หอหมื่นอักษร

มาค่ะ! มาตามติดชีวิตแมวไปด้วยกัน~ ;P

ตอนที่ 29 มองอะไรเล่า พูดถึงแกอยู่นั่นแหละ!

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 มองอะไรเล่า พูดถึงแกอยู่นั่นแหละ!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2561 15:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 มองอะไรเล่า พูดถึงแกอยู่นั่นแหละ!
แบบอักษร

หลังจากที่เจิ้งทั่นถ่ายโฆษณาอาหารสำหรับลูกแมวไปแล้ว เขาก็ไม่ได้สนใจว่าผลตอบรับของมันจะดีหรือไม่ ตอนนี้ความสนใจของเขาพุ่งไปที่อีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ แม่เจียวหย่วนจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว

ถึงแม้ว่าร่างกายจะยังไม่หายดีเป็นปกติ แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องนอนพักที่โรงพยาบาลแล้ว ถึงจะสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมนอนโรงพยาบาลจนแทบจะไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไร แต่ท่านก็ไม่อยากอยู่ต่อ รู้สึกไม่ค่อยสะดวก อีกอย่างท่านก็ไม่อยากให้เด็กๆ ต้องกินแต่ข้าวโรงอาหารอีกแล้ว ไม่ใช่เพราะอาหารของที่นั่นแย่ แต่อาหารที่ทำเองที่บ้านย่อมรู้สึกดีกว่า

ดังนั้นเช้าวันเสาร์ที่อากาศแจ่มใส สมาชิกทุกคนในครอบครัวเจียวจึงไปรับแม่เจียวหย่วนกลับบ้าน

เจียวหย่วนสะพายกระเป๋านักเรียนที่มีเจิ้งทั่นหลบอยู่ในนั้น หากมีคุณหมอแปลกหน้าหรือคนที่ไม่คุ้นเคยเข้ามา เจิ้งทั่นก็จะมุดหัวเข้าไป ยามที่ไม่มีใครเขาก็จะโผล่หน้าออกมาดูคนโน้นคนนี้เก็บของ

พอได้ออกจากโรงพยาบาลทุกคนก็ดูมีความสุข ทุกคนมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มชนิดที่เก็บเอาไว้ไม่อยู่ ช่วงที่แม่เจียวหย่วนนอนโรงพยาบาล ทุกคนในบ้านได้หอบข้าวของมาใช้ที่นี่อยู่ไม่น้อย ตอนที่อยู่โรงพยาบาลไม่รู้สึกว่าข้าวของมีมากมายอะไร แต่พอตอนเก็บของจะกลับบ้านก็พบว่าขนาดลังใบใหญ่ยังใส่ไม่พอ ของที่ว่านี้มีทั้ง ถ้วยชามของเด็กๆ ชามกินข้าวของเจิ้งทั่น แล้วก็พวกผ้าห่มผืนเล็ก

เจิ้งทั่นมองทุกคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเก็บของ แล้วก็หันไปมองด้านนอก

ชายวัยเกือบห้าสิบคนหนึ่งกำลังถือโถปัสสาวะพลาสติคสีขาวสำหรับผู้ป่วยไปเททิ้งที่ในห้องน้ำ

หลังจากที่ล้างโถเสร็จเดินกลับมา พอชายคนนี้เห็นพ่อเจียวหย่วนกำลังยกลังกระดาษออกมาจากห้องก็ยิ้มทักทายพลางพูดขึ้น “เสี่ยวเจียว มารับเสี่ยวกู้กลับบ้านเหรอ?”

“ครับ ถึงจะยังไม่หายดี แต่เขาไม่อยากนอนอยู่ที่นี่แล้วครับ รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว กลับไปพักที่บ้านน่าจะดีกว่า” วันนี้พ่อเจียวหย่วนพูดด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย

พ่อเจียวหย่วนยืนสนทนากับชายคนนั้น ถือเป็นการพักไปในตัว เพราะเก็บของมาตั้งนานเริ่มรู้สึกเหนื่อย

หลังจากได้ฟังที่ทั้งสองคนสนทนากันเจิ้งทั่นจึงได้รู้ว่า ภรรยาของชายคนนี้ประสบอุบัติเหตุพร้อมกับแม่เจียวหย่วนจนต้องนอนโรงพยาบาลเหมือนกัน แต่คุณป้าคนนั้นเคราะห์ร้ายกว่า เพราะนอกจากบาดแผลภายนอกแล้ว ยังพบว่ากระดูกหักหลายจุด ประกอบกับมีโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ทำให้อาการอยู่ในช่วงวิกฤติหลายครั้ง เพิ่งจะถูกย้ายออกมาจากห้องไอซียูเมื่อไม่กี่วันมานี้ นับตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลมาจนถึงวันนี้ยังไม่สามารถลงจากเตียงได้ การกินการขับถ่ายจึงได้แต่กระทำอยู่บนเตียง โดยมีสามีคอยดูแลอยู่ข้างๆ

ช่วงแรกที่แม่เจียวหย่วนนอนโรงพยาบาลก็ไม่สามารถลงจากเตียงได้ พ่อเจียวหย่วนจึงต้องคอยดูแลอยู่ตลอด ตอนนั้นเจิ้งทั่นได้ยินพ่อเจียวหย่วนพูดกับภรรยาอยู่เสมอว่า “วางใจเถอะ มีผมอยู่ด้วยทั้งคน”

บางครั้งเจิ้งทั่นก็รู้สึกอิจฉาพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่เจียวหย่วน หรือคุณลุงคุณป้าที่เพิ่งออกจากห้องไอซียูมา บางทีนี่อาจจะเป็นความหมายของ ‘ครอบครัว’ ที่แท้จริง

“เรียบร้อย กลับบ้านกันเถอะ!”

แม่เจียวหย่วนลากกระเป๋าออกไป พ่อเจียวหย่วนจึงรีบเข้าไปรับมาถือเอง

อี้ซินที่เพิ่งทำการทดลองเสร็จก็มาช่วยด้วยในตอนท้าย

วันที่แม่เจียวหย่วนออกจากโรงพยาบาลนี้ไม่ได้มีการแจ้งให้ใครทราบแม้แต่น้าหลิง พ่อเจียวหย่วนได้บอกกับอี้ซินตอนที่เข้าไปสั่งงาน แต่ก็ไม่นึกว่าอี้ซินจะมาด้วย

พ่อเจียวหย่วนไปยืมรถ SUV มาจากเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในคณะเดียวกัน หลังจากที่ขนของขึ้นรถเสร็จแล้ว ทั้งหมดก็ตรงกลับไปยังที่พักบุคลากรฝั่งตะวันออก

ขณะที่ย้ายของ พ่อเจียวหย่วนกับเจิ้งทั่นคิดเหมือนกันอยู่สิ่งหนึ่ง นั่นก็คือ ควรจะซื้อรถได้แล้วจริงๆ!

แต่ตอนนี้การเงินของพ่อเจียวหย่วนยังค่อนข้างติดขัด เงินที่พอจะเอาไปใช้ได้ก็เอาไปลงทุนทำบริษัทหมดแล้ว รวมถึงเงินที่เจิ้งทั่นถ่ายโฆษณาได้มาด้วย คงไม่มีเงินเหลือไปซื้อรถ

พ่อเจียวหย่วนขับรถไปพลางคิด คงต้องรอไปอีกสักหน่อย ก่อนปลายปีหน้าต้องซื้อได้แน่ๆ จากนั้นก็พาทุกคนในครอบครัวพร้อมกับเจิ้งทั่นไปฉลองปีใหม่ที่บ้านเกิด

ปีใหม่ปีนี้มาถึงเร็วกว่าปกติ อีกทั้งแม่เจียวหย่วนก็มาประสบอุบัติเหตุไปเสียก่อน พ่อเจียวหย่วนจึงตัดสินใจว่าจะฉลองปีใหม่กันที่เมืองฉู่หัว เพื่อให้ภรรยาได้พักผ่อน เขาได้โทรศัพท์ไปบอกปู่ย่าตายายของเด็กๆ แล้ว อีกทั้งยังได้บอกว่าจะไปรับมาฉลองด้วยกันที่นี่ แต่ก็ถูกพ่อของตัวเองปฏิเสธ

ตอนนั้นคุณปู่ของเด็กๆ พูดทางโทรศัพท์ว่า “บ้านแกจะใหญ่โตสะดวกสักแค่ไหนกัน พ่ออยู่ที่บ้านสบายกว่าอีก”

แม่เจียวหย่วนไม่ได้เข้าไปสอนที่โรงเรียน เพราะต้องการจะพักให้เต็มที่จนกว่าจะหายดี อีกอย่างเพิ่งออกจากโรงพยาบาลก็ไม่ควรทำงานหักโหมจนเกินไป ท่านจึงขอลากับทางโรงเรียนแต่ก็ยังได้รับเงินเดือนอยู่ อาจารย์ท่านอื่นๆ ที่ประสบอุบัติเหตุเหมือนกันก็ทำแบบนี้ ดังนั้นแม่เจียวหย่วนจึงไม่ได้รู้สึกผิดมาก ท่านอยากอยู่บ้านพักผ่อนและดูแลเด็กๆ กับแมว ชดเชยในช่วงที่ไม่อยู่

พอแม่เจียวหย่วนอยู่บ้าน เจิ้งทั่นก็รู้สึกว่าชีวิตกลับมาสดใสอีกครั้ง ตอนเช้าตื่นนอนพร้อมกับเด็กๆ ล้างหน้าพร้อมกับกู้โยวจื่อ ฉี่ตอนเช้าพร้อมกับเจียวหย่วน พอทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ออกมากินอาหารเช้า

ตอนเช้าเพื่อนที่มารับเจียวหย่วนไปโรงเรียนด้วยกันเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน นั่นก็คือสือรุ่ยที่เพิ่งย้ายเข้ามา นับตั้งแต่เกิดคดีลักทรัพย์คราวนั้น ญาติของรองอธิการบดีก็ย้ายออกไป บ้านจึงว่าง ก็พอดีกับครอบครัวของศาสตราจารย์สือที่ย้ายเข้ามา บ้านหลังนั้นเดิมทีถูกตกแต่งอย่างดีอยู่แล้ว เข้าไปอยู่ได้สบาย

ถึงจะมีเพื่อนๆ ไปโรงเรียนด้วย แต่เด็กทั้งสองก็ชินกับการที่มีเจิ้งทั่นคอยไปส่งทุกเช้า หลังจากที่ไปส่งเด็กๆ ที่ประตูโรงเรียนแล้ว เจิ้งทั่นจึงไปวิ่ง จากนั้นก็ไปฝึกปีนต้นไม้ในป่า

ช่วงนี้เวลาเจิ้งทั่นไปที่ทะเลสาบไม่ค่อยได้เจอกับเสี่ยวจัวแล้ว ได้ยินมาว่าเพราะช่วงนี้อากาศหนาว เธอจึงพักผ่อนอยู่ในบ้าน อาจารย์ฝูได้เป็นธุระในการช่วยจัดหาห้องให้

วันที่ต้องไปถ่ายโฆษณาก็มาถึงอีกแล้ว เสี่ยวกัวมารับที่บ้านพร้อมกับเอานิตยสารมาให้ ซึ่งก็คือนิตยสารที่เขากับเพื่อนร่วมกันทำขึ้นมา โฆษณาหลายชิ้นที่เจิ้งทั่นถ่ายก็ได้ลงในนิตยสารนี้ ได้ข่าวว่าขายดิบขายดีพอตัว

เสี่ยวกัวมาถึงบ้านแล้วก็ไม่ได้รีบร้อนจะออกไป เขาเรียกแม่เจียวหย่วนมานั่งที่โซฟา จากนั้นก็เปิดหน้าโฆษณาในนิตยสารให้ท่านดู

เป็นโฆษณาแบบเล่าเรื่องด้วยภาพเหมือนที่แล้วๆ มา ครั้งนี้เป็นภาพจากคลิปที่เจิ้งทั่นถ่ายพร้อมกับลูกแมวทั้งห้า ผู้อ่านหลายคนพอซื้อนิตยสารไปแล้วก็มักจะเปิดดูที่หน้าโฆษณานี้ก่อน ครั้งนี้ผลตอบรับไม่เลวเลยทีเดียว

แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ตรงที่ หน้าที่อยู่ข้างๆ โฆษณาชิ้นนี้มีการใส่รูปขนาดใหญ่ เป็นรูปที่แมวโตสีดำกำลังยกเท้าขึ้นเทียบกับฝ่าเท้าของลูกแมวที่นอนหงายเล่นอยู่ที่พื้น

ที่ด้านล่างมุมขวาของรูปมีคำโฆษณาที่ศูนย์กลางสัตว์เลี้ยง ‘มันเป็นแบบนี้’ ชอบใช้อยู่บ่อยๆ คือ ‘เรารักคุณขนาดนี้ พาเรากลับบ้านด้วยได้ไหม’

แม่เจียวหย่วนพอเห็นโฆษณาสองหน้านี้แล้วก็ตัดออกมาเอาไปใส่ในอัลบั้มรูป อีกทั้งยังได้ฝากให้เสี่ยวกัวล้างรูปออกมา เพราะต้องการจะเก็บเอาไว้

อันที่จริงเจิ้งทั่นไม่ค่อยพอใจกับรูปที่ทุกคนต่างวิจารณ์ว่าดีด้วยเท่าไร เขารู้สึกว่ารูปนั้นทำให้เขาสูญเสียภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามไปหน่อย

ไม่ว่าเจิ้งทั่นจะรู้สึกอย่างไรกับโฆษณาชิ้นนี้ แต่จำนวนยอดขายก็เป็นตัวตัดสินได้ดี ที่ร้านค้าของเสี่ยวกัวมีออเดอร์อาหารสำหรับลูกแมวเข้ามามากมาย อันที่จริงคนที่ติดต่อเสี่ยวกัวเข้ามาส่วนใหญ่ก็เพื่อมาขอคำแนะนำ ว่าถ่ายภาพอย่างไรถึงได้ออกมาสวยขนาดนี้ ผ่านโปรแกรมโฟโต้ช็อปมาก่อนหรือเปล่า ทำอย่างไรแมวถึงจะทำท่าแบบนั้นออกมาได้ เสี่ยวกัวก็ตอบๆ ไปว่านั่นเป็นธรรมชาติของแมว

เจิ้งทั่นตามเสี่ยวกัวมาที่ออฟฟิศ แล้วเขาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติไป

หลี่เยี่ยนอยู่ที่นี่ด้วย อีกทั้งรอบๆ ก็มีบรรยากาศแปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคย เจิ้งทั่นเดินไปแถวๆ หลี่เยี่ยนที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ตรงหน้า ในนั้นมีพวกรูปถ่ายเบลอๆ แต่ก็พอจะดูออกว่ารูปอะไร

เป็นรูปเกี่ยวกับแมวสองตัว ตัวหนึ่งคือแมวโต ซึ่งก็คือ ‘หลี่หยวนป้า’ ผู้น่าเกรงขาม อีกตัวหนึ่งเป็นลูกแมวที่เพิ่งเกิดได้ไม่นาน ลำตัวส่วนใหญ่มีสีขาว มีลายสีเหลืองประปราย ตัวเล็กกว่าลูกแมวห้าตัวที่เจิ้งทั่นเคยร่วมงานด้วย

มันคือลูกของ ‘หลี่หยวนป้า’ !

เจิ้งทั่นมองชื่อแฟ้มในคอมพิวเตอร์ ‘ลูกอมถั่วของหลี่หยวนป้า’     

แล้วเขาก็หันไปมองลูกแมวที่อยู่ในรูปเบลอนั้นๆ ลวดลายที่อยู่บนตัวมันคล้ายกับลูกอมถั่วลิสงจริงๆ

พอได้ทราบว่าแมวสามสีตัวนั้นคลอดลูกแล้ว เจิ้งทั่นก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไร เขาแค่อยากรีบถ่ายโฆษณาให้เสร็จแล้วรีบกลับบ้าน แต่พนักงานสองคนที่ต้องมาช่วยวันนี้ติดธุระด่วน จึงต้องรอประมาณสองชั่วโมงถึงจะเริ่มงานได้

ระหว่างที่รอนี้เจิ้งทั่นก็ทำเหมือนเคย คือกระโดดขึ้นไปบนชั้นแล้วนอนรอ

ถัดออกไปจากเจิ้งทั่นไม่ไกล หลี่เยี่ยนกำลังถือคอมพิวเตอร์พลางปรึกษากับเสี่ยวกัว ฟังจากที่พวกเขาคุยกัน เจิ้งทั่นจึงได้ทราบว่า ช่วงนี้หลี่เยี่ยนกับแมวสามสีตัวนั้นตอนนี้มาพักอยู่ที่ศูนย์กลางสัตว์เลี้ยง

ที่ศูนย์กลางสัตว์เลี้ยงมีห้องพักและที่อยู่อาศัยสำหรับพนักงาน หลี่เยี่ยนกลัวว่าแมวของตัวเองจะเกิดอะไรขึ้น เพราะตัวเองก็ไม่มีประสบการณ์ดูแลแมวท้องมาก่อน หลังจากคิดดีแล้วจึงย้ายมาอยู่ที่ศูนย์กลางสัตว์เลี้ยง เธอจ่ายค่าเช่าไปถึงสองเดือน อยู่ที่นี่มีเสี่ยวกัวช่วยดูแล เธอจึงเบาใจลงไปได้มาก ตัวเธอเองจะอยู่ที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีอินเตอร์เน็ตไว้ทำงานก็พอ

‘หลี่หยวนป้า’ พอย้ายเข้ามาไม่นานก็คลอดลูก ที่น่าแปลกก็คือมันคลอดออกมาแค่ตัวเดียว ซึ่งก็ตัวใหญ่กว่าลูกแมวที่เพิ่งคลอดทั่วไป

หลี่เยี่ยนอยากจะถ่ายรูปกับคลิปให้เยอะๆ เอาไว้ดูเป็นที่ระลึก แต่หลี่หยวนป้าพอเห็นพวกกล้องก็ส่งสายตาขู่อยู่ตลอด ปกติหน้าตาก็ดุอยู่แล้ว พอส่งสายตาแบบนั้นยิ่งทำให้ดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ทำให้หลี่เยี่ยนรู้สึกกลุ้ม เสี่ยวกัวเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะแค่เข้าใกล้ก็ยังทำไม่ได้ แมวตัวนั้นพอมีคนแปลกหน้าเข้าไปใกล้ก็จะทำท่าเตรียมสู้ทันที

เยี่ยนจื่อไม่ได้ใช้แฟลชขณะถ่ายภาพแมวตัวเอง ทุกภาพล้วนเป็นรูปแอบถ่าย แมวของเธอนั้นมีประสาทสัมผัสที่เฉียบไว เธอจึงล้มเหลวในการแอบถ่ายไปหลายครั้ง ภาพที่ถ่ายได้ก็มีแต่หาง หรือไม่ก็ข้างหลัง ภาพก่อนหน้านี้ที่ให้เสี่ยวกัวดู เป็นผลจากความพยายามอยู่หลายครั้งกว่าจะถ่ายได้

หลี่เยี่ยนจะพกกล้องและคอมพิวเตอร์ไปด้วยทุกวันในการแอบถ่ายภาพ

ตอนนี้พอดูรูปเสร็จ หลี่เยี่ยนก็กำลังจะเริ่มภารกิจแอบถ่ายอีกครั้ง

“หลายวันก่อนฉันได้ยินมาว่า แมวสามสีเชื่องแล้วก็รักความสะอาดมาก ไม่เหมือนกับแมวทั่วไป อีกทั้งยังดูแลลูกของตัวเองเป็นอย่างดี มันเรื่องจริงหรือเปล่า? ฉันคิดว่าหลี่หยวนป้าของฉันมันดูไม่เป็นแบบนั้นนะ” หลี่เยี่ยนพูด

เสี่ยวกัวคิดสักพัก “ย่าฉันเคยบอกว่า แมวสามสีถ้าไม่เชื่องรักความสงบก็จะเป็นแบบพวกแมวอันธพาลไปเลย ฉันว่าแมวเธอเป็นแบบหลังนะ”

“กัวเสี่ยวหมิง!” หลี่เยี่ยนเอากระบองแหย่แมวที่อยู่ข้างๆ ตีเสี่ยวกัว

พอตีกันสักพัก หลี่เยี่ยนก็กลับมากังวลเรื่องแมวตัวเองต่อ ทั้งอาหารการกิน การให้ความอบอุ่น เรื่องจิปาถะต่างๆ

“เธอบ้าหรือเปล่าเนี่ย?” เสี่ยวกัวเอามือลูบแขนที่โดนตีพลางพูด “ปกติแมวมันไม่ค่อยสนใจลูกหรอกนะ แมวเธอยังนับว่าดีใช้ได้ อันที่จริงเราไม่ต้องไปเป็นห่วงมันมากเกินไปหรอก เธอสนใจแค่เรื่องอาหารของมันก็พอ แมวไม่เหมือนหมา ธรรมชาติของมันคือเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่อย่างโดดเดี่ยว เธออาจจะเคยเห็นแมวเร่ร่อนเนื้อตัวสกปรกนอนอาบแดดตามกำแพงหรือบนก้อนหิน แต่เมื่อเทียบกันแล้วพวกหมาเร่ร่อนน่าสงสารกว่านะ ธรรมชาติของหมาคือไม่ชอบอยู่โดดเดี่ยว เธอน่าจะเคยเห็นหมาเร่ร่อนข้างถนนที่หางจุกตูด ท่าทางหวาดกลัว หมาเร่ร่อนมักจะตายไว แต่แมวเร่ร่อนกลับใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวได้นานกว่า แมวมันสามารถไปหาอาหารได้เอง อีกทั้งยังมีสายตาที่เฉียบคมคอยสังเกตสิ่งรอบตัว ส่วนหมาชอบติดตามเจ้าของ บางตัวจะกินจะขี้ยังชอบที่จะคอยให้มีคนดูแลเลย...”

พอฟังเสี่ยวกัวพูดถึงตรงนี้ เจิ้งทั่นก็มองไปยังหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ซึ่งเป็นสุนัขเพศเมีย บางคนอาจจะคิดว่า ถ้าในร้านมีแมวอเมริกันช็อตแฮร์เป็น ‘เจ้าชาย’ แล้วล่ะก็ งั้นหมาตัวนี้ก็คงจะเป็น ‘เจ้าหญิง’

แต่น่าเสียดายที่หมาตัวนี้ไม่ได้ชื่อ ‘เจ้าหญิง’ แต่ชื่อ ‘เจ้านาย’ ได้ยินมาว่ามันเคยได้รับรางวัลในงานแสดงสัตว์เลี้ยง ประกาศณียบัตรถูกติดไว้ในร้านในที่ที่มองเห็นง่าย และเพราะรูปร่างที่ได้เปรียบนี้มันจึงถูกใช้เป็นรูปโลโก้อาหารสุนัขที่เสี่ยวกัวผลิตเอง

ขนสีทองบนตัวมันดึงดูดสายตาให้คนมองได้ดี อีกทั้งยังมีนิสัยขี้เล่น ฉลาด เป็นมิตรกับผู้คน ทำให้ค่อยๆ กลายเป็นที่ยอมรับ

พอเสี่ยวกัวพูดถึงเรื่องหมา หลี่เยี่ยนจึงหันไปมองสุนัขขนสีทอง เสี่ยวกัวเองก็มองตามสายตาของหลี่เยี่ยนไป ‘เจ้านาย’ กำลังอ้าปากกระดิกหางให้กับเสี่ยวกัว

“มองอะไรเล่า พูดถึงแกอยู่นั่นแหละ!” เสี่ยวกัวตะโกนใส่หมาของตัวเอง

ไม่รู้ว่า ‘เจ้านาย’ ฟังเข้าใจหรือไม่ พอได้ยินดังนั้นมันก็หยุดกระดิกหาง แต่สักพักก็อ้าปากกระดิกหางต่อ

“แกมันจอมตะกละ!” เสี่ยวกัวพูดอย่างเหนื่อยหน่าย

พอเบนสายตากลับมาเจิ้งทั่นก็นอนคิดต่อ

คำพูดของเสี่ยวกัวเมื่อครู่ทำให้เจิ้งทั่นตั้งคำถามกับตัวเอง เขาไม่รู้ว่าตัวเองถูกจัดอยู่ในประเภทไหน ชอบอยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือชอบอยู่เป็นกลุ่ม? มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ตอนนี้จิตใจของเขาเป็นชายที่บรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ตัวกลับเป็นแมว

หากวันหนึ่งตัวเขาต้องไปเร่ร่อนอยู่ข้างนอก จะมีสภาพเป็นเช่นไร? จะยังคงมีอารมณ์นอนอาบแดดสบายๆ ได้อีกหรือเปล่า? หรือต้องหางจุกตูดกังวลว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรต่อไป

เขาไม่รู้เลยจริงๆ

พอพนักงานสองคนนั้นกลับมา เจิ้งทั่นก็เลิกคิด แล้วเริ่มทำงาน

โฆษณาครั้งนี้ไม่ยาก ไม่ใช่อาหารสำหรับลูกแมว ดังนั้นจึงใช้เวลาถ่ายไม่มาก หลังถ่ายเสร็จเสี่ยวกัวก็ไปส่งเจิ้งทั่นกลับบ้าน

หลังจากกินอิ่มเจิ้งทั่นก็นั่งดูละครเป็นเพื่อนแม่เจียวหย่วนอยู่บนโซฟา จากนั้นก็หลับไป พอตื่นขึ้นมาก็ออกไปเล่นข้างนอก

เพราะมีแม่เจียวหย่วนอยู่บ้าน เจิ้งทั่นจึงไม่ต้องอยู่ดูแลเด็กๆ บางครั้งจึงอยู่เล่นข้างนอกจนเย็นหน่อยถึงกลับบ้าน ปลายปีพ่อเจียวหย่วนมีงานที่ต้องเคลียร์ค่อนข้างมาก ดูเหมือนว่าโปรเจกต์ที่พวกเขาทำมาถึงช่วงสำคัญแล้ว มักจะต้องทำงานกันถึงดึกดื่นเที่ยงคืนหรือไม่ก็ถึงเช้าเลยก็มี เวลาที่เจิ้งทั่นเที่ยวเล่นอยู่จนถึงห้าทุ่มกว่าๆ ก็จะไปหาพ่อเจียวหย่วน รอจนกว่าเขาจะพานั่งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลับบ้าน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น