กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : เงามืด 1/1 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : เงามืด 1/1 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 606

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2561 09:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : เงามืด 1/1 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

พร้อมให้โหลดซื้อแล้ววันนี้​

​ต่อจากตอนที่แล้ว...


ย่างเข้าสู่เดือนที่ห้า พัฒนาการเดินของอนุชินเริ่มเข้าสู่ปกติ เขาไม่ต้องคอยพึ่งไม้เท้าช่วยพยุงตัว สามารถเดินเองได้ด้วยตัวเองอย่างคล่องแคล่ว สุขภาพร่างกายของเขาก็เช่นกัน มันกลับมาหล่อสมบูรณ์แบบเหมือนดั่งเดิม และตอนนี้เขากลับไปใช้ชีวิตเหมือนตอนก่อนเกิดอุบัติเหตุได้อีกครั้ง แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังทางด้านสรีระร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามเขาใช้น้ำหนักลงที่ส่วนขาโดยการเดินเร็วๆเด็ดขาด เขาทำตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด เพราะไม่อยากกลับไปนอนเป็นผักไร้ชีวิตเหมือนหลายปีที่ผ่านมา มันทรมานจนเขาเข็ดขยาด

 อาจด้วยเพราะเขามีกำลังใจที่ดี ทั้งจากครอบครัวเอง และคนดูแลพิเศษ มุขธิดาคือกำลังใจสำคัญที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขา เธอคือเหตุผลหลักที่ทำให้เขาอยากกลับมาเป็นอนุชินคนเก่า เพื่อต้องการกลับไปแก้ไขอดีต ที่เขาเคยทำเลวระยำเอาไว้มากมายกับหญิงสาว ช่วงเวลาไม่นานเลยกับการได้รับความดูแล เอาใจใส่ จากผู้หญิงที่เขาเคยทอดทิ้งเธออย่างไม่ไยดี ร่างกายทุกส่วนของเขา เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในทางที่ดีขึ้น เขามีความมุ่งมั่นจะต้องทำมันให้สำเร็จ เพื่ออยากกลับไปทำเรื่องราวดีๆ ให้คนที่เขาอยากจะใช้ชีวิตครอบครัวด้วยในอนาคต

ตอนนี้เขากลับมามีชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น เข้าสังคมและกลับเข้ารับตำแหน่งงานที่บริษัทบิดาได้เช่นเก่า ในทุกวันเขาจะต้องมาขลุกตัวเองอยู่ในบ้านหลังน้อย เมื่อมุขธิดากลับเข้าทำงานในส่วนของโรงพยาบาลเต็มตัว เมื่อคนไข้อย่างเขา หายเป็นปกติ

“อย่าเด็ดอย่างนั้นสิชิน เดี๋ยวผักก็ได้ช้ำมือหมดพอดี” เสียงหวานเอ็ดขึ้น เมื่อเธอเหลือบเห็นดอกแคในมือใหญ่ ถูกบีบเสียเละและซ้ำดูไม่น่ากิน

“ก็มันดึงยากจะตายไอ้ไส้ส้มๆตรงนี้” คนไม่เคยทำโอดครวญ ก่อนวางดอกแคลงในกะละมังสังกะสี ที่มีน้ำเปล่าสะอาดใส่ไว้ครึ่งกะละมัง

“นั้นชินอยู่เฉยๆไปเลย ส่วนที่เหลือเดี๋ยวมุขทำเอง” มุขธิดาแกะเนื้อปลาลงในครกหิน เมื่อพริกสีแดงหอมกลิ่นกะปิตำไว้จนแหลกพร้อม เหลือขั้นตอนทำน้ำแกงส้มเพียงแค่แกะเนื้อปลาใส่อีกแค่อย่างเดียว เป็นอันเสร็จสิ้น

“แต่ชินอยากช่วย” ชายหนุ่มยังคงมีความพยายาม

“นั้นชินมาทำนี่ก็ได้ค่ะ เอากุ้งพวกนี้ไปแกะหัวออก” มุขธิดาขยับหยิบชามใบขนาดกลางมาวางไว้ตรงหน้าชายหนุ่ม แล้วสาธิตวิธีการแกะหัวกุ้งให้เขาดู

“สบายมากครับ อันนี้ไม่ยาก” อนุชินยิ้มประจบ พร้อมลงมือแกะหัวกุ้งโชว์

“แล้วเมื่อไหร่พี่โมชถึงจะกลับมาถึง นี่ใกล้หกโมงเย็นแล้วนะ”

ชายหนุ่มถามพลางพลิกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดูเวลา พอดีวันนี้เขาออกมาพบลูกค้านอกบริษัท ใช้เวลาในการเจรจาไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อย ทางนั้นยินยอมรับข้อเสนอพร้อมทำตามข้อตกลงร่วมกันทุกประการ รอเพียงเซ็นสัญญาทุกอย่างก็เป็นอันเรียบร้อย ลูกค้ารายนี้ทำให้เขาฟันกำไรเหนาะๆถึงร้อยล้านบาท นับเป็นข่าวดีที่สุดหลังจากเขากลับเข้ามาบริหารงานได้อีกครั้ง เขาอยากแชร์เรื่องราวดีๆ ของเขาให้มุขธิดาได้ฟังอีกคน  จึงขับรถเลยมาหามุขธิดาที่บ้านของเจ้าหล่อน เมื่อโทรหามุขธิดาตอนออกมาจากร้านอาหาร แล้วเธอบอกว่ากำลังออกเวรจะกลับบ้านเร็วเหมือนกัน เขาเลยอาสาขับรถไปรับเธอที่โรงพยาบาล และขับมาส่งเธอที่บ้าน เพื่อขอข้าวเย็นทานด้วยสักมื้อ

การเกื้อกูลกันมาเป็นปีทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหญิงสาวดำเนินสู่ทิศทางที่ดีขึ้น

“คงอีกสักพัก วันนี้วันศุกร์ รถคงติดน่าดู” มุขธิดาเงยใบหน้าพราวเม็ดเหงื่อตรงบริเวณหน้าผากมนขึ้น เพื่อบอกชายหนุ่ม อนุชินมองใบหน้าใสนั้นอย่างเอ็นดู พร้อมล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าสะอาด ช่วยเช็ดเหงื่อนั้นให้ มุขธิดาผงะร่างถอยห่าง ก่อนตวัดสายตาดุห้ามปราม ทว่าอนุชินกลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังส่งยิ้มระรื่นใส่ตาของหญิงสาวอีกต่างหาก

“ชินไม่ได้คิดอะไรเกินเลยสักหน่อย อย่าเอาแต่ส่งสายตาดุนักสิ รู้หรอกน่าตอนนี้มุขให้ได้แค่คำว่า เพื่อน...” อนุชินยิ้มแล้วจับผ้าเช็ดหน้ายัดกลับเข้าที่เดิม

มุขธิดาถอนหายใจ เหนื่อยกับการห้ามคนหัวดื้อ เมื่อเขายืนยัน จะกลับมายืนในตำแหน่งเดิมให้ได้ ส่วนเธอยืนยันเสียงแข็ง เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมันก็ดีอยู่แล้ว...

“ไม่คิดก็ดีแล้วค่ะ มุขยังยืนยันคำเดิมอยู่นะ เราเป็นได้แค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น มันจะไม่มีทางพัฒนากลับไปเป็นเหมือนเดิม” หญิงสาวย้ำ จนคนฟังหน้าสลดลง แต่เพียงชั่วอึดใจ อนุชินก็กลับมาหน้าเป็นเหมือนเดิม เขาวางกุ้งในมือลง หันหลังเช็ดมือ ก่อนจะจับมือเล็กของมุขธิดามากุมไว้

“ชินไม่ท้อหรอก ชินบอกแล้วไง มุขไม่จำเป็นต้องฝืนใจถ้าไม่ต้องการ แต่ชินจะพยายามทำให้มุขกลับมารู้สึกและเป็นเหมือนเดิมด้วยความรู้สึกตรงหัวใจแท้จริงให้ได้ ต่อให้นานแค่ไหน ชินก็ไม่สน”

“แม้มันจะไม่มีทางเป็นแบบนั้นได้น่ะเหรอชิน” มุขธิดาสวนขึ้นถาม เธอไม่อยากให้เขามามัวเสียเวลา จมปลักอยู่กับอดีตที่เขาอยากกลับไปแก้ไข

“มันไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ไม่มีอะไรคงทนและแน่นอนอย่างที่เราคิดเสมอไปหรอกมุข วันนี้มุขอาจคิดแบบนี้ ทำแบบนี้ แต่ใครจะรู้ในวันข้างหน้า อนาคตข้างหน้าเราสองคนอาจเปลี่ยนแปลงไปได้อีกหลายอย่าง เราอาจกลับมารักกัน แต่งงานกัน มีลูกและก็มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบก็ได้ ปล่อยให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์ จงอย่ากังวลกับการที่ชินกลับเข้ามาหามุขเลย ชินจะไม่ทำให้มุขต้องร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด มุขสบายใจได้นะ ชินขอแค่ได้ดูแลมุขบ้าง ณ ตอนนี้ได้แค่นี้ชินก็ดีใจจะแย่แล้ว” พูดจบคนพูดยาวเหยียดยื่นนิ้วมือขึ้นบีบจมูกเล็กรั้น

“ก็ตามใจชินเถอะ ถ้าอยากจะขึ้นคานตอนแก่”

“ขึ้นไปพร้อมมุข ชินยอม” ท้ายประโยคยังอดหยอดคำหวานไม่ได้ มุขธิดาส่ายหน้า ก่อนจะลงมือจัดการแกงส้มดอกแคต่อ

“เมื่อวันก่อนชินเจอคุณนนท์ด้วยนะ เจอที่ร้านอาหาร” มุขธิดาหยุดชะงักมือที่กำลังคนน้ำแกงในหม้อ ใบหน้าสวยเรียบนิ่ง ไม่เออออคำใดออกมาทั้งนั้น

“ชินเห็นเขาไปทานข้าวกับผู้หญิงสวยเชียวละ ชื่ออะไรน่า...เอ...ชินว่าชินเคยเห็นในหน้านิตยสารตอนมุขเอามาให้อ่าน แต่ชินจำชื่อของเธอไม่ได้ ดูท่าทางสนิทสนมกันมาก ไม่แน่ใจใช่คนรักของคุณนนท์หรือเปล่า” อนุชินพูดไปเรื่อย โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าเฉยเมยของมุขธิดา เธอฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ผู้ชายคนนั้นคืออากาศธาตุสำหรับเธอตั้งนานแล้วนี่นา

คงนับตั้งแต่วันนั้นที่ร้านอาหาร หลังจากเธอลั่นวาจาต้องการจะจับเขา นายอานนท์ ผู้ชายจิตไม่ปกติ ได้หายสาบสูญออกจากชีวิตของเธออย่างคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  ซึ่งเธอถือว่ามันเป็นเรื่องราวที่ดีสำหรับตัวเองมาก ไม่ต้องคอยระวังจะมีใครมาคอยดักฉุดทำร้าย หรือคอยพูดจาจิกกัดให้ระคายหัวใจ...

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เรื่องราวในชีวิตของเธอกลับตาลปัตร พลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือ มันดีวันดีคืนขึ้นอย่างน่าแปลกประหลาดใจ เพราะมีแต่เรื่องราวดีๆผ่านเข้ามา นับตั้งแต่ไร้เงาของผู้ชายที่ชื่อ อานนท์ เข้ามาผัวพันในชีวิตของเธอก็ว่าได้

 และหนึ่งในนั้นคือ เงินหนี้สินของครอบครัวเธอ ถูกยกเลิกสัญญากะทันหัน เมื่อเสี่ยชัยโทรมาบอกข่าวดีกับป้าละมัยด้วยตัวเอง หลังจากพี่โมชโทรเข้าไปถามไถ่ ทำไมถึงไม่ยอมมาเก็บดอกเบี้ย เสี่ยอนุชัยเป็นผู้รับสาย แต่วันนั้นเขาไม่ได้อธิบายอะไรมาก บอกปัดแค่ยังไม่ว่าง ผ่านมาอีกเดือนเศษเสียชัยถึงได้โทรติดต่อกลับเข้ามาหาป้าของเธออีก เสี่ยชัยบอกข่าวดีกับป้าละมัยได้ทำการยกเลิกสัญญาเงินกู้ ในส่วนที่เหลือให้กับลูกหนี้ที่มีพฤติกรรมจ่ายดอกเบี้ยตรงและครบตามเวลา ถือเป็นการทำบุญครั้งยิ่งใหญ่สำหรับตัว เพราะเดือนนี้ถือเป็นเดือนเกิดของเสี่ย เสี่ยชัยจึงคิดอยากทำบุญ ตอนแรกอาจฟังดูพิลึก มันมีแบบนี้ด้วยเหรอ เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องทำนองนี้จากปากของเสี่ยชัยมาก่อน ใครในซอยละแวกนี้ต่างรู้ถึงกิตติศัพท์เสี่ยชัยดีกันทุกครัวเรือน ทั้งเคี่ยวและขี้งกมากขนาดไหน

และเรื่องดีอีกเรื่องหนึ่ง ทำเอาเธอพี่โมชแทบล้มทั้งยืนเหมือนสวรรค์มาโปรด เกิดมีศูนย์ทนายความเข้ามาในซอยบ้านของเธอ ติดประกาศ สอบถามบ้านไหนมีปัญหาเรื่องคดีความ อยากให้ช่วย พวกเขาพร้อมให้ความช่วยเหลือฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว และบ้านหลังแรกที่ศูนย์ทนายความแห่งนี้มากดกริ่งเรียกเพื่อให้บริการ คือบ้านของเธอนั่นเอง

เรื่องราวดีๆที่พลิกชีวิตครอบครัวหนึ่ง จากทุกข์กลายเป็นสุขได้ชั่วพริบตา ทั้งเรื่องหนี้สินและคดีความของพี่โมช ถูกรื้อคดีขึ้นมาสอบสวนใหม่ทั้งหมด จนทางตำรวจค้นพบหลักฐานชิ้นสำคัญ เพื่อสาวจนถึงคนกระทำความผิดได้ในที่สุด ซึ่งเป็นหลักฐานที่ทางโรงงานทำการปกปิดเอาไว้ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยที่พี่โมชของเธอพ้นจากคดีความทั้งหมด กลายเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างขาวสะอาด เมื่อทางตำรวจจับตัวคนกระทำผิดที่แท้จริง เข้าไปรับชดใช้กรรมในคุกได้ในที่สุด เรื่องราวดีๆทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดนั้น เธอจะถือเสียว่า เป็นเพราะชีวิตของเธอได้หลุดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายอย่างนายอานนท์ บูรณกำจร ออกมา นั่นเอง...

เขามันเป็นตัวซวยสำหรับเธอ...


โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น