กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่14 คำนินทาและสายตาดูถูก

ชื่อตอน : บทที่14 คำนินทาและสายตาดูถูก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2561 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่14 คำนินทาและสายตาดูถูก
แบบอักษร

สองวันต่อมา  อิตาลี คอนโดนิริน

“ไม่เป็นไรครับ ผมก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร เรื่องค่าเสียหายก็ปล่อยให้เป็นของประกันคุยกันไปแล้วกันครับ ครับ ขอบคุณครับ” เดวิดกรอกเสียงไปยังปลายสาย คุยธุระกันอยู่สักครู่ก่อนจะวางสายลง 

“มีอะไรเหรอคะอาเดย์” นิรินหันไปเอ่ยถามเมื่อตนเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้จนเสร็จ 

“ตำรวจน่ะจะ เขาโทรมาแจ้งว่าคนขับรถบรรทุกอาการทรุดและเสียชีวิตแล้ว” เดวิดบอกพลางเดินเข้าไปสวมกอดเธอเอาไว้ 

“ก็ก่อนหน้านี้บอกว่าอาการดีขึ้นแล้วไม่ใช่เหรอคะ”  

“หมอบอกว่าโรคแทรกซ้อนน่ะ แล้วเขามีโรคประจำตัวอยู่แล้วก็เลยทรุดง่าย”  

“แล้วเรื่องอุบัติเหตุจะเป็นยังไงต่อคะ”  

“ตำรวจก็สรุปไปเป็นอุบัติเหตุเหมือนเดิม อาก็โอเคนะไม่ได้ติดใจอะไร หรือนิรินคิดว่าไงคะ”  

“อืมม…ถึงจะติดใจอะไรก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว งั้นก็ปล่อยไปเถอะค่ะ เราสองคนรอดมาได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีมากแล้ว พอคิดถึงวันนั้นก็อดใจหายไม่ได้นะคะ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเราไม่ได้เจอกันอีกจะทำยังไง” นิรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าลงพลางหันหน้าเข้าหาอ้อมอกชายหนุ่ม 

“เราสองคนก็ยืนกอดกันอยู่นี่แล้วไงคะ และอาสัญญาว่าอาจะไม่หายไปไหนอาจะอยู่ข้างๆนิรินแบบนี้ไปตลอดเลย” เดวิดจูบที่แก้มนวลของเธอทั้งสองข้าง 

“ค่ะ” นิรินยิ้มรับแล้มจูบที่แก้มสากเคราของเขาเช่นเดียวกัน 

“อย่ามองอาด้วยสายตาแบบนั้นสิคะ เดี๋ยวอาจะกลายเป็นคนผิดคำพูดนะ” เดวิดมองหญิงสาวที่กำลังมองเขาด้วยสายตาเป็นประกายพร้อมรอยยิ้มหวานด้วยตาละห้อย เพราะต้องเก็บอารมณ์ความต้องการเอาไว้ตามสัญญาที่รับปากกับแม็กเวลว่าจะรอจนกว่าเขาหมดพันธะ 

“งั้นนิรินไปจัดของต่อดีกว่า แล้วเดี๋ยวสั่งอะไรมาทานที่นี่ก่อนนะคะอาเดย์จะได้ทานก่อนกลับ” นิรินผละออกจากอ้อมกอดของเขาแล้วไปจัดแจงเก็บข้าวของเข้าที่ต่อ 

“คืนนี้อาจะนอนที่นี่ค่ะอาอยากนอนกอดนิริน” เดวิดเอ่ยเสียงหวานแล้วเดินไปช่วยเธอจัดข้าวของด้วย 

“จะดีเหรอคะ”  

“เราก็เคยนอนกอดกันมาแล้วไงคะ อาอดทนได้แน่” เดวิดหันไปส่งยิ้มให้เธอ 

“นิรินกลัวนิรินจะปล้ำอาเดย์เองน่ะสิ” นิรินเอ่ยบอกทำเอาชายหนุ่มถึงกับหัวเราะออกมาทันที 

“เด็กบ๊องนี่ ขี้หื่นจริงๆเลย” เดวิดยกมือขึ้นยีหัวเธอเบาๆ 

“ล้อเล่นหรอกค่า นิรินก็ไม่ได้หื่นขนาดนั้นสักหน่อย”  

“หื่นมากกว่านั้นน่ะสิ”  

“แหมว่านักเดี๋ยวก็จับปล้ำเสียเลยค่ะ” นิรินหันไปทำจมูกย่นใส่เขาอย่างน่ารัก 

“กล้าเหรอหื้ม มาดูซิใครจะปล้ำใคร นี่แน่ะเด็กหื่นต้องโดนแบบนี้”  

“โอ้ยอาเดย์ อย่าค่ะ ฮ่าๆ นิรินจั๊กจี้นะคะ ฮ่าๆ” นิรินเอียงตัวหลบพัลวันพร้อมกับหัวเราะร่วนเมื่อชายหนุ่มตรงเข้าไปใช้มือหนาไต่ไปทั่วตัวก่อนจะอุ้มเธอไปวางบนเตียงแล้วจั๊กจี้เธออีกครั้ง 

“อามีความสุขมากเลยนะที่ได้อยู่กับนิรินแบบนี้ นิรินบอกว่านิรินจะเป็นรอยยิ้มให้อามันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ อายิ้มทุกครั้งที่อยู่กับนิริน ยิ้มที่ออกมาจากหัวใจ” เดวิดใช้นิ้วเรียวเกลี่ยไปมาที่พวงแก้มของเธอ 

“นิรินก็มีความสุขค่ะ ที่มีอาเดย์อยู่ด้วยกันแบบนี้” นิรินมองสบตาเขาหวานฉ่ำ 

“อีกไม่นานนะคะ อีกนิดเดียว เราจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ทุกวัน อดทนอีกหน่อยนะคนดีของอา” เดวิดจูบลงที่หนาผากเล็กเบาๆ 

“ค่ะ นิรินจะอดทน รอให้ถึงวันของเราสองคนนะคะ” นิรินยิ้มรับแล้วมองสบตาเขาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะต้องอดทนแค่ไหนเธอก็จะทำเพราะเขาเท่านั้นที่หัวใจของเธอต้องการ 

วันต่อมา บริษัทนิริน

“นิรินจ้ะ พี่มีข่าวดีจะมาบอก” วีโอเล็ตเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน 

“อะไรเหรอคะพี่วี” นิรินละสายตาออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วหันไปมองผู้เป็นหัวหน้า 

“เรื่องงานออกแบบของนิรินน่ะ บอสชอบมากเลยนะ และสั่งอนุมัติให้สั่งตัดสำหรับงานเดินแบบของบริษัทครั้งต่อไปได้เลย” วีโอเล็ตบอกทำเอาหญิงสาวยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจทันที 

“จริงเหรอคะพี่วีนิรินดีใจที่สุดเลยค่ะ” นิรินเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น  

“จริงสิจ้ะ นิรินเก่งมากเลยนะปกติบอสจะเลือกผลงานของดีไซน์เนอร์มือดีเจ้าประจำของบริษัทเท่านั้นไม่เคยเลือกเด็กใหม่ให้ทำงานแฟชั่นโชว์มาก่อน นิรินเป็นเด็กใหม่คนแรกเลยนะที่เข้ามาไม่นานผลงานก็ไปเตะตาบอสเข้าอย่างจัง”  

“นิรินดีใจที่สุดเลยค่ะ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว อยากทำงานเร็วๆจังเลยค่ะ”  

“เดี๋ยวได้ทำแน่จะ งานหนักน่าดูเลยเชียวล่ะถึงคราวนั้นแล้วอย่ามาบ่นแล้วกันนะ”  

“ไม่บ่นแน่นอนค่า”  

“งั้นตอนกลางวันไปทานข้าวกับพี่นะเดี๋ยวพี่เป็นเจ้ามือ ถือว่าเลี้ยงให้กับความสำเร็จขั้นแรกของนิริน”  

“ค่ะ” นิรินพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม 

เวลาต่อมา

“ขอบคุณนะคะพี่วี อิ่มอร่อยมากเลยค่ะ” นิรินยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองปอยๆเพราะมื้อกลางวันเธอเจริญอาหารมากทีเดียว 

“พี่สิต้องขอบคุณนิริน ที่ตั้งใจทำงานจนได้รับงานใหญ่” วีโอเล็ตส่งยิ้มให้สาวน้อย 

“นิรินจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดเลยนะคะ จะไม่ทำให้พี่วีผิดหวังอย่างแน่นอน”  นิรินบอกด้วยท่าทีมุ่งมั่น

“จ้าพี่เชื่อจะ เอาเป็นว่าเราเข้าออฟฟิศกันดีกว่าเดี๋ยวต้องเรียกประชุมหาทีมให้นิรินด้วย”  

“ค่ะ” นิรินพยักหน้ารับก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้ามาด้านในออฟฟิศ  

“อะไรน่ะ” นิรินเอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นกล่องวางอยู่บนโต๊ะของเธอ  

“อะไรเนี่ย หนุ่มส่งขนมมาให้ละสิ” วีโอเล็ตเอ่ยแซวเมื่อเดินเข้าไปดูก็พบว่าเป็นกล่องสี่เหลี่ยมใบใหญ่ที่ด้านในมีขนมหน้าตาคล้ายขนมปังอยู่เต็มไปหมด 

“ขนมอะไรเหรอพี่ไม่เคยเห็นเลย หน้าตาก็เหมือนขนมปังหรือพาย แต่รูปก็เหมือนเปลือกหอยนะ” วีโอเล็ตเอ่ยถาม 

“นิรินก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ ไม่รู้ว่าใช่ของนิรินหรือเปล่าทำไมถึงมาวางที่โต๊ะนิริน” นิรินบอกด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน 

“อ้าวตา มาพอดีเลย ตาเป็นคนไทยลองดูขนมในกล่องให้หน่อยสิว่าพอจะรู้จักหรือเปล่า เผื่อเป็นขนมของทางเอเชียน่ะ” วีโอเล็ตกวักมือเรียกสิตาพนักงานคนไทยหนึ่งเดียวในแผนกให้เข้ามาหา

“อ้อขนมไทยค่ะพี่วี เป็นขนมที่คนนิยมซื้อเป็นของฝากจากต่างจังหวัดน่ะค่ะ เรียกว่ากะหรี่ปั๊ป” สิตาเอ่ยออกมา 

“ชื่อแปลกจัง เรียกยากอีกด้วย กะ..กะอะไรนะ” วีโอเล็ตถามพลางพยายามออกเสียงให้ได้ 

“กะ-หรี่-ปั๊ป ค่ะ กะหรี่ปั๊ป ว่าแต่ใครไปไทยมาเหรอคะ” สิตาทวนคำช้าๆให้ฟังก่อนจะเอ่ยถามไปบ้าง 

“เปล่าหรอกค่ะ ไม่รู้ว่ามีใครเอามาวางที่โต๊ะนิริน”  

“นั่นสิหรือมีหนุ่มไทยมาขายขนมจีบกันนะ หนุ่มไทยที่แผนกไอทีก็มีอยู่นะ” วีโอเล็ตยังคงไม่เลิกสงสัย  

“ไม่น่าจะใช่นะคะพี่วี ถ้าหนุ่มคนไหนเอาขนมนี่มาจีบสาวคงโดนแพ่นกบาลแน่ๆ” สิตาเอ่ยออกมาอย่างไม่เห็นด้วย 

“ทำไมล่ะคะ” นิรินถามอย่างอยากรู้ เพราะขนมนี่ก็น่าตาน่าทานอยู่ไม่น้อย 

“ก็…ก็ชื่อขนมมันไปสอดคล้องกับ เอ่อ…กับผู้หญิงขาย…” สิตาอธิบายอย่างไม่กล้าพูดเต็มปากเต็มคำ 

“หมายถึงผู้หญิงแบบนั้น” วีโอเล็ตเอ่ยออกมาอย่างตกใจ เมื่อเข้าใจความหมายที่สิตาต้องการจะบอก

“ค่ะ บางคนก็ใช้คำพวกนี้เป็นคำเสียดสีด่ากัน” สิตาพยักหน้ารับ 

“เอ่อ…แต่น้องนิรินอย่าคิดมากเลยนะคะ คนเอามาให้อาจจะไม่ได้คิดอะไรก็ได้” สิตารีบหันไปบอกหญิงสาวเมื่อเห็นเธอทำหน้าเจือนลง 

“ช่างเถอะค่ะ นิรินไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ” นิรินคลี่ยิ้มบางๆให้ 

“พี่ไปเปิดกล้องให้ดูเอามั้ยนิรินจะได้รู้ว่าใครเอามาวาง แล้วมีจุดประสงค์อะไรกันแน่” วีโอเล็ตเสนอขึ้น 

“อย่ายุ่งยากเลยค่ะพี่วี บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ หรือถ้าเขาจะส่งมาว่านิรินจริงๆก็ปล่อยไปเถอะค่ะ อย่าไปดิ้นตามเขาเลย ยิ่งเราร้อนลนเขาก็ยิ่งได้ใจ อยู่เฉยๆดีกว่าค่ะเรารู้แก่ใจว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา”  

“โอเคจะ งั้นเราไปคุยงานกันเถอะ สิตาจัดการขนมพวกนี้ให้ทีนะ เอาไปทิ้งเลยก็ได้” วีโอเล็ตเอ่ยก่อนจะเดินเข่าไปในห้องทำงานของตนโดยที่นิรินเองก็เดินตามไปเช่นเดียวกัน 

เวลาต่อมา

“ยังคิดมากเรื่องขนมนั่นอยู่เหรอนิริน พี่เห็นเราเงียบๆไป” วีโอเล็ตเอ่ยถามหลังจากพากันเดินออกมาจากห้องประชุม 

“เปล่าหรอกค่ะ นิรินคิดเรื่องงานมากกว่า อยากจะทำอะไรให้ออกมาดีที่สุดน่ะค่ะ” นิรินตอบออกไป แต่ความจริงแล้วเธอก็แอบคิดถึงคนที่ทำอยู่เช่นกัน

“ดีแล้วอย่าไปเอาเรื่องพวกนั้นมาใส่ใจเลยเนอะ เอ้าๆมามุงดูอะไรกันจ้ะ งานการไม่ทำกันหรือยังไง” วีโอเล็ตส่งยิ้มให้หญิงสาว ก่อนจะเดินไปดูเหล่าพนักงานที่จับกลุ่มซุบซิบกันอยู่

“เอ่อมีคนเอาดอกไม้นี่มาส่งค่ะ” สิตาเอ่ยพลางเหลือบมองแจกันกุหลาบสีแดงช่อโตที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ 

“แล้วจะมายืนมุงอะไรกันไปๆแยกย้ายกันไปทำงาน” วีโอเล็ตบอกทุกคนจึงแตกฮือกันไปหมด 

“เดี๋ยวก่อนนิริน” วีโอเล็ตเอ่ยเรียกเมื่อหญิงสาวกำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะเช่นเดียวกัน 

“มีอะไรเหรอคะ” นิรินหันมามองหน้าผู้เป็นหัวหน้า 

“ดอกไม้นี่ส่งถึงนิรินจะ” วีโอเล็ตบอกพลางหยิบการ์ดที่เสียบอยู่บนดอกไม้ยื่นให้แหญิงสาว 

‘ส่งถึงนิริน นังเมียน้อย’ นิรินอ่านข้อความบนการ์ดด้วยหัวใจหล่นวูบ นี่มันอะไรกัน ใครกำลังเล่นตลกกับเธอ 

“พี่ว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ เล่นกันแรงแบบนี้ ไปนิรินไปดูกล้องกับพี่” วีโอเล็ตเอ่ยแล้วจับมือหญิงสาวให้เดินตามออกไป 

เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ 

“จอยไม่ทราบค่ะคุณวี เป็นแมสเซนเจอร์มาส่ง จอยเลยนำขึ้นไปวางไว้ให้” หญิงสาวที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เอ่ยขึ้น เมื่อวีโอเล็ตมาคาดคั้นเอาคำตอบจากเธอหลังจากดูกล้องวงจรปิดแล้วพบว่าเธอคือคนนำขนมไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของนิรินรวมไปถึงแจกันดอกกุหลาบด้วย 

“ช่างเถอะค่ะพี่วี จอยเขาก็ทำตามหน้าที่ของเขาเท่านั้นเอง” นิรินเอ่ยขึ้นก่อนจะดึงมือหัวหน้าให้เดินออกมาจากตรงนั้น 

“ก็พี่อยากรู้จริงๆนะนิริน พี่ว่าต้องเป็นคนที่อิจฉานิรินแน่ๆ นี่พอนิรินได้งานใหญ่ปุ้ปขนมกับดอกไม้นี่ก็มาส่งทันทีเลย แล้วนี่ก็ลองโทรไปที่ร้านดอกไม้แล้วร้านก็บอกว่าลูกค้าไม่ได้แจ้งชื่อไว้อีก มันน่าหงุดหงิดนักเชียว พี่ละโมโหแทนนะ มาว่ากันเสียๆหายๆทั้งๆที่นิรินไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยด้วยซ้ำ” วีโอเล็ตบ่นยาวก่อนจะหันไปมองหน้าหญิงสาวในประโยคสุดท้าย 

“……….” นิรินไม่ได้ตอบอะไรเธอเพียงแต่นิ่งเงียบ จนวีโอเล็ตถึงกับหน้าเสียเพราะรู้ดีว่าหากมันไม่จริงเธอจะเถียงออกมาอย่างแน่นอน

“มันต้องมีเหตุผลใช่มั้ยนิริน” วีโอเล็ตมองหน้าหญิงสาวอย่างรู้สึกผิด ตนไม่น่าจะมาโวยวายหาเรื่องอะไรแบบนี้เลย 

“ถึงจะมีเหตุผลแต่คำนั้นมันก็เป็นสิ่งที่นิรินต้องรับอย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่ดีค่ะ ไว้ถ้านิรินพร้อมนิรินจะเล่าให้พี่วีฟังนะคะ” นิรินตอบด้วยรอยยิ้มเจือนๆ ถึงเธอจะอธิบายเหตุผลอะไรไป แต่ชายหนุ่มก็ยังมีพันธะ มีทะเบียนสมรส เธอก็ต้องจำยอมรับตำแหน่งเมียน้อยโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี 

“พี่ขอโทษนะนิริน”  

“ขอโทษทำไมคะพี่วีไม่ได้ทำอะผิดเสียหน่อยค่ะ ไปทำงานกันดีกว่านะคะ” นิรินส่งยิ้มหวานให้ก่อนจะเดินเข้าไปยังออฟฟิศทันที 

“เออ ไม่น่าเลยเนอะ หน้าตาก็ดีอะ”  

“หน้าตาดีแต่สันดานไม่ดีแย่งผัวชาวบ้านเขานะเออ ทำเป็นคุณหนูใสๆที่ไหนได้ร้ายเงียบ”  

“นั่นดินี่ที่ส่งมาสงสัยหนีไม่พ้นเมียหลวง แต่ก็ดีนะพวกเมียน้อยมันต้องเจอเมียหลวงตามราวีแบบนี้แหละ” ทันทีที่เดินเข้ามาก็ได้ยินเหล่าพนักงานจับกลุ่มซุบซิบนินทาเธออยู่พอดี 

“ถ้าคุยกันเรื่องนิรินเสร็จแล้ว ก็กลับไปทำงานกันเถอะค่ะ เวลางานก็ช่วยทำเต็มที่ด้วยนะคะ ให้ดูกระตือรือร้นเหมือนตอนที่คอยจับกลุ่มนินทาคนอื่นหน่อย จะได้มีผลงานดีๆออกมาเสนอหัวหน้าบ้าง” นิรินเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบทำเอาทั้งสามคนที่จับกลุ่มกันอยู่พากันแยกย้ายไปคนละทิศคนละทาง 

“อย่าไปสนใจพวกนั้นเลยนะคะน้องนิริน มันปากเสียกันแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ อย่าคิดมากนะคะ” สิตาเดินเข้ามาหาหญิงสาว 

“ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่สิตา” นิรินพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง 

“อดทนไว้นิริน” นิรินบอกกับตัวเองเบาๆแล้วทำงานของตนต่ออย่างพยายามไม่สนใจคนรอบข้าง ถึงกระนั้นก็ยังมีคนที่พากันซุบซิบเรื่องของเธอ อีกทั้งสายตาที่มองเธอเหมือนเธอเป็นเชื้อโรคน่ารังเกียจ แต่เธอก็ต้องอดทนอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ ทนกับคำนินทาและสายตาดูถูกพวกนี้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย...


*****************************************

ใครทำนิรินแบบนี้ รู้กันมั้ย555^^ น่าสงสารนาง จะเถียงอะไรก็ไม่ได้เพราะอาเดย์ยังมีทะเบียนสมรสติดตัวอยู่ ยังไงมาเอาใจช่วยนิรินกันต่อด้วยน๊าา😊😊😊




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น