Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 11 : คิดอะไรกันหรือเปล่า [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 11 : คิดอะไรกันหรือเปล่า [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2561 17:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 11 : คิดอะไรกันหรือเปล่า [100%]
แบบอักษร

11

คิดอะไรกันหรือเปล่า


“หน้าแม่ง...ไม่จืดเลยอะ”

นังเพื่อนตัวดีพอได้เห็นใบหน้าของฉันหลังจากที่โดนปะแป้งทาหน้าก็หัวเราะร่วนออกมา มันหัวเราะโดยที่ไม่ได้สนสารรูปของตัวเองด้วยซ้ำไปว่าก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากฉันเลยสักนิดเดียว

“เหอะ...” ฉันยกมือขึ้นมาปัดหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อไม่ให้ผงแป้งมันเข้าปากเข้าจมูก ใจจริงอยากจะเช็ดทิ้งเสียด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าพวกพี่ๆ ไม่อนุญาต

“น้องๆ หลังจากแต่งหน้าเสร็จให้เดินไปประจำจุดของตัวเองเลยนะครับ”

ถ้าจะเรียกอะไรแบบนี้ว่าการแต่งหน้าละก็นะ...อ่า ให้ตายสิ

หลังจากที่ผ่านกิจกรรมเข้าฐานต่างๆ มาจนครบ ฉันก็ได้รับอนุญาตให้ออกมาล้างหน้าล้างตาแล้วเปลี่ยนชุดได้ นี่บอกเลยว่าชุดสีดำที่ใส่วันนี้คงไม่เอากลับไปซักแล้วหละ คาดว่าคงทิ้งขยะเลย เอาไปทำผ้าขี้ริ้วก็ยังคิดแล้วคิดอีกอะ แถมแป้งที่เริ่มแห้งบนหน้ามันชักจะทำให้ฉันรู้สึกระคายผิวอย่างบอกไม่ถูก

“ที่ห้องน้ำคนเยอะ เดี๋ยวไปล้างหน้าอีกตึกดีกว่า” พายอาร์พูดก่อนจะเข้ามาลากฉันให้เดินตามมันไปโดยไม่ปรึกษาอะไรสักคำ

เราสองคนพากันเดินมาจนถึงตึกอีกฝั่งของลานกิจกรรม โดยตั้งใจจะมาใช้ห้องน้ำของตึกนี้ล้างหน้าล้างตาของตัวเองให้เรียบร้อย ยิ่งได้มามองตัวเองที่หน้ากระจกแบบนี้ก็รู้สึกหวาดผวาทุกครั้งเลย นี่มันแป้งประเภทไหนกันเนี่ยทำไมสีแบบนี้ แล้วนี่มันลิปสติกใช่ไหมที่ติดอยู่บนแก้มฉันอะ

“จะว่าไปมึงแต่งหน้าแบบนี้ก็สวยนะ” ฉันหันไปพูดกับพายอาร์ที่กำลังตั้งใจล้างหน้าอยู่ อ้อ...ลืมบอก ตอนนี้เราอยู่ห้องน้ำหญิงกันนะ

“สวยเหมือนผีน่ะสิหล่อน” ผู้เป็นเพื่อนมองค้อนใส่ฉันทันที

“อ้าว ปกติไม่เหมือนเหรอ”

“เลวมาก!”

ฉันหัวเราะร่วนเมื่อเห็นสีหน้าแบบนั้นของคนเป็นเพื่อน การได้แกล้งคนอื่นนี่มันช่างมีความสุขจริงๆ

“นี่มีโฟมล้างหน้าหรือเปล่าอะ” พอจะเปิดก๊อกน้ำฉันก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เลยเงยหน้าไปถามพายอาร์ ซึ่งมันไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับยื่นหลอดโฟมล้างหน้ามาให้ฉันแทน “แต๊งกิ้ว”

หลังจากที่ทำความสะอาดใบหน้าและร่างกายของตัวเองพอไม่ให้น่าเกลียด ฉันกับเพื่อนก็ว่าจะไปหาอะไรกินที่ตลาดหลังมอ เนื่องจากสูญเสียพลังงานไปกับการเข้าฐานเยอะเลยวันนี้ ควรจะไปหาอะไรกินเพิ่มพลังเสียหน่อย

“ว้ายๆ อบมึงดูทางนั้น” ทันทีที่ออกมาจากห้องน้ำพายอาร์ก็เกิดอาการผีเข้าสิงกะทันหัน มันพูดแล้วก็ชี้ไปยังทางเดินของตึกที่มีกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังเดินผ่านมาทางนี้

“ทำไม เห็นผู้ชายแล้วผีเข้าเหรอ?”

“ปากร้าย ผู้ชายต้องหล่อด้วยนะยะ” เพื่อนใจหญิงว่าแล้วก็แอบเบ้ปากใส่ฉันเล็กน้อยจากนั้นก็หันกลับไปมองยังผู้ชายกลุ่มนั้นต่อ พวกเขากำลังเดินเข้าใกล้เรามากขึ้นเรื่อยๆ “นั่นพี่แซคของแกปะ”

ไหน?

พอมองดูดีๆ แล้วหนึ่งในนั้นมีเจ้าของร่างสูงที่ฉันเห็นหน้าแล้วเบื่ออยู่ด้วย แล้วเหมือนว่าเขาเองก็จะเห็นฉันแล้วเหมือนกัน

“ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย” ฉันหันไปบอกกับมัน

“อ๋อเหรอออออ” พายอาร์ลากเสียงยาวๆ จนฉันรู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อย “แล้วทำไมพี่เขาต้องเดินแยกออกจากกลุ่มแล้วมาทางเราด้วยวะ”

“มาทางฉันที่นะ...ไหน...เชี่ย!” พูดพร้อมกับหันหน้ากลับไปมองยังกลุ่มรุ่นพี่กลุ่มเดิมเพิ่มเติมก็คือพี่แซคกำลังเดินตรงมาจุดที่พวกเรายืนอยู่อย่างเพื่อนมันบอกจริงๆ

มาทำไม้!

“ทำไมหัวเปียก” คนที่เพิ่งเข้ามาหาเอ่ยถามทันทีเมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน

“มันถูกน้ำ...ก็เปียกดิ” ฉันตอบและตอบสนองด้วยการตีหน้านิ่งใส่เขา ซึ่งก็รู้ดีกว่าไอ้การกระทำแบบนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากการกวนประสาทสักนิด

“อยากโดน?” แน่นอนว่าคนที่มาเหนือก็ต้องเป็นพี่มันอยู่แล้ว

“ก็พี่เขาพาเข้าฐานอะ เอาแป้งเอาอะไรไม่รู้มาทา...เพิ่งได้มาล้างออกเมื่อกี๊เอง” ฉันตอบทันทีเมื่อได้รับสายตาอันเหี้ยมโหดนั่น

พอเป็นแบบนั้นพี่แซคก็ยืนค้นกระเป๋าของตัวเองอยู่สักพักราวกับกำลังหาอะไรสักอย่างมาให้ฉัน ซึ่งสิ่งนั้นก็คือผ้าขนหนูผืนเล็กสีชมพูนั่นเอง

โห...ผู้ชายไรพกผ้าขนหนูสีชมพู

“อะไร...ไม่ต้องมองแบบนั้น ของกองกลางเขาแจกมา เอาไปสิ” พี่มันแทบจะแยกเขี้ยวใส่ฉันอีกรอบเมื่อเห็นสายตาพินิจพิจารณาที่ฉันส่งไปให้ “เช็ดหัวด้วย ผมยาวมันแห้งยาก”

“ช่างใจดีจริงๆ” ฉันรับมันมาก่อนจะใช้เช็ดผมทันที จริงๆ ก็แอบคิดเหมือนกันว่าผมเปียกแบบนี้คงไม่เหมาะสมจะออกมาเดินในที่สาธารณะสักเท่าไหร่

“เขาเอามาให้เป็นผ้าขี้ริ้วน่ะ”

...

“โว้ย เอาคืนไปเลย พี่แม่ง” ฉันรีบดึงผ้าออกจากหัวทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น

“ล้อเล่น” ร่างสูงหัวเราะออกมาก่อนจะรับผ้านั้นคืนไป พี่แซคพอถือผ้าเอาไว้ก็ดึงแขนฉันให้เข้าไปใกล้กับตัวเขา “มานี่เดี๋ยวช่วยเช็ดให้”

“ฮะ? ไม่ต้อง” เมื่อรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายฉันก็พยายามจะขืนตัวเองออกมา แต่ว่าแรงพี่มันโคตรเยอะเลยอะ

สักพักฉันก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสเบาๆ พร้อมกับผืนผ้าที่เช็ดขยี้ไปมาบนหัวของฉันเริ่มตั้งแต่โคนจรดปลายผม จะว่าไปพี่แซคก็เป็นคนที่มือเบากับผมอันบอบบางของฉันอยู่นะ ตอนแรกนึกว่าหัวตัวเองจะหลุดซะแล้วถ้าให้เขาเช็ดให้น่ะ... ยิ่งเขาดึงตัวฉันเข้าไปใกล้เพื่อเช็ดผมให้เท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงกลิ่นกายของอีกคนมากเท่านั้น

ตอนนี้ใบหน้าของฉันอยู่ห่างจากอกพี่มันไม่ถึงห้าเซนต์เลยด้วยซ้ำไป

“อะแฮ่มๆๆ ยังมีตัวประกอบยืนดูอยู่จ้า” เสียงกระแอมที่มาจากบุคคลที่สามดังขึ้น และจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพายอาร์นั่นเอง ตอนนี้มันกำลังทำสีหน้าเหม็นเบื่อยิ่งกว่าโดนพ่นยาฆ่าศัตรูพืชอีก

“อะ เช็ดต่อด้วยล่ะ” พี่แซคหยุดการกระทำดังกล่าวเมื่อโดนพายอาร์ท้วง ก่อนจะโยนผ้าขนหนูมาแหมะลงบนหัวของฉันจากนั้นก็เดินหนีไป

ณ ร้านผัดไทยกุ้งสด

ถ้าจะหาอาหารที่ฉันชอบที่สุดในตลาดแห่งนี้ก็คงหนีไม่พ้นผัดไทยกุ้งสดนี่แหละ ตั้งแต่เคยกินมาฉันว่าเจ้านี้อร่อยมากที่สุด บอกเลยว่าให้กินอีกเดือนนึงก็ทำได้

“อบๆๆ”

เรียกเป็นกบเลยนะนังตัวดี

“อะไร” ฉันเงยหน้าจากจานผัดไทยขึ้นไปมองผู้เป็นเพื่อนที่กำลังกินราดหน้าหมี่กรอบของโปรดมันอยู่

“มึง...ชอบพี่แซคเปล่า” เป็นคำถามที่นอกจากจะไม่มีสาระแล้วยังไม่สร้างสรรค์อีกเสียด้วย ฉันละนึกเกลียดจริงๆ ที่ก่อนหน้านั้นพี่มันเข้ามาหาโดยที่มีพายอาร์อยู่ด้วย

“ใคร? กูอะนะ? ไม่หละ” ฉันพูดพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธไปทันทีแทบไม่ต้องคิดอะไร

“โหๆ พี่แซคล่ะ? ชอบมึงป่ะ” นี่ก็คำถามพิสดารอีกแล้ว...

“ไม่” ฉันคิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าคนอย่างพี่แซคมันจะมาชอบฉันตรงไหนแล้วก็ชอบได้ยังไง ในเมื่อแต่ละวันเราเจอกันก็แทบไม่มีนาทีไหนที่จะไม่กวนตีนใส่กันแบบนั้นน่ะ

“สถานะไหนวะ”

“พี่น้อง” ฉันตอบโดยทันที

“พี่น้องเนี่ยนะ? เรื่องนี้มันต้องมีซัมติงอะเบ้าท์ซัมไทม์” อยู่ๆ คนตรงหน้าก็พูดด้วยภาษาแปลกๆ ออกมา...มันจะรู้ตัวหรือเปล่าเมื่อกี๊ที่พูดน่ะไม่ได้ใกล้เคียงภาษาอังกฤษเลยสักนิด

“ไม่มีซัมติงไรทั้งนั้นอะ กูกับเขาไม่ได้ชอบกัน โอเค้? เลิกถามแล้วกินต่อไปเลย” ฉันบอกมันแล้วก็ชี้ไปที่ถ้วยราดหน้าของคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามด้วยความหงุดหงิด อยู่ๆ มันก็จะมายัดเยียดให้ฉันไปเป็นอะไรมากกว่าพี่น้องกับพี่แซคเนี่ยนะ คิดภาพไม่ออกเลยแฮะ

“สวัสดีสาวๆ พี่นั่งด้วยสิ พี่ชื่อเอสนะครับ”

การปรากฏตัวของบุคคลที่สามระหว่างที่เรากำลังนั่งกินข้าวทำให้ทั้งฉันและพายอาร์มองหน้ากันด้วยความตกใจ ซึ่งสายตาที่เพื่อนมองมาถามในเชิงว่า ‘มึงรู้จักหรือเปล่า’

จริงๆ ฉันก็เหมือนจะรู้จักผู้ชายคนนี้อยู่เหมือนกันนะ...

“พี่เอง...จำไม่ได้เหรอ”

อ่า...ไอ้พี่เอส ผู้ชายแปลกๆ คนนั้นนี่

‘พี่ชื่อเอสนะ’

‘พี่มีเรื่องอะไรกับฉันคะ’

‘พี่ไม่ได้อยากมีเรื่องอะไรกับน้องหรอก แต่พี่อยากคุยอะไรกับน้องสักหน่อย’

‘คุยอะไรเหรอคะ*?’*

‘น้องอยากออกจากการเป็นหลีดใช่ไหมล่ะ’

‘...’

‘พี่ช่วยได้นะ...แต่มีข้อแลกเปลี่ยน’

“อ้อ พี่...มีอะไรหรือเปล่า” หลังจากที่ใช้เวลานึกสักพักฉันก็จำได้ ก่อนจะเอ่ยถามออกมาว่าเขามีธุระอะไรหรือเปล่าทำไมต้องโผล่มาหาฉันตรงนี้

“พอดีอาทิตย์หน้าพี่มีโครงการไปช่วยแพ็คยาแจกผู้ป่วยที่ประสบปัญหา เลยอยากได้คนมาเข้าร่วมโครงการด้วย สนใจไหม” เขาบอก

จะว่าไปแล้ว ผู้ชายคนนี้โผล่หน้ามาทีไรก็มักจะมีเรื่องให้ช่วยตลอดเลย

“ไม่ดีกะ...”

“ไปค่ะ!”

ฉันกำลังจะตอบปฏิเสธไปแต่ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคนังเพื่อนตัวดีก็โพล่งแทรกขึ้นมาเสียอย่างนั้น เป็นบ้าอะไรของมันอีกเนี่ย ทำไมอยู่ๆ ก็อยากจะไปโครงการจิตอาสาแบบนั้น

“ดีเลยครับ งั้นเดี๋ยวกรอกชื่อตรงนี้เลยนะ” พี่เอสพูดและก็ล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาก่อนจะยื่นให้พายอาร์

“ลงชื่อตัวเองเลยใช่ไหมคะ” พายอาร์ถามอีกรอบก่อนจะกดพิมพ์ยุกยิกๆ ลงในโทรศัพท์ของพี่เขา ไม่นานมันก็เงยหน้าขึ้นมามองฉัน “เดี๋ยวกูลงให้มึงด้วย”

“เดี๋ยวๆ เฮ้ย!” ฉันกำลังจะเข้าไปห้ามผู้เป็นเพื่อนแต่ไม่ทัน มันจัดการลงชื่อฉันลงไปเรียบร้อยแล้ว

“โอเค เดี๋ยวพี่จะส่งกำหนดการณ์ให้อีกที ขอเบอร์ติดต่อไว้ด้วยได้ไหมครับ” พี่เอสยิ้มๆ เมื่อเห็นพายอาร์พยักหน้าแล้วพิมพ์เบอร์ตัวเองลงไปอีกอย่างว่าง่าย

“นังอบ เบอร์มึงอะไรนะ” เป็นครั้งแรกที่นังตัวดีถามฉันในเรื่องนี้

“อะไรของมึงเนี่ย ถ้าจะไปก็เอาแค่ชื่อมึงดิ” ฉันค้อนมองผู้เป็นเพื่อนอย่างขัดใจ ถึงยังไงก็จะไม่ยอมบอกเบอร์โทรให้มันไปกรอกข้อมูลเด็ดขาด

“โอ๊ย ไม่เป็นไร กูดูในเครื่องตัวเองก็ได้” แต่คนหัวสูงกลับหยิบโทรศัพท์ของมันขึ้นมาหาเบอร์รายชื่อฉันจากนั้นจึงกลับไปกรอกข้อมูลอีกครั้ง “เสร็จแล้วค่า”

“งั้นเดี๋ยวเจอกันครับ” พี่เอสยิ้มก่อนจะโบกมือลาเราทั้งคู่ จากนั้นเขาก็เดินออกไปพร้อมกับรายชื่อของคนเข้าร่วมโครงการจิตอาสา

ขวับ!

ฉันหันหน้าไปมองพายอาร์ด้วยสายตาอาฆาตทันที

“เป็นบ้าไรของมึง ทำไมอยู่ๆ ถึงจะไปลงโครงการอะไรแบบนั้น” ตั้งแต่รู้จักกับอีกฝ่ายมา มันไม่น่าจะใช่คนที่ชอบเรื่องจิตอาสาอะไรแบบนี้เสียหน่อย

“ก็โครงการนั้นพี่หมอก้านก็เข้าร่วมอะ กูอยากใกล้ชิดพี่หมอ” มันว่าพร้อมกับทำหน้าตาเคลิ้มเหมือนคนเมากัญชาไม่มีผิด

“นังบ้าผู้ชาย!” ฉันไม่รู้จะสรรหาคำด่าคำไหนมาให้มันอีกแล้ว เบื่อจริงๆ

“ว่าแต่กูเหอะ มึงอะรู้จักผู้ชายหลายคนนะเนี่ย กูคาดไม่ถึงเลย” ผู้เป็นเพื่อนตอบกลับมาแล้วก็เบะปากใส่ฉันทีนึง “นี่ซ่อนผู้ไว้กี่คนกันยะ”

“ซ่อนผู้อะไร พูดจาผีมาก”

“โอ๊ะ จริงด้วย มึงมีแค่พี่แซคนี่นะ” นังตัวดีว่าแล้วก็พยักหน้าขึ้นลงเล็กน้อย “จะว่าไปเมื่อก่อนหน้านั้น พี่เขาก็ทำตัวเหมือนเป็นแฟนมึงเลยนะ”

“พี่มันกวน” ฉันตอบเพื่อนไปแบบไม่ลังเล

“กวนแบบนี้ก็อยากโดนกวนบ้างจัง” มันพูดและตักราดหน้าเข้าปากไปด้วย แต่ระหว่างที่เคี้ยวอาหารในปากอยู่มันก็ทำสีหน้าตกใจขึ้นมาพร้อมกับตีแขนฉันรัวๆ อย่างไม่แรงมากนัก

“อะไร?” ฉันมองการกระทำของผู้เป็นเพื่อนอย่างแปลกใจ

“อูอู้นๆๆ” ถ้าใช้เครื่องแปลภาษาของโดเรม่อนมันน่าจะพูดว่า ‘ดูนู่นๆ’ หรือเปล่านะ?

ฉันมองไปตามนิ้วชี้ของพายอาร์ไปเรื่อยๆ ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือของโต๊ะ สายตาฉันมองภาพตรงหน้าอย่างตั้งใจเพื่อหาว่าอะไรกันที่เพื่อนจะให้ดู และสักพักฉันก็เหมือนจะหาเจอแล้วซึ่งแน่ใจมากด้วยว่านี่คือสิ่งที่พายอาร์จะให้ฉันดู นั่นก็คือร่างของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินมาด้วยกันด้วยท่าทางสนิทสนม

“อืม แล้วยังไง” ฉันหันกลับมามองผู้เป็นเพื่อนที่กำลังจะสำลักราดหน้า

“ถามแบบนี้คือยังไง? นั่นพี่หยาดกับพี่แซคเลยนะ” มันขมวดคิ้วแล้วก็หันกลับไปมองยังสองคนนั้นต่อ

“แล้ว?” ฉันรู้น่า...เขาก็แค่อยู่ด้วยกันมันมีเรื่องอะไรให้น่าตกใจขนาดนั้น?

“นี่มึงรู้หรือยังว่าสองคนนี้เคยคบกัน”

“มึงนี่ตัวเผือกขั้นเทพจริงๆ” ฉันหัวเราะหลังจากที่ได้ยินแบบนั้น พายอาร์จัดเป็นหนึ่งในมนุษย์ที่รอบรู้เรื่องชาวบ้านดีกว่าใคร อยากรู้อะไรให้ถามพายอาร์ไม่เกินห้าชั่วโมงได้คำตอบแน่นอน (รับปรึกษาเฉพาะเรื่องชาวบ้าน)

“แสดงว่ามึงรู้แล้ว ทำไมเขามาเดินด้วยกันวะ? หรือจะเป็นรักรีเทิร์น”

“เหมือนจะเป็นแบบนั้นแหละ” ฉันหันกลับไปทิศทางเดิมที่พี่แซคกับพี่หยาดอยู่ ตอนนี้สองคนนั้นกำลังเดินเลือกซื้อของกันอยู่โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกคนจับตามอง

แต่พอผ่านไปสักพัก ด้วยความเป็นโรครู้สึกตัวช้าฉันก็เลยเพิ่งจะคิดอะไรบางอย่าง เพราะเมื่อหลายวันก่อนพี่มันเคยบอกกับฉันว่า

‘ที่ถามว่าถ้าแฟนเก่ามาขอคืนดีกูจะทำยังไงน่ะ ตอนนี้กูคงไม่กลับไปคบกับเขาอีกแล้วหละ’

‘อ้าว ทำไมล่ะ’

‘เพราะตอนนี้กูมีคนที่ชอบแล้ว’

เหอะ...ขี้โกหกจริงๆ


ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

อย่าลื้มเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย

ติดตามได้ที่ Facebook : Castle-G | Twitter/IG : @castleglint

[สามารถเข้าไปคุยกับบอิพี่ได้ที่ ]

Ark fm. : ZacS. @zac_jinnapat

**

ความคิดเห็น