Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 09 : ไม่เข้าใจตัวเอง [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 09 : ไม่เข้าใจตัวเอง [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2561 21:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 09 : ไม่เข้าใจตัวเอง [100%]
แบบอักษร

ZAC STYLE

[ZAC x OBCHEUI]

9

ไม่เข้าใจตัวเอง

วันนี้ทั้งวันฉันใช้เวลาว่างไปกับการตามล่าลายเซ็นของรุ่นพี่ให้ได้ครบตามจำนวนที่ได้รับมอบหมายปีสองเท่านี้ ปีสามเท่านี้ ปีสี่เท่านี้ เห็นแล้วก็ท้อใจนิดหน่อยฉันจะหายังไงให้ครบดีวะ ถ้าไม่ครบจะโดนตัดสายไหมเนี่ย... ชีวิตยิ่งแย่มากขึ้นไปอีกเมื่อเพื่อนที่ตามล่าลายเซ็นมาด้วยกันเสือกหนีหายไปไหนแล้วไม่รู้ เลยเหลือฉันคนเดียว ณ เวลานี้

เอาหละวะ พี่คนนั้นก็แล้วกัน

“เอ่อ สวัสดีค่ะ” ฉันเดินเข้าไปหาเป้าหมายพร้อมกับยกมือสวัสดีทักทายคนที่เป็นพี่ที่กำลังนั่งจับกลุ่มทานข้าวกันอยู่ ซึ่งคนที่โดนทักก็หันหน้ามามองพลางขมวดคิ้วสงสัย

“ครับมีอะไรครับ” เขาถามกลับมา

“ช่วยเซ็นต์สมุดให้หน่อยได้ไหมคะ”

“จะไม่แนะนำตัวกับพี่หน่อยเหรอครับ”

“ชื่ออบเชยค่ะ เคมีปีหนึ่ง รหัส 0569” เอาวะ แนะนำตัวแบบนี้แหละ เพราะปกติเวลามีคนถามก็จะพูดเช่นนี้ทุกครั้ง

หลังจากนั้นก็เกิดภาวะเงียบสงัดขึ้นระหว่างเด็กปีหนึ่งกับกลุ่มรุ่นพี่ตรงหน้าขึ้นมาเสียดื้อๆ ฉันประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นพยายามตีหน้าให้เป็นปกติทั้งที่ในใจลุ้นแทบตาย ลุ้นแบบฉิบหายตายห่าเลย ลุ้นมากว่าพี่เขาจะให้ฉันทำอะไรเพื่อแลกลายเซ็นหรือเปล่า แม่จ๋า...ช่วยหนูด้วยนะคะ

“จะให้พี่เซ็นเฉยๆ ก็ง่ายไปมั้งครับ” เขาพูดขึ้นมาพลางเปิดสมุดของฉันไปด้วย “ว้าว ได้เยอะแล้วนี่”

“แล้ว...จะต้องทำยังไงคะ” ได้แต่ขอร้องว่าให้เห็นแก่ความเป็นผู้หญิงร่างน้อยของฉันด้วยนะคะพี่ๆ อย่าสั่งอะไรที่มันนักหนาสาหัสเลย

“งั้นพี่ขอจีบน้องได้ไหม อบเชย” อยู่ๆ รุ่นพี่ตรงหน้าก็เอ่ยในสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึงออกมา วินาทีนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองควรจะตอบไปว่ายังไง

“คือว่า..” แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา เสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้ฉันต้องรีบเงยหน้าขึ้นไปมองทันที

“กูไม่ให้จีบ”

ไอ้พี่แซคมาไงวะ

“ไรมึง” พี่คนที่ฉันกำลังขอลายเซ็นเอ่ยกับบุคคลที่มาใหม่ ใบหน้าที่ขมวดคิ้วแสดงออกถึงความไม่พอใจเล็กน้อย

“มึงใช้สิทธิ์ไม่ชอบธรรมในการขอจีบน้องเหรอวะ” พี่แซคหันหน้าไปมองคนดังกล่าวอย่างเอาเรื่อง ซึ่งคนที่เพิ่งถูกต่อว่าก็ได้แต่ยกมือเกาหัวอย่างงงๆ

“แค่จีบเองมึง กูไม่ได้จะขอเป็นเมีย”

“จีบก็ไม่ได้ นี่น้องกูมึงห้ามเลยไอ้ดิว” พี่แซคพูดขึ้นคราวนี้เขาหันหน้ามามองทางฉันอย่างขัดใจด้วย เหมือนว่าฉันกำลังทำอะไรผิด

“อ้าว นี่น้องมึงเหรอแซค? มึงมีน้องน่ารักจังวะ” พี่ที่ชื่อดิวรีบหันมามองหน้าฉันอย่างตื่นเต้น เขาคงเข้าใจว่าฉันกับพี่แซคเป็นพี่น้องร่วมท้องกันแน่ๆ

“ไม่ใช่น้องแท้ๆ หรอก” ขอบคุณที่พี่มันอธิบายนะคะ

“อ้าว ละจะหวงห่าไร” พี่ดิวกลับมาทำสีหน้าขมวดคิ้วอีกครั้ง การสนทนาของทั้งคู่ทำให้ฉันไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไร นี่ถ้าเงียบอีกนาทีเดียวฉันจะกลายร่างเป็นอากาศให้ดู

“ก็อบเชยมันไม่ชอบให้ใครมาจีบ” คนใจห่ามเอ่ยแต่นั่นกลับทำให้ฉันเข้าสู่โหมดงงไปชั่วขณะ

ฮะ? เดี๋ยวๆๆ กูบอกตอนไหนวะพี่มึง?

“จริงเหรอน้อง” นี่คือคำถามของพี่ดิว

“ตอบมันไปสิว่าไม่ชอบให้ใครจีบ” และนี่ (เหมือนจะเป็น) คำสั่งของพี่แซค

เดี๋ยวก่อนนะคะสังคม ขอเวลางงแป๊บนึงได้ไหมล่ะ อยู่ๆ ตัวเองก็กลายเป็นโรคกลัวความรักไม่ชอบให้ใครจีบไปแล้วเหรอ? สงสัยมากว่าตัวเองไปเป็นตอนไหน

“เปล่าค่ะ ถ้าจะจีบจริงก็คงแล้วแต่” ที่ฉันตอบไปแบบนั้นก็เพราะคิดว่าพี่ดิวมันคงพูดหยอกไปงั้นแหละ ถ้าเขาชอบฉันจริงฉันก็โอเคพร้อมเปิดใจ แต่ถ้าเข้าหาเล่นๆ นี่มันต้องมีต่อยกันบ้าง แต่ดูเหมือนคนที่ไม่พอใจที่สุดจะไม่ใช่ฉันเสียแล้วสิ

“ไอ้เอ๋อ**!!”**

อ้าว...ไรวะ


“ตะโกนทำไมมึง ยืนอยู่ใกล้กันแค่นี้” พี่ดิวด่ากลับพี่แซคแทนฉันไปแล้ว จริงๆ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ต่อหน้าหลายคนในนี้ฉันก็คงด่าพี่มันบ้างเหมือนกัน จะเรียกเสียงดังทำไมก็ไม่รู้

“เรื่องของกู จะทำอะไรก็ทำกูไม่ยุ่งละ” พูดจบพี่มันก็หมุนตัวเดินออกไป ทิ้งให้ฉันกับคนอื่นมองตามงงๆ บทจะมามันก็มา บทจะไปมันก็ไปเสียดื้อๆ

คือ...ตามไม่ทันว่ะแซค ต้องการอะไร

“สรุปจีบได้นะน้อง” พี่ดิวเลิกสนใจคนเสียงดังเมื่อครู่แล้วกลับมาคุยกับฉันต่อ เขาก้มลงเซ็นชื่อตัวเองในสมุดจนเรียบร้อยก่อนคืนมันมาให้ฉัน “พี่พูดเล่นนะไม่ต้องซีเรียส”

เขาพูดเล่นจริงๆ ด้วย

“ขอบคุณนะคะ” ถึงจะงงนิดหน่อยแต่ก็ได้ลายเซ็นเพิ่มแล้วกันวะ

“อบบบบบ” เสียงคุ้นหูที่คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนชายคนสนิทของฉันดังมาแต่ไกลก่อนจะปรากฏร่างของเจ้าตัวที่กำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาทางนี้

“หายไปไหนมาทั้งวันวะ” ฉันเก็บสมุดเข้ากระเป๋าตัวเองพร้อมกับเปิดบทสนทนากับพายอาร์

“กูไปหาพี่หยาดมา พอดีทีมหลีดเขานัดคุยกันนิดหน่อย” มันตอบ

“อ้าว แล้วทำไมกูไม่รู้เรื่อง” ฉันก็เป็นหนึ่งในทีมหลีดนะ ถ้านัดคุยกันฉันก็ต้องได้ไปด้วยสิ...หรือว่าจะโดนตัดรายชื่อออกแล้ววะ?

“โอ๊ย ไลน์กลุ่มอะหล่อนเคยเปิดอ่านสักทีไหมถาม!” นังพายอาร์เบ้ปากมองบนใส่ฉันแล้วก็ถอนหายใจยาวเหยียด แต่จะว่าไปแล้วมันก็พูดถูกนะ ในเมื่อฉันไม่ค่อยเข้าไลน์จริงๆ นั่นแหละ แค่มีไว้ประดับโทรศัพท์เท่านั้นเอง

“เออแล้วนี่คุยอะไรกันบ้างอะ”

“ก็พี่แกบอกจะลดเวลาซ้อมลงอะ โหยยย ใครในทีมไปกู้ชาติมาวะทำไมมีบุญเผื่อแผ่พวกเราได้ขนาดนี้” พายอาร์ว่าแล้วก็ทำท่าดีใจปลื้มปริ่ม

มันจะรู้ไหมว่าคนที่กู้ชาติคือฉันเอง พี่หยาดยื่นข้อเสนอบ้าๆ ให้ฉันไปเป็นแม่สื่อกับพี่แซคให้ เธอเลยทำแบบนี้ ฉันควรจะรู้สึกอย่างไรก่อนดี

“ไปกินชาบูกันเย็นนี้” เพื่อนตุ๊ดเสนอความคิดเห็น

“นังอ้วนเอ๊ย”

“ใครอ้วน ตบปากเดี๋ยวนี้!” เพื่อนมันทำหน้าตาไม่พอใจทันทีที่ฉันด่ามันอ้วน เอ้า พูดความจริงทำเป็นรับไม่ได้ ดูสิ วันๆ ชวนแต่ไปกินไม่อ้วนไงไหววะ?

ร้านชาบูลุงบุญชู

ค่ะ..ถึงปากจะด่าเพื่อนว่ามันอ้วน แต่ถามว่ามากินกับมันไหม? ..แหม่..ถ้าไม่จะมานั่งอยู่ท่ามกลางควันจากหม้อชาบูแบบนี้เหรอ

“อีอบ เขียนด้วยว่าเอาหมูสไลด์ 5 สานชั้น 5 กุ้งอีก 6 เร็วๆ” เนี่ย...ชวนกูมาละก็มาสั่งกูอีก

ฉันกลอกตาเล็กน้อยแต่ไม่ได้บ่นอะไรเพราะยังไงซะสั่งมาก็กินกับมันนั่นแหละ จากนั้นจึงเอื้อมมือไปหยิบกระดาษเมนูกับปากกามาเขียนๆ ตามที่มันบอกก่อนจะยื่นให้พนักงานในร้าน

“เอ้านั่นพวกพี่แซคนี่!”

ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อนังพายอาร์มันพูดขึ้นอย่างเสียงดัง จนคนในร้านหันมามอง

“ห่า พูดเบาๆ” ฉันเอ็ดมันก่อนจะหันมองไปรอบร้านแล้วส่งยิ้มแห้งให้ทุกคนในนี้ จากนั้นสายตาก็หยุดอยู่ที่ร่างหนึ่งหน้าประตูร้าน

ไอ้พี่แซคใจห่ามมากินชาบูด้วยเหรอ...เขามากับเพื่อนอีกหนึ่งคน เป็นผู้ชายตัวสูงที่หน้าตาดีมากอาจจะดีกว่าพี่แซคมันด้วยซ้ำ แต่ซึ่งดูท่าทางแล้วไม่น่าจะเรียนวิศวะ

“รู้จักด้วยเหรอ?” ฉันละสายจากร่างสูงแล้วหันมาคุยกับผู้เป็นเพื่อน

“โอ๊ยยย! ผู้ชายหล่อๆ ในคณะไม่มีคนไหนที่กูไม่รู้จักค่า” มันพูดแล้วก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจยิ่งกว่าจำเนื้อหาในวิชาที่เรียนได้ “อย่าว่าแต่คณะ ระดับในมอก็รู้”

“เหรอ แล้วคนข้างๆ พี่แซคอะใคร” ฉันลองถามพายอาร์มันดู ก็ถ้ามันรู้จักจริงคงอึ้งแหละ

“อ๋อออ คนนั้นน่ะ...ถ้าใครชอบติดตามผู้ชายหล่อๆ ไม่มีใครไม่รู้จักหรอก” มันพูดขึ้นแล้วก็จับจ้องยังร่างของผู้ชายที่อยู่ข้างพี่แซคแล้วพูดต่อว่า “ก็นั่นมันเดือนมหาลัยปี 3 พี่ไพน์ไงมึง”

กูไม่ได้ติดตามผู้หล่อๆ แบบมึงไงพายอาร์ จะไปรู้อะไรขนาดนั้น

“เด็กๆ นั่งด้วยได้ไหม” ฉันสะดุ้งเป็นรอบที่สองของวันนี้เมื่อเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังก่อนจะปรากฏร่างของคนพูดเมื่อครู่

เดี๋ยว แล้วพี่แซคแม่งจะมานั่งทำไมตรงนี้!?

“ได้ค่ะ! เชิญๆๆ” พายอาร์ไม่ถามความคิดเห็นจากฉันสักคำ มันรีบจัดเก้าอี้ให้พี่สองคนมานั่งทันทีและหันไปบอกพนักงาน “ขอจานเพิ่มสองที่ค่า”

“มาทำไมอะ” ฉันเอ่ยถามพี่แซคที่นั่งลงเก้าอี้ข้างๆ ฉันอย่างสงสัย

“มาร้านชาบูคงมานั่งกินนมสดมั้งเอ๋อ”

ละดูมันตอบ ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าคนที่พูดจาแบบนี้มีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ได้ยังไง

“ถามหน่อยดิพี่ ตั้งแต่เกิดมาอะเคยโดนคนดักตีไหม” เพราะสงสัยเลยต้องถามออกไปจริงๆ ฉันว่านะแม่งต้องมีบ้างหละคนที่อยากถวาย Teen ให้พี่มันข้อหาหมั่นไส้อะ

“ไม่หละ มีแต่กูที่ไปตีเขา” พี่แซคตอบหน้านิ่งๆ ก่อนจะหยิบแก้วน้ำอัดลมที่พายอาร์มันรินให้ขึ้นมาดื่ม

เออ อันนี้เชื่อ

“ตีใคร?”

“ถ้ามึงยังถามอีก กูจะตีมึงเอ๋อ”



เนี่ยอะคนเรา นิสัยแบบนี้ไม่ควรมานั่งปากดีจนอายุ 21 ได้เลยอะ

“พี่ชอบอะไรคะ เดี๋ยวพายจะสั่งให้” อือ ละนี่เพื่อนกูก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเลยทันทีเมื่ออยู่กับผู้ชาย ดูมันนั่งจะสิงพี่ไพน์อยู่แล้วมั้งนั่น

“อันนี้รุ่นน้องที่คณะกูเองอบเชยกับพายอาร์” พี่แซคแนะนำฉันกับพายอาร์ให้เพื่อนของเขาได้รู้จัก ก็ขอบคุณที่ไม่แนะนำอะไรกวนตีนๆ ให้ล่ะนะ

“อ๋อออ อบเชยที่บอกว่า..” พี่ไพน์ทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างแต่ว่า

“หยุด! ถ้ามึงพูดก็จะเนรเทศมึงกลับบ้าน” ไอ้คนที่นั่งข้างกันกลับโพล่งขึ้นมาราวกับว่ากำลังกลัวอะไรอยู่ อย่าบอกนะว่าพี่มันเอาฉันไปนินทาเนี่ย

“ได้ข่าวว่ามึงเป็นคนพากูมา”

“ไม่สน” ขนาดเพื่อนตัวเองก็ยังนิสัยแบบนี้เหรอวะ? ยอมเลยอะ

“พี่นินทาอะไรฉันไว้เหรอ” ฉันหันหน้าไปถามพี่แซคด้วยความสงสัย เพราะก่อนหน้านั้นเพื่อนเขาจะพูดถึงฉันแต่เขากลับห้ามไว้ แสดงว่ามันต้องมีอะไรไม่ดีแน่

“เห็นมะ เด็กมันฉลาด” พี่ไพน์ว่าแล้วก็หัวเราะ

“เดี๋ยวนะคะ คือรู้จักอบเชยมันด้วยเหรอคะ” นังพายอาร์ที่นั่งเงียบไปนานก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจ ฉันก็เกือบลืมไปเลยว่ามันยังนั่งอยู่ตรงนี้ “อ๋อ หรือพี่คือลูกของเพื่อนแม่นังอบมัน”

“โห เด็กคณะมึงนี่ฉลาดรอบรู้ไปหมดเลยอะ” เพื่อนของพี่แซคมีสีหน้าทึ่งๆ เล็กน้อย “ถ้าคณะกูเนี่ยพูดสามสี่รอบก็ยังทำหน้ามึนอยู่เลย”

พี่มันพูดแบบนั้นแสดงว่าเรื่องที่ไอ้พี่แซคนินทาฉันนี่เรื่องจริงดิวะ

“เขาไม่เรียกว่าฉลาดมึง แบบนี้เรียกขี้เสือก” พี่แซคพูดขึ้นแล้วก็ใช้มือเขกหัวฉันเบาๆ แต่ไอ้เบาของพี่มันก็ทำให้หัวฉันเซไปด้านหนึ่งได้เลย

“จริงๆ มันก็ไม่มีอะไรหรอก แซคมันบอกว่า” พี่ไพน์เริ่มพูด

“ไอ้ไพน์!” และไอ้พี่แซคก็โวยวาย

“คือแซคมันบอกว่ามีเด็กคนหนึ่งที่คณะ เป็นลูกของเพื่อนแม่”

“ไอ้เหี้ยไพน์!” พี่มันโวยวายดังกว่าเดิม

“มันบอกว่าน้องอะน่ารัก กำลังหาคนมาดามใจอยู่พอดี”

“กูจะเอาน้ำชาบูราดหน้าให้มึงเสียโฉม” ไอ้พี่เริ่มเกี้ยวกราดมากขึ้นตามนิสัยห่ามๆ ของมัน

“ว้าย จริงเหรอคะ” พายอาร์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็อุทานขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น มันยกมือมาตบแปะๆ ออกนอกหน้าแทนฉันไปแล้ว “ถ้าชอบก็จีบเลยสิคะ อบเชยมันโสดดดดด”

“เดี๋ยวมึง น้อยๆ หน่อย” ฉันว่าพร้อมถลึงตาใส่ผู้เป็นเพื่อนก่อนจะหงายเงิบกับประโยคต่อมาของคนที่นั่งด้านข้าง

“ไม่หละ ไม่อยากได้ผู้หญิงเตี้ยมาเป็นแฟน”

ไอ้พี่แซค!!

**** ****

100%

จำคำตัวเองเอาไว้ซะแซค อย่าให้ฉันลู้วว่าชอบน้อง

ปลื้มอบเชย รักพี่แซค ต้องแท็ก #แซคสไตล์ เลยนะคะ

อย่าลืมเม้นท์ให้พี่ด้วย ไม่เม้นท์พี่ต่อย

ติดตามได้ที่ Facebook : Castle-G | Twitter/IG : @castleglint

ความคิดเห็น