Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 10 : เดี๋ยวคิดจริง [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 10 : เดี๋ยวคิดจริง [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มิ.ย. 2561 22:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 10 : เดี๋ยวคิดจริง [100%]
แบบอักษร

ZAC STYLE

[ZAC x OBCHEUI]

10

เดี๋ยวคิดจริง

หลังจากที่ทุกคนทานกันจนอิ่มหนำสำราญต่างก็แยกย้ายกันกลับไป ซึ่งพายอาร์ก็ตัวกลับก่อนเพื่อนเลยเนื่องจากว่าแม่โทรตาม พี่ไพน์ก็เป็นคนที่สองที่กลับไปเดือนมหาลัยปีสามบอกแค่เพียงว่ามีภารกิจบางอย่าง ฉันไม่ได้สนิทกับพี่เขาถึงขั้นไปเซ้าซี้หรอก

ตอนนี้ก็เหลือเพียงฉันกับพี่แซคที่ต้องแยกย้ายกันไปบ้างแล้ว

...

ที่ไหนล่ะ

“นี่รถพี่ไปไหนเนี่ย” ฉันก็ยังตัวติดกับพี่มันอยู่ไม่ได้แยกไปไหน เพราะหลังจากที่ออกจากร้านอีกคนก็ลากฉันให้เดินออกมาเป็นเพื่อนกัน “ทำไมต้องเดินเอางี้ล่ะ ร้อนก็ร้อน”

“เพื่อนยังไม่เอามาคืนเลย ต้องนั่งโดยสารเอา” พี่แซคตอบแล้วก็หยิบเอาขนมที่พกใส่กระเป๋าขึ้นมาพร้อมกับแกะมันป้อนเข้าปากฉัน “เอาไปกินจะได้สงบปากสงบคำ อายุแค่นี้บ่นเก่งกว่าแม่กูอีก”

“ก็พี่อะ จะพาฉันออกมาเดินด้วยทำไมก็ไม่รู้ ตัวเองไม่มีรถเองก็พาคนอื่นเดือดร้อน” ฉันบ่นพึมพำไม่หยุดหลังจากที่กลืนขนมนั้นลงคอ คิดแล้วก็น่าโมโหนิดนึงอยู่นะ

*“**….เลยเหรอวะ”*พี่แซคพึมพำกับตัวเองเสียงเบา

“อะไรนะ” ฉันได้ยินไม่ชัดเพราะเมื่อกี๊เหมือนพี่มันพูดกับตัวเอง อะไรสักอย่างแล้วก็ลงท้ายด้วยคำว่าเลยเหรอวะนี่แหละ นี่เขาจะนินทาฉันระยะเผาขนแบบไม่ได้นะ

“เปล่า” ร่างสูงเบือนหน้าหนีทำเฉไฉ

“พูดมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะฟ้องน้าสาลี่” ฉันขู่อีกฝ่ายโดยการอ้างชื่อแม่ของเขาขึ้นมา

“ไม่ต้องใช้แม่มาขู่เลย” เขาว่าพร้อมกับหันหน้ามาขมวดคิ้วดุใส่ฉัน ก่อนจะสาวเท้าเดินไปตามทางเท้าเรื่อยๆ ด้วยเวลาที่มืดแล้วทำให้ตลอดทางการเดินไปป้ายรถโดยสารไม่ค่อยมีคนผ่านเสียเท่าไหร่

ฉันรีบก้าวขาสั้นๆ ของตัวเองให้เดินตามทันคนขายาวใจห่าม วันนี้จะคาดคั้นเขาให้ได้ว่าเมื่อกี๊นี้เขาบ่นอะไรเกี่ยวกับฉัน

“อย่ามาเนียนหนีนะพี่” ฉันวิ่งเข้าใส่แผ่นหลังของพี่แซคจากนั้นก็กระโดดเกาะหลังเจ้าตัวเอาไว้ไม่ให้หนีจากฉันได้อีก จะว่าไปสกิลการปีนต้นไม้ของฉันก็สามารถนำมาใช้กับหลังคนได้อยู่นะเนี่ย

“เฮ้ยเอ๋อ! คิดว่าตัวเองเป็นเด็กหกขวบหรือไง” คนที่โดนขี่หลังหันหน้ามาพร้อมน้ำเสียงเอ็ดเล็กน้อย “ทำไมไม่รู้จักอายชาวบ้านบ้างเนี่ยฮะ?”

“อายทำไมไม่มีคนสักหน่อย มีแค่เราสองคน” ฉันไม่ได้พูดผิด ทางเท้าตรงนี้ว่างกริบเลยไม่มีใครทั้งสิ้นยกเว้นรถบางคันที่วิ่งสวนมา แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก

“จะสอดรู้สอดเห็นอะไรขนาดนี้เนี่ย” เขาว่า “อยากรู้จริงๆ หรือไง?”

“ใช่” ฉันตอบไปอย่างไม่คิด

“กูแค่บ่นว่า เป็นน้องยังบ่นขนาดนี้ ถ้าอนาคตเป็นเมียไม่หูชาเลยเหรอวะแค่นั้นเอง แล้วก็ลงจากหลังได้แล้วตัวไม่ใช่เบาๆ” พี่แซคยอมพูดออกมาจนได้

เมื่อได้ยินแบบนั้นฉันรีบกระโดดลงจากหลังจากคนตัวสูงทันที มันไม่ใช่เพราะว่าฉันรู้ในสิ่งที่อยากรู้แล้ว แต่มันเป็นเพราะว่าประโยคเมื่อครู่ออกจะเกินคาดฉันไปนิดอะนะ

“เฮอะ แค่บ่นเอง..อีกอย่างพี่ไม่ได้ฉันเป็นเมียหรอก พี่บอกเองนี่ว่าไม่อยากแฟนเตี้ย” เพราะนี่ก็ไม่อยากได้แฟนที่กวนประสาทขนาดนี้เหมือนกัน

แน่นอนค่ะว่าประโยคหลังไม่ได้พูดออกไป ขืนพูดออกไปจากเตี้ยเฉยๆ จะกลายเป็นพิการด้วยเนี่ยสิ

“ก็ใช่” พี่มันหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อ

“แน่ะๆ หรือว่าแอบชอบฉันจริงๆ อย่างที่เพื่อนบอก” ฉันยกนิ้วขึ้นชี้หน้าคนข้างกายพร้อมเอ่ยแซวเป็นการแกล้งเขาเล่น

“นอกจากจะไม่สวยยังหลงตัวเองอีกนะ” พี่แซคพูดแล้วก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

“ปากแข็งอะเปล่าาาา” ฉันยังไม่ยอมหยุด

“เยอะไปละ”

“ไหนๆ มาให้จุ๊บซิ” ฉันพูดพร้อมกับทำท่าจะเข้าไปกอดจูบพี่มันจริงๆ แต่ไม่หรอก ฉันก็แค่แกล้งเขาเท่านั้น ไอ้พี่นี่มันทำตัวน่าหมั่นไส้ฉิบหาย

“อย่าเล่นเอ๋อ เดี๋ยวคิดจริง”

เมื่อได้ยินแบบนั้นก็รีบคลายอ้อมแขนจากลำคออีกคนโดยทันที ฉันไม่รู้หรอกว่าเมื่อกี๊เขาพูดจริงหรือแค่พูดเล่นแกล้งฉัน แต่ว่านะ...

“ก็คิดสิ ใครห้าม”


หลังจากจบประโยคนั้นเราทั้งคู่ก็ตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาต่อคำพูดนั้นจนฉันเริ่มเก็บมาคิดมากกับตัวเองเมื่อทำอะไรผิดไปหรือเปล่า

หรือว่าจะเล่นแรงไปนะ? แค่พูดแกล้งเองนะทีพี่มันจะทำเลยนี่

“เงียบทำไมอะ” ฉันเอ่ยถามคนอายุมากกว่าที่เดินมาถึงป้ายรถโดยสารแล้ว

“ไม่ได้เงียบ แต่มึงอะพูดมาก”

โอเค..ไม่น่าจะโกรธหรอกถ้ายังกวนตีนแบบนี้ได้อยู่ ในขณะเดียวกันที่กำลังรอรถโดยสารอยู่ฉันก็คิดเรื่องบางอย่างออกจึงอยากจะพูดออกไป

“เอ้อพี่ พี่เคยมีแฟนใช่ไหมล่ะ” ฉันเกริ่นขึ้นมาก่อน

“ก็เคยเห็นแล้วนี่” พี่มันดูไม่ได้สนใจอะไรกับคำถามของฉัน สังเกตได้จากการกดโทรศัพท์ในมือไปมาอย่างปกติ

“คนเราจะคบกันต้องมีเหตุผลอะไรบ้างเหรอ” จะบอกว่าตัวเองไม่เคยมีแฟนหรือคบใครมาก่อนมันก็อายจะพูดอะนะ เห็นหน้าตาดีแบบนี้ (?) แต่ก็ใช่ว่าจะต้องเคยมีแฟนเสมอไปหรอกนะ

“อยากรู้ไปทำไม” คราวนี้เขาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงพร้อมกับเงยหน้ามามองฉัน

“ตอบเถอะน่า”

“ก็ชอบ ถูกใจก็คบ มันจะมีเหตุผลอะไรมากมาย”

“แล้วเลิกกันล่ะ” ฉันถามต่อด้วยความอยากรู้จริงๆ

“เหตุผลส่วนใหญ่ก็คือไปกันไม่ได้ หมดรัก เบื่อ นอกใจ ไม่มีเวลาให้กันอะไรแบบนั้นหละมั้ง” คำตอบที่สองมันช่างยาวกว่าคำตอบแรกจังเลยนะ

“แปลกดี ตอนคบก็ไม่มีเหตุผลอะไรมาก แต่ทำไมตอนเลิกถึงมีเหตุผลเยอะขนาดนี้” ความจริงฉันก็อยากถามต่อไปอีกเหมือนกันว่าแล้วสาเหตุจริงๆ ที่พี่แซคเลิกกับพี่หยาดคืออะไรกันแน่เพราะฟังจากสองฝั่งให้เหตุผลไม่เหมือนกันเลย แต่พูดไปตรงๆ ก็กลัวไม่เหมาะไม่ควร มันจะดูเป็นการเผือกเกินไป

“นี่พี่..ถ้าแฟนเก่าพี่อยากกลับมาคืนดีด้วย พี่จะว่ายังไง” เป็นเพราะฉันรับปากพี่หยาดแล้วว่าจะช่วยเธอเรื่องพี่มัน จึงต้องเริ่มทำหน้าที่ตั้งแต่ตอนนี้

“ไม่รู้สิ” อีกคนไหวไหล่ “แล้วนี่จะอยากรู้ไปทำไม”

แย่ละ..จะตอบไปว่าไงดีนะ?

“อ๋อ คือ พอดีจะเอาไปช่วยเพื่อนน่ะ มันเพิ่งโดนแฟนเก่ามาง้อ” อ้างเพื่อนนี่แหละดีที่สุด ซึ่งเพื่อนที่ว่านี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนไหน

“เรื่องของคนสองคนไม่ต้องไปยุ่งกับเขาหรอกเอ๋อ เขาจะง้อกันได้หรือเปล่า หรือจะยังไงก็ปล่อยให้เขาสองคนตัดสินใจเองเถอะ เรามันคนนอกแค่อยู่ข้างเขาก็พอ”

ฉันชะงัก.. จะไม่ให้ชะงักได้อย่างไรในเมื่อสิ่งที่พี่แซคพูดมันสวนทางกับฉันตอนนี้แบบคนละทีมเลย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่พี่มันพูดก็ถูก เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องของคนสองคน ฉันไม่ควรเข้าไปยุ่งจริงๆ นั่นแหละ

“รถมาแล้ว ไปกันเถอะ” ฉันเปลี่ยนเรื่องเมื่อเหลือบไปเห็นรถสายสีเหลืองที่กำลังวิ่งเข้ามาที่ป้าย และทันทีที่มันเข้ามาจอดเทียบป้ายฉันกับพี่แซคก็เดินขึ้นไปนั่งบนรถ โชคดีที่วันนี้คนไม่เยอะเลยไม่ต้องยืนให้เมื่อยขา “แล้วนี่เราจะไปไหนกันเหรอ?”

“เดินมาด้วยกันตั้งนานเพิ่งจะมาถามหรือไง” เขาตอบและหัวเราะไปพร้อม

“เอ้า ก็ใครจะไปทันถามล่ะพี่เล่นลากฉันออกมาด้วยแบบนั้น” ฉันมุ่ยหน้าใส่คนตัวสูงที่นั่งข้างกายก่อนจะรอฟังคำตอบที่แท้จริง

“ไปศูนย์การค้าใกล้ๆ นี่”

“ไปทำไม” ฉันนึกว่าเจ้าตัวจะกลับบ้านซะอีก

“ซื้อชุดใหม่จะไปเที่ยว” เขาตอบก่อนจะยกหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาให้ดู เป็นรูปของเว็บไซต์สำหรับเสื้อผ้าผู้ชาย “แบบไหนใส่แล้วหล่อ”

มีใครเคยบอกไหมว่าพี่มันหน้าตาดีใส่อะไรก็ดูดีอยู่แล้วน่ะ

“ใส่อะไรก็ใส่ไปเถอะ” ฉันไม่สนใจจะเลือกให้เพราะตัวเองก็ไม่ได้เป็นสไตลิสต์ที่จะรู้ได้ว่าใครใส่แบบไหนแล้วดูดี

“เอ้า ว่าจะซื้อให้ตัวนึงไม่เลือกก็ตามใจ”

หมับ

ฉันยื่นมือไปแย่งโทรศัพท์จากมือของอีกคนมาอย่างรวดเร็วหลังจากได้ยินเช่นนั้น แหม..ฉันไม่ใช่คนเห็นแก่ได้หรอกนะ แต่เขาอุตส่าห์จะให้ก็ต้องรับไว้

“ตัวนี้ก็สวยดีนะพี่” ฉันจิ้มไปยังรูปหนึ่งที่เป็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ถ้าให้พี่แซคใส่ก็น่าจะลดภาพลักษณ์ดุๆ นั่นได้ คนจะได้ไม่กลัวพี่แก

“ทีงี้ละเร็วเชียว” เขาหัวเราะก่อนจะเลื่อนหน้าจอถัดไปเรื่อยๆ “เลือกดีๆ ล่ะ เพราะถ้ากูแต่งแบบไหนชุดมึงก็เหมือนกัน”

...ว้อท?

“ไมอะ” ทำไมชุดฉันต้องเหมือนกับเขา

“ก็เบิกตาดูสิว่าเขาขายเป็นเซ็ตน่ะ” เขาว่าแล้วก็ชี้ให้ดูที่แบนเนอร์บนเว็บ มันแสดงภาพโปรโมชั่นขายชุดเป็นเซ็ตชายหญิงจริงๆ

“แล้วทำไมนี่ต้องไปแต่งตัวคู่กับพี่ด้วยล่ะ” แฟนกันก็ไม่ใช่สักหน่อย

“ก็ตามใจ ไม่เอาก็ได้” คนข้างกายว่าแล้วก็แย่งโทรศัพท์ของตัวเองไปจากมือฉันและเก็บมันเข้ากระเป๋าตามเคย

“เอาสิ” ใดๆ ในโลกล้วนไม่น่ายินดีเท่าของฟรีอีกแล้ว

“ไปเลือกที่ร้านเลย จะได้ดูไซส์ด้วย”

อ้อ...แบบนี้นี่เอง

ณ ห้างศูนย์การค้า

“สวัสดีค่ะ สนใจอยากได้แบบไหนคะ” ทันทีที่เราสองคนเดินมาจนถึงหน้าร้านที่อยู่ชั้นสองของห้าง พนักงานที่ทำหน้าที่อย่างดีก็เดินมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมขายตลอดเวลา

“อยากดูเซ็ตนี้ครับ” พี่แซคตอบและยื่นโทรศัพท์ให้พนักงานดู

“โปรโมชั่นนี้มีหลายเซ็ตนะคะ ถ้าลูกค้ากับแฟนสนใจก็เข้าไปดูทางด้านนี้ได้เลยค่ะ” เธอกล่าวก่อนจะเดินนำพาฉันกับพี่แซคเข้าไปที่มุมหนึ่งของร้าน

...เอ๊ะ เมื่อกี๊นางเรียกว่าลูกค้ากับแฟนเหรอ? ไม่ใช่สักหน่อย เมื่อเงยขึ้นไปมองหน้าของคนที่พามาก็ปรากฏว่าเจ้าตัวไม่ได้สนใจจะเอ่ยแก้อะไรเลย หรืออาจจะเป็นเพราะพี่มันไม่ได้สนใจ?

“เซ็ตสีขาวฟ้าตัวนี้ดีไหมคะ ทรงนี้ถ้าน้องผู้หญิงใส่จะเหมาะมากเลยค่ะ ส่วนคุณลูกค้าหน้าตารูปร่างดีใส่แบบไหนก็เหมาะ”

แน่ะ..ยัยพนักงานก็รู้อยู่ว่าเขามีแฟน (ตามความเข้าใจของนาง) ยังจะมาชมเขาต่อหน้าแฟน (ตามความเข้าใจของนาง) อีกเหรอ?

“เอ๋อ ว่าไง” พี่แซคหันมาถามความคิดเห็นของฉัน

“ก็แล้วแต่พี่ พี่เป็นคนจ่าย” ในความคิดของฉันคือมันดูดีทุกตัวเลย เลือกไม่ถูกหรอก

“อือ งั้นเอาเซ็ตนี้เลยครับ” พอเป็นเช่นนั้นคนจ่ายตังค์ก็หันไปบอกกับพนักงาน ซึ่งเจ้าหล่อนก็ยิ้มรับก่อนจะชุดดังกล่าวไปแพ็คใส่ถุง

“ลืมถามเลยอะ พี่จะใส่ไปเที่ยวไหน?” ฉันเพิ่งมานึกออกว่าที่เขามาซื้อเป็นเพราะจะไปเที่ยว

“เดี๋ยวก็รู้น่ะ”

แซค..นี่คนไงไม่ใช่หมอดูจะไปเดี๋ยวก็รู้ได้ยังไงวะ?

Rrrrr ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทำเอาทั้งฉันกับพี่มันหยุดการสนทนาไปชั่วครู่ แต่เสียงริงโทนนั่นไม่ใช่ของฉันก็คงเป็นของอีกคนนั่นแหละ

“ฮัลโหลว่าไง เออๆ เดี๋ยวจะลงไปแล้วรออยู่นั่นแหละ” เขาพูดกับคนปลายสายเพียงไม่นานก็วางหูไป ก่อนจะเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์เสร็จสรรพ เมื่อเดินออกมาจากร้านถุงใส่เสื้อผ้าก็ถูกยื่นมาให้ฉันถือพลางบอกว่า “เอาไปไว้ที่หอตัวเองก่อน เดี๋ยวกูจะไปเอาทีหลัง”

“แล้วทำไมไม่เอาไปตั้งแต่ตอนนี้ล่ะ” ฉันงุนงงกับความคิดของอีกคน

“ถามมากน่า ไปได้แล้วจะไปส่งที่หอ”

“มีรถ?” ตอนมาก็มารถโดยสาร แล้วตอนกลัวจะกลับโดยสารไปส่งหรือยังไง?

“เพื่อนมันเอามาคืนแล้ว อยู่ด้านล่าง”

ฉันกระจ่างทันทีเมื่อได้ยินเขาพูดอย่างนั้น ..สงสัยจะเป็นคนที่โทรเมื่อกี๊นี่แน่เลย ในที่สุดฉันก็จะได้นั่งรถแอร์เย็นๆ ในการกลับแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะต้องไปร้อนบนรถโดยสารเสียอีก

หน้าหอพัก

“อย่านอนดึกล่ะ” คนที่ทำตัวเหมือนพ่อขึ้นทุกวันเอ่ยบอกพลางเอื้อมมือมาช่วยปลดเข็ดขัดนิรภัยให้หลังจากที่ฉันพยายามแกะมันมาสักพัก

“ไม่หรอกน่า แค่ตีหนึ่งเอง”

เป๊าะ เสียงดีดหน้าผากจึงเกิดขึ้นหลังจากตอบไปเช่นนั้น

“โหยเจ็บนะ” ฉันยกมือมาลูบบริเวณที่โดดดีดป้อยๆ พลางมองค้อนใส่ตัวต้นเหตุอย่างไม่พอใจ เป็นพี่อะไรชอบสั่งชอบสอนแถมยังทำร้ายร่างกายอีก  “เออๆ ไม่นอนดึกหรอกน่ะ เลิกมองได้แล้ว”

“เดี๋ยวเอ๋อ” ในขณะที่กำลังจะเปิดประตูรถออกไป คนขับก็เข้ามาจับข้อมือของฉันเอาไว้ก่อน

“ทำไมพี่?”

“ที่ถามว่าถ้าแฟนเก่ามาขอคืนดีกูจะทำยังไงน่ะ ตอนนี้กูคงไม่กลับไปคบกับเขาอีกแล้วหละ” อยู่ๆ เขาก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา

“อ้าว ทำไมล่ะ” ฉันรีบถามด้วยความตกใจเพราะถ้าเป็นแบบนี้แผนการช่วยพี่หยาดก็กินแห้วน่ะสิ

“เพราะตอนนี้กูมีคนที่ชอบแล้ว”


100%

ใครค้าาาาาา ใครที่พี่ชอบคะะะ

บอกน้องได้หรือเปล่า >___<

Image result for บ้าจริง นี่เราหยุดยิ้มไม่ได้

________________________________________________

**Image result for junhoe gifImage result for jennie blackpink gif

ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

อย่าลื้มเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย

ติดตามได้ที่ Facebook : Castle-G | Twitter/IG : @castleglint

[สามารถเข้าไปคุยกับบอิพี่ได้ที่ ]

Ark fm. : ZacS. @zac_jinnapat

**


ความคิดเห็น