉันควรจะถอยออกมาจากเรื่องนี้สักที

“ไม่รู้อะไรก็อยู่เฉยๆ ไป” อีกคนพูดจบประโยคก็หมุนตัวเดินหนีออกจากร้านไปโดยทันที ท่าทางที่ดูหงุดหงิดนั่นทำให้ฉันรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย พอจะเรียกเอาไว้ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะเขาเดินไปเร็วมาก

พูดแล้วก็หนีไปแบบนี้คือการโกรธใช่ไหมนะ...

50%

8:11 PM

ฮ้าววว~

ฉันเหลือบไปมองนาฬิกาทั้งอยู่บนโต๊ะแล้วก็เกิดความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็เพิ่งจะสองทุ่มนิดๆ เองแต่อาการของร่างกายตัวเองกลับเริ่มง่วงนอนจนหาวอยู่หลายครั้ง ปกติถ้านั่งเล่นเฉยๆ ก็คงไม่เป็น แต่ที่เป็นคงเพราะฉันทำงานนั่นแหละมั้ง

นี่แหละน้า อ่านหนังสือทีไรง่วงนอนทุกที หรือบางทีฉันควรจะงีบหลับสักหน่อย? อืม..ไม่ดีกว่า ถ้าทำแบบนั้นตื่นอีกทีต้องเป็นพรุ่งนี้เช้าแน่ๆ

Line

เสียงแจ้งเตือนโปรแกรมแชทเรียกความสนใจฉันจากหนังสือไปที่โทรศัพท์ เมื่อเปิดดูจึงพบว่าเป็นพายอาร์ที่ส่งข้อความมาหา ในนั้นเขียนบอกว่า

PiR

เพิ่ลอบ มาหาหน่อย

OBCHEUI

อยู่ไหน

PiR

จีด้าไนท์

เมื่อเห็นสถานที่ที่เพื่อนบอกจะให้ฉันไปหาก็แปลกใจเล็กน้อย เพราะจีด้าไนท์มันคือชื่อของสถานบันเทิงยามค่ำคืนแห่งหนึ่งที่อยู่หลังมอ ย่านนั้นคือย่านของร้านเหล้าเลยมีมากมายให้เลือกเข้าได้ไม่อั้น พายอาร์มันไปเที่ยวที่นั่นเหรอ?

OBCHEUI

ทำไมกูต้องไปหามึงด้วย

PiR

ดูโดนผู้เท กูเส้า กูทัมจัยมั่ยดั้ย มาหากูที

เป็นตุ๊ดที่จริตจก้านเยอะยันคำพูดในแชทจริงๆ ดูจากสำนวนการใช้ภาษาวิบัติของมันแล้วนั้นก็อดจะตลกไม่ได้ แต่ว่ามันไปโดนผู้เทตอนไหน?

PiR

ให้เวลา**10 นาที ไม่งั้นตัดขาดความเป็นเพิ่ล

โอเค..นอกจากจะดัดจริตแล้วน่าจะเมาด้วยแฮะ... ฉันเก็บสมุดบันทึกและหนังสือลงไว้ในตู้ให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะออกไปหาพายอาร์ จริงๆ ฉันไม่ต้องทำตามที่มันบอกก็ได้นะแต่ว่าอยู่ในห้องนานๆ ก็เริ่มเบื่อเหมือนกัน ออกไปเที่ยวข้างนอกบ้างก็ดี

10 นาทีต่อ @จีด้าไนท์

ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่สามารถมาถึงที่นี่ในเวลาเพียงแค่สิบนาทีอย่างที่เพื่อนบอกได้ แต่นั่นไม่ได้สำคัญเท่าไหร่เพราะสิ่งที่ฉันต้องการก็คือ นังพายอาร์มันอยู่ไหน?

ภายในผับตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายเดินสวนกันเบียดแน่นไปหมดจนฉันไม่รู้จะเริ่มมองหาเพื่อนจากตรงไหนก่อนดี แถมเสียงเพลงที่ดังมากๆ ตอนนี้ก็ไม่เหมาะกับการโทรคุยแน่นอน

OBCHEUI

อยู่ไหนเนี่ย มาถึงแล้ว

PiR

เดินตรงมา ที่นั่งอยู่เกือบริมสุดซ้ายมือ

เมื่อได้รับพิกัดของจุดที่พายอาร์อยู่ฉันก็รีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าก่อนจะเดินไปตามที่มันบอก สายตาก็พยายามมองหาร่างของผู้เป็นเพื่อนไปด้วย จนในที่สุดก็เจอเป้าหมายและไม่รอช้าจะเดินเข้าไปนั่งด้วย

“มาแล้วเหรอออ” คนที่กำลังเมาได้เต็มที่หรี่ตามองหน้าฉันก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มเข้าปากอีก

“ไหวเปล่าเนี่ย..”

“มึง กูแม่งไม่เข้าจายเลยจริงๆ ว่าหน้าตาแบบกูทำไมยางโดนเทททท” พายอาร์พูดไปก็ยกมือตีอกตัวเองไปด้วย “กูอุตส่าห์คุยด้วยเป็นเดือน..สุดท้ายก็ไปคบกับชะนี แม่งๆๆๆ”

“ใจเย็นๆ ก่อนมึง” ฉันรีบเข้าไปปรามมันเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวดีกำลังจะปาแก้งทิ้ง คือถ้าเป็นแก้วบ้านมันนี่จะไม่ห้ามเลย แต่นี่มันของร้านเขาเว้ย มึงจะมาทำลายแบบนี้ไม่ได้!

“ฮืออออออออออออ”

แล้วทำไมมันถึงได้อาการหนักเบอร์นี้เนี่ย

“ไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีไหมมึง น้ำมูกเลอะหมดแล้วไม่สวยนะเว้ย” เห็นสภาพมันตอนนี้แล้วก็ไม่รู้จะทำอะไรดี แต่เห็นน้ำหูน้ำตาของเพื่อนก็สงสารทั้งที่ใจจริงอยากจะถ่ายคลิปเก็บไว้ให้มันดูตอนสร้างเมาด้วยซ้ำ

“จริงเหรอ” พายอาร์รีบเด้งตัวขึ้นมาจากพื้นโต๊ะทันทีที่ฉันพูดแบบนี้ “ไม่ได้ๆๆ กูจาไม่สวยม่ายด้ายยย รอแป๊บ..จะไปตบแป้ง”

เออ..เอาเข้าไป พอบอกจะไม่สวยนี่มันรีบวิ่งหนีไปเข้าห้องน้ำเชียว แต่เดี๋ยวก่อนนะ ถ้ามันไปแบบนี้ก็แสดงว่าฉันต้องนั่งโต๊ะนี้คนเดียวน่ะสิ จะว่าไปพอได้มานั่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศในผับแบบนี้ฉันก็นึกถึงเพลงหนึ่งที่เคยฟังตอนเด็กๆ

‘จะไปกับแสงสี กับปีกที่สวยๆ ให้เหมือนผีเสื้อราตรี’

เพลงโคตรเก่าเลย.. ใครร้องได้เราคือรุ่นเดียวกัน

“สวัสดีครับ มาคนเดียวเหรอครับ” ในขณะที่ฉันกำลังเพลิดเพลินกับการฟังเพลงอยู่คนเดียวก็มีใครสักคนเดินเข้ามานั่งอยู่ด้านข้างพร้อมกับคำทักทายแปลกๆ

“อ่อ มากับเพื่อนค่ะ” ฉันตอบ

“เพื่อนไปไหนแล้วล่ะ” เขาจะถามทำไมอะ หรือว่าจะพิศวาสอะไรในตัวนังพายอาร์!?

“เข้าห้องน้ำค่ะ” ฉันตอบพร้อมกับเขยิบหนีออกห่างจากชายคนดังกล่าวเพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายเริ่มเข้าใกล้ฉันเกินความจำเป็น

“งั้นไปดื่มกับพี่ทางนู้นไหม เพื่อนเยอะดีกว่านั่งคนเดียว”

เออะ! เริ่มไม่ใช่แล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันปฏิเสธแบบแทบจะไม่ต้องคิด

เรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น จากตอนแรกที่คิดไปว่าปฏิเสธแล้วอีกฝ่ายจะยอมจบ เอาเข้าจริงมันกลับไม่เป็นแบบนั้นเพราะเขาเข้ามาฉุดมือของฉันขึ้นจากที่นั่งเพื่อให้เดินตามไป

“เดี๋ยว ปล่อยนะ” ฉันร้องอย่างตกใจและพยายามจะขืนตัวออกมา เหตุการณ์โดนฉุดอย่างกะทันหันส่งผลให้ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะตะโกนให้คนช่วยดีหรือเปล่า หรือควรจะต่อยหน้าไอ้นี่ก่อนดี

“เฮ้ กูมีสาวมานั่งด้วยอีกคนว่ะ เก็บได้จากทางนู้น” ชายโฉดลากฉันมาถึงที่นั่งอีกฝั่งซึ่งมีบรรดาเพื่อนของเขาอีกสี่ห้าคนทั้งชายและหญิง และพอไอ้เจ้านี่พูดไปแบบนั้นคนที่นั่งอยู่ก่อนก็พร้อมใจเงยหน้าขึ้นมามองฉันทันที

“เฮ้ย น่ารักจังวะ” ผู้ชายผมแดงในกลุ่มมองมาที่ฉันแล้วยิ้มๆ

“มานั่งนี่สิ ข้างๆ พี่” คราวนี้เป็นเสียงของอีกคนในนั้น เขาพูดพร้อมกับตบเบาะด้านข้างเพื่อให้ฉันไปนั่งตรงนั้น แต่ว่าฉันไม่ได้ต้องการนะ! โดนพามาแบบไม่เต็มใจด้วย

ทำไงดี จะร้องไห้แล้ว

“อบเชย?” เสียงของใครสักคนในนั้นดังขึ้นมา ทำให้ฉันแอบแปลกใจเพราะไม่คิดว่าในกลุ่มผู้ชายพวกนี้จะมีคนที่รู้จักฉันด้วย

และพอมองไปตามเสียงนั้นก็พบกับผู้ชายร่างสูงหน้าตาคุ้นตากำลังนั่งจ้องหน้าฉันเขม็ง ใบหน้าหล่อที่ฉันเคยมองว่ามันกวนประสาทตอนนี้กลายเป็นใบหน้าดุๆ ไปเสียแล้ว

“พี่แซค..”

เมื่อกี๊เขาเรียกฉันว่า ‘อบเชย’ เชียวนะ ไม่ใช่คำว่า ‘เอ๋อ’ แต่ทำไมฉันถึงไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิดอะ..





Castle-G's Talk

โอ๊ะโอ แย่แล้ว..

________________________________________________

Related image

**Image result for jennie blackpink gif

ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

อย่าลืมเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย

ติดตามได้ที่ Facebook : Castle-G | Twitter/IG : @castleglint



**

ความคิดเห็น