Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 อดีต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2561 14:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 อดีต
แบบอักษร

​สวัสดีค่าา กลับมาลงแล้วค่ะ เพิ่งผ่านพ้นช่วงสอบไป ยังไงก็ฝากน้องๆอีกครั้งหนึ่งะคะ เนื้อเรื่องกำลังเพลินๆเลยกรุณาเตรียมตับไตให้พร้อมนะคะ เพราะอาจจะมีดราม่าเข้ามาเรื่อยๆ ฮา 

ขอบคุณสำหรับที่ติดตามและทุกๆคอนเม้นต์นะคะ ใครอยากคอมเม้นต์อะไรยังไง ใครจะนกไม่นกน้า? แสตมป์จะได้คู่สกายหรือเมซเซจน้า มาดูกัน !

______________________________________________________________________________________________________________________________

7 ปีก่อน

“เฮฮฮ”

เสียงร้องเฮดังขึ้นเมื่อลูกบอลได้เข้าโกลเป็นอันที่เรียบร้อย ฝ่ายนักกีฬาที่ชนะยิ้มร่าเริงไปด้วยความสุขและความดีใจที่ได้รับชัยชนะในการแข่งครั้งนี้ ฝ่ายแพ้ก็ได้แต่ยืนเช็ดเหงื่อของตนไป

“ลูกเมื่อกี้สวยมากไอ้ต้าร์!” เสียงของเมซเซจดังขึ้นพร้อมแบะมือกับต้าร์ เพื่อนสนิทของเขาที่ยิงลูกสุดท้ายให้ผ่านมือโกลสุดเหนี่ยวของทีมตรงข้ามได้วินาทีสุดท้าย

“ฮ่าๆๆ แน่นอน กูมันหล่อ!” ต้าร์พูดอย่างมั่นอกมั่นใจจนเมซเซจแอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนสายตาจะหันไปเห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างสนามกำลังยืนรอเขาอยู่

“เดี๋ยวกูมา” เมซเซจเดินแยกออกจากกลุ่มของตนแล้วเดินเข้าหาร่างบางที่กำลังรอเขาอยู่แล้วทักทาย

“ว่าไง?”

“พี่เล่นบอลเก่งจังเลยนะครับ ผมรีบมาดูพี่เลยละพี่เมซ” แสตมป์เอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้นพร้อมดันแว่นของตนเล็กน้อย ก่อนจะยื่นขวดน้ำเย็นที่มีไอออกมาหน่อยๆให้เมซเซจ

“จริงเหรอ? ขอบคุณ” เมซเซจรับน้ำจากอีกฝ่ายก่อนจะเปิดฝาน้ำเผื่อดื่มแก้กระหายน้ำของตน แสตมป์ก็เลยรอจังหวะดีๆแล้วพูดออกมาอย่างทักทวง

“วันนี้พี่บอกว่าเราจะไปดูหนั...”

“พี่ไม่ว่างเลย แสตมป์” เมซเซจพูดแทรกขึ้นมาเมื่อแสตมป์กำลังทวงนัดที่พวกเขานัดกันไว้... นัดที่เลยมาแล้ว2วันแต่ก็ยังผลัดอยู่แบบนั้น แสตมป์เลยขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก

“แต่ว่า...พี่บอกวันนี้?” แสตมป์เลยก้มหน้าลงเล็กน้อยคล้ายกับกำลังนอยด์ที่อีกฝ่ายไม่ได้ไปกับเขาอีกแล้ว

“พี่ไม่ว่างก็คือไม่ว่างครับแสตมป์ พี่ม.6แล้วนะ พี่ก็งานยุ่ง” เมซเซจพูดออกมาราวกับไม่ใยดีมากนักเมื่อดื่มน้ำจนหมดแล้วก็โยนลงถังขยะที่อยู่ไม่ไกลนัก

“….แล้วพี่จะไปวันไหนกันเหรอ?” แสตมป์เลยถามออกมาราวกับมีความหวังอันเล็กน้อยว่าเมซเซจอาจจะว่างสักวัน...ว่างที่จะไปเที่ยวด้วยกัน

“พี่ไม่รู้น่ะ...พี่...”

“พี่เมซเซจคะ!”

ขณะที่ร่างสูงกำลังอธิบายอยู่นั้นก็มีเสียงแทรกของหญิงสาวคนหนึ่งที่ใบหน้าดูจัดไปด้วยเครื่องสำอางค์ ชุดรัดเห็นสัดส่วนและกระโปรงสั้นๆที่เข้ากับเจ้าตัว สรุปรวมๆคือ สวย..

“ว่าไงครับ มิ้นต์?”  เมซเซจเลยคลี่ยิ้มให้กับหญิงสาวคนนั้น หญิงสาวคนนั้นเลยยิ้มร่าเริงแล้วยื่นผ้าเย็นให้กับเมซเซจแล้วเหลือบสายตามองมาที่แสตมป์

“ใครคะเนี่ย?”

“อ้อ...รุ่นน้องน่ะ”

“……”

แสตมป์เหมือนกับเป็นใบ้ไปชั่วคราว ‘รุ่นน้อง’ งั้นเหรอ.......แสตมป์เลยแสร้งทำเป็นยิ้มให้กับหญิงสาวที่ชื่อมิ้นต์แล้วทักทายไปตามมารยาทของตน

“สวัสดีครับ พี่มิ้นต์”

“สวัสดี...” มิ้นต์รับคำพูดของแสตมป์แต่ไม่ได้ใส่ใจกับการไหว้ของรุ่นน้องนักแล้วเอ่ยทักเมเซจต่อ

“โค้ชให้มาตามค่ะ เพราะว่าเห็นว่าเย็นนี้จะฉลองที่ยิงบอลได้ขึ้นอันดับเป็นระดับภูมิภาคกันแล้ว”

“งั้นเดี๋ยวพี่ตามไปนะ มิ้นต์ไปก่อนเลย”

“แต่ว่า...” มิ้นต์มีท่าทางลังเลเล็กน้อย แต่พอเจอสายตาที่จริงจังของเมซเซจก็ไม่ได้ปฎิเสธอะไร แล้วยิ้มอีกครั้งให้กับเมซเซจ “ก็ได้ค่ะ มิ้นต์จะรอที่นั้น”

พอหญิงสาวหายลับไปแล้วก็เหลือเพียงเขากับแสตมป์ที่กำลังยืนเงียบกันอยู่ทั้งคู่ จนเมซเซจเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง

“พี่ต้องไปกับพวกโค้ช เข้าใจนะ?”

“เข้าใจแล้วครับ...” แสตมป์ตอบรับออกมาแล้วแม้ว่าใจของเจ้าตัวกำลัง...น้อยใจ พวกเขาทั้งสองแอบคบกัน ไม่มีใครรู้เรื่องของพวกเขาทั้งสองคนและตอนนี้พวกเขาคบกันได้4อาทิตย์แล้ว...แต่ยังไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันสักครั้งและการที่เมซเซจบอกเพียงรุ่นน้องนั้นเขาเข้าใจ

เมซเซจเคยบอกเขาว่า เขาไม่ต้องการให้ใครมาว่าเขานั้นเป็น ‘เกย์’หรือคนรักเพศเดียวกัน เขาไม่ต้องที่จะคบกันแบบเปิดเผยเหมือนคู่รักคนอื่นๆที่เป็นกัน เขาไม่อยากผูกมัดซึ่งแสตมป์ก็เข้าใจเมซเซจ เขาเลยยอม...

แต่เหมือนเมซเซจจะคิดว่าแสตมป์โง่เกินไป โง่จนไม่รู้ว่าเมซเซจนั้นเจ้าชู้คุยกับหญิงสาวคนอื่นไปเรื่อย ถามว่าแสตมป์เห็นไหม เขาเห็นนะแต่เขาแค่เชื่อว่าเมซเซจนั้นรักเขายังไงละ

“พี่กลับบ้านแล้วก็ทักมาหาผมด้วยนะครับ”แสตมป์เอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่ฝืนยิ้มนิดหน่อย เมซเซจเลยมองแสตมป์ก่อนจะแอบถอนหายใจออกมาพร้อมเอามือวางลงบนหัวของแสตมป์

“ครับ” แต่ไม่รับปากร่างบางว่าจะทักหรือไม่นั้น จนเมซเซจหันหลังออกไปพร้อมแกะซองผ้าออกเพื่อมาเช็ดเหงื่อของตนจนเดินไปถึงกลุ่มของตนก็มีเสียงกระซิบข้างหูเมซเซจ

“แฟนมารอเร้ออ?”

“หุบปากไปเลย มันเป็นเพราะเกมของพวกมึง”









“จะบ้ารึไง!”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธดังขึ้นปลุกเรียกสติของร่างบางให้ตื่นขึ้นมา แสตมป์ทำตาปริบๆเล็กน้อยอย่างงุนงง เขาปวดหัว.. แสตมป์เลยดันเมซเซจให้ปล่อยเขาไป

“ปล่อยผมนะ!”

“อยากหัวฟาดพื้นตายในบ่อออนเซ็น?” เมซเซจย้อนเล็กน้อย ทำให้แสตมป์เลยขมวดคิ้ววุ่นแล้วไม่ตอบอะไรอีกฝ่าย ตอนนี้แว่นของเขาน่าจะหลานลงจากนเด้วยทำให้เขามองเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ค่อยชัดเจนมากนัก

“คุณอยากให้ผมเดินไปนี่ ปล่อยสิจะได้แต่งตัวแล้วกลับไปนอน!”

“ทำไมน่าหงุดหงิดงี้วะ” เมซเซจสบถออกมาอย่างหงุดหงิดสุดๆ ไม่เข้าใจเลยว่าโกรธอะไรเขานักหนาทั้งๆที่เขากำลังจะทำตามที่อีกฝ่ายต้องการอยู่แท้ๆ

พรึ่บ!

“คุณเมซเซจ!?” แสตมป์ร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อจู่ๆเมซเซจก็ยกเขาอุ้มขึ้นมาในท่าเจ้าหญิง แสตมป์เลยมีท่าทางดิ้นไปมาแต่แขนแกร่งของเมซเซจก็ไม่ได้ปล่อยลงไปแถมยังขู่เขาอีก

“ลองดิ้นอีกดิ กูจะทุ่มมึงลงจริงๆแน่แตมป์”

“…….”

พออีกฝ่ายพูดแบบนั้นทำให้เขาหยุดดิ้นทันที ตอนนี้แว่นเขาก็ตกอยู่ในน้ำแล้วด้วย เขาจะทำยังไงกันละ...

เมซเซจเลยเดินไปที่ล้างตัวของบ่อออนเซ็นก่อนที่เขาจะเปิดน้ำเย็นๆแล้ววางแสตมป์ให้นั่งกับเก้าอี้เตี้ยพร้อมกับเอาน้ำราดหัวของแสตมป์เพื่อเรียกสติเจ้าตัว

“อื้ออ เย็นน...” แสตมป์ร้องออกมาพร้อมกับสะบัดหัวไปมาเล็กน้อยเมซเซจก็ไม่ได้สนใจแล้วราดหัวด้วยน้ำเย็นไปเรื่อยๆอย่างใจเย็นสายตาก็แอบเหลือบมองร่างกายของคนตรงหน้าที่ดูบอบบางราวกับผู้หญิงยังไงอย่างนั้น...

เมซเซจที่ราดได้สักพักแล้วก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาคลุมหัวร่างบางก่อนจะพูดออกมา

“คราวหลังอย่าอวดเก่ง ไปไหนก็ไป”

แสตมป์ที่กำลังจะเช็ดผมก็ชะงักไปเล็กๆแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของอีกฝ่ายแม้ภาพจะไม่ชัดมากนักเลยเหมือนกำลังเขม็งอีกฝ่าย

“คุณก็เลิกยุ่งกับผม ผมจะทำอะไรก็ได้”

“ฉันเป็นลูกทัวร์” เขาเลยเอาเรื่องตนนั้นเป็นลูกค้าหรือลูกทัวร์มาอ้างทำให้แสตมป์ที่กำลังจะเถียงชะงักไปเล็กน้อยแล้วมุ่ยหน้า มันเถียงไม่ได้...เขาเป็นผู้ให้บริการ เขาจะมาขัดคำสั่งลูกทัวร์ไม่ดีถ้าลูกทัวร์แจ้งทางบริษัทละก็ยาวแน่ๆ...

“เข้าใจแล้วครับ มีแค่นี้ใช่ไหม?” แสตมป์เลยเช็ดตัวไปพลางๆแล้วเอ่ยขึ้นมาพร้อมค่อยๆลุกขึ้น ไม่มีแว่นแล้วไม่ถนัดในการที่จะทำอะไรเลย...เมื่อเมซเซจไม่ยอมตอบอะไรตนก็เดินไปที่บ่อน้ำอีกครั้ง

“หาเรื่องตายรึไง แสตมป์!”

“ผมแค่มาหาแว่นของผม” แสตมป์ไม่หันไปมองกลับไป เอ...ต้องแถวๆนี้สิ...มั้งนะ? บ่อตั้งกว้างเขาก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่านั่งจุดไหน แสตมป์เลยค่อยๆเอามือควานหาแว่นของตัวเอง

หมับ!

กลายเป็นเมซเซจอีกครั้งที่เข้ามายุ่งกับเขา เมซเซจจับข้อมือของร่างบางเอาไวแล้วบีบข้อมือนั้นแน่นจนแสตมป์ร้องออกมาก่อนจะใช้อีกมือในการดึงมืออีกฝ่ายออก

“ปล่อย! มันเจ็บ!”

“กลับไปพักได้แล้ว!”

“ผมไม่มีแว่น! มันไม่ถนัดนะครับ!” แสตมป์ขึ้นเสียงด้วยความโกรธ ไม่ใช่ความผิดเขาเลยที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ ทั้งหมดนั้นก็เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมให้ผ้าเขามาดีๆแต่แรก...

“แว่นเดี๋ยวค่อยหาก็ได้”

“ค่อยหา? พี่จะบ้ารึไงน่ะ!” แสตมป์เลยโวยวายออกมาแล้วยอมปล่อยมืออีกฝ่าย เมซเซจเลยสะบัดออกบ้างแล้วจ้องหน้าแสตมป์

“ก็ไม่เห็นจะตายเลยนี่”

“แล้วพี่มายุ่งกับผมทำไมละครับ! ออกไปได้แล้ว!” แสตมป์เอ่ยไล่อีกฝ่ายแล้วลืมสถานะที่เรียกอีกฝ่ายไปแล้ว...เขากำลังโกรธนะที่วันแรกอีกฝ่ายทำกับเขาไว้แบบนี้..

ครืดด..

เสียงประตูของห้องออนเซ็นดังขึ้นพร้อมกับลุงเจ้าของโรงแรมที่พวกเขาใช้เป็นที่พักเดินเข้ามาพร้อมกับพูดอย่างเป็นห่วงลูกค้าทั้งสองคนที่กำลังเสียงดังจนมันดังออกมาด้านนอก

“มีอะไรรึเปล่าครับคุณลูกค้า?” เขาเอ่ยถามภาษาญี่ปุ่นซึ่งมีแต่แสตมป์นั้นแหละที่แปลออก

“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณลุง พอดีว่าแว่นของผมหายในน้ำครับ” แสตมป์เลยยิ้มเจื่อนๆเล็กน้อยแล้วรีบปิดตรงนั้นของตัวเองทันที ส่วนเมซเซจก็เดินไปล้างตัวหน้าตายเฉยแล้ว

“อ๋า หายในน้ำงั้นเหรอครับ? แต่ตอนนี้บ่อออนเซ็นกำลังจะปิดแล้วถ้าหากผมเจอจะนำไปวางให้ที่ประชาสัมพันธ์นะครับ คุณแสตมป์” คุณลุงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเล็กน้อยแล้วมองรอบๆเป็นการสำรวจแสตมป์เลยรีบเดินไปหาคุณลุงก่อนจะเอ่ยขอบคุณและขอโทษ

“ขอบคุณนะครับคุณลุงโยชิดะแล้วก็ขอโทษนะครับที่สร้างปัญหาและเสียงดัง” เขาเอ่ยออกมาอย่างเกร็งใจ รอบนี้เขาก็ผิดด้วยเพราะเขานั้นลืมตัวไปว่าตนอยู่ด้านนอกแล้วเสียงดังอย่างไร้มารยาทแบบนี้ทำให้รู้สึกผิดไม่น้อยแม้ว่ามันจะผ่านมาแล้วก็ตาม

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงก็รีบนอนเถอะครับดึกแล้ว” คุณลุงเลยยิ้มให้อย่างเป็นมิตรทำให้แสตมป์ยิ้มกลับไป เขาไม่ได้ถึงขั้นมองไม่เห็นแต่ทุกอย่างมันเบลอจนมันขัดใจหากคนที่สายตาสั้นมากๆแล้วขาดแว่นจะเข้าใจเขา

“ครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ”

“ราสตรีสวัสดิ์ครับ”

ไม่นานคุณลุงก็เดินออกไปแสตมป์รีบเดินไปตรงที่วางของของตนซึ่งตอนนี้มีแค่สองตะกร้านั้นแหละแล้วหยิบของตัวเองขึ้นมาสวมยูคาตะของทางโรงแรมให้เรียบร้อย เขาว่าเขาควรหาอะไรเย็นๆดื่มให้ดีขึ้นมาหน่อยก่อนนอน... สายตาของเขามองไปทางเมซเซจที่กำลังเดินมาแต่งตัวนั้นทำให้เขาเร่งใส่ชุดให้เสร็จก่อนจะเดินหนีโดยไร้คำพูดใดๆ...

เมซเซจก็ไม่ได้แม้แต่จะรั้งอีกฝ่ายด้วยซ้ำไป

แสตมป์เดินออกมาด้านนอกก็พบกับลมเย็นๆปะทะหน้าเล็กน้อย ตอนนี้เขาเดินผ่านที่ห้องนั่งเล่นของทางโรงแรมและกำลังเดินไปที่สวนด้านหลังของโรงแรมที่เขาบอกว่าค่อนข้างสงบและเย็นสบายในเวลากลางคืน เขายังไม่อยากนอน ขอให้ร่างกายดีขึ้นกว่านี้ค่อยไปนอนจะดีกว่า

“อ๊ะ ตู้กดน้ำ…” เขาที่เห็นเงาของเครื่องใหญ่ๆที่อยู่ตรงริมทางก็เดินไปทันที ร้านค้าในโรงแรมเริ่มปิดไปแล้วเนื่องจากเวลาตอนนี้เป็น5ทุ่มกว่าได้...

แสตมป์เพ่งสายตาหาน้ำผลไม้เย็นๆที่เขาชอบดื่มก่อนจะหยอดเหรียญไปแล้วกดปุ่มทันที

ตึง!

เสียงของกระป๋องน้ำที่เจ้าตัวต้องการลงมาตรงช่องที่รับเครื่อมดื่มทำให้เขาหยิบมันขึ้นมาก่อนจะเปิดฝาดื่มมันลงไปอึกใหญ่ๆ ........แต่เพราะมันอึกใหญ่ๆทำให้เขาแทบจะพ่นน้ำออกมาทันที

“แค่กๆ!.....” ร่างบางจ้องเพ่งที่กระป๋องน้ำอีกครั้งหนึ่งแล้วแทบอยากจะตบหน้าผากของตัวเองใหญ่ๆ

‘Coffee Cool!’

“ใครมันให้ผลิตดีไซน์มาคล้ายกันเนี่ย!?” เขาร้องโวยวายออกมาแล้วแทบอยากตีตัวเองให้ตายไปเลย เพราะเขาคิดว่ามันคือน้ำมะพร้าว...นี่เขาตาลายถึงขั้นมองน้ำกาแฟเย็นเป็นน้ำมะพร้าวแล้วจิ้มปุ่มผิดเลยเหรอเนี่ย!?


ความคิดเห็น