YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 20]

คำค้น : คนโปรด,สมิธ,ลูคัส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.9k

ความคิดเห็น : 76

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2561 14:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 20]
แบบอักษร

คนโปรด 20

“โห!นี่มึงหอบอะไรมาเยอะแยะเลยเนี่ย”ไอ้ตี๋ทักขึ้นเสียงดีงเมื่อเห็นผมหอบถุงพะรุงพะรังเข้าห้องเรียน

“เครื่องซักผ้ามั้งสัส ก็เห็นอยู่”ผมก็ตอบมันไปตามนิสัย

“ไอ้เหี้ยนี่ กูถามดีๆเสือกมากวนตีน มึงไม่กวนตีนกูสักวันมันจะตายป่ะ”

“ไม่ตาย แต่เหมือนจะขาดใจ”ผมวางถุงของลงข้างโต๊ะเลคเชอร์ของตัวเองก่อนจะหันไปยักคิ้วกวนตีนไอ้ตี๋น้อย ไอ้เซนท์พุ่งเข้ามาบีบคอผมด้วยความหมั่นไส้เหมือนที่มันชอบทำประจำ แต่คราวนี้ขาผมไม่ค่อยมีแรงบวกกับเจ็บสะโพกด้วยเลยรับแรงไอ้ตี๋ไว้ไม่อยู่ ล้มโครมไปตามๆกันทั้งสองคน

“โอ้ย!”ผมอุทานไอ้คำเดียวเท่านั้นแหละครับ เจ็บจนพูดไม่ออกเลย ที่เจ็บสุดก็ก้นกูนี่แหละสาดดด แถมผมยังเป็นเบาะรองรับไอ้เชี่ยเซนท์อีก

“เฮ้ย!ขอโทษ มึงเป็นไรมากไหมวะ”ไอ้ตี๋ถามลนๆเพราะหน้าผมคงแสดงทุกอย่างออกหมดแล้ว

“เออ เอากูขึ้นก่อน”ไอ้ทศที่นั่งอยู่ใกล้ๆเป็นคนดึงมือผมให้ลุกขึ้นแทน ส่วนไอ้เซนท์มันลุกขึ้นเองได้เพราะไม่ได้เจ็บอะไร

“กูไม่ได้ตั้งใจนะมึง ก็ปกติมึงไม่เคยล้มอ่ะ”วันนี้กูไม่ปกติไงครับ

“เออไม่เป็นไร กูตั้งตัวไม่ทันเฉยๆ”

“แต่เมื่อกี้มึงร้องดังมากเลยนะ อย่างกับควายถูกเชือดคอ”ผมผลักหัวไอ้ตี๋แรงๆไปทีเพราะหมั่นไส้คำพูดของมัน

“ควายมันถูกเชือดคอจะร้องได้ไงไอ้โง่ ว้ายๆๆ”ผมแลบลิ้นล้อเลียนมัน เลยถูกกำปั้น(ไม่เล็ก)ฟาดใส่ตัวไปหลายที

“เมื่อกี้กูน่าจะกระทืบมึงซ้ำอีกที”มันเบะปากให้อย่างงอนๆ

“ฮ่าๆๆ ไม่งอนพี่นะน้องโอ๋ๆ นี่กูอุตส่าห์ซื้อของมาฝาก”

“อะไร?”แหนะ!หูผึ่งเชียว ผมหยิบถุงใบหนึ่งขึ้นมาแล้วยื่นให้ไอ้เซนท์ มันรับไปแล้วเปิดดูก่อนจะทำตาโต(ที่ไม่ค่อยโตเท่าไหร่)มาทางผม

“ของแพงเลยนี่หว่า”มันหยิบกล่องนาฬิกาออกมา พอเห็นว่าเป็นรุ่นที่ตัวเองอยากได้ก็ตาวาวใส่ผมทันที

“ถามจริงมึงไปรวยมาจากไหนวะ ช่วงนี้เปย์เพื่อนบ่อยเกิ๊น”มีคนเปย์กูมาอีกทีไง

“กูไม่ได้รวย แต่มีคนอวดรวยกับกู กูเลยผลาญเล่นแม่ง”ผมยักคิ้วตอบไอ้ตี๋กวนๆ มันหรี่ตามองผมอย่างจับผิด แต่ผมก็เนียนไง มันจับไม่ได้หรอก

“คนที่ให้แบล็คการ์ดมึงคราวก่อนอ่ะนะ?”ผมไม่ตอบแต่ยิ้มแทน ไอ้ตี๋ก็ขี้เกียจเซ้าซี้มันเอ่ยขอบคุณผมแล้วหันไปชื่นชมกับนาฬิกาต่อ คือบ้านมันรวยมากนะครับไอ้เซนท์เนี่ย แต่มันเป็นคนใช้เงินเป็นไงกว่าจะซื้อของได้แต่ละอย่างนี่คิดแล้วคิดอีกไม่ค่อยใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอย่างผมหรอก ของแพงๆบนตัวมันก็มีแต่ไอ้ดีเปย์ให้ มีอยู่เรื่องเดียวที่ไอ้ตี๋ยอมเสียเงินอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังคือเรื่องแดกครับ มันถึงได้อ้วนไง(แค่อวบเถอะ!)

ผมหยิบถุงของให้ไอ้ทศกับไอ้ดีคนละถุง ก็เป็นพวกเข็มขัด นาฬิกา อะไรเทือกๆนั้น เพราะผมไม่รู้จะซื้ออะไรให้พวกมันจริงๆอ่ะครับ ที่เหลือก็เป็นของไอ้น้องรันต์3-4ถุง พวกเสื้อผ้ารองเท้า อยากเห็นมันเลิกแต่งตัวเฉิ่มๆสักที- -

ตอนเที่ยงพวกผมก็ไปทานอาหารที่โรงอาหารคณะเพราะไอ้ทศอยากไปหาเมียแล้วผมก็จะเอาของไปให้มันด้วย ตอนแรกไอ้น้องรันต์ทำท่าจะไม่รับของจากผมเพราะเกรงใจแต่ผมก็บังคับมันไงครับ น้องมันเลยรับไปทั้งหน้างอนๆเลยโดนผมล็อคคอไปที

ระหว่างเดินขึ้นตึกไปเรียนช่วงบ่าย เสียงมือถือผมก็ดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นเบอร์ใครโทรมาผมก็ให้เพื่อนเข้าห้องไปก่อนแล้วกดรับสาย

“มีไร?”ผมถามปลายสายกวนๆ

(โห่!พูดแบบนี้มันน่าโทรหาไหมเนี่ย)

“ไม่อยากโทรก็ไม่ต้องโทรดิ”ผมแกล้งพูดเหมือนไม่แยแส ทำเอาอีกคนเกือบงอนทั้งๆที่ตัวโตยิ่งกว่าควายไบซัน(?)

(เหอะ!)

“แล้วมีไรถึงโทรหาผมแต่เช้า”ที่นี่เกือบบ่ายที่นั่นน่าจะเช้าตรู่

(โทรหาเพราะคิดถึงไม่ได้รึไง?)เสียงเขากระเซ้าเย้าหยอกมาเหมือนลืมเรื่องที่งอนก่อนหน้านี้ไปแล้ว

“ไม่เชื่อหรอก”

(จริงจริ๊ง...แล้วอาการเราน่ะเป็นไงบ้าง)

“ก็เรื่อยๆแต่ผมไม่ได้กินยาทุกวันเหมือนตอนแรก”ผมอัพเดตอาการล่าสุดให้หมอประจำตัวฟัง

(เห...ดีนี่ ว่าแต่เสร็จมันรึยัง)เขาถามเสียงเบาเหมือนระมัดระวังปฏิกิริยาจากผม

“...จะเหลือเหรอ”ผมตอบเกรย์ไปตามความจริง

(ฮ้า!กูว่าแล้วไง!แล้วอาการเป็นไงบ้าง)

“ก็กลัวอ่ะดิถามแปลก ตัวสั่นหน่อยๆแต่ไม่มากเท่าเมื่อก่อน ไม่รู้สิเกรย์ผมรู้สึกว่ามันยั้งแรงนิดๆแต่ถ้าโดนแบบนี้บ่อยๆก็ไม่ไหวหรอก”

(มันคงพยายามยั้งอารมณ์สุดๆแล้วมั้ง)เกรย์พึมพำเสียงเบาทำให้ผมได้ยินไม่ชัด

“ห๊ะ!เมื่อกี้พูดอะไรวะเกรย์”

(เปล่าๆ เอาเป็นว่านายก็อย่าไปยั่วโมโหมันบ่อยนักล่ะ)

“ก็มันอดไม่ได้”

(ระวังจะเจ็บตัวหนักกว่าเดิม)เกรย์เอ่ยเตือนเสียงจริงจัง เพราะยังไงก็ไม่มีใครห้ามมันได้อยู่แล้ว

“เฮ้อ...นี่มีวิธีที่จะทำให้มันคลั่งโดยที่ผมไม่เจ็บตัวไหมอ่ะ”ผมโยนหินถามทาง คือโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวมันไม่ใช่ผมเว้ยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาคืนมันยังไงนี่สิ และถ้าจะให้ผมไปใช้กำลังต่อยตีมันซึ่งนอกจากจะเป็นวิธีที่ผมไม่ชอบแล้วผมก็ไม่ถนัดด้านนี้สุดๆ ถึงผมไปเรียนมายังไงก็สู้มันไม่ได้อยู่ดีแหละ ขนาดไอ้ทศทักษะการต่อสู้อย่างเทพมันไม่ยังไม่กล้าพูดว่าตัวเองจะล้มพี่มันได้เลย แล้วผมอ่ะเป็นใคร?จะไปล้มมันได้

ผมโตแต่ตัวนะ แต่หัวใจผมบอบบาง(แหวะ!จะอ้วกตัวเอง)

(ไอ้มีก็มีอยู่หรอก แต่นายจะกล้าทำรึเปล่าล่ะ?)เกรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกับทำเรื่องสนุก

“ยังไง?”

+++++++++++++++++

ตอนเย็นหลังเลิกเรียนผมชวนเพื่อนในแก็งค์ไปทานข้าวเย็นด้วยกันที่ร้านนั่งชิลไม่ไกลจากมหาลัยนัก ผมกะกินข้าวนั่งฟังดนตรีสดพร้อมดื่มเบียร์เย็นๆสัก2-3ทาวเวอร์แล้วค่อยกลับ คงไม่เกินสี่ทุ่มหรอกมั้ง ถึงเกิน...ก็ช่างหัวมันดิ

ผมไม่ได้เอารถมาเรียนเองเลยกะติดรถไปกับไอ้ทศ มันก็โอเคแต่บอกว่าจะไปรับเมียอีกตึกก่อนซึ่งผมก็ตามไปด้วย ส่วนไอ้ดีกับไอ้เซนท์ก็กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยไปเจอกันที่ร้านทีเดียว

เหตุการณ์ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่นไปได้ด้วยดี แต่พอไอ้ทศเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนกอดเมียตัวเองเท่านั้นแหละ ความบรรลัยก็บังเกิด!

มันตรงเข้าไปกระชากไอ้รันต์ออกแล้วกอดไว้ พวกมันคุยกันอยู่ไม่กี่ประโยค แต่ที่รู้ๆคือไอ้เวนที่กอดไอ้น้องรันต์กวนตีนมาก สงสัยว้อนจะกินตีนไอ้ทศซะให้ไอ้ แล้วก็จะเป็นอย่างนั้นจริงๆเมื่อไอ้ทศถลาจะพุ่งเข้าไปชกมัน ไอ้รันต์ที่กอดแขนผัวไว้ก็แทบจะเอาไม่อยู่ มันจึงร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครกล้าจับไอ้ทศแล้วไงตอนนี้ ผมที่เพิ่งเดินตามมาทันจึงช่วยมันจับแขนไอ้ทศไว้อีกข้าง แต่ไอ้เหี้ยผมทองที่กอดไอ้รันต์(เปลี่ยนสรรพนามเร็วมาก)ก็ยังยั่วมือยั่วตีนเพื่อนผมไม่หยุด

“เหอะ!ใช้แต่กำลัง คนแบบนี้หรอจะดูแลพี่รันต์ได้”

“หยุดพูดนะริว!”ไอ้น้องรันต์พยายามห้ามปรามไอ้เด็กนั่น แต่เพื่อนกูมันไปแล้วไงครับ และคนที่ซวยตามไปติดๆก็ผมนี่แหละ!

ไอ้ทศปลดแขนไอ้รันต์ออก ส่วนผมมันสะบัดออกอย่างแรง(ไอ้เพื่อนเหี้ยที่โคตรสองมาตรฐาน)มันพุ่งเข้าไปชกไอ้หัวขี้นั่น ส่วนผมล้มก้นกระแทกพื้นเต็มๆเลย

“โอ๊ย!เชี่ยทศ สะโพกกูไปหมดแล้ว คนยิ่งเจ็บๆตูดอยู่”ผมพึมพำโอดครวญอย่างเจ็บปวด ไอ้รันต์ที่เห็นผมล้มลงก็ละล้าละลังไม่รู้ว่าจะเข้ามาช่วยผมก่อนหรือไปห้ามคนชกกันก่อนดี ผมจึงโบกมือให้มันว่าไม่เป็นไร ให้มันไปดูผัวมันเถอะก่อนที่ไอ้เชี่ยทศจะเผลอฆ่าคนตายในมหาลัยแล้วแม่งจะเป็นเรื่องอีก

“ลุกไหวป่ะ?”ไอ้เด็กที่น่าจะเป็นเพื่อนสนิทไอ้รันต์เลิกคิ้วถามผมเหมือนไม่มีตา ก็เห็นๆอยู่ไหมว่ากูเจ็บ!

“ไม่ไหวไอ้สัส ช่วยกูดิ๊”ผมยื่นมือให้มัน มันก็จับมือผมแล้วฉุดให้ลุกขึ้น

“หนัก”มันบ่น

“หุ่นกูนี่เหมือนคนผอมมั้ง”ผมโต้คืน มันจึงไหวไหล่แล้วหันไปสนใจคนชกกันต่อ ไม่สิ…ไอ้ทศชกเขาฝ่ายเดียวต่างหาก

ไม่นานศึกก็สงบลงอย่างรวดเร็วเมื่อไอ้น้องรันต์ยื่นคำขาดห้ามทัพได้ ที่น่าแปลกใจคือไอ้น้องรันต์ทิ้งผัวแล้วไปกับไอ้หัวสีขี้นั่นอ่ะดิ

อารมณ์ไอ้ทศตอนนี้แม่งน่ากลัวมาก เย็นยะเยือกจนกูขนลุกไปหมด ที่สำคัญเลยคือเราไม่มีรถกลับเพราะมันเอารถให้เมียไปส่งคนอื่นแล้ว เจริญล่ะเพื่อนกู

“แล้วกลับไง?”ผมถามเพราะต้องกลับไปเปลี่ยนชุดที่คอนโดฯกันก่อน

“แท็กซี่มั้ง”มันตอบแบบขอไปที

“ขี้เกียจเดิน หน้ามออยู่ตั้งไกล”

“’งั้นโทรเรียกพี่กูมารับ”มันพูดนิ่งๆ

“หน้ามอก็ไม่ไกลมาก เดินไปแปบเดียวก็ถึงเนอะ” แม่งพาลใส่กูชัดๆ

++++++++++++++++++++

สุดท้ายก็มาจบอยู่ที่ร้านไอ้ดีเพราะมันไม่มีอารมณ์จะไปนั่งชิลกับผม ผมก็ตามใจเพื่อนอ่ะครับ เห็นมันดูซึมๆคงน้อยใจเมีย แต่กูไม่สงสารสารมึงหรอก จะหึงใครไม่หึงเสือกหึงน้องเมียตัวเอง(ผมถามมันทีหลัง) แม่งเป็นไปเยอะแล้วเพื่อนผม

แต่เห็นอาการเพื่อนแล้วก็สงสารครับ สงสัยกามเทพตัวน้อยๆอย่างผม(?)คงต้องแผลงฤทธิ์ซะแล้ว ผมจึงเริ่มปฏิบัติการโทรไปอำไอ้น้องรันต์เล็กๆน้อยๆ

(ครับพี่)

“มึงอยู่ไหนวะ?”

(คอนโดฯครับ)

“มึงว่างไหมอ่ะ”

(ว่างครับ ทำไมหรอพี่)

“มารับผัวมึงหน่อย มันแย่แล้วเนี่ย!”

(...ที่ไหนครับ)

ไม่นานเกินรอไอ้น้องก็มาถึงห้องที่พวกผมดื่มกัน พอมันเห็นไอ้ทศไม่ได้เป็นอะไรสายตามันก็เหมือนเข้าใจบางอย่าง มันเหลือบมองผมนิดๆแล้วก้มหน้าลงเหมือนไม่รู้จะทำอะไรต่อ ผมจึงเอ่ยชวนให้มันมานั่งด้วยกัน

“เอ้า! มาแล้วเสือกยืนเอ๋ออยู่ได้นะมึง ไปนั่งดิ”

“มาๆน้องรันต์ มานั่งกับพี่นี่มา ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเลย”ไอ้เซนท์กวักมือเรียกไอ้น้องรันต์ให้ไปนั่งกับตัวเอง

“น้องรันต์จะดื่มหรืออยากกินอะไรไหม เดี๋ยวพี่กดสั่งให้”

“ไม่ล่ะครับ ผมอาบน้ำแปรงฟันแล้ว”

“สักหน่อยเถอะน่า เดี๋ยวกูสั่งให้เอง”ผมกดสั่งของกินและเบียร์ให้น้อง พอพนักงานนำมาเสิร์ฟมันก็ทำท่าไม่ค่อยอยากดื่มแต่ผมก็พยายามคะยั้นคะยอมัน “แดกๆไปเลยมึง กลับไปค่อยแปรงฟัน”

“ผมขับรถมา”

“แก้วเดียวไม่เมาหรอก แสรดดด” สุดท้ายไอ้น้องรันต์ก็ยอมยกเบียร์ขึ้นดื่ม ผมเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมืออีกสิบนาทีจะสี่ทุ่ม...ช่างแม่ม

เรานั่งดื่มกินกันไปเรื่อยๆ พอเบียร์ในแก้วไอ้น้องรันต์หมดอยู่ๆมันก็ลุกขึ้นจะออกจากห้องเหมือนเริ่มจะงอนผัว แต่ไอ้เชี่ยทศก็คว้าตัวไว้ได้ก่อน แต่ง้อกันงุ้งงิ้งไปตามประสาแถมยังมาดูดปากกันแบบไม่เกรงใจพวกกูเลย...ระหว่างนั้นผมก็ใช้เท้าสะกอดแขนไอ้เซนท์

“ไอ้เหี้ยสมิธ มึงเรียกกูดีๆก็ได้”มันทำหน้ายุ่งใส่ผม เหอะๆ

“กูกลัวมึงไม่รู้สึกตัว กูว่าตอนนี้พวกเราควรกลับเถอะว่ะ”

“กลับก็กลับ”

“มึงเรียกไอ้สองคนนั้นดิ๊ กูขี้เกียจขัดพวกมันละ กูขัดบ่อยจนไอ้เหี้ยทศจะถวายตีนให้อยู่แล้ว”

“ไม่เอา”ไอ้เซนท์ไม่กล้าเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงด้วย

“เหอะน่ามันไม่ทำไรมึงหรอก กูขัดพวกมันบ่อยแค่กลัวกรรมตามสนอง”กรรมจากตีนไอ้ทศนั่นแหละ

“เออก็ได้”

“เอ่อคือ...กูว่าเรากลับกันเลยดีไหม”ไอ้เซนท์โพล่งขึ้นแบบโคตรไม่มีเซนท์ ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะไอ้น้องรันต์ดีดตัวออกจากไอ้ทศทันที มันหน้าแดงแต่ไอ้เหี้ยทศที่ตาเขียวอยู่แล้วกลับเรืองเข้มยิ่งกว่าเดิมเพราะความหงุดหงิด

“อย่ามองกูแบบนั้น กูไม่ได้อยากขัด แต่ไอ้สมิธมันบอกให้กูทำอ่า มันว่ามันขัดบ่อยแล้วเดี๋ยวกรรมตามสนองมัน”โหไอ้เพื่อนกตัญญูเอาตัวรอดก่อนเชียว

“อ้าวไอ้เชี่ยเซนท์ โยนขี้มาให้กูเฉยเลย”

“ก็มึงบอกกูจริงๆนี่”

“เหรออออ”

“เอออออ”ผมหมั่นไส้กับท่าทางลอยหน้าลอยตาของมันมากเลยลุกขึ้นไปล็อคคอมันไว้แล้วตบหัวมันเบาๆ เราทะเลาะกันอยู่สักพักโดยที่ไอ้ดีก็ไม่ได้ห้ามอะไร แต่เป็นไอ้เหี้ยทศเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

“กูกลับแล้วนะ วันนี้ลงบิลกูไว้”แม่งชิ่งก่อนพวกกูอีก แต่ก็โชคดีที่มันเลี้ยงอีกแล้ว(แอบงก)

ไอ้ดีเรียกลูกน้องมาเคลียร์โต๊ะ แล้วก็สั่งงานนิดหน่อยก่อนจะพากันกลับ แต่ผมเพิ่งจะนึกได้ว่าจะขอให้ได้ทศไปส่งผมหน่อย เพราะถ้าให้ไอ้ดีไปส่งที่คอนโดฯไอ้ปีศาจนั่น ไอ้เซนท์คงถามนู่นนี่นั่นไม่หยุดอีก

ผมรีบเดินไปยังลานจอดรถเผื่อพวกมันยังไม่ออกไปก็ ถามเด็กโบกรถมันก็บอกว่าไอ้ทศเดินไปบล็อกนี้ พอผมเดินตามไปก็เห็นมันกับเมียกอดกันอยู่

“นี่พวกมึงมายืนซึ้งกอดอะไรกันอยู่ตรงนี้ กูคิดว่ากลับไปนานแล้วนะเนี่ย”ผมเอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะจริงๆนะครับ พวกมันผละออกจากกันแถมไอ้น้องรันต์ยังตาแดงๆเหมือนคนร้องไห้อีก

“น้องรันต์ร้องไห้หรอ! ทะเลาะอะไรกันอีกอ่ะ”ไอ้เซนท์เป็นคนทักขึ้นแทน

“เปล่าทะเลาะนะครับ เราคุยอะไรกันนิดหน่อย ผมบ่อน้ำตาตื้นเอง”ไอ้น้องรันต์บอกยิ้มๆ

“จริงหรอวะ?”ไอ้ดีถามย้ำไอ้ทศ ลึกๆแล้วมันก็คงเอ็นดูไอ้รันต์เหมือนกัน ไอ้ทศก็พยักหน้ารับ

“เออๆ ไม่มีอะไรก็ดีละ พอดีเลยไอ้ทศกูกลับกลับมึงนะ ไอ้ดีจะได้ไม่ต้องอ้อมไปส่ง”ผมบอกไอ้ทศไปตรงๆ

“ไม่ได้ รันต์ขี่มอเตอร์ไซต์มา”

“อ้าว งั้นมึงไปส่งกูไอ้ดี” ผมหันไปฉีกยิ้มให้ไอ้ดีแทน

“กูคนขับรถมึงหรอสัส”โดนมันด่าไปหนึ่งดอก แต่ยังไงมันก็คงไปส่งผมนั่นแหละ

“ทีไอ้เซนท์มึงยังอ้อมโลกไปส่งได้ อย่ามาสองมาตรฐาน แสรดดด”ผมเหน็บมันหน่อยๆ ในกลุ่มมีแต่คนสองมาตรฐานกับกูตั้งแต่ไอ้เหี้ยทศเมื่อตอนเย็นละ

เอี๊ยด!เสียงจอดรถดังขึ้นไม่เบาหน้าทางเข้าลานจอดรถ รถเมอซิเดสสีขาวที่คุ้นตาจอดอยู่ พร้อมกับโทรศัพท์ผมที่ดังขึ้น...

“เชี่ยสมิธ รับดิโทรศัพท์มึงดังอ่ะ”ไอ้เซนท์บอกเพราะมันจำเสียงริงโทนผมได้ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ไม่เคยเมมเบอร์ไว้หรอก แต่สมองเสือกจำได้ว่าเป็นเบอร์ใคร ผมหน้าซีดลงเรื่อยๆและไม่กล้ากดรับโทรศัพท์ แม้จะคาดการณ์ไว้ว่ามันน่าจะรู้ว่าผมอยู่ไหน แต่เอาจริงๆก็ยังรู้สึกกลัวๆมันอยู่ดี

มันอารมณ์เหมือนมนุษย์ปกติเขาที่ไหนล่ะ ดีก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าไม่ดีมันก็เลวได้สุดเหวี่ยงเลยล่ะ

“มึงรับสักทีดิ ไม่รับเดี๋ยวกูรับให้เอง มา!”ไอ้เซนท์ทำท่าจะฉวยโทรศัพท์จากมือผมไปรับให้แทนเพราะเห็นมันดังขึ้นและดับลงไปหลายครั้ง แต่ผมก็เบี่ยงตัวหลบมันได้ทันและกดรับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอีกรอบ

“ไม่ต้อง!! กูรับเอง”ติ๊ด!

(มาขึ้นรถ)มันเอ่ยสั้นๆแต่น้ำเสียงกำลังหงุดหงิดได้ที่เลย

“อืมรู้แล้ว จิ๊!”ผมก็ตอบกลับมันไปอย่างหงุดหงิดเช่นกัน จากนั้นจึงหันไปลาเพื่อน“กูกลับล่ะ”

“ไม่ให้กูไปส่งแล้วหรอ”ไอ้ดีถามด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่

“ไม่อ่ะมีคน(เหี้ย)มารับกูแล้ว ไปล่ะ”ผมหันไปยิ้มให้เพื่อนแล้วเดินตรงไปที่รถมันจอดอยู่ คือถ้ามันมาหงุดหงิดขนาดนี้ไม่รู้ว่าคืนนี้ผมจะโดนหนักมากแค่ไหน พรุ่งนี้จะตื่นไปเรียนไหวไหมวะ มีเช็คชื่อตอนเช้าด้วยนี่สิ คิดได้ดังนั้นผมจึงหันไปบอกเพื่อนเอาไว้ก่อน

“อ่อ ถ้าพรุ่งนี้ไม่เห็นกูไปเรียน อย่าลืมเซ็นชื่อให้กูด้วยนะ”พูดจบผมก็รีบเดินต่อ กลัวไอ้เหี้ยเซนท์ถามว่าเพราะอะไรแล้วจะหาคำตอบให้มันไม่ได้

+++++++++++++++++

“จะไม่พูดอะไรเลยใช่ไหม?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบกันอยู่นานตั้งแต่ผมขึ้นรถจนเข้ามาในลิฟท์

“...”

“สมิธ” ระดับเสียงเย็นขึ้นทันที บรรยากาศภายในลิฟท์อึดอัดขึ้นทันตา การ์ดที่ยืนอยู่ด้านหน้าสองคนก้มตัวเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติเพราะน้ำเสียงกดดันจากมัน

“จะให้กูพูดอะไร มึงเห็นยังไงก็อย่างนั้นแหละ” ผมเหยียดริมฝีปากยิ้มเยาะอย่างกวนตีน คิดว่ามันคงเห็นเพราะลิฟท์เป็นกระจกเงาทั้งตัว

“คำพูดพี่ ไม่มีความหมายเลยใช่ไหม”

“เหอะ! มึงคิดว่ามึงเป็นใคร อย่ามาสำคัญตัวผะ...อึ่ก!” คอผมถูกมือเรียวบีบเข้าที่คอดันติดกับผนังลิฟท์อย่างแรงจนพูดไม่ออก ผมใช้สองมือแกะมือมันมือเดียวไม่ออก ยิ่งทำมันก็ยิ่งเพิ่มแรงบีบ มันบีบแรงชนิดที่ว่าลมหายใจผมขาดเป็นช่วงๆ

“อย่า-ปาก-ดี” ดวงตาสีเขียวเข้มต่างจากน้องชายวาวโรจน์ขึ้นอย่างดุดัน

“...” ผมไม่ตอบอะไร แม้จะรู้สึกทรมานแทบตาย แต่สายตาก็มองตอบมันอย่างไม่ยอมแพ้ จนกระทั่งสายตาผมเริ่มพร่ามัวแทบบังคับสติตัวเองไว้ไม่ไหว เพราะสมองได้รับออกซิเจนน้อยเกินไป แรงบีบรักที่คอจึงคลายออก ผมหมดแรงทรุดฮวบลงกับพื้นทันที

ติ๊ง! ประตูลิฟท์เปิดออกพอดี

“ลากมันไป” พูดจบมันก็ก้าวเดินนำออกจากลิฟท์ การ์ดสองคนรีบเข้ามาหิ้วปีกแขนทั้งสองข้างให้ตามออกไปทันที ผมถูกพาตัวมาไว้ห้องที่ใช้นอนประจำ ไม่ได้ขัดขืนดิ้นรนแต่อย่างใด แม่งรู้สึกไม่ค่อยมีแรง ถึงผมจะไม่เมามากแต่ก็กรึ่มๆไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนเชี่ยทศตั้งแต่หัวค่ำ ไอ้ดีไอ้เซนท์น่ะตามมาทีหลัง

“ถอดเสื้อผ้ามันออก” ผมหันควับไปมองต้นเสียงด้วยความตกใจ โยและการ์ดอีกคนหันไปมองมันอย่างไม่เชื่อหูทันที  ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ อย่างที่เคยบอกว่ามันไม่ชอบให้คนอื่นแตะต้องตัวผมโดยไม่จำเป็น อย่าว่าแต่ถอดเสื้อผ้าเลย ตอนเด็กแค่มีการ์ดคนหนึ่งเห็นผมเปลือยท่อนบนโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากนั้นผมไม่เห็นหน้าคนนั้นอีกเลย

“นายหมายถึง ถอดแค่เสื้อใช่ไหมครับ”โยเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ

“ถอดทั้งหมด ทุกชิ้น” โยคร่อมหัวรับคำสั่ง แล้วเดินมาหาผมที่เตียง

“ไม่ต้อง! ผมถอดเอง!” กับอีแค่ถอดเสื้อผ้า ผู้ชายด้วยกันไม่เห็นจะเป็นไร แม้ตามตัวผมจะพร่างไปด้วยรอยสีกุหลาบจากความระยำของมันก็ตาม ผมกระดากเล็กน้อยจากสายตาทั้งสามคู่เมื่อเปลือยไปทั้งตัว

เหอะ! แล้วมาดูกันว่าใครจะทนไม่ได้ก่อน โยและลูกน้องรีบก้มหน้าไม่กล้ามองทันที

“พวกนายเงยหน้าขึ้นแล้วดู...อ้าขาด้วยสิ อ้าออกกว้างๆ” มันมันสั่งเสียงเข้ม ผมกัดฟันจนกรามนูนขึ้นด้วยความโกรธ

“ไอ้เหี้ยเอ้ย!” ผมสบถแต่ก็ยอมอ้าขาออก คิดจะทำให้ผมอายเหรอ แผนตื้นๆ ผมยอมเสียศักดิ์ศรีดีกว่าก้มหัวให้มัน

“สอดนิ้วเข้าไป แล้วช่วยตัวเอง”

“ไอ้ระยำ!!!” ผมตะโกนเสียงดังแทบหมดความอดทน เกิดมาผมยังไม่เคยทำเรื่องน่าขยะแขยะแบบนี้มาก่อน  ผมไม่เคยช่วยตัวเองจากด้านหลังและไม่คิดจะทำเลยสักนิด

“หรือจะให้โยทำ” มันฉีกยิ้มอย่างไม่ยี่ระ เหมือนท้าทายผมเป็นนัยๆ

“มึงมันวิปริต สารเลว นรกส่งมาเกิด!” ผมตะคอกอย่างโมโหสุดจะกลั้น กะไว้ว่ายังไงจะไม่เต้นไปตามเกมส์มันแต่สุดท้ายมันก็ทำความอดทนผมขาดได้อยู่ดี

“ก็ไอ้วิปริตสารเลวคนนี้ไงล่ะ ที่ปล่อยน้ำในตัวนายไปเป็นร้อยๆรอบ” มันแสยะยิ้มกอดอก ผมรู้ดีว่าตอนนี้มันกำลังลงโทษผมอยู่ ไม่คิดว่ามันจะใช้วิธีทำลายศักดิ์ศรีผมมากขนาดนี้

ผมเกลียดมัน...โมโหจนตัวสั่น แต่ผมก็เลือกที่จะสอดนิ้วกลางเข้าไปที่ช่องทางบวมช้ำ มันเข้าง่ายแต่เจ็บแปลบไปหมด ก็มันเพิ่งจะผ่านสมรภูมิมานี่ มืออีกข้างผมสาวแก่นกายตัวเองใช้เวลาอยู่นานกว่ามันจะสู้มือเพราะเมื่อวานผมปล่อยไปเป็นสิบน้ำ  นิ้วกลางสอดล้วงเข้าออกเป็นจังหวะรับกับมือที่รูดขึ้นลงแก่นแกน

อาการเจ็บแปลบๆในตอนแรกถูกแปรเปลี่ยนเป็นเจ็บแปลบปนเสียวซ่าน ผมกัดปากกลั้นเสียง แต่คิดไปคิดมาผมควรจะทำอย่างที่ ‘เขา’ แนะนำมาดีกว่า

“อ๊ะ...อื้อออ แฮ่ก อ๊ะ อ๊า” กูเกลียดเสียงตัวเองจริงๆ ทำไมมันดูกระเส่าอารมณ์ขนาดนี้วะ แต่ช่างแม่งเถอะมันเรื่องธรรมชาตินี่หว่า เป็นผู้ชายจะไปดัดจริตอะไรมากมาย

“อึก!” ไม่รู้ผมคิดไปเองไหม แต่ผมเหมือนได้ยินเสียงกลืนน้ำลาย เอาเถอะจะใครก็ช่างแต่ผมจะปล่อยท่าไม้ตายแล้วล่ะ

“อ๊า...ลุค อื้อ ลุค มะ...ไม่ไหวแล้ว อ๊ะ” ผมช้อนสายตามองคนที่ผมเรียกชื่อ ส่งสายตาเยิ้มๆให้มันอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน มันมองผมอึ้งๆอย่างไม่คาดคิด ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัด

“ออกไปให้หมด! ปิดประตูแล้วลืมภาพเมื่อกี้ซะ ใครหน้าไหนกล้าจำผมจะไม่ให้มีตาไว้มองอีก” ลูกน้อยมันก้มหน้ารับคำเสียงเข้มแล้วรีบกุลีกุจอออกจากห้องทันที ผมดึงนิ้วตัวเองออกและหยุดมือช่วยตัวเอง

หึๆ ผมชนะ...คิดจะทำให้ผมอับอายเสียศักดิ์ศรีจะทำให้ผมยอมร้องไห้อ้อนวอนอย่างนั้นหรอ?

รอไปอีกสิบชาติตอนดึกๆเถอะ

“หึ!กล้าไม่เบา ไปหัดทำแบบนี้มาจากใคร?” มันก้าวขึ้นเตียง สายตาวาวโรจน์ดูน่ากลัว

“จะกับใครแล้วไง?สนใจหรอ?ใครจะดูก็ได้นี่” ผมแสยะยิ้มเหมือนไม่แคร์ ทั้งๆที่ในใจผมก็โคตรแย่ โคตรเสียศักดิ์ศรีเลยว่ะ แต่ที่ยอมทำก็เพราะอยากเอาชนะมันล้วนๆ

พรวด! อึ่ก! ไอ้เหี้ยลุคอาศัยจังหวะที่ผมเผลอ อ้าขาผมออกแล้วใช้เข่ากดไว้แล้วสอดนิ้วยาวแทงพรวดเข้ามาในช่องทางผมพร้อมกันสองนิ้ว

“จะบอกดีๆไหม” มันยิ้มเหี้ยม งอนิ้วแล้วครูดกับผนังนุ่มข้างในขยับนิ้วชักเข้าออกแรงๆที่ทำให้ผมเจ็บจนดิ้นพล่าน

“อ๊ะ!เจ็บบบบ ปล่อยกู!!” ผมปัดป่ายมือไปมาจนมันจับไว้ได้ด้วยมือข้างเดียว

“ก็ตอบมาสิ” มันเร่งความเร็วและแรงขึ้น ผมเจ็บมากๆจนน้ำตาแทบไหลเพราะมันไปซ้ำกับแผลเก่าด้วย

“ไม่มี! ไม่เคยทำกับใคร พอใจรึยัง!!!”ผมตะคอกออกไปอย่างทนไม่ไหว เกลียดมันจริงๆ

“บอกพี่ดีๆตั้งแต่แรกก็จะไม่เจ็บตัวแล้วแท้ๆ มิทตี้” มันโน้มหน้ามาจูบปากผมเบาเหมือนให้รางวัล ผมเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทาง กัดกรามจนเจ็บไปหมด ได้ยินเสียงมันหัวเราะในลำคอเบาๆ

“มา พี่ช่วยให้เสร็จดีกว่า” มันปล่อยมือที่จับผมไว้แล้วไปจัดการกับน้องชายผมที่หดตัวจากความเจ็บไปแล้วแทน ไม่ถึงนาทีมันก็ตั้งขึ้นสู้มือไอ้สารนี่จนผมอยากจะมุดดินหนีไปซะให้แม่งรู้แล้วรู้รอด ผมพยายามดึงมือมันออกแต่ก็อย่างที่รู้คือผมสู้แรงมันไม่ไหวโว้ย

“ไม่ต้อง! อ๊า...” แม่งเอ้ย กูเกลียดมึงไอ้เหี้ยๆๆๆลูคัส

และเกลียดไอ้ร่างกายไม่รักดีนี่ด้วย!

“เอามือมึงออกไปเดี๋ยวนี้!” ผมผลักอกคนที่กำลังคุกคามส่วนสงวนของตัวเองออกอย่างแรง ไอ้เหี้ยลุคผงะถอยห่างเล็กน้อยตามแรงผลัก มือที่สาวแก่นกายให้อยู่ก็หยุดชะงักแต่สองนิ้วเรียวของมันยังไม่หลุดออกจากช่องทางรัดนุ่ม

“อย่าดื้อน่า แต่ก่อนยังพูดง่ายกว่านี้นี่มิทตี้” มันฉีกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี แล้วขยับตัวไปจูบซับใบหูผมแทน ถึงแม้ผมจะใช้มือทั้งสองข้างยันอกกว้างมันไว้ แต่แรงของผมก็ต้านทานการกระทำมันไม่ได้อยู่ดี

“กูไม่ได้พูดง่ายแต่กูโดนมึงบังคับต่างหาก แล้วก็เลิกเรียกกูด้วยชื่อทุเรศๆแบบนั้นสักที!” ผมทำหน้ายุ่ง เบี่ยงหน้าหนีริมฝีปากบางที่กำลังขบเม้นไปตามใบหูผมอย่างไม่ลดละ แม้ไม่อยากยอมรับ แต่ว่าตอนนี้แขนขาผมชักเริ่มอ่อนแรง เสียววูบไปทั่วท้องน้อยไม่หยุด

ไอ้ปีศาจนี่เล่นจู่โจมจุดอ่อนไหวที่สุดของผมน่ะสิ!

“ไม่เลิก น่ารักดีออก...พี่ชอบ” ลูคัสกระซิบเย้าชิดใบหูจนผมขนลุกเกรียวไปทั้งตัว พอมันอารมณ์ดีแล้วก็จะเป็นแบบนี้แหละ ผมล่ะปรับอารมณ์ตามไม่ทัน

“ถ้าอย่างนั้นกูเรียกมึงว่า‘ไอ้นรก’ เพราะ ‘กูชอบ’ ได้ไหมล่ะ” ผมเน้นเสียงชื่อเรียกใหม่ของมันด้วยน้ำเสียงหยัน ผมสบตากับดวงตาสีเขียวเข้มตรงๆแบบท้าทายที่มักจะทำให้มันตบะแตกทนไม่ไหวก่อนเสมอ คิดไว้ว่าน่าจะโดนตบสักทีสองที

“ก็ได้นะ” คำตอบง่ายๆและรอยยิ้มบนหน้าคมหวานของมันทำให้ผมชะงักอย่างไม่น่าเชื่อ คือไม่คิดว่ามันจะยอมรับง่ายๆขนาดนี้แม้ตอนแรกจะเห็นหัวคิ้วเข้มกระตุกแล้วก็ตาม แต่ประโยคต่อมาจากมันก็ทำเอาผมเม้มริมฝีปากแน่นอย่างพยายามเก็บอารมณ์ คิดถูกจริงๆนั่นแหละว่ายอมง่ายๆแบบนี้ไม่ใช่ตัวมันเลย

“เรียกได้ แต่ว่า...หนึ่งคำต่อสิบน้ำนะ เพราะพี่จะถือว่านั่นเป็นคำเรียกแสดงความรักจากนาย” มันฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้แลเวก้มลงดูดต้นคอผมอย่างแรงจนต้องซี๊ดปากเพราะเจ็บ

“ฝันไปเถอะ! อึก!...แล้วมึงจะขยับทำเหี้ยไรเนี่ย! เอานิ้วออกไป!” ผมขยับตัวหนีจากการรุกรานของนิ้วมัน แต่แทนที่มันจะทำตามคำพูดขอผม มันกลับสอดนิ้วที่สามเข้ามาอีกนิ้วยิ่งสร้างความเจ็บปวดที่ช่องทางมากขึ้น

นิ้วเรียวยาวทั้งสามขยับเข้าออกช้าๆสลับหมุนควงกระแทกจุดกระสันเป็นระยะสอดรับกับจังหวะการสาวชักแก่นกาย ชั้นเชิงมันโปรมากผมถึงกับหมดเรี่ยวแรงจะต้านทาน แอลกอฮอลล์ในเลือดยิ่งทำให้รู้สึกตื่นตัวเร็วเป็นพิเศษ

“เป็นเด็กดีของพี่ แล้วพี่จะไม่ทำอะไร” จบประโยคลูคัสก็ทาบทับริมฝีปากบางลงสัมผัสกับริมฝีปากของผม ผมเม้มริมฝีปากแน่นไม่อยากให้มันได้เชยชิมง่ายๆ แต่เหมือนมันรู้อยู่แล้วว่าผมต้องไม่ยอมให้ง่ายๆ มือเรียวที่ชักรูดแก่นกายให้อยู่เปลี่ยนไปลูบวนส่วนปลายพร้อมใช้นิ้วโป้งขยี้ตามรอยแยกหยักด้วยน้ำหนักพอดีมือ ผมถึงกับเผลอหลุดร้องครางด้วยความเสียวอย่างทนไม่ไหว

มันอาศัยจังหวะนั้นรีบสอดลิ้นเข้ามาเชยชิมความหวานในริมฝีปากผมทันที ลิ้นร้อนถูกส่งเข้ามากระหวัดเกี่ยวพันลิ้นผมที่กำลังหลีกหนีแต่มันก็ตามไล่ต้อนเกาะเกี่ยวแล้วดูดแรงๆได้ทุกครั้งไป  ริมฝีปากบางขบเม้มอย่างเร่าร้อนหื่นกระหายสลับกับดูดดึงอย่างดูดดื่ม มือทั้งสองข้างยังทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมจู่โจมทั้งส่วนหน้าและข้างหลังผมอย่างหนัก ไม่นานสมิธน้อยก็พรั่งพรูหยาดน้ำไปถึงฝั่งฝันคามือมัน

“แฮ่กๆๆ” ผมหอบหนักหลังมันถอนจูบออกจากปากรู้สึกว่าด้านหลังมีของเหลวเหนียวๆซึมออกมา...นี่ขนาดโดนแค่นิ้วนะ ถ้ามันทำจริงๆกูกลายเป็นศพแน่เลยครับ

ชึบ! เสียงมันถอนนิ้วที่เปียกชื้นออกจากช่องทางนุ่มช้าๆ มันยืดตัวแล้วลุกออกจากเตียงส่งเสียงทิ้งท้ายก่อนจะออกจากห้องไป

“พักผ่อนซะ สัปดาห์หน้าเจอกัน”

+++++++++++++++++++++++

สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์เป็นอะไรที่ผมมีความสุขมาก เพราะไอ้เหี้ยลุคไม่อยู่ ผมกลับไปนอนคอนโดฯตัวเอง ออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนบ้างในบางวัน แต่เสียอย่างเดียวคือผมไม่ได้อึ๊บหญิง ไม่ใช่ว่าผมจะกลัวมันจนหัวหดจนไม่กล้ารอกนะ แต่พอผมจะไปต่อทีไรลูกน้องมันเป็นต้องโผล่เข้ามาขวางทุกที เฮ้ออออ ผมพอนอนคนเดียวได้นะอาจจะหลับยากนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ฝันร้ายอะไร

คิดไปคิดมาเมื่อไหร่มันจะทิ้งผมสักทีวะ นี่ก็พยายามทำตัวงี่เง่าเอาแต่ใจสุดฤทธิ์ให้มันเอือมสุดๆแล้วนะเว้ย! ถ้าเป็นคนอื่นนี่เผ่นแนบไปนานแล้ว ขนาดผมลองทำตัวเอาแต่ใจใส่ไอ้เซนท์แบบสุดๆแค่ชั่วโมงเดียวมันก็วิ่งหนีไปฟ้องผัวและไม่กล้าเข้าใกล้ผมอีกทั้งวัน(มึงมันโรคจิต//เซนท์)

วันนี้เป็นวันหยุด ผมจึงนอนเน่าๆอยู่ที่ห้องอย่างไม่รู้จะไปไหน ตอนเย็นว่าจะขึ้นไปทานข้าวกับไอ้สองผัวเมียทศรันต์ที่ชั้นบน ส่วนตอนนี้ได้แต่เขี่ยนิ้วดูไอจีสาวๆไปเรื่อย แต่มาสะดุดอยู่ที่รูปๆหนึ่งที่นักบอลคนโปรดที่ผมติดตามโพสต์ลงแล้วทำเอาผมแทบกรี๊ด(เกือบสาวแตกเลยกู)

“ไอ้เชรี่ยยยย”ผมร้องแบบมือไม้สั่น อิจฉาสุดฤทธิ์ มันคือรูปเป็นนักเตะทั้งสโมสรฟุตบอลที่ผมชอบมากๆๆ ผมจะไม่อะไรเลยนะถ้าไม่เห็นไอ้เหี้ยลุคนั่งทานอาหารถ่ายรูปร่วมเฟรมกับพวกเขา

แล้วนักเตะคนที่โพสต์รูปผมชอบมากเขาค่อนข้างเก็บตัวอย่าว่าแต่รูปเลย ลายเซ็นต์กูยังไม่มีทั้งๆที่กูบินไปเชียร์ถึงขอบสนาม ฮื่อ(ชักงอแง)

“เอาไงดีวะ นี่เป็นโอกาสเดียวที่จะได้ลายเซ็นต์เลยนะ”ผมเดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่น อยากให้ไอ้เหี้ยลุคขอลายเซ็นให้มากมาย แต่ไม่อยากขอร้องมันเดี๋ยวเสียศักดิ์ศรี แต่ก็อยากได้จจริงๆนะ

“โทรก็โทรวะ”ผมตัดสินใจกดเบอร์โทรหาไอ้ปีศาจลูคัส รอนานมากจนสายเกือบตัดมันถึงรับ

“ว่าไงครับ”เสียงมันไม่ได้ดูงัวเงียอย่างที่คิด ทั้งๆที่ผมคิดว่าที่นั่นน่าจะยังเช้าอยู่

“มึงอยู่ไหน?”

“บนเรือ...ทำไม?”

“มึงไปถ่ายรูปกับโลเวลได้ไงวะ”

“โลเวลไหน?พี่ไม่รู้จัก”เอ้าก็นักเตะที่มึงถ่ายรูปด้วยไงไอ้ฟาย แต่ผมไม่พูดหรอก

“ก็ที่มึงถ่ายรูปกับนักเตะสโมสรGGอ่า”

“อ้อ ที่ถ่ายเมื่อวานนี้รึเปล่า?”

“อือฮึ”ผมพยักหน้า เพราะรูปที่ลงเป็นเมื่อวาน

“แล้วไง?”

“กูอยากได้ลายเซ็นต์พวกเขา”

“ก็ไปขอดิ”ดูมันตอบครับ

“กูขอได้แล้วจะมาบอกมึงไหม!?”

“แล้วทำไมถึงคิดว่าพี่จะขอให้ได้”

“ก็...มึงได้ถ่ายรูปกับเขาอ่ะ”ผมด้นเหตุผลแบบโคตรจะไม่มีเหตุผลเลย

“เขาเป็นลูกค้าพี่นะมิทตี้ ตอนนี้พวกเขามาเที่ยวพักผ่อนบนเรือของพี่ จะให้พี่ไปขอลายเซ็นต์อะไรแบบนั้นให้มันก็ดูไม่ดีเท่าไหร่มั้ง”

“เออ!ไม่ได้ก็ไม่ได้ดิ ทำไมต้องพูดเยอะ!”ผมกระแทกเสียงใส่มันอย่างหงุดหงิด ก็รู้ว่างี่เง่าแต่ไม่สน มันยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อผมก็ชิงวางสายเลย เหอะ!

ตอนเย็นผมก็ขึ้นไปกินข้าวกับไอ้ทศอย่างที่บอก มันเห็นท่าทางผมที่ยังหงุดหงิดไม่หายก็ถาม ผมเลยเล่าให้มันฟังเป็นชุดบวกความหงุดหงิดเข้าไปอีกสิบระดับ สุดท้ายมันก็พูดออกมาแค่ประโยคเดียวพร้อมผลักหัวผมเกือบหงายหลัง

“เอาแต่ใจไปแล้วนะมึงน่ะ”ผมไม่เถียงมันหรอก เพราะมันเป็นเรื่องจริง โดยส่วนตัวทุกคนชอบบอกว่านิสัยผมน่ารำคาญและโคตรเอาแต่ใจตัวเองแต่พวกมันก็ยังพอทนได้เพราะผมยังพอยั้งๆความเอาแต่ใจไว้อยู่ แต่กับไอ้เหี้ยลุคผมปล่อยหมด ทนได้ก็ลองดูดิ

วันต่อมาผมได้มานั่งร้านชิลอย่างที่อยากมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแต่ไม่ได้มาเพราะติดนู่นนี่นั่นหลายอย่าง ผมดื่มเบียร์สดคนเดียวหมดไปหนึ่งทาวเวอร์อ่ะคิดดู เดินเข้าห้องน้ำโคตรจะบ่อย นี่แค่นั่งชิลๆกะไม่เมานะครับ ฮ่า

ห้าทุ่มนิดๆผมก็กลับห้องตัวเอง จากนั้นก็ไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอน แต่เสียงเปิดประตูห้องนอนผมดังขึ้นซะก่อน ผมสะดุ้งนิดๆเพราะคิดว่าเป็นโจร แต่พอเห็นหน้าไอ้คนที่โผล่เข้ามาก็เผลอถอนหายใจโล่งอก

“มาไม?”

“คิดถึงเมีย”

“ใครเมียมึง!”

“มิทตี้นั่นแหละ”

“เหอะ”ผมสะบัดเสียงใส่มันอย่างไม่อยากจะคุยด้วย

“นอนด้วยดิ”ไม่พูดเฉยๆนะ แต่ล้มตัวลงนอนบนเตียงผมเลย

“ไม่!กลับห้องมึงไปเลย”ผมไล่พร้อมกับไปดึงแขนให้มันลุกขึ้น

“พี่เหนื่อย อยากกอด”ผมชะงักแล้วเบ้ปากใส่มัน

“ไปกอดเด็กมึงสิ”

“เด็กพี่ก็อยู่นี่แล้วไง”

“ตกลงมึงจะให้กูเป็นอะไรกันแน่?คำพูดมึงมีอะไรที่เชื่อได้สักอย่างป่ะ!”ผมกอดอกมองมันนิ่งๆ กลับกรอกไปมาที่สุดผมล่ะเกลียด...โดยที่ผมไม่รู้เลยว่าคำพูดมันจะเป็นกับดักเล่นงานผมทีหลัง

“มิทตี้ก็เมียเด็กของพี่ไง...ว่าแต่ยอมรับแล้วเหรอว่าเป็นเมียพี่”มันฉีกยิ้มดวงตาพราวระยับขึ้นอย่างสมใจ แต่ผมนี่สิที่พูดไม่ออก

“ไม่ได้ยอมรับอะไรทั้งนั้นแหละ มึงไม่ต้องหลอกให้กูพูดเลย!”ผมทำเสียงเหวี่ยงใส่มัน

“หึๆ เห็นว่ามิทตี้น่ารักพี่ก็มีของฝากจะให้”

“อะไร?”ผมถามอย่างสนใจ มันไม่ตอบแต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดๆแล้วยกหน้าจอให้ผมดู

“อยู่ไหน!?”ผมถามหาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น มันเป็นเสื้อบอลเบอร์ของโรเวลที่มีลายเซ็นเขาอยู่(รู้เพราะเคยเห็น)

“ห้องพี่”

“ป่ะไปเอา”ผมชวนมันทันที ไม่นงไม่นอนมันละ

“พรุ่งนี้ค่อยไปเอา วันนี้นอนก่อน”

“ก็ได้”

“โอเค มานอนสิ”มันล้มตัวนอนบนเตียงผมอีกครั้ง

“เดี๋ยว!นี่มึงอาบน้ำรึยังเนี่ยถึงมานอนเตียงกู”

“ยัง”มันตอบพร้อมกับซุกหน้าซุกลงกับหมอน

“ไปอาบเลย สกปรก!”

“อาบให้หน่อย”

“พิการเหรอ”ผมบอกพร้อมกับดึงมือแขนมันให้ลุกขึ้น ซึ่งมันก็ลุกขึ้นมานั่งแล้วเสือกกอดเอวกูไว้แทน - -

“อาบให้หน่อยนะครับ”มันซุกหน้าบี้กับท้องผมจนรู้สึกจักจี้นิดๆ ผมจึงผลักหน้ามันออก แต่มันยังไม่ยอมปล่อยแขนที่โอบรอบเอวผมไว้

“ไม่เอา”

“พี่อุตส่าห์ไปขอให้เลยนะ ระดับพี่ต้องไปขออะไรแบบนี้ที่ไหนล่ะ”ดูมันอ้างครับ

“เหอะ!ทวงบุญคุณ?”

“เปล่า แค่อยากได้ค่าเหนื่อยบ้าง”มันเหนื่อยอะไรนักหนากับอีแค่ขอลายเซ็น

“เออๆครั้งนี้ครั้งเดียวนะมึง รำคาญจริง!”

“มิทตี้น่ารักที่สุด”มันปล่อยมือออกจากเอวผมแล้วลุกขึ้น ก่อนจะฉุดแขนผมให้เดินตามเข้าไปในห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี

++++++++++++++++++

มิทตี้น่ารัก เฮียยิ่งน่ารัก :D

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น