ซันซายน์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ท่านแม่ทัพ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2561 10:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่านแม่ทัพ
แบบอักษร

เขาคือแม่ทัพที่มิเคยหลงใหลในสตรีนางใด ตลอดชีวิตของเขาคือรับใช้กองทัพ ทำเพื่อความสงบสุขของราษฎร แบ่งเบาภาระของฝ่าบาท เท่านั้น แต่พอได้พบนาง สตรีผู้นั้น ฮัวฟู่กุ้ย เพียงแรกสบตาใจแกร่งของเขากลับสั่นไหวรุนแรงมิอาจควบคุม จนกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคร้าย นางเป็นถึงบุตรีเพียงคนเดียวของที่ปรึกษาพิเศษของฝ่าบาท นับว่าบิดาของนางมีน้ำหนักในพระทัยฮ่องเต้ไม่น้อย พอกลับมาถึงจวนทราบข่าวจากท่านแม่ว่านางกำลังจะเข้าพิธีปักปิ่น เหตุใดหัวใจของเขาถึงได้ร้อนรุ่ม มิเป็นตัวของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เขากับนางก็มิได้เป็นอะไรกันแม้แต่น้อย

สิ่งที่เขาไม่น่าให้ อภัยตัวเองคือ เขากลับเฝ้ารอให้งานปักปิ่นของนางมาถึง มิหนำซ้ำซำยังอาศาท่านแม่นำของขวัญไปมอบให้นางด้วยตนเองเสียอีก เขายอมรับว่าดีใจมากที่ได้พบนางอีกครั้ง เขาเดินก้าวเข้าไปในงาน ในใจลอบยิ้มอย่างมีความสุข แต่ความสุขของเขาก็หายวับไปกับตาเพราะวาจาที่บุรุษผู้เข้ามาร่วมงานหลายคนบอกเล่าแก่กัน

"พวกเจ้าทราบหรือไม่ว่าบุรุษหลายคนที่เข้ามาร่วมงานต้องมีสักคนที่ได้แต่งให้คุณหนูฮัวผู้นีี้"

"ข้าเองก็ได้ยินมาบ้างว่ามีบุรุษต่อแถวเป็นว่าที่เขยของท่านที่ปรึกษาพิเศษหลายคน ไม่รู้ว่าบุรุษใดจะโชคดี ได้ทั้งอำนาจและสตรีที่งดงามปานนางฟ้าไปเป็นฮูหยิน ไม่แน่อาจจะเป็นข้าก็ได้ ฮ่า ๆ ๆ " เสียงสนทนาของคนพวกนั้นมันทำให้เขาหงุดหงิดใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยได้ยินเรื่องราวพวกนี้หรอก แต่เขาเพียงไม่เชื่อว่านางจะเป็นสตรีที่ชื่นชอบในอำนาจก็เท่านั้น เขาหงุดหงิดจนควบคุมอารมณ์ ตัวเองมิได้ เขาไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนเลยตั้งแต่จำความได้ เหตุใดเขาถึงต้องหงุดหงิดเพราะเรื่องของนางด้วย เขาทราบจากฝ่าบาทว่าองค์ชายห้าซืออี้หม่า ก็หวังจะให้นางเป็นพระชายา ถึงกับขอให้ฝ่าบาทออกราชโองการให้ แต่เพราะความเกรงใจในตัวบิดาของนาง จึงมิได้ทำเช่นนั้น

แล้วนั่นเหตุใดนางต้องยิ้มให้บุรุษมากมาย ยิ้มให้เขาผู้เดียวมิได้หรืออย่างไร นี่เขาเป็นบ้าอันใดนี่ เหตุใดต้องหงุดหงิดเช่นนี้ เขาโมโหจนลืมตัวก้าวขาเข้าหานาง แต่ก็ได้สติเมื่อได้ยินเสียงของท่านที่ปรึกษาพิเศษกล่าวทักทาย เขาทำสิ่งใดไม่ถูก จึงทำเพียงมอบของขวัญที่ท่านแม่ฝากมา ให้กับบิดาของนาง แม้นใจจริงอยากถามสตรีตรงหน้าหลายอย่าง แต่ตอนนี้กลับเอ่ยวาจาใดไม่ออก เขาขอตัวจากมาทั้ง ๆ ที่ ยังไม่ได้พูดกับนางสักคำ เขาแอบเห็นนางยิ้ม หัวเราะกับท่านพ่อของนาง คงเป็นเพราะนางเจอบุรุษที่ถูกใจในงานแล้วกระมัง เขาอยากตีนางสักทีให้รู้จักหุบยิ้มนั้นเสียบ้าง นางไม่รู้บ้างหรืออย่างไรว่ารอยยิ้มนั้นมันทำให้บุรุษใจสั่น รวมถึงเขาด้วย

จะให้เขากลับจวนเลย ขาเขามันกลับไม่ทำตาม เขาจึงปลีกตัวมาหลบอยู่สวนของจวนตระกูลฮัวแทน บางทีอากาศสดชื่นอาจทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง แต่อารมณ์ของเขาก็ต้องดิ่งลงเหว เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยจากสาวใช้ภายในจวน

"นี่เจ้าว่าคุณหนูจะเลือกคุณชายจากตระกูลใดเป็นเขยของใต้เท้ากัน"

"หากเป็นข้า ข้าย่อมต้องเลือกองค์ชายห้าแน่นอน คริ" เขาลอบกำหมัดแน่น อยากทำลายกระถางต้นไม้ด้านข้างนี้ทิ้งเสีย แต่ก็ต้องหักใจเพราะนี่มิใช่จวนแม่ทัพ องค์ชายห้าหรือ องค์ชายห้ามีอะไรดี ก็แค่บุรุษมากรัก พระชายารอง ไม่รวมสาวใช้อุ่นเตียงมีตั้งเท่าใด หากนางเลือกองค์ชายห้าจริง ชีวิตนี้คงหาความสุขมิได้อีก เขาหงุดหงิดยิ่งนัก

แต่ไม่นานต้นตอของความหงุดหงิดของเขาก็มาโผล่อยู่ตรงหน้า ดูเหมือนนางจะอารฒณืไม่ดี เดินบ่นอะไรสักอย่าง ซึ่งเขาฟังไม่ชัด มือน้อย ๆ นั่น ปาก้อนหินไปมา จนเขาเกรงว่ามันจะไปตกโดนศีรษะผู้ใดเข้า

"โอ๊ย" ที่กลัวไปโดนศีรษะผู้อื่นคราวนี้ กลับตกมาโดนศีรษะของเขาเข้าเต็ม ๆ นี่นางจงใจใช่หรือไม่

"ใจร้ายจริงนะคุณหนูฮัวฟู่กุ้ย" ขาและปากของเขา มันไวกว่าความคิดมากนัก เพียงไม่นานก็เดินจนเทียบจะชิดตัวของนางแล้ว นางมีท่าทีตกใจก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"หลานเจียง" เพียงได้ยินร่างบางตรงหน้าเอ่ยเรียกชื่อของตนเหตุใดเขาถึงได้ดีใจถึงขั้นหุบยิ้มไม่อยู่กันนะ หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนกลัวว่านางจะได้ยิน แต่เขาก็ไม่อยากแสดงว่าสนใจนางจนเกินไปจึงหาเรื่องคุย

"มิทราบว่าคุณหนูฮัวเลือกบุรุษใดเป็นว่าที่สามีเล่า" ถามไปแล้วก็อยากตบปากตัวเองยิ่งนัก นี่เขาถามออกไปได้อย่างไร เหตุใดปากกับใจของเขาถึงได้ตรงกันนัก แต่ในเมื่อเขาถามออกไปแล้ว ก็คงทำอันใดมิได้นอกจากรอให้ร่างบางตรงหน้าตอบคำถามเท่านั้น

"ยังมิได้เลือกเจ้าค่ะ" หัวใจของเขาเต้นรัว จนมิอาจควบคุมเพียงได้ยินว่านางยังมิได้เลือกบุรุษใด แต่เพราะปากเขามิดี ถึงได้กล้ากล่าวประโยคเช่นนั้นออกไปให้นางเคืองใจ

"อ้อ แท้จริงแล้ว คุณหนูก็เป็นพวกจิตใจโลเลไม่น้อยเลย" เห็นท่าทีไม่พอใจของสตรีตรงหน้า เขาอยากตบปากของตนเองยิ่งนัก

"แล้วท่านมีธุระอันใดกับสตรีจิตใจโลเลเล่าเจ้าคะ" เขาผิดที่ถามเช่นนั้น แต่นางก็ไม่ควรตอบเขาด้วยวาจายอมรับเช่นนี้ ด้วยความไม่พอใจ บวกกับความหงุดหงิดทำให้เขาเดินประชิดร่างบางมากขึ้นโดยมิได้ตั้งใจ

"ข้ามีแน่"

"ท่านคิดจะทำอะไร อื้อ" เขาคว้าร่างบาง เข้ามาในอ้อมกอด ก่อนจะมอบจุมพิตหวานล้ำให้แก่นาง นางจะได้จดจำเสียทีว่ามิควรกล่าววาจาเช่นนี้กับเขาอีก นางจะเป็นสตรีจิตใจโลเลมิได้ เขามิยอม ใช่ว่าเขาเคยมอบจูบให้สตรีอื่นเสียที่ไหน นางคือสตรีคนแรกที่เขาทำเช่นนี้ แต่เขาก็มิได้อ่อนด้วยเพียงไม่เคยมีประสบการณ์ดอกนะ หลังจากมอบจุมพิตจนเป็นที่พอใจแล้วเขาจึงได้ผละออก

"หมับ" แต่ที่ทำให้เขาตกใจคือร่างบางตรงหน้า เอื้อมวงแขนมาคล้องลำคอของเขา จากนั้นก็

"อื้อ ฮัวเอ๋อ อื้อ ปล่อยก่อน อื้อ" เขาไม่คิดว่านางจะมอบจุมพิตกระชากวิญญาณแก่เขาเช่นนี้ รสจูบของนางช่างหวานล้ำ มือบางอยู่ไม่สุข ยื่นเข้ามาลูบไล้ตาม อกแกร่งของเขา หากเขาปล่อยตัวปล่อยใจ คาดว่าต้องเกิดเรื่องเสียหายแก่นางแน่ เขาพยายามตั้งสติของจะรีบหนีกลับจวนอย่างไม่เหลียวหลัง

"ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก" พอถึงจวนแม่ทัพ เขาทิ้งกายลงพื้นเรือน หัวใจเขาเต้นรัวไม่หยุด มือหนาลูบที่ริมฝีปากตัวเองไปมาราวกับคนบ้า

"สตรีบ้า ใครสอนเรื่องแบบนี้ให้เจ้ากัน ข้าจะไปฆ่ามัน" เขาบอกความรู้สึกไม่ถูก มันทั้งดีใจ ทั้งโมโหในเวลาเดียวกัน เจ้าทำเช่นนี้แล้ว ข้าจะปล่อยเจ้าไปกับชายอื่นได้อย่างไร จูบข้าแล้วเจ้าต้องรับผิดชอบสิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น