ปีศาจโด
email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อ้อน(อ่อย)รักน้องรหัส ตอนที่3

ชื่อตอน : อ้อน(อ่อย)รักน้องรหัส ตอนที่3

คำค้น : อ้อน(อ่อย)รัก...น้องรหัส กุลณัฐ เยอบีร่า นักเขียน นิยายธัญวลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2561 22:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อ้อน(อ่อย)รักน้องรหัส ตอนที่3
แบบอักษร


ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ผมสะดุ้งตื่นแทบจะทันที เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกพร้อมกับเสียงเคาะประตูห้องดังระรัว ใครตายวะ!?

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ข้าว ข้าว” พลอยเรียกผมครับ พร้อมกับเสียงเคาะประตูห้องอีกระลอก

ผมเดินงัวเงียลุกขึ้นไปเปิดประตูพร้อมกับยืนขยี้ตาประจันหน้ากับเธอ

“ข้าว เมื่อคืน เรื่องจริงใช่ไหม หรือว่าพลอยฝัน” พลอยถามขึ้นอย่างตื่นตระหนก เธอยังอยู่ในชุดเดิมอยู่เลยครับ เมื่อคืนเธอน่าจะช็อกสลบคาเตียงไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อเห็นภาพผมจูบกับไอ้พี่โชน

ผมยืนอ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบเธอไปว่าอย่างไรดี ‘ใช่ เธอเมาแล้วจูบผม’ หรือ ‘ใช่ ไอ้พี่โชนจูบผม’ หรือ ‘ใช่ ทั้งสองคนจูบผม’ ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ เมื่อคืนผมถูกทั้งสองคนจูบ มิหนำซ้ำ คนหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิง ตกลงผมเป็นเพศไหนกันแน่วะ เห็นผมเป็นตัวอะไรกันครับ ใครนึกอยากจะจูบก็จูบได้ง่ายๆ คิดแล้วก็เคืองตัวเองกับคนที่เข้ามาจูบผม

“คือพลอยไม่แน่ใจว่าตัวเองฝันไป หรือมันคือเรื่องจริง” เธออธิบายอย่างอ้อมแอ้ม

“เรื่องอะไรหรอ” ผมแกล้งถาม

“ก็เรื่อง...พลอยคงฝันไป ไม่มีอะไรหรอก ข้าวไปอาบน้ำเถอะนะ” พลอยบอกพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ผม ผมยิ้มตอบก่อนที่บานประตูจะปิดลง ปล่อยให้เธอเข้าใจผิด คิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันคงดีกว่าการที่เธอต้องมารับรู้เรื่องน่าอายเมื่อคืน

6.45 น.

ผมเหลือบไปมองนาฬิกาปลุกข้างเตียง ยังเช้าอยู่เลย นี้ผมตื่นไวไปใช่ไหม คงจะชินกับการตื่นเช้าเสียแล้ว เพราะเมื่อก่อนต้องรีบตื่นเช้าเพื่อไปโรงเรียน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว สงสัยคงต้องเลื่อนนาฬิกาปลุกเป็นเจ็ดโมงเสียหน่อย

ผมนึกขึ้นได้ว่ายังแก้คำใบ้ของพี่รหัสไม่เสร็จ เมื่อวานถ้าจำไม่ผิดผมเก็บไว้ในกระเป๋าตังค์นะ ผมหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาเปิดหากระดาษคำใบ้ แล้วหยิบมันออกมากาง เมื่อวานลองเทียบกับพยัญชนะและสระดูแล้วก็ยังไม่ใช่ วันนี้ขอลองเทียบกับตัวอักษรภาษาอังกฤษดูบ้างดีกว่า

ไม่รอช้า ผมนั่งลงบนเก้าอี้ กางกระดาษกับโต๊ะอ่านหนังสือแล้วหยิบดินสอขึ้นมาขีดๆ เขียนๆ ไม่นานนักก็ได้อักษรภาษาอังกฤษห้าตัวเขียนเรียงต่อกันเป็นคำหนึ่ง

3 8 1 14 1

C H A N A

“ชนา เชี่ยยยยยย” นี้มันชื่อจริงของไอ้พี่โชน อย่าบอกนะว่าผมได้มันเป็นพี่รหัส “ซวยสัด!!!!” ผมจะไปกระทืบมันให้ตายเลยดีไหมครับ จะได้ขอเปลี่ยนพี่รหัสคนใหม่ โดยให้เหตุผลว่า พี่รหัสคนเก่าตายไปแล้ว

เซ็งจริงๆ เลยครับ รุ่นพี่มีตั้งหลายคน ทำไมผมถึงต้องได้มันมาเป็นพี่รหัสด้วยก็ไม่รู้ แค่หน้าก็ยังไม่อยากจะมอง

ครืด ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์ของผมเอง เป็นพี่ต่อครับที่โทรมา สงสัยจะโทรมาเรื่องประกวดดาวเดือน ติ๊ด

“ครับพี่”

“ฮัลโหลมึง กว่าจะรับนะ” พี่ต่อกรอกเสียงเข้ามาอย่างดัง “กูโทรไปตั้งหลายสาย”

“ห๊ะ!!! จริงดิ” ผมยกโทรศัพท์ออกห่างจากหูแล้วกดดู ก็เห็นเบอร์พี่ต่อโทรเข้ามาสามสายตอนที่ผมอาบน้ำอยู่ “ขอโทษครับ ตอนนั้นผมอาบน้ำอยู่ เลยไม่ได้ยิน”

“เออ กูจะโทรมาบอกว่าเขานัดดาวเดือนเจ็ดโมงครึ่งที่หอประชุมมหา’ลัย” ผมหันไปดูเวลา ตอนนี้เจ็ดโมงสิบแล้วครับ “กูโทรบอกน้องพลอยแล้ว”

“สรรพนามสองมารตาฐาน” ผมแขวะพี่เขา

“เออ ก็น้องเขาออกจะสวย น่ารัก กูควรที่จะพูดเพราะๆ กับเขาโว้ย” น้ำเสียงพี่ต่อเพ้อมากตอนพูดถึงพลอย “รีบมาละมึง ห้ามสาย” พี่ต่อย้ำอีกครั้งก่อนจะวางสายไป

ผมตรวจเช็คความเรียบร้อยก่อนจะออกจากห้อง เมื่อเปิดประตูออกมาก็เห็นถุงน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋แขวนอยู่ที่ลูกบิด ฝีมือไอ้พี่โชนอีกตามเคย แต่ก็เอาวะ วันนี้ขอฝากท้องกับของมันหน่อยนะ สายแล้ว ผมคงหาอะไรกินไม่ทัน

ผมรีบหยิบน้ำเต้าหู้เทใส่แก้ว ดื่มและเคี้ยวอย่างรวดเร็ว ปาท่องโก๋เองก็เช่นกัน สามนาทีกับการกิน อะไรมันจะเร็วขนาดนั้น เข้าข่ายโฆษณา อร่อยจนลืมกลืน ดะ เดี๋ยวนะ แล้วถ้าไม่กลืนมันจะกินเข้าไปได้ไงวะ เพ้อแล้วผมเนี่ย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องผมดังขึ้นอีกครั้งของวัน คงจะเป็นพลอยอีกตามเคย ผมรีบเปิดประตูออก เพราะนี้ก็เจ็ดโมงจะยี่สิบแล้ว

“เชี่ย!!!” ผมอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนที่ยืนเก๊กหล่ออยู่หน้าห้องไม่ใช่พลอย แต่เป็นไอ้พี่รหัสป้ายแดงของผมเอง มันจะมาทำอะไรที่ห้องผมตอนเช้าไม่ทราบ

“ตะลึงในความหล่อของพี่หรอครับน้องข้าว” มันถามพร้อมกับยักคิ้ว คิดว่าตัวเองหล่อตายแหละ เออ แต่ก็ยอมรับว่ามันหล่อจริง ได้ข่าวว่ามันเป็นถึงเดือนมหา'ลัยปีที่แล้ว ผมเพิ่งรู้เมื่อคืนตอนอยู่ในวงเหล้า พี่ชายไอ้คริสเป็นรองเดือน มันเลยรู้ว่าใครเป็นเดือน ใครเป็นดาว เมื่อยืนประจันหน้ากัน ผมกลายเป็นคนเตี้ยสำหรับมันไปเลยครับ ก็ใครใช้ให้มันสูงตั้งร้อยแปดสิบเก้า ส่วนผมสูงแค่ร้อยเจ็ดสิบแปดเองครับ ที่สำคัญ มันตัวหนากว่าผมอีก เรียกได้ว่าหุ่นนักกีฬา เพราะมันชอบเล่นบาส มึงถึงได้สูงขนาดนี้ไง ‘ไอ้โย่ง’ ส่วนผม...วันๆ ก็เอาแต่เรียนกับเรียน ถึงได้ไม่มีกล้ามอะไรกับเขาเลย เรื่องหน้าตาก็ห่างไกลกันคนละโยชน์ ผมนี้น่ารักจิ้มลิ้ม(ทุกคนชอบชมผมแบบนี้ บ้างก็ว่าผมหน้าสวย ให้ตายเถอะ ผมเป็นผู้ชายนะ ก็ต้องอยากหล่อซิ) ส่วนมันนี้หล่ออย่างกับนายแบบโฆษณา หล่อวัวตายควายขวิด ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วทำบุญมาด้วยอะไร เมื่อก่อนตอนอยู่โรงเรียนก็ว่าหล่อจนสาวๆ กรี๊ด นี้ยิ่งมาอยู่มหา’ลัย แถมยังเป็นถึงเดือนมหา’ลัยอีก ลองคิดดูสิครับว่าสาวๆ จะชอบมันขนาดไหน ถึงขั้นตั้งฉายาให้มันว่า ‘สามีแห่งชาติ’ คิดๆ ดูแล้วผมมีอะไรสู้มันได้บ้างเนี่ย ตำแหน่งเดือนมหา'ลัยปีนี้ถ้าเป็นของผมคงเหลือเชื่อ คนละแนวกันไอ้พี่โชนเลย

“น้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋อร่อยไหมครับ” มันถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จะยื่นมาทำไม หน้าหล่อๆ ของมึง เอาเก็บไป!!! แต่จะว่าไป หน้ามันก็เนียนใสดีนะ แล้วเราจะไปชมเข้าทำไม ไอ้ข้าววววววววว

“กูไม่ได้กิน” ใช่ครับ ผมโกหกคำโต ใครมันจะไปบอกว่ากินหมดแล้ว อร่อยมากด้วย

“หึ” มันกระตุกยิ้ม มือหนายื่นมาเช็ดมุมปากของผม อย่างแผ่วเบา อย่าบอกนะว่าผมรีบกินจนมีคราบน้ำเต้าหู้ติดอยู่มุมปาก ให้ตายเถอะโรบิ้น น่าอายสิ้นดี “ครับ ไม่ได้กินเล๊ย” ดูมันพูดเสียงสูงเข้า จ้างให้ก็ไม่เชื่อว่ามันไม่รู้ความจริง

"น้องข้าวครับ วันนี้พี่ขอติดรถไปด้วยได้ป่ะ" มันถาม ฮึ อย่าหวังเลยว่าผมจะยอม เมื่อคืนก็มากพอแล้ว เสนียดรถ!!!

"ไม่มีทาง" ผมปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด

"นะ นะครับ นะ" ยังจะมาทำเสียงกับท่าทางออดอ้อน คิดว่ามันน่ารักตายล่ะ ตัวโตอย่างกับยักษ์ มันไม่ได้แบ๊วเหมือนเด็กๆ เล๊ยยยย

"ไม่" ผมยืนกรานคำเดิม

"นะครับ"

"แล้วรถมึงไปไหนล่ะ"

"รถเสีย ขอติดรถไปด้วย นะครับ นะ"

"ก็..."

แกร๊ก

ยังไม่ทันที่ผมจะบอกปฏิเสธอีกครั้ง ประตูห้องข้างๆ ก็เปิดออก พร้อมกับพลอยที่วิ่งออกมาอย่างเร่งรีบ กระเป๋าที่สะพายอยู่อย่างลวกๆ ปากคาบขนมปังหนึ่งแผ่น แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังดูดีกว่าผู้หญิงทั่วไป แน่ใจนะว่ารีบจริง? สวยซะขนาดนี้!!! ตำแหน่งดาวมหา’ลัยควรเป็นของเธอจริง ผู้หญิงอะไร สวยทุกกิริยาบท นี้ผมโง่มากใช่ไหมที่เลิกกับเธอ

พลอยชะงักเมื่อเห็นไอ้พี่โชนยืนอยู่หน้าห้องผม ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ หยิบขนมปังที่คาบไว้มาถือแล้วยกมือไหว้

"สวัสดีค่ะพี่โชน" ผมมองไปทางมันที่ทำเพียงแค่พยักหน้ารับเล็กน้อย นี้รุ่นน้องไหว้มึงนะ รับไหว้หน่อยมั๊ย ไอ้รุ่นพี่ไม่มีมารยาท ผมด่ามันในใจ

"เอ่อ คือ รีบไปกันเถอะข้าว สายแล้ว" พลอยบอกอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อเห็นสายตาดุๆ ของรุ่นพี่ที่กำลังจ้องมองเธออยู่

"รีบไปกันเถอะครับ" ไอ้พี่โชนบอกพร้อมกับจับมือผมให้เดินออกมาจากห้องแล้วดึงประตูปิดเสร็จสรรพ ราวกับเป็นห้องของตัวเอง มิหนำซ้ำยังจูงมือ ไม่ใช่สิ ลากผมให้เดินลงบันไดไป โดยมีพลอยเดินตามมาอย่างงงๆ


เมื่อมาถึงรถ พลอยที่เดินไปเปิดประตูหน้าข้างคนขับหมายจะขึ้นไปนั่ง ก็ถูกไอ้รุ่นพี่หน้าด้านแทรกตัวเข้าไปนั่งแทน พร้อมกับเอ่ยคำขอบคุณกับรอยยิ้มกว้างๆ ที่โคตรจะไม่จริงใจส่งไปให้เธอ พลอยถึงกับยืนหน้าเหวอทำอะไรไม่ถูก ส่วนผมยืนเอามือกุมขมับ เหนื่อยใจกับการกระทำของไอ้รุ่นพี่หน้าหนา

"รีบไปสิ รอไร" ไอ้พี่โชนชะโงกหน้าออกมาจากรถตะโกนบอกผมกับพลอย พร้อมกับดึงประตูปิดดัง-ปัง-

พลอยจึงจำยอมต้องนั่งเบาะหลัง


วันนี้ผมไม่ได้ขับรถไปจอดที่คณะครับ เปลี่ยนมาจอดบริเวณริมถนนแถวหอประชุมมหา'ลัย ขอเรียกว่า หอประชุมใหญ่แทนนะ เมื่อลงมาจากรถ ผมก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ เจ็ดโมงยี่สิบเจ็ดแล้วครับ เหลือเวลาอีกสามนาที ผมกับพลอยรีบวิ่งไปรวมกับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่คิดว่าน่าจะเป็นดาวเดือนเหมือนกัน โดยไม่สนใจไอ้พี่โชน ที่มันเดินตามมาอย่างไม่รีบร้อน ราวกับกำลังเดินแบบอยู่บนแคทวอล์ค

กรี๊ดดด

"พี่โชน"

เสียงสาวๆ ที่อยู่แถวนั่นต่างพากันส่งเสียงกรี๊ดกันคนละเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อของเขา บางคนหลบหลังเพื่อน บางคนยืนบิดไปมา บางคนจับกลุ่มซุบซิบ อะไรมันจะดังขนาดนั้น ผมมองบนให้กับการกระทำของพวกสาวๆ ไม่ใช่สิ รวมถึงกลุ่มกระเทยที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย แล้วนี้อะไร ดาวคณะอื่นที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมยังจะส่งสายตายั่วยวนส่งไปให้มันอีก ท่าทางคงจะอยากได้มันมาก ไม่ได้หึงนะ แค่ไม่ชอบ เกลียดขี้หน้าแม่ง

"เอาแหละค่ะน้องๆ เดี๋ยวพี่ขอเช็คหน่อยนะคะ ว่ามากันครบหรือยัง" รุ่นพี่ผู้ชายท่าทางตุ้งติ้ง กายแกร่งแต่ใจหญิงคนหนึ่งบอก ได้ยินเพื่อนๆ เรียกแกว่า เจ๊สวย เมื่อก่อนชื่อ สมชาย แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อเป็นสวยซะแล้ว

"แพทย์"

"มาครับ มาค่ะ"

"วิทยาศาสตร์"

"มาครับ มาค่ะ"

.

.

.

"บริหาร"

"มาครับ มาค่ะ"

"วิศวะกรรม"

"มาค่ะ"

"อ้าว แล้วเดือนไม่มาหรอจ๊ะ"

"มาครับ มาแล้วครับ" เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมาใกล้ๆ ตรงมุมเสา ก่อนที่เดือนคณะวิศวะกรรมจะปรากฎตัว เชรดดดด มันคือ กองทัพ เพื่อนสนิทของผมครับ ใบหน้าซีดเซียวที่มีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย แต่กระนั้นความหล่อเหล่าของมันก็ไม่เคยน้อยลง ไม่ได้ชมเพื่อนนะครับ แต่เพื่อนผมคนนี้หล่อจริง ‘นี้มึงตื่นสายใช่มั๊ย’ ผมถามในใจ แน่นอนว่าคำตอบคือใช่ และที่สำคัญไปกว่านั้น มันได้เป็นเดือน แต่ไม่บอกผมสักคำ มันน่านัก คิดจะปิดเงียบ เมื่อคืนที่คุยกันในวงเหล้า ยังจะมีหน้ามาหลอกถามข้อมูลจากผมกับพลอย

"มาแล้วก็ดีจ๊ะ แต่คราวหลังมาให้ตรงเวลานัดหน่อยนะ" เจ๊สวยบอกพร้อมกับส่งสายตาหื่นกระหายไปให้ไอ้ทัพ มันรีบขอโทษขอโพย แล้วรีบวิ่งไปยืนข้างๆ กับดาวคณะมัน ที่ยืนอยู่ข้างผม ดูท่ามันน่าจะไม่กล้ามาสายอีกแล้วครับ คงกลัวโดนเจ๊สวยจับกิน(ตับ)

"ปิดเงียบเลยนะมึง" ผมยื่นมือไปสะกิดพร้อมกับกระซิบบอกมัน ไอ้ทัพหันมายิ้มอย่างกวนๆ

"กูแค่ศึกษาข้อมูลคู่แข่ง" ศึกษาพ่อง มันกับผมสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยมีความลับอะไรต่อกันเลยครับ ไม่ต้องอ้าปาก แค่มองหน้าก็รู้ใจกัน ใครมีแผนชั่วอะไรรู้หมด

"นี่เป็นกำหนดเวลาและแผนงานที่พวกเราต้องรู้กันนะ"

เจ๊สวยบอก แกแจกกระดาษขนาดครึ่งa4ให้กับดาวเดือนทุกคน เมื่อหยิบขึ้นมาอ่าน ทุกคนร้องออกมาแทบจะพร้อมกัน เพราะในกำหนดการ พวกเราต้องมาซ้อมเต้น ถ่ายรูป ถ่ายคลิป ทำกิจกรรมเยอะแยะมากมาย

"เอาแหละจ๊ะเด็กๆ อย่าเพิ่งรีบโวยวายกันไป ถือซะว่าเป็นการทำความดี เพื่อช่วยเหลือมหา'ลัยของพวกเรานะ พวกเราเป็นตัวแทนของคนอื่นๆ ที่ไม่มีโอกาสได้ทำ" เจ๊แกพูดทำให้พวกเราคิดตาม "และเพื่อเป็นกำลังใจ เจ๊ขอเชิญดาวเดือนปีที่แล้วมาโชว์ตัว และพูดอะไรเล็กน้อยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับน้องๆ ขอเชิญCEOชนา กับหมอเพียงขวัญจ้า"

เจ๊แกบอกพร้อมกับผากมือไปทางมุมตึก ดาวเดือนปีที่แล้วเดินออกมาอย่างช้าๆ แล้วยืนโพสต์ท่า พัดลมตัวเล็กถูกเปิดโดยฝีมือพี่ต้นฝ่ายฉากไปทางพวกเขา ทำให้ผมปลิวสะไหวเล็กน้อย เชี่ย อย่างกับนายแบบ นางแบบ

ทุกสายตามองตะลึงกับคนทั้งสอง เดือนปีนี้มองเดือนปีที่แล้วอย่างอิจฉาในความหล่อ และมองดาวอย่างหลงรัก ดาวปีนี้เองก็เช่นกัน มองดาวปีที่แล้วอย่างอิจฉาและมองเดือนปีที่แล้วอย่างเคลิบเคลิ้ม

ทั้งสองเดินมาหยุดยืนข้างเจ๊สวย พร้อมกับแนะนำตัว

"คุณสามี ช่วยให้คำแนะนำน้องๆ ดาวเดือนปีนี้หน่อยได้ไหมคะ" เจ๊สวยบอกกับเดือนคณะปีที่แล้ว ที่มีหน้าตาหล่อเหลา บุคลิกดี จนได้รับฉายา สามีแห่งชาติ จนใครหลายคนมโนว่าผู้ชายคนนี้เป็น ผอ สระอัว (ผัว)

ไอ้พี่โชนยิ้มโปรยเสน่ห์ส่งให้กับทุกคน ก่อนที่สายตาของมันจะมาหยุดที่ผม

"สู้ๆ นะ ถึงแม้ว่ามันจะหนัก แต่ถ้าเราทุ่มเทและใส่ใจกับมัน ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง มันก็จะดีเสมอ พี่เชื่อว่าเราทำได้ และที่สำคัญ เรายังมีพี่ที่คอยดูแลอยู่นะ"

กรี๊ดดดด

แปะ แปะ แปะ

พูดจบ ไอ้พี่โชนก็ส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ให้กับทุกคนอีกครั้ง จนดาวหลายคนส่งเสียงกรี๊ดด้วยความชอบใจและตบมือระรัว


"เห้ย! ไอ้ข้าว ไปไหนต่อวะ" ไอ้ทัพถามผมหลังจากที่พวกเราประชุมดาวเดือนเสร็จ

"ไปเรียนวะ" ผมบอกหลังจากดูเวลา นี่ก็แปดโมงกว่าแล้วครับ วันนี้ผมมีเรียนแปดโมงครึ่ง "มึงอ่ะ"

"ไปเรียนเหมือนกัน"

"เจอกันตอนเย็นโว้ย"

"อืม"

"ไปกันพลอย" ผมหันไปพูดกับพลอยหลังจากโบกมือลาไอ้ทัพ มันเดินแยกไปขึ้นรถที่จอดตรงมุมตึก ส่วนผมกับพลอยก็เดินมาขึ้นรถของตัวเองเหมือนกัน ไม่ได้เป็นห่วงหรืออะไรนะครับ ผมหันไปมองหาไอ้พี่โชน แต่เห็นมันยังยืนคุยกับดาวปีที่แล้วและเจ๊สวย ผมเลยคิดว่ามันน่าจะหาทางไปตึกคณะเองได้

"เมื่อเช้าพลอยกลัวพี่โชนมากเลย" พลอยพูดขึ้นในระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนตัว จุดหมายของพวกเราคือตึกคณะบริหาร

"ก็ไม่เห็นว่ามันจะน่ากลัวตรงไหน" ผมบอกหลังจากเลี้ยวรถเข้าไปจอด

"พลอยว่าจะถามตั้งหลายครั้งแล้ว ข้าวกับพี่โชนรู้จักกันมาก่อนหรอ แล้วทำไมถึงไปเรียกพี่เขาอย่างนั้นล่ะ"

ผมชะงัก ไม่รู้จะตอบพลอยไปอย่างไรดี เพราะเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่ผมหนีมาโดยตลอด ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะขอไม่รัก ไม่รู้สึก จะได้ไม่ต้องเจ็บปวด และรู้สึกผิดที่ต้องดึงชีวิตของผู้หญิงดีๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ เข้ามาสู่วังวนแห่งความเจ็บปวด

"ข้าว ข้าว" ผมสะดุ้งเมื่อถูกพลอยเรียกเสียงดัง เธอเขย่าไหล่ผมไปมาเพื่อเรียกสติ

"พลอยถาม ข้าวได้ยินหรือเปล่า"

"ข้าวว่าเราไปเรียนกันเถอะ สายแล้ว" ผมเปลี่ยนเรื่องแล้วรีบลงรถ ก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดประตูรถให้เธอ เราสองคนรีบเดินไปเข้าห้องเรียนภายในเวลาฉิวเฉียด เมื่อก้นหย่อนลงบนเก้าอี้ อาจารย์ผู้สอนก็เดินตามเข้ามาติดๆ

"ประชุมเป็นไงบ้างวะ" ซันที่นั่งอยู่ข้างหน้าหันมาถาม

"งานโคตรเยอะ ซ้อมโคตรหนัก" นี้คือคำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดครับ

"ช่วยไม่ได้ ใครให้มึงหล่อเอง" คริสที่นั่งอยู่ข้างไอ้ซันหันมาพูดเสริม จ้า พ่อคนไม่หล่อทั้งหลาย สบายกันจังเลยนะ มันสองคนก็ออกจะหล่อ เผลอๆ หล่อกว่าผมด้วยซ้ำ ทำไมพี่ต่อถึงไม่เลือกคนอื่น บางทีถ้าเป็นหนึ่งในเพื่อนของผม คณะเราน่าจะมีหวังได้ตำแหน่งเดือนมหา'ลัย นี้ผมคิดถูกหรือคิดผิดที่ตอบตกลงเป็นเดือนให้กับคณะ

"พร้อมกันหรือยังคะ นักศึกษา" เสียงของอาจารย์ถามขึ้น ทำให้ทุกคนในห้องหยุดคุยกันโดยอัตโนมัติ


หลังเลิกเรียน พวกผมพากันมากินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าใกล้กับมหา'ลัย

"วันนี้โคตรเหนื่อยเลย กูมึนตั้งแต่คาบเช้า" ซันบอกพร้อมกับยัดอาหารเข้าปากเพื่อเป็นการเติมพลัง

"นี้มึงยังพักไม่พออีกหรอ กูเห็นคาบบ่ายมึงหลับทั้งคาบ" คริส

"กรนดังมาก" น้อยหน่า

"แต่อาจารย์ก็ใจดีนะ ไม่ว่าสักคำ" พลอย

ส่วนผม ไม่มีอะไรจะคัดค้าน โต้แย้ง หรือเสริมครับ เพราะตอนนี้ ปากของผมมันไม่ว่างเลย ก็เพราะอาหารที่วางอยู่ตรงหน้ามันอร่อยเหลือหลาย จนผมหยุดกินไม่ได้

"ข้าว รีบกินตลอดเลยนะ" พลอยที่นั่งอยู่ข้างผมบอก พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบทิชชูมาเช็ดคราบอาหารที่ติดตรงมุมปากให้ผม ผมยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นมาจับหัวเธอส่ายไปมา โดยมีสายตาสามคู่ของเพื่อนผมมองการกระทำของเราสองคนอย่างจับผิด มันคงอยากถามว่า มึงสองคนเป็นเพื่อนกันจริงหรอ

"มองไรมึง แดก" ผมหันไปบอกเพื่อนก่อนจะลงมือกินต่ออีกครั้งอย่างเอร็ดอร่อย

"เออ! น้อยหน่า! สรุป จะย้ายมาพักแถวนี้ป่ะ" คริสถาม

"เกือบลืม เราขอพ่อกับแม่แล้ว พวกท่านไม่ขัดถ้าจะย้ายมาอยู่หอเดียวกับเพื่อน" น้อยหน่า

"ดีเลย งั้นวันนี้เราไปทำเรื่องขอเช่าห้องให้แกเลยดีมั๊ย" พลอยถาม

"อืม"

"งั้นคืนนี้เราไปฉลองกัน" ซันเสริม

"ฉลองไรวะ" ผมถาม

"ก็ฉลองที่น้อยหน่าจะย้ายมาอยู่กับพวกเราไง" ซันตอบ

"ดะ เดี๋ยวนะ เราไม่ได้บอกว่าจะย้ายมาวันนี้สักหน่อย" น้อยหน่าค้าน

"งั้นก็ย้ายวันนี้เลยสิ" พลอยบอกอย่างตื่นเต้น จากนั้นก็แบ่งหน้าที่กันด้วยความรวดเร็ว โดยให้ผมไปจองห้องพักที่อยู่ห้องข้างๆ กับเธอพร้อมกับคุมแม่บ้านทำความสะอาดห้อง คริสพาน้อยหน่าไปขนของที่บ้าน ส่วนพลอยกับซัน เดินหาซื้อพวกของใช้ที่จำเป็นเข้าหอ


ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์ของผมสั่น หลังจากที่ผมจองห้องให้น้อยหน่าเรียบร้อย เจ้าของตึกบอกว่าแม่บ้านทำความสะอาดกลับไปตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว ถ้าจะย้ายมาอยู่เลยต้องทำความสะอาดเอง ซึ่งมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นครับ ผมกำลังคิดหาทางลากไอ้ทัพให้มันมาช่วยผมทำความสะอาด ดูเหมือนมันจะตายยากครับ คิดถึงปุ๊บก็โทรมาปั๊บ

"ไอ้ทัพ มึงอยู่ไหน" ผมถามหลังจากกดรับสาย ตอนนี้หนึ่งทุ่มครับ

"ว่าจะไปร้านเหล้า เลยโทรมาชวนมึง"

"สัด!!! แดกเหล้าทุกวัน" ผมบ่น

"กูเซ็งวะ ไอ้พี่ภูแม่งตามกวนใจกูทั้งวัน ขนาดกูจงใจหลบหน้า แม่งยังตามหากูเจอทุกที่ ไม่รู้ตามหาเจอได้ไง คืนนี้ว่าจะออกไปปลดปล่อยสักหน่อย" ทัพโอดครวญ

"กูว่าจะชวนมึงให้มาช่วยกันทำความสะอาดห้อง เพื่อนกูจะย้ายมาอยู่ แต่แม่บ้านแม่งกลับไปแล้ว กูเลยต้องมาทำคนเดียว" ผมชวนแกมพูดให้มันแลดูน่าสงสาร

"สู้ๆ นะมึง" สัด!! ผมด่ามันในใจ "กูรู้ มึงแกล้งดราม่า แต่ว่ามึงแพ้ฝุ่นไม่ใช่หรอวะ”

“อืม แต่คงไม่เป็นไร”

“เออ มีไรโทรมาหากูนะ กูไปแดกเหล้าและ" มันบอกพร้อมกับตัดสายผมทิ้ง ถึงแม้ตอนแรกน้ำเสียงจะแลดูเหมือนห่วงใย แต่คนที่ซกมกอย่างไอ้ทัพมันคงไม่มาช่วยทำความสะอาดห้องของคนอื่น ขนาดห้องตัวเองยังแทบไม่รอด

"กูทำคนเดียวก็ได้วะ" ผมบอกพร้อมกับหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดในห้องของตัวเองไปห้องที่อยู่ถัดจากห้องของพลอย ซึ่งจะมีน้อยหน่าย้ายเข้ามาอยู่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

"อ้าว ข้าวมาทำอะไรที่ห้องนี้" ผมกรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย เสียงของพี่รหัสดังมาจากด้านหลัง ไม่ยุ่งสักเรื่องจะเป็นไรมั๊ย

"พี่ถามนะครับ" ผมสะดุ้งโหย่งเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ดังมาจากข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ มันเดินเข้ามาใกล้ตัวผมตั้งแต่เมื่อไหร่

"ฮัดฉิ้ววววว" ผมจามเมื่อเผลอลืมตัวจะด่ามันแต่ดันสูดกลิ่นฝุ่นเข้าไปเต็มปอด

"พี่ว่าเราไปรออยู่หน้าห้องดีกว่า ยิ่งแพ้ฝุ่นอยู่ไม่ใช่หรอ" พี่โชนบอกพร้อมกับแย้งอุปกรณ์ทำความสะอาดไปจากมือผม มิหนำซ้ำยังเดินต้อนผมให้ออกไปยืนรออยู่หน้าห้อง

"ฮัดฉิ้วๆๆๆๆ" ผมจากติดต่อกันหลายครั้งจนรู้สึกถึงน้ำมูกที่เริ่มไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ห้องนี้ฝุ่นเยอะชะมัด ขนาดผมยืนดูอยู่หน้าห้องยังจามเยอะขนาดนี้ ถ้าเป็นผมที่ต้องเข้าไปทำความสะอาด จมูกคงพังไปนานแล้ว เพิ่งเห็นข้อดีของการมีพี่รหัสที่เขาบอกว่าคอยช่วยเหลือน้องก็วันนี้ นี้คงเป็นเหตุผลที่มันมาทำดีกับผมสินะ เมื่อคิดได้ดังนั้น ทำไมใจผมมันต้องรู้สึกหน่วงๆ ด้วย

"พี่เก็บกวาดห้องเสร็จแล้ว ข้าวไหวไหมครับ" พี่โชนบอกหลังจากนำอุปกรณ์ต่างๆ ไปเก็บที่ห้องของผม ผมพยักหน้ารับ แต่ทำไมถึงรู้สึกว่า ไอ้พี่โชนมันเดินเซไปเซมา

"ข้าว" สิ้นเสียงเรียก สติผมก็ดับวูบ ไม่รับรู้อะไรอีกแล้วครับ


บันทึกลับ:ชนา

ผมรับข้าวกล้าที่เป็นลมล้มพับไว้ได้ทัน ท่าทางโอนเอียงไปมาของร่างเล็กทำให้ผมรีบวิ่งมารับ ข้าวชอบทำอะไรเกินตัว รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองแพ้ฝุ่นแล้วยังจะมาในสถานที่ๆ มีฝุ่นเยอะอีก ดีนะครับที่ผมทนความคิดถึงไม่ไหว เลยเดินขึ้นมาหา ไม่งั้น ป่านนี้ข้าวคงนอนตายจมกองฝุ่นไปนานแล้ว น่าอนาถดีแท้

ผมอุ้มน้องเข้ามาพักในห้องของน้อง ไม่ต้องไปอยู่แล้วห้องนั้น ใบหน้าแดงก่ำ รวมทั้งคอ แขนและขา จมูกที่มีน้ำมูกไหลซึมนิดหน่อย เห็นแล้วน่าสงสาร

"เด็กดื้อ" ผมพูดกับคนไร้สติ เดินไปหยิบกะละมังใบเล็กไปใส่น้ำ หาผ้าขนหนูผืนเล็กจากตู้เสื้อผ้า แล้วเดินมาหาคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะเริ่มลงมือเช็ดตัวให้อย่างแผ่วเบา ผิวสวยๆ ต้องมาแพ้ฝุ่นจนเป็นรอยแดงไปหมดทั้งตัว

"อื้อ" ข้าวครางขึ้นเมื่อรู้สึกว่าถูกรบกวนบริเวณริมฝีปาก นิ้วของผมเองครับที่ยื่นไปสัมผัสกลีบปากงามที่ผมหลงรัก ปากสวย...น่าจูบ

ผมดึงสติตัวเองกลับคืนมา วิ่งลงไปหาซื้อยาแก้คันแล้ววิ่งขึ้นมาทายาให้กับคนป่วยที่นอนเกาตัวเองยิกๆ นี้กะจะใช้รอบเดียวหมดขวดเลยหรือเปล่าเนี่ย เล่นทาทั้งตัว นี้มันยาหรือครีมวะ ผมคิดในใจ

"หนาว" ข้าวบอกพร้อมกับกระชับผ้าห่ม ผมเพิ่มแอร์จนอุณหภูมิสูงสุด จะว่าไป ตอนนี้ผมเริ่มร้อนแล้วครับ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องของข้าวดังขึ้น ผมมองคนตัวเล็กที่นอนขดอยู่ในผ้าห่ม ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ผมจึงไม่สนใจเสียงเคาะประตูเมื่อครู่ ผมหันมาถอดเสื้อของตัวเองเพราะรู้สึกร้อนและเหนียวตัว คงต้องอาบน้ำสักหน่อย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ผมต้องเดินไปเปิด ก็ยังอยากให้ข้าวนอนพักผ่อน เลยไม่อยากให้ใครมารบกวน

"พี่โชน" เสียงเรียกชื่อผมแผ่วเบาอย่างตกใจ ไม่รู้ว่าตกใจที่เห็นผมถอดเสื้อ หรือตกใจที่ผมมาอยู่ในห้องของข้าว หรืออาจจะตกใจทั้งสองอย่าง จนตอนนี้ เธออาจจะเข้าใจผิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

"มีอะไรหรือเปล่าพลอย ข้าวหลับอยู่" ผมถาม รู้สึกไม่ถูกชะตากับรุ่นน้องคนนี้เสียมากๆ

"คะ คือ พวกเรากลับมาแล้วไม่เห็นข้าวอยู่ในห้อง เลยมาตามน่ะค่ะ"

"มีธุระอะไรหรือเปล่า"

"ไม่มีค่ะ งั้นพลอยขอตัวก่อนนะคะ" พลอยบอก เธอรีบเดินกลับเข้าไปในห้องที่ผมเพิ่งทำความสะอาดเรียบร้อย ผมปิดประตูแล้วเดินไปอาบน้ำ ก่อนจะออกมาในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงแค่ผืนเดียว รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที

"หนาว" เสียงเล็กครางบอกพร้อมกับมุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มมากกว่าเดิม ผมขมวดคิ้ว สงสัยจะไข้ขึ้น

"ข้าว ลุกขึ้นมากินยาหน่อยครับ" ผมบอกพร้อมกับหยิบยาแก้ไข้ขึ้นมาหนึ่งเม็ด แต่ดูเหมือนร่างเล็กจะไม่ขยับ ผมครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะบดยาแล้วนำมันไปละลายกับน้ำอุ่น จะจับกรอกปากก็กะไรอยู่ เดี๋ยวสำลักตาย ผมตัดสินใจอมน้ำที่ผสมยาไว้ในปาก รสชาติขมเฝื่อนคอ ผมจับค้างมนให้เชยขึ้น ประกบปากลงบนปากจิ้มลิ้ม ส่งยาทิพย์เข้าไปในปากเล็กครั้งแล้วครั้งเล่าจนยาหมดแก้ว ก่อนจะตบท้ายด้วยจูบแสนหวาน

"อื้อ"

เมื่อถูกรบกวน ร่างเล็กจึงหันหน้าหนี ทำให้ใบหน้าของผมซบลงอยู่บริเวณลำคอขาว กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเนื้อกายช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน ผมสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดด้วยความปรารถนา ซุกไซร้ใบหน้าเข้ากับลำคอระหง ดูดดึงขบเม้มพอหอมปากหอมคอ จนเป็นรอยแดงเล็กๆ ก่อนจะรีบผละออก กลัวจะเผลอตัวเผลอใจทำอะไรไปมากกว่านี้

"หนาว" ร่างเล็กครางพร้อมกับสั้นหนักกว่าเดิม ผมหยิบบ๊อกเซอร์มาสวมก่อนจะแทรกกายเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาแล้วดึงร่างบางเข้ามากอด หวังว่าความอบอุ่นจากตัวจะถูกถ่ายโอนให้กับคนในอ้อมกอดพอให้คลายหนาว หัวทุยซุกซบเข้าหาอกแกร่งอย่างโหยหาความอบอุ่น ผมตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ กลัวบางสิ่งบางอย่างในร่างกายจะถูกปลุกให้ตื่น ผมฝังจมูกเข้าหาเส้นผมนุ่มสลวยก่อนจะข่มตาให้หลับตามคนตัวเล็กไปอย่างยากลำบาก

เกือบสองปีที่ผมไม่เคยได้เห็นแม้แต่เงาของร่างเล็ก ทั้งคิดถึง โหยหา และห่วงใย จากที่ตอนแรกใจพยายามปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง แต่เมื่อข้าวหายไป สมองน้อยๆ อันโง่เขลาถึงได้รู้ว่า ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผมเองก็รู้สึกชอบ ไม่ใช่สิ รักเลยดีกว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่พอรู้ตัวอีกที น้องชายข้างบ้านก็เข้ามาอยู่ในหัวใจ ในห่วงคำนึงหา 

แต่เป็นเพราะพวกเราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ ทำให้ผมพยายามปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง คบกับผู้หญิงคนโน่น คนนี้ไปทั่ว ไม่เคยสนใจหรือใส่ใจความรู้สึกของข้าว ยิ่งมีเพื่อนชอบล้อแบบภูผา (มันยิ่งหูไว ตาไว และจมูกไว) ผมจึงเลือกทำไม่ดีใส่ข้าว แสดงออกว่าผมไม่ได้ชอบน้อง แต่มันช่างสวนทางกับหัวใจ ผมชอบทุกครั้งที่ข้าวคอยดูแลเอาใจใส่ ชอบสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ที่ข้าวทำให้ ชอบแววตา รอยยิ้มที่คอยส่งมาให้ผม 

และเมื่อถึงตอนนี้ ผมเหมือนมีโอกาสอีกครั้ง ผมลงทุนสลับคำใบ้พี่รหัสที่น้องได้รับของคนอื่นให้กลายเป็นของผม ด้วยการแกล้งเดินไปชน จนม้วนคำใบ้หล่น แล้วนำม้วนของผมยื่นไปให้น้องแทน ไม่ได้เจ้าเล่ห์นะครับ ผมแค่หาทางใกล้ชิดกับน้องเขาให้ได้มากที่สุด และผมก็ทำสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว ต่อไป...

ผมจะงัดมารยาพันเล่มเกวียนที่ผมสั่งสมมา จะงัดมันออกมาอ้อน และอ่อยให้หนักๆ คอยดูเถอะ พี่รหัสคนนี้ จะอ่อย อ่อยจะกว่าจะได้น้องรหัสมาเป็นแฟน

กุลณัฐ

ตอนที่3มาแล้วจ๊ะ หายไปหน่อยนุง มิว่างเลยเจ้าคะ จะหาเวลาว่างแต่งให้รีดได้อ่านกันนะ อย่าเพิ่งทิ้งไรท์ไปไหนนะ ไรท์คิดถึงงงงงงงงงงงง

​และที่สำคัญ อ่านจบแล้ว อย่าลืม!!!!! คอมเม้น คอมเม้น แล้วก็คอมเม้น

​วันนี้อัพไว ก่อนสามทุ่ม คริคริ

ตอนหน้ารออ่านนะ ตอนสามทุ่ม แต่ไม่รู้วันไหน

วันนี้ ฝันดีนะ บุ๊ย...บุย

ความคิดเห็น