facebook-icon Twitter-icon

Hi everyone, Let's come to join with me. It's free

ตอนที่ 31 : ยังอยู่ในขบวนการตามง้อ

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 : ยังอยู่ในขบวนการตามง้อ

คำค้น : lifang , อิทวี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 157.7k

ความคิดเห็น : 80

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 15:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 : ยังอยู่ในขบวนการตามง้อ
แบบอักษร




   ผมกลับไปทำงานได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว  ชีวิตปกติแบบเดิมของผมกำลังจะกลับมา  ชีวิตที่ตื่นตอนเช้า

ไปทำงานที่ผมรัก  ตอนเย็นกลับบ้านมาพักผ่อน ชีวิตที่ไม่ต้องไปคอยทำตามคำสั่งของใครหรือตามใจใคร 

 ชีวิตที่ไม่ต้องเจ็บปวดหัวใจกับการกระทำและคำพูดที่ไม่นึกถึงใจคนฟังของมาเฟียนั่น  แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผม

อยากจะทำแบบเดิมคือดูแลฮันนี่ ผมรักฮันนี่มาก  ผมยังอยากมีเธออยู่กับผมในทุกๆวัน


         “  เหม่อๆ ไฟฟ้าช็อตตายหรอก  ”     เสียงคนที่ยืนทำงานอยู่ไม่ไกลจากวีนักเตือนขึ้น                    

        “  รู้แล้ว  ไปทำงานมึงเหอะ  ”        วีกลับมาได้สติแล้วหันไปบอกกับนนท์ หลังจากนั้นไม่นาน

หัวหน้าก็เดินเข้ามาบอกกับวีว่ามีคนมารออยู่ที่ห้องประชุมขนาดย่อมของแผนกและไม่ยอมบอกตัวตน

ว่าเป็นใคร วีจึงถอดถุงมือแล้วเดินที่ไปห้องดังกล่าว เปิดประตูเข้าไปก็เห็นอิทธินั่งอยู่กับกรรณลูกน้องคนสนิท  




       “  ผมไปรอข้างนอกนะครับนาย  ”         

 กรรณเห็นว่าว่าเข้ามาแล้วจึงปล่อยให้นายได้พูดคุยกับคนที่อยากเจอและพร่ำเพ้อหาตามลำพัง                     

      “  มาที่นี่ทำไม  ”                     

      “ คือ...กู..  ”       มาเฟียไม่พูดอะไรออกไปนั่งมองคนตรงหน้าเงียบไปซะดื้อๆ                     

      “  ถ้านายไม่มีอะไร ผมขอตัวไปทำงานนะครับ  ”                             

      “  หยุด!!  ”                    

     “  ลืมไปแล้วเหรอครับ  ว่าผมใช้หนี้นายหมดแล้ว นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งอะไรผมแล้วนะ  ”                     

     “  ฮันนี่คิดถึงมึง ร้องหามึงทุกวันเลย  ”        มาเฟียรีบพูดออกไปก่อนที่อีกคนจะเดินหนีไป                    

      “  นายจะมาบอกแค่นี่ใช่มั้ย  ”            วีมองคนที่ใส่สูทหน้าเคร่งเครียดและรอคำตอบอยู่                     

      “  กู...กูก็คิดถึงมึง  คิดถึงมากด้วย      

     ผมมองนายอย่างเงียบๆไม่ได้ตอบอะไรกลับไป  เค้าจะมาคิดถึงผมทำไม ตอนอยู่ก็พูดให้ผมช้ำใจ

 พูดเหมือนผมไร้ค่า  เป็นแค่ลูกหนี้และที่ระบายของเค้า  พอผมออกมาก็ดันมาหาแล้วบอกว่าคิดถึง


      “  ขอตัวนะครับ  ผมออกมานานแล้วหัวหน้าจะว่าเอา  ”    ผมพูดจบก็เดินออกจากห้องไปเลย 

 ไม่หันกลับมองคนด้านในด้วยว่าตอนนี้  มีสีหน้าหรืออารมณ์เศร้าใจขนาดไหน  แต่ก็มาหยุด

อยู่ตรงทางเดินมาห้อง ในจุดที่กรรณยืนรอคนเป็นนาย


       “  สบายดีนะครับคุณวี  ”                      

      “  คราวนี้เรียกแค่วีก็ได้แล้วมั้ง  ”                      

      “ คุณใส่ชุดแบบนี้ก็...ดูแปลกตาดีนะ  ”      กรรณมองวีอย่างสำรวจแล้วยิ้มนิดๆ                      

      “  เหรอ  แล้วฮันนี่เป็นไงบ้าง  ”                      

      “  สบายดีครับ แต่ร้องไห้หาคุณทุกวัน ยิ่งแรกๆนะร้องจนหลับไปเลย  นายต้องนอนเฝ้าเองอยู่หลายคืน  ”       

      คำเล่ากล่าวของกรรณทำเอาคนฟังอย่างวีน้ำตาคลอ                      

      “  ผมก็คิดถึงฮันนี่ไม่แพ้กันหรอก คิดถึงทุกวัน  ”                      

     “  อีกคนที่ฟูมฟายก็นู้นแหละครับ  ”    มือซ้ายคนสนิทมาเฟียชี้ไปที่หน้าประตูเพื่อให้วีดูว่า

 เป็นใครที่เรียกร้องหาวีไม่แพ้กับฮันนี่ ก็คือมาเฟียหนุ่มปากไม่ตรงกับใจคนนั้นที่เพิ่งบอกคิดถึงวีไปเมื่อครู่

     “  ผมไปนะ  ”

          วีรีบเดินออกไปอย่างไวก่อนที่อิทธิจะเดินมาถึงตน จนเข้ามาในพื้นที่ที่ตนกำลังประกอบ

เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่  แอบมองไปที่ทางเข้ากลัวว่าอิทธิจะตามเข้ามาแล้วก็ไม่สนใจไปทำงานตัวเองต่อ



      “  ใครมาพบล่ะ  ”          หัวหน้าหันมาถามวีที่ยืนหน้าตาเฉยเมยไร้อารมณ์                       

      “  เจ้าหนี้เก่าน่ะครับ  ”                       

      “  อ๋อ  เออวี  พรุ่งนี้มีโอทีนะ  ”                       

      “  จริงเหรอครับ  ”                       

      “  เห็นว่าออเดอร์เข้าเพิ่มน่ะ  เลยมีโอให้พวกเราทำกัน  ”                       

      “  กูไม่ทำนะ  พอดี...ต้องไปเอาใจสาวหน่อย  ”    นนท์ยกมือลาเพราะมีกิจอื่นที่ต้องทำ                       

      “  เชิญเถอะจ้าพ่อคุณ...  ”                       

      “  ฮ่าๆๆ  ”       หัวหน้าหัวเราะเสียงดังกับการที่วีเบ้ปากและพูดกระแทกใส่เพื่อน


            ผมทำงานไปได้ 2 ชั่วโมงก็ดันไปนึกถึงมาเฟียนั่น ที่มาบอกว่าคิดถึงผมขึ้นมาซะงั้น  เค้าจะมา

คิดถึงผมทำไม  ในเมื่อเค้าไม่เคยคิดจะจริงจังอะไรกับใคร แต่ช่างแม่งเหอะ จะเอามาคิดให้รกหัวทำไมเนี่ย


         “  หัวหน้า!  พวกนี้ยกไปเลยป่ะ  ”                      

         “  เออ...เอาไป 100 เครื่อง  ”                       

         “  ไปหากาแฟกินก่อนนะ หัวหน้าเอาไรมั้ย  ”         วีเอ่ยถามในขณะที่หัวหน้าสั่งงาน

พนักงานคนอื่นอยู่ โดยสั่งเสร็จก็หันาพยักหน้าให้กับวี วีจึงเดินไปซื้ออะไรมาดื่มสลัดความคิดในหัว

อยู่ในตอนนี้ด้วยและนี่ก็ 2 ทุ่มเริ่มมีความรู้สึกต้องโด้ปสักหน่อยวีจึงเดินออกมาที่ร้านขายน้ำซื้อกาแฟ

มา 2 แก้ว แล้วก็กลับมาที่โซนทำงานของตัวเองที่เดิม


        “  วี!!  ฝากแฟ้มนี้ไปให้หัวหน้าวีทีสิ  ”       หยีหญิงสาวคนหนึ่งในออฟฟิสเรียกวีเสียงดัง                        

      “  ได้ครับ  ”          วีตอบรับเธอแล้วยิ้มบางๆส่งกลับไป                        

       “  อย่ายิ้มแบบนี้  จะละลาย...  ”                        

      “ โว้ยยย!!!  ”              

          วีส่งเสียงแล้วรับแฟ้มมา จากนั้นก็เดินไปวางไว้บนโต๊ะหัวหน้า  ส่วนตัววีเองก็ไปทำงาน

ที่โต๊ะตัวเองจนหมดเวลางาน ก็เดินไปขึ้นรถเมล์กลับถึงบ้านในตอน 4 ทุ่มครึ่ง




                 โฮ่งงงงงงงงงง               โฮ่งงงงงงงงงงงงงงงงง       



      ฮู้วววววววววววววว



         “  หอนทำไมเนี่ย  คนนะไม่ใช่ผี  ”       โฮ่งงงงงงงงงงง                  โฮ่งงงงงงงงงงงงงงงงงง



          กว่าจะถึงบ้านวีเดินขนหัวลุกตลอดซอย  ไฟหน้าบ้านเปิดอยู่แต่ไม่มีใครอยู่กลางบ้านแล้ว

  วีจึงคิดว่าเวลานี้พ่อคงหลับไปแล้ว จึงไม่แปลกใจอะไร แต่พอเดินเข้าไปก็พบสิ่งที่น่าประหลาดใจขึ้น

        “  กระเช้าผลไม้  นม  ขนมอะไรของใครเยอะแยะขนาดนั้น  ’’                        

        “  ยังไม่ได้แกะด้วย  สงสัยเพิ่งได้มาสดๆ  ”       วีหยิบดูแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรเดินเข้าห้องตัวเอง

ไปในทันที อาบน้ำอาบท่านอนพักผ่อนหลับไปเลย












         เช้าวันต่อมา


         “  พ่อ!  ไปทำงานนะ เงินกินข้าวอยู่ในลิ้นชัก  ”    วีตะโกนบอกพ่อขณะที่เดินออกมาหน้าบ้าน                        

         “  ทำโอทีมั้ยวันนี้  ”                        

         “  ทำๆพ่อไม่ต้องรอนะนอนไปก่อนเลย  ”                        

         “  เออๆ  ”                       

         “  พ่อ! ผลไม้ นม ขนมนั่นใครให้มา  ”       กำลังจะเดินออกไปแต่ก็ถอนมาถามพ่อก่อน                        

        “  ก็มาเฟียนั่นแหละ  เอามาให้เมื่อวานตอนสายๆมึงไปทำงานแล้ว  ”                       

         “  ไปรับของเค้ามาทำไม  ”                        

         “  ของฟรี  กูจะได้ช่วยมึงประหยัดเงินไง  ”   จู่ๆลุงวัฒก็อ้างเรื่องประหยัดเงินขึ้นมา                       

         “  ทีหลังไม่เอาแล้วนะ  อยากกินอะไรผมซื้อให้พ่อเอง  ”      วีพูดดุๆใส่คนเป็นพ่อไป                       

         “  เออๆ  ไปทำงานของมึงเหอะ  ไม่เอาก็ไม่เอาวะ  ”       

 มาหาที่ทำงานยังไม่พอ เอาของมาให้พ่อที่บ้านอีก อะไรของเค้ากันวะ                      




        “  โอ๊ยยย   ขอโทษครับ  ”    ผมพูดออกไปแล้วเงยหน้ามองคนที่ผมเดินชน                      

        “  ก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ไม่มองทาง ”           มาเฟียบ่นเล็กน้อยแล้วมองวีนิ่งๆ                      

        “  บ่นถึงไม่ขาดคำก็โผล่หน้ามาให้เห็นอีก  ”          ผมบ่นเบาๆก็เค้านั้นตายยาก                     

         “  จะไปทำงานเหรอ  ”                      

         “  อือ  ”                      

         “  อือกับใคร  ”

            ผมมองหน้าเค้าแล้วเดินไปทางขวาแต่เค้าก็เดินมาขวางผมไว้ ผมจึงเดินไปทางซ้ายเค้าก็มากั้นผม

 ไว้อีก  ผมจึงเดินตรงไปข้างหน้าชนเค้า แต่ผมก็ต้องกระเด็นออกมาเองเพราะเค้านั้นตัวแข็งทื่อกล้ามแน่น


         “  ผมจะไปทำงาน ขอทางด้วย  ”                      

          “  กูไปส่ง  ”                  มาเฟียหนุ่มพูดด้วยเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน                     

          “  ไม่เป็นไรครับ  ผมไปเองได้  จะมาขวางผมทำไมเนี่ย  ”                       

         “  กูคิดถึงมึง  ”        มาเฟียหนุ่มพูดเสียงดังฟังชัดทำเอาคนฟังหลบตามองไปทางอื่นอย่างเร็ว                       

          “  ถอย... ”                       

         “  กูจะถอยก็ได้  แต่มึงต้องบอกกูก่อนว่าผู้ชายที่ชื่อนนท์อะไรนั่น ไม่ใช่แฟนมึงจริงๆ  

 มึงโกหกกู เพราะเค้าเป็นแค่เพื่อนกับมึง  ใช่มั้ย  ”                      

          “  ผมจะเป็นอะไรกับใคร  มันก็เรื่องของผม  ”      ผมตอบกลับเค้าพร้อมมองหน้าอย่างท้าทาย                       

          “  ตอบกู!!    มึงเป็นแค่เพื่อนกับเค้า  ”                      

           “  ผมกับนนท์เป็นแฟนกัน  ”                       

          “  แต่พ่อมึงบอกว่ามึงเป็นเพื่อนกัน  ”                       

          “  ผมอาจจะโกหกพ่อเพราะไม่อยากให้พ่อรู้ว่าผมมีแฟนเป็นผู้ชายก็ได้  ”

คำพูดของวีทำเอาอิทธิยืนมองวีอย่างแน่นิ่ง  วีเองมองอิทธิได้สักครู่ก็รีบเดินผ่านแล้วไปหน้าปากซอยทันที

           “  นายครับ...  ”         กรรณเรียกคนเป็นนายที่ยืนมองตามหลังวีไปเรื่อยๆ                       

           “  ตกลงวีโกหกพ่อหรือโกหกกูกันแน่  ”                        

          “  นายเท่านั้นแหละที่รู้ ว่าคุณวีโกหกใคร  ”                       

          “  ก่อนไปขึ้นเครื่อง  กูจะแวะไปหาวีอีกทีนะ ”                       

           “  ครับนาย  ”


        โฮ่ยยยยยยย  หวังว่าจะไม่ตามมาถึงที่บริษัทหรอกนะ  ผมถอนหายใจแล้วบ่นๆขณะที่เดิน

เข้ามาสแกนเช็คชื่อเข้าทำงาน จากนั้นก็เดินไปที่ห้องทำงานตัวเองเก็บสัมภาระข้าวของให้เป็นที่ก่อนจะเริ่มงาน


         “  เกือบสาย  รถเมล์ไม่รับมึงขึ้นเหรอ ”          นนท์หันไปถามเมื่อเห็นวีเดินเข้ามา                        

         “  เปล่า  ไม่มีไรหรอก  ”                       

         “  หัวหน้าจะพาไปเลี้ยงต้อนรับวีกลับมาคืนนี้  ”      พนักงานอีกคนหันมาแจ้งข่าวดีกับทุกคน                       

          “  ว้าว!  ไม่เห็นหัวหน้าบอกเลย  ”                                   

         “  เออ...ตั้งแต่เข้ามายังไม่เห็นหัวหน้าเลย  ”          วีเอ่ยถามพลางมองหาหัวหน้าในแผนก                        

        “  เข้าบริษัท  ไปคุยเรื่องงานอยู่ มีไรรึเปล่าไอ้น้อง  ”        พนักงานอีกคนเปิดหน้ากากถามวี                        

        “  ถามหาเฉยๆพี่ ไม่มีไรหรอก  ”

ตลอดทั้งวันวีก็ทำงานไปตามปกติ  มีแอบอู้เดินไปซื้อกาแฟกินบ้างแล้วก็มานั่งพักแล้วก็กลับมาทำงานต่อ


         “  เด็กน้อยวันนั้นลูกใครวะ  ”       จู่ๆนนท์ก็เดินมาถามถึงหนูน้อยที่ร้องไห้ตามวี                         

         “  ลูกนายกับคนรักเค้า  ”                        

         “  ฮึ้อ!!  ใช่เหรอ  หน้าตาไม่เหมือนนายมึงเลยนะ เหมือนมึงมากกว่าอีกวี  ”   นนท์สงสัย                        

         “  ไอ้สัส!  ไม่ใช่ลูกกูโว้ย  กูเลี้ยงเฉยๆ  ”   จะมาบอกว่าหน้าเหมือนผมไม่ได้ ผมไม่ได้เอ่อ...                         

        “  ไม่คิดถึงหนูน้อยนั่นเหรอมึงอะ  ”                         

        “  คิดถึงสิวะ  ไม่มีวันไหนที่กูไม่คิดถึงฮันนี่เลยมึง  ”      สีหน้าและแววตาวีบ่งบอกได้ชัดเจน                        

       “  คิดถึงแล้วทำไมไม่ไปหา  ”                         

       “  กูไปหาไม่ได้  ”                         

       “  ทำไมไปไม่ได้  หรือว่ามึงมีปัญหากับมาเฟียนั่น  ”     นนท์หลอกถามเผื่อจะได้รู้ความจริง                        

        “  อะไรของมึงเนี่ย...นนท์  ”                         

        “  เปล่า  แค่สงสัยอะไรบางอย่าง  ”

         ผมมองเพื่อนที่จู่ๆก็เดินมาถามๆ แล้วก็เดินไปทำงานเฉยเลย ผมนั่งพักไปสักพักก็ลุกขึ้น

ไปทำงานเช่นกัน  เพราะอีกไม่นานเท่าไรก็หมดเวลาทำงานตอนเย็นแล้ว                       

         “  เฮ้ยพวกมึงไปลงชื่อออกได้ละ  ”          หัวหน้าแผนกเดินมาสั่งการลูกน้อง                        

         “  จะไปแล้วเหรอพี่  ”                        

         “  จริงๆไม่ต้องเลี้ยงก็ได้นะหัวหน้า  ”                       

         “  ไม่ได้เว้ย   ไปเร็วๆ   ”

         คนงาน 4 – 5 คนเดินเข้าบริษัทไปลงชื่อออก จากนั้นก็ออกมาแยกกันขึ้นรถของนนท์

และหัวหน้า ไปกินข้าวกันก่อน  เกือบ2ทุ่มก็พากันไปที่บาร์เพื่อฉลองการกลับมาทำงานให้กับวี



        “  ทำไมต้องเป็นบาร์นี้ด้วยวะ  ”       ผมขอบ่นหน่อยเหอะก็นี่มันบาร์ของ...ของมาเฟียนั่น                        

        “  ทำไมวะ  ”        นนท์ยังคงไม่เข้าใจจะบาร์ไหนแล้วมีปัญหาอะไร                          

       “  ไม่พากันเดินไปวะ พวกมึงรอไรเนี่ย พรุ่งนี้วันหยุดกินได้ๆ  ”     หันหน้าผู้เดินนำไปชะงัก

หันมาบอกกับอีกสองคนที่ไม่ก้าวขาเดินตามมาเสียที

        “  เออ...ไปมึง ”

         นนท์กอดคอวีเดินเข้าไปในบาร์  จังหวะเดียวกับอิทธิที่เดินออกมาเพื่อจะออกจากบาร์

จะไปหาวีที่บ้าน แต่ก็ได้เจอวีที่บาร์ตัวเองซะก่อน  แต่ภาพที่อิทธิเห็นดันเป็นนนท์ที่กอดคอวีเข้ามาที่บาร์

  ทำเอาอารมณ์คนที่มองเห็นพุ่งสูงขึ้นในทันใด เพราะช่วงเช้าวียังบอกว่าเป็นแฟนกันช่วงดึกมาเห็นเดินกอดคอกันอีก

        “  สวัสดีครับคุณวี  ”         กรรณเดินเข้าไปทักทายวีในฐานะแขกและวีก็ยกมือทักทายตอบ                 

        “  ไปรอข้างในนะ  ”       หัวหน้าบอกกับวีแล้วเดินเข้าไปก่อนโดยไม่รอ                           

        “   ครับหัวหน้า ”     ผมตอบกลับหัวหน้าแล้วหันมาเห็นนายมองมือนนท์ที่กอดคอผม  

แล้วทำไมล่ะ หึๆๆ ผมเลยเอามือโอบเอวนนท์กลับพากันเดินเข้าไปด้านใน   พอเข้ามาด้านในนนท์

มันก็รีบเอามือออกจากผมทันทีกลัวว่าสาวจะ ไม่กล้าเข้าหามัน   

          “  เครื่องดื่มค่ะ  ”                        

           “  ขอบคุณครับ  ”                                

           “  อ้าวน้องวี!  ไม่เห็นมาทำงานนานหลายเดือนเลยนะ  ”      สาวเสิร์ฟทักทาย                        

           “  ผมใช้หนี้หมดแล้วน่ะ  ”         วีตอบกลับพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร                         

           “  วี เคยมาทำงานที่นี่ด้วยเหรอ  ”        หัวหน้าคิ้วชนกันถามวีอย่างสงสัย                         

           “  เออ  ทำหลายอย่างชิบหาย  ”          นนท์พูดขึ้นพร้อมส่ายหน้าเบาๆ                         

           “  ที่นี่ก็มาเฟียเมื่อกี้เป็นเจ้าของ  ”                         

           “  อ่าวเหรอ ”                         

           “  กูไม่รู้ว่ะโทษที  ”     หัวหน้าเอ่ยคำขอโทษเนื่องจากเมื่อกี้ทำเรื่องเสียมารยาทไปบ้างแล้ว                         

           “  ดื่มกันดีกว่า  ”                         

           “  ชนนนนนน   ฮิ้วววววววววว  ”

           ร่างบางนั่งดื่มกับเพื่อนที่ทำงานอย่างเงียบๆ ฟังคนนู้นคนนี้เล่าเรื่องอะไรต่างๆแต่ตาก็เหลือบไปเห็น

สายตาอีกคู่หนึ่งที่นั่งมองตนอยู่  ร่างบางจึงหลบตามองทางอื่น แต่พอยกดื่มไป หันไปมองอีก  สายตาคู่นั้น

 ก็ยังคงมองมา ไม่ละสายตาจากตนเลย จึงทำให้รู้สึกอึดอัดเพราะโดนมองอยู่ตลอดไม่ว่าจะทำอะไร



           “  ไปเข้าห้องน้ำนะ  ”                          

           “  ไหวป่ะ  ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ย  ”                            

           “  หึ  ”       ผมส่ายหน้าตอบเพื่อนไป ที่มันถามก็เพราะรู้ว่าผมคออ่อน  

ดื่มนิดดื่มหน่อย ก็จะมึนๆ ผมไม่อยากนั่งแล้วถูกจ้องมอง  เลยมาห้องน้ำดีกว่า  ในขณะที่ผม

จัดการธุระเสร็จ กำลังจะล้างมือ ก็เห็นคนที่นั่งจ้องผมเดินเข้ามาในห้องน้ำผมมองเห็นผ่านทางกระจกตรงหน้า


        “  ทำไมต้องกอดกันเดินเข้ามา ”   เจ้าของบาร์ลั่นวาจาถามเสียงเยือกเย็นแต่อีกคนไม่ตอบ                        

         “ วี!!!  ”                         

        “  จะเสียงดังทำไม  อยู่กันแค่เนี้ย  ”                         

        “  กูไม่ชอบที่มึงเดินกอดกับคนอื่นแบบนั้น  ”                         

        “  คนอื่นที่ไหน นั่นแฟนผม  ”         ผมบอกกับเค้าพร้อมจ้องตาให้คำพูดดูน่าเชื่อถือขึ้น                         

        “  หยุดโกหกกู  หยุดปะชดกูได้แล้ว  ”     มาเฟียสวนกลับอย่างทันควันแต่อีกฝ่ายก็เงียบใส่

         “  วี  กูขอโทษ  ”                          

         “  จะมาขอโทษผมทำไม  ”                          

        “  กู...กูอยากให้มึงกลับมาอยู่กับกู  ”          มาเฟียจะยื่นมือมาจับมือวี แต่วีก็เอาหลบไว้ทัน                          

         “  หึ...นายพูดอะไร  ผมไม่เข้าใจ  ”      

ผมบอกกับเค้าแล้วเดินหลบเพื่อที่จะเดินออกจากห้องน้ำไป  แต่เค้าก็จับแขนผมเอาไว้

          “  เดี๋ยววี...อย่าดื่มเยอะนะ กูเป็นห่วง  ”                         

          “  ไม่มีใครเค้าคิดจะทำร้ายผมหรอกครับ ไม่ต้องห่วง  ”

ร่างบางแกะมืออิทธิออกจากแขนแล้วเดินออกจากห้องน้ำกลับไปที่โต๊ะทั้งสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิม




            “  กูเห็นมาเฟียนั่งมองมึงตั้งแต่เข้าร้านแล้ว  ”                         

           “  เค้ามองสอดส่องทั่วร้านแหละ ไม่ได้มองแค่กู   ”     ผมบอกนนท์พลางหยิบแก้วยกดื่ม                        

           “  กูว่ามึงกับเค้ามีซัมติงกัน  ”                          

           “  แค่กๆๆ ไม่มี  ”          ถึงกับสำลักเลยกู ไอ้เพื่อนตัวดีกำลังถามจี้เอาความให้ได้                           

           “  วีไหวเปล่า  หน้าแดงหมดแล้ว ”                            

          “  ไม่ไหวก็พอนะน้อง  นั่งมองสาวไป สาวๆสวยๆเพียบ  ”    เพื่อนร่วมงานเอ่ยบอก                            

          “  เชิญตามสบายเลยพี่  ”


           อิทธิ พอรู้ว่าวีกับคนที่ทำงานมากินเหล้าที่บาร์  ก็เปลี่ยนใจกลับมานั่งข้างในเพื่อมานั่งมองวี 

คอยจับ ตาดูวีกับผู้ชายคนที่นั่งข้างๆ  ก็ไม่มีเห็นมีท่าทีว่าจะสวีทหวานเหมือนเป็นแฟนกันสักเท่าไร

แต่พอวีลุกขึ้นจากโต๊ะไป  อิทธิก็รีบตามไปอย่างไวเพื่อที่จะได้คุยกันบ้าง จนไปถึงห้องน้ำ  อิทธิก็ได้บอกวี

ไปว่าอยากให้วี กลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมกล่าวคำขอโทษ  แต่วีเองทำเป็นไม่เข้าใจ ไม่ได้ยินแล้วก็เดินหนี

อิทธิออกมาเลย ทำเอาอิทธิรู้สึกหมดหวังเช่นกันที่จะได้วีคืนกลับมา....































****  ดอกจัน 2568 ดอก ขณะนี้นิยายเล่มนี้ได้ทำการตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์มีดีส์ พับบลิชชิ่ง

และจะออกเป็นเล่มปลายเดือนมกราคม 2562 นี้ ไรท์ขอฝากไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยได้มั้ย

โดยการตีพิมพ์จะแบ่งออกเป็น 2 เล่ม และเล่มที่ 2 จะมีตอนพิเศษอีก 1 ตอนที่ยังไม่มีในนี้

ฝากไว้ด้วยนะจ๊ะ ขอบพระคุณค่าาา  ช่วยกันซื้อเน้อ ผลงานเล่มแรกของไรท์เลยนะเนี่ย ***








#  จริงๆเมื่อวานก็อยากลงต่อให้  แต่เขียนไม่ทันจริงๆ ไรท์ขอโทษน้าาาา


#  ขอบคุณคอมเม้นท์ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน


#  พอไรท์เขียนให้อิทได้รับความเจ็บปวด มีส่วนหนึ่งที่บอกว่ายังไม่เจ็บพอ


    อ่าาา แน่นอน  ไรท์ยังไม่ยอมให้วีใจอ่อนง่ายๆหรอก  แต่บางคนบอกอย่า


    ดราม่าเยอะ  ให้คืนดีกันเร็วๆ 55555  เฮ๊ยยเธอออ  ตกลงจะเอายังไง


#  ไรท์ก็มาบ่นๆตอบกลับไปอย่างงั้นแหละนะ  อย่าถือโทษ ไรท์ล้อเล่น


ความคิดเห็น